ขอแชร์ประสบการณ์รับน้องมหาลัยรังสิต ปี 51 ครับ

ขอแชร์ประสบการณ์รับน้องของคณะการท่องเที่ยวและการบริการ ผมอยู่สาขาการโรงแรม ณ ตอนนี้ผมไม่ได้อยู่คณะนี้แล้วนะครับ พอดีย้ายคณะแล้วครับ แต่ถือว่าเป็นครั้งแรกที่เข้ารั้วมหาลัยครับ ผมไม่รู้ว่าตอนนี้มหาลัยรังสิตรับน้องเป็นยังไงบ้าง

ก่อนเข้าเรียนตอนมหาลัยนั้น มีรุ่นพี่มาสอบที่โรงเรียนผมเลยครับ ผมก็สอบไปตามปกติ และที่ตลกคือ ผมแม่มนึกว่ามหาลัยรังสิตเป็นของรัฐบาลซื่อบื่อมากครับ ตอนนั้นดีใจมากที่มีใบจากมหาวิทยาลัยตอบกลับมาคุณสามารถเข้าที่คณะนี้ได้แล้ว

และผมเข้ามหาลัยพร้อมกับ แจค แฟนฉันนะครับ ผมจำได้ เขาหันมาถามผมว่า "บิดานี้คือพ่อใช่ไหม" ผมยังจำได้เลยครับ 5555

ดาราที่ผมเคยเห็นแบบตัวจริงๆมาแล้ว 3 คนครับ 1. แจค แฟนฉัน ตอนกำลังมอบตัวให้มหาลัย 2.เกรช ขอบอกว่าตัวจริงแม่ม โครตสูงงมากกกกกก และขาวเวอร์มากๆ 3. สายป่าน อญิญญา เจอกันตอนทำข้อสอบเสร็จแล้ว เพิ่งสังเกตว่า สอบห้องเดียวกัน

ตอนที่ผมเข้ามาใหม่ๆ การรับน้องในปีนั้นรู้สึกจะรับทุกวัน หลังเลิกเรียน ก่อนเปิดเรียน จะมีรับน้อง พูดคุยกับรุ่นพี่นิดหนึ่ง ใบลงทะเบียนจะบอกเวลาปฐมนิเทศน์เลยครับ ผมยอมรับว่า ตอนนั้น ม.6 ศึกษามาอย่างดี เตรียมตัวรับมือกับพี่ว๊ากเต็มที่ครับ

ตอนปฐมนิเทศน์ก่อนเปิดเรียน ไม่มีรุ่นพี่มาว๊าก ผมเริ่มรู้สึกดีแหละ ไม่มีแหะ สบายๆหละ อยากเข้าร่วมรับน้อง

พอเปิดเรียนวันแรก เขานัดให้มารับน้องหลังเลิกเรียนทุกวันครับ เริ่ม 4 โมงเย็นทุก 1 ทุ่ม วันแรกก็แนะนำพี่ๆว่าอยู่ปีอะไร ทำหน้าที่อะไร ไม่มีพี่ว๊ากครับ ผมนี่แม่มโล่งหละ สบายหละ คงรับน้องสนุกๆ

พอวันที่สอง นรกมาแล้ว ผมนั่งกับพวกเพื่อนๆในคณะเดียวกัน มีรุ่นพี่ผู้ชาย ใส่แว่นดำเดินมาทางนี้ เอาหละ ชัวแล้วหละ ไม่ใช่ใครที่ไหน พี่ว๊ากคนเดิม เพิ่มเติมคือแว่นดำเนี่ยเอง มาถึงก็ว๊ากรัวๆใส่รุ่นพี่ที่ไม่ได้เป็นพี่ว๊ากครับ ตอนนั้นก็ว๊ากรัวๆเลยครับ ด่ารุ่นพี่ ทำไมสอนน้องห่วยแบบนี้ ร้องเพลงเชียร์อะไรก็ไม่ได้ ตอนนั้นที่เลิกประชุมเชียร์กัน โดนพวกพี่ว๊าก สั่งรุ่นพี่ให้นั่งอากาศครับ แล้วไล่พวกเรากลับไป

ก็รับน้องปกติเรื่อยๆ คณะผมตอนนั้นมีเหมือนเป็นหัวหน้าสองคน พี่ใหญ่น่าจะจบแล้วเป็นผู้ชาย กับพี่ผู้หญิงตอนปี 4 ครับ สองคนนี้ไม่ว๊ากครับ เหมือนรุ่นใหญ่สุด มาคุมพวกพี่ๆอีกที รุ่นพี่สองคนนี้น่าเคารพนับถือมากครับ คือเขาไม่ว๊าก ไม่อะไร คอยช่วยน้องๆเสมอ เวลาจะเป็นลมหรืออะไร สั่งให้รุ่นพี่ปี 2 หรือ 3 ไปดูอาการน้องหน่อย และคณะผมมีหน่วยพยาบาลพร้อมเสมอครับ สำหรับคนที่ไม่ไหว

วันอื่นๆก็รับกันไป ฝึกร้องเพลงเชียร์กันไปตามปกติเรื่อยๆ ผมยอมรับว่าขาดบ้าง เพราะสิ่งที่ผมกังวลตอนเข้ามหาลัยคือพี่ว๊ากเนี่ยแหละ ผมไม่ชอบเอามากๆครับ และมีกิจกรรมเรื่อยๆ อย่างแข่งเต้นพวกรุ่นพี่ อะไรพวกนี้

ส่วนก่อนหมดรับน้อง ตอนนั้นรับน้องแค่ 1 เดือนครับ ก่อนจะหมด มหาลัยจะมีกิจกรรม เฟรชชี่ไนท์ครับ มีคอนเสิทนักร้องต่างๆให้ชมกัน ช่วงหลังๆ พี่ว๊ากจะซอฟจะเบาลงเยอะขึ้นครับ แต่ก็ยังว๊ากหนักๆอยู่บ้าง

สิ่งที่ผมประทับใจคือ ตอนนั้นพวกผมถูกทำโทษ อยู่แบบให้นั่งลง 10 ครั้งแล้วตัวผมเป็นคนเหงื่อออกง่ายมาก เหงื่อเต็มตัว พี่ว๊ากรีบเข้ามาถามเลย "เป็นอะไรเปล่า ไหวไหม" ด้วยความสปิริตของผม ผมบอกไม่เป็นไรครับ แค่เหงื่อออกนิดหน่อย และอีกตอนคือ การติดกระดุมบนสุด ผมติดไม่ได้ครับ คอผมใหญ่เสื้อมันเล็ก ติดไม่ถึง ก็มีรุ่นพี่พวกว๊ากเนี่ยแหละ มาช่วยติดให้

และถึงไคล์แมกซ์ครับ นั้นก็คือเฉลย ของการโรงแรมตอนนั้นรู้สึกไปนอกสถานที่สักที่หนึ่ง พอพวกพี่ว๊ากหน้าโหดมาข้างหน้าน้องๆ ก็ปล่อยออกมาเลยครับ เต้นเหมือนพวกน้องๆ ยอมให้น้องๆรุมแกล้ง รุ่นพี่ว๊ากยิ้มทุกคน คือมันเหมือนช่วงยกภูเขาออกจากอก ทุกคนแฮปปี้มากกก มีความสุขจริงๆ

หลังจากรับน้องเสร็จรุ่นพี่จัดเลี้ยงที่แห่งหนึ่งครับ เชิญอธิการบดีมาเปิดงานและกินนิดๆหน่อยๆด้วยครับ ตอนนั้นเฉลยแล้วนะ พวกผมก็คุยกับพี่ว๊ากเรื่อยเปื่อยและมีการเปิดวีดีโอย้อนหลังที่ไปรับน้องนอกสถานที่กัน และแจกเข็มกลัดประจำรุ่นด้วยครับ

และมีรุ่นพี่ที่ผมจำได้ 2 คนครับ 1. รุ่นพี่คนหนึ่งจำชื่อไม่ได้ เป็นคนเดียวที่เรียกชื่อผมว่า น้อง(ชื่อผม) ผมประทับใจ ไม่มีใครเรียกชื่อผมเลย และอีกอย่างเขาสวยมากครับ คนที่ 2 คนนี้เป็นพี่ว๊ากที่น่าจะเบาสุดแล้ว ที่โดดเด่นเลยคือหน้าเขาเหมือนพลพล ครับ เหมือนมากๆ

การรับน้องของผมและการทำโทษนั้น ผมบอกเลยตอนนั้น ไม่รุนแรงเลยครับ อย่างมากแค่กอดคอรวมกันแล้วนั่งลงพร้อมกัน อย่างที่ผมเล่า แค่นั้นครับ ส่วนใหญ่ถ้าน้องทำไรผิด พี่ว๊ากจะทำโทษพวกรุ่นพี่ที่สอนน้องร้องเพลงครับ แทบจะไม่ทำโทษน้องๆเลย

และสิ่งที่ผมแปลกใจมากคือ มีเพื่อนในสาขาผมไม่เคยเข้ารับน้องสักครั้ง แต่กลับมีเพื่อนเต็มสาขา แถมมีเพื่อนนอกสาขาอีก แถบจะรู้จักทุกคน ผมนี่ยังรู้จักน้อยกว่าอีก แล้วเพื่อนๆตอนนั้นไม่มีใครกีดกัน หรือแบนพวกเพื่อนๆในคณะเลยครับ มีแต่ช่วยเหลือกัน

มีเหตุการณ์ที่น่าอายนิดหนึ่งครับ ตอนนั้นประกวดเฟรชชี่บอยเฟรชชี่เกิล มีผู้หญิงคนหนึ่งในคณะเรากำลัง ยืนอยู่หน้าทุกคน ทันใดนั้นเอง มีสายลมพัดเข้ามาทำให้กระโปรงพลีชของเธอ เปิดทุกคนให้เห็นครับ !!! ผมเลยรู้เลยว่า ไม่ควรใส่พลีชมาเรียน

มีอีกเหตุการณ์ที่ตลก ผมเพิ่งรู้นะว่า จำเป็นด้วยเหรอที่ทุกคนที่เรียนมหาลัยรังสิตต้องเป็นลูกคุณหนูทุกคน คือเขาถามคนที่สมัครเฟรชชี่เกิลนะครับ และเป็นมหาลัยไฮโซ ต้องคนมีเงิน ผมว่าไม่จริงเสมอไป ผมอิงจากผมเนี่ยแหละครับ ไม่มีเงินจะกินแพงมันทุกอย่าง 5555

สรุปคือ ก่อนเข้าตอนที่มีพี่ว๊ากแรกๆ ผมเกลียดการรับน้องครับ แต่พอมาลองเข้าเรื่อยๆ เริ่มชิน กลับรู้สึกโอเค มาอยู่กับเพื่อนๆในคณะก็สนุกอีกแบบไปครับ ไม่มีการทำโทษที่รุ่นแรงแบบที่ชอบเป็นข่าวเลยครับ แบบเหยียบรุ่นน้อง ทำร้ายร่างกายน้อง หรืออะไรๆตามที่เป็นข่าว ทั้งๆที่ปี 51 นั้นผมว่าสื่อยังไม่เล่นประเด็นนี้มากนัก มั้งนะครับ 555

ขอบคุณที่เสียเวลาอ่านครับ ยาวมาก
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่