"โนเกีย" เปิดเกมลุยตลาด "ไอโอที" ดันไทย "ฮับ" ดิจิทัลเอเชีย มั่นใจแข็งแกร่ง หลังควบ อัลคาเทล-ลูเซ่น


"โนเกีย" เปิดเกมลุยตลาด 'ไอโอที'
กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

          "โนเกีย" จุดพลุไอโอที ดันโซลูชั่น สมาร์ทโฮมลุยตลาดไทยเป็นทางการ มั่นใจสายผลิตภัณฑ์ยิ่งแกร่ง หลังควบกิจการอัลคาเทล-ลูเซ่นสมบูรณ์ พร้อมตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มครบวงจร หนุนนโยบายดิจิทัลอีโคโนมีภาครัฐ ดันไทยฮับดิจิทัลเอเชีย

          นายเซบาสเตียน โลรองท์ ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย โนเกีย กล่าวว่า โนเกียกำลังมุ่งบุกเบิกธุรกิจใหม่ โซลูชั่นเครือข่าย ที่รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ หรือไอโอที ปัจจุบันกลุ่มสินค้าหลักรองรับการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ที่ใช้ภายในบ้าน พื้นที่ และสมาร์ทเฮลธ์ ล่าสุดยังได้เปิดตัวโซลูชั่น "สมาร์ท โฮม" ช่วยผู้ให้บริการด้านเครือข่ายสามารถ นำเสนอบริการใหม่ๆ รูปแบบดิจิทัลในตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

          โซลูชั่นดังกล่าวรองรับการใช้งานเซนเซอร์ ปลั๊ก และอุปกรณ์อื่นๆ ที่จำเป็นต่อการรักษาความปลอดภัย ระบบอัตโนมัติภายในบ้าน รวมถึงบริการวัดอัตราการใช้งานน้ำ และไฟฟ้า กลุ่มลูกค้าหลักเจาะ ผู้ให้บริการเครือข่าย บมจ.ทีโอที บมจ.กสท โทรคมนาคม และหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ

          ข้อมูลระบุว่า ทั่วโลกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อไอโอทีจะเติบโตจาก 1,600 ล้านชิ้นปี 2557 เป็น 2-4.6 หมื่นล้านชิ้นในปี 2563

          เอบีไอรีเสิร์ช ชี้ว่า สมาร์ทโฮมยังเป็นตลาดที่ค่อนข้างใหม่ ดังนั้นมีศักยภาพที่จะเติบโตได้เร็ว ทั้งเป็นโอกาสของ ผู้ให้บริการที่จะเพิ่มแหล่งรายได้ใหม่ๆ แต่ทั้งนี้สิ่งสำคัญที่จะผลักดันให้เกิดการเติบโต จำต้องแน่ใจว่าการทำงานและเชื่อมต่อ ระหว่างอุปกรณ์ที่มีอยู่จำนวนมากสามารถทำงานได้ราบรื่น ขณะเดียวกัน รองรับการสั่งงานจากหลายช่องทาง

          นอกจากนี้ มีการคาดการณ์ไว้ด้วยว่า ระหว่างปี 2558-2563 ตลาดสมาร์ทโฮม ทั่วโลกจะเติบโต 24% มูลค่าสูงถึง 3.9 หมื่นล้านดอลลาร์
          ในภาพรวมกลยุทธ์สำหรับประเทศไทย มุ่งช่วยลูกค้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเน็ตเวิร์ครูปแบบต่างๆ สนับสนุนการเชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ ประจำที่ ตอบโจทย์การใช้งานของทั้งลูกค้าภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชน ขณะเดียวกันรับมือการมาของเทรนด์ใหม่ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ ดังกล่าว

          นอกจากนี้ สนับสนุนทิศทางธุรกิจของลูกค้าผู้ให้บริการเครือข่ายที่ต้องการเป็น ดิจิทัล โพรวายเดอร์ รวมถึงนโยบายดิจิทัลอีโคโนมีของรัฐบาล พร้อมผลักดันให้ไทยกลายเป็นฮับด้านดิจิทัลของภูมิภาคเอเชีย บริษัทมั่นใจว่าอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่จะเข้าไปช่วยสนับสนุนได้

          อย่างไรก็ดี จากเดือน ม.ค.ที่โนเกียและอัลคาเทล-ลูเซ่น ควบรวมกิจการ ความคืบหน้าขณะนี้ทั้ง 2 บริษัทผสานสายผลิตภัณฑ์ที่มีเข้าไว้ด้วยกันได้เรียบร้อยแล้ว จากนี้ยังคงต้องงานร่วมกันต่อเพื่อทำให้การบริหารงานหลังบ้านรวมถึงการทำงานของพนักงานออกมาสมบูรณ์มากที่สุด

          ส่วนจุดยืนของบริษัทยังคงให้ความสำคัญการพัฒนาเทคโนโลยีไร้สายและอุปกรณ์เครือข่าย มั่นใจว่า เมื่อรวมกันยิ่งมีความแข็งแกร่งด้านโซลูชั่นเครือข่ายที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้แบบครบวงจร

          ปัจจุบัน กลุ่มธุรกิจของโนเกียประกอบด้วย เครือข่ายสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ (โมบายเน็ตเวิร์ค) เครือข่ายสำหรับอุปกรณ์ประจำที่(ฟิกซ์ เน็ตเวิร์ค) เครือข่าย สำหรับไอพี/ออพติคัล แอพพลิเคชั่น และการวิเคราะห์ข้อมูล และโนเกียเทคโนโลยี

          ในระดับโลกโนเกียครองอันดับ 1 ด้านโมบายเน็ตเวิร์ค และอันดับ 2 ฟิกซ์เน็ตเวิร์ค "จุดยืนบริษัทยังให้ ความสำคัญการพัฒนาเทคโนโลยีไร้สายและอุปกรณ์เครือข่าย"


แหล่งข่าว
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 (หน้า 28)

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่