..... บังกลา ล่าหัวใจ .....(บทที่ ๒๑)





บทที่ ๒๑



อันวาร์มารับเธอไปสนามบินตั้งแต่เช้าตรู่ สนามบินในประเทศมีขนาดเล็กอยู่ในบริเวณเดียวกับสนามบินนานาชาติ การเดินทางไปภูมิภาคคูลนา(Khulna Division)ที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ  อันที่จริงทางรถก็สามารถไปถึงได้ แต่ด้วยถนนที่ไม่ดีและปัญหาการจราจรในหลายช่วง อาจทำให้ต้องใช้เวลามากกว่าสิบชั่วโมง ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือ บินไปลงที่เมือง Jessore แล้วนั่งรถต่อไปเมืองคูลนา(Khulna)


ที่สนามบิน ธีรดาได้พบกับแชปเปอโรนของเธอ ซาเดียเป็นหญิงสาวผมยาวที่สวยและเปี่ยมเสน่ห์มากๆ อายุอานามคงใกล้เคียงกันกับเธอ แต่ดูความเป็นผู้หญิงมีเยอะกว่ามากแน่นอน  ยิ่งเธอมาในชุดซัลวากามิซ (Salwar Kameez)สีจัดอันประกอบด้วยเสื้อตัวยาวและกางเกงขายาว ยิ่งดูน่ามอง


สาวไทยเห็นแล้วรู้สึกชื่นชม แม้บังกลาเทศจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ส่งออกสินค้าประเภทเสื้อผ้าและสิ่งทอเป็นอันดับต้นๆของโลก แต่ผู้คนมากมาย ยังคงสวมใส่ชุดประจำชาติกันอย่างหนาตา โดยเฉพาะผู้หญิง  ธีรดาพบว่าจะหาผู้หญิงสวมชุดแบบสากลนิยมได้ค่อนข้างยากแม้ในเมืองใหญ่อย่างธากา ผู้หญิงที่นี่ส่วนใหญ่ยังคงเลือกสวมใส่ชุดพื้นเมืองอย่างซัลวากามิซและส่าหรี และที่สังเกตพบอีกอย่างคือที่นี่ไม่เคร่งครัดเรื่องการคลุมศีรษะ  พบไม่มากนักที่สวมฮิญาบ และอีกส่วนคือคลุมศีรษะด้วยส่วนของผ้าชุดส่าหรี แต่ถ้าเป็นชุดซัลวากามิซ ผ้าผืนยาวจะถูกใช้พาดไหล่ หรือไม่ก็ใช้เป็นผ้าพันคอไปเลย



เที่ยวบินไปเจสซอร์ใช้เวลาสั้นมาก เพราะบังกลาเทศเป็นประเทศที่มีพื้นที่เล็ก คิดคร่าวๆก็อยู่ในราวหนึ่งในสามของประเทศไทย หากแต่ขนาดประชากรนั้นใหญ่กว่ามาก ด้วยจำนวนมากกว่า160ล้านคน ทำให้ประเทศนี้มีความหนาแน่นของประชากรต่อพื้นที่สูงมาก


ธีรดาสังเกตมาตลอดตั้งแต่วันแรกที่มาถึง ทั้งที่โรงงานและสำนักงานของเบงกอลฯ โรงแรมทุกแห่งที่พัก และร้านอาหารที่ไปใช้บริการ  เธอไม่พบแรงงานผู้หญิงเลย อย่างโรงแรมในธากา   ธีรดาก็ออกจะไม่สะดวกใจที่จะให้พนักงานขึ้นมาทำความสะอาดห้องพักเท่าไหร่ เพราะไม่มีพนักงานหญิงเลยแม้แต่คนเดียว ทางเลือกคือไม่ต้องทำ หรือเธอต้องเก็บเสื้อผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อยใส่กระเป๋าเดินทางทุกครั้ง หากต้องการให้มีการทำความสะอาดห้อง อดคิดไม่ได้ว่าผู้หญิงที่นี่คงหางานทำยากน่าดู


ลอบมองแชปเปอโรนสาวสวยของเธอ นี่ก็อีกคน ทราบจากอันวาร์ว่าความรู้ดี ด้วยจบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ แต่ตอนนี้ก็อยู่ในสถานะว่างงาน จึงสามารถมารับงานพิเศษเป็นผู้ติดตามได้ในครั้งนี้ ธีรดาตั้งใจว่าหากโอกาสเปิด ก็จะลองพูดคุยสัมภาษณ์ซาเดียเรื่องการใช้ชีวิตของผู้หญิงที่นี่ดูสักหน่อย ดูน่าสนใจและคงจะแตกต่างจากเมืองไทยไม่น้อย


ตลอดทางจากนับจากสนามบินธากา มาถึงเจสซอร์ จนร่วมทางกันในรถตู้คันหรู สาวไทยพบว่าท่านชาห์เรียร์ของใครๆ ไม่พูดไม่จาสักเท่าไหร่เลย อาการนิ่งเฉย เย็นชาจนดูเหมือนหยิ่ง  ใบหน้าที่สวมแว่นกันแดดแบรนด์หรู  ดูแล้วเดาอารมณ์ไม่ออก เลยไม่กล้าชวนคุย ไม่เหมือนวันที่เธอได้นั่งรถไปไมเมนซิงห์กับเขา วันนั้นเขาเคร่งขรึม ดูเหมือนดุ แต่ก็ใจดีที่ชวนคุยให้ความรู้ต่างๆเป็นระยะมาตลอดทาง แถมยังมีรอยยิ้มให้เธอบ้างเป็นครั้งคราว  แต่วันนี้ธีรดาออกจะผิดหวัง แผนที่ในมือไม่มีโอกาสถูกเปิดให้เขาเอานิ้วเรียวสวยแข็งแรงมาชี้ลากปราดๆเหมือนวันนั้น ยิ่งคุณเลขาอารมณ์ดี แอบหนีไปเฮฮากับพวกฝ่ายขายในรถอีกคันที่นำหน้าอยู่ ทำให้บรรยากาศขาดสีสัน เพราะอันวาร์เองก็นั่งเงียบๆใช้โทรศัพท์เช็คอีเมล์ทำงานง่วนอยู่ข้างคนขับ  ส่วนซาเดียก็นั่งเงียบกริบอยู่ด้านหนัง เบาะคู่หน้าที่กว้างนั่งสบายที่สุดเป็นของแขกสาวชาวไทยและท่านรองประธานฯ รถคันใหญ่ เบาะกว้าง นั่งสบาย แต่สาวไทยอยากขอเปลี่ยนไปนั่งกับพวกทีมขายมากกว่าอะไรทั้งหมด คงสนุกกว่านี้แน่ๆ


แต่..เฮ้อ พี่ตรีฮะ น้องก็ว่าน้องก็ขยันนา แต่วันนี้บรรยากาศไม่ดีเล้ยยยย เซ็งมาก ลูกพี่อย่าว่ากันเลยนะฮะถ้าหนูจะเกเรเสียหน่อย คิดแล้วธีรดาก็จัดการยัดแผนที่เก็บเข้าเป้ ก็จะถือไว้ทำไมกันเล่า คนที่อยากคุยด้วยเขาก็นั่งกอดอกเมินหน้าออกไปชมวิวนอกหน้าต่างตลอดเวลาอย่างนั้น อันวาร์ก็นั่งหน้า ซาเดียก็นั่งอยู่ข้างหลัง จะคุยด้วยก็ต้องหันไปหันมา ประเดี๋ยวไม่ใครก็ใครได้เวียนหัวอ้วกแตกกันพอดี



โฮ้ย คิดถึงลูกพี่ โทรคุยกันเมื่อวาน ตรีภูวันสั่งการบ้านไว้เยอะ เพราะประเทศนี้น่าสนใจ เมื่อมีโอกาสเจาะเข้ามาได้ก็ต้องเก็บเกี่ยวความรู้ หาข้อมูล และพันธมิตรทางการค้า รวมทั้งว่าที่ลูกค้าที่มีศักยภาพ การมีโอกาสลงมาสำรวจถึงแหล่งผลิต เป็นเรื่องดี ที่จะทำให้มองภาพได้ชัดเจน ดังนั้นเวลาสามวันที่เขตนี้ ธีรดาต้องเวลาใช้ให้เป็นประโยชน์ให้มากที่สุด
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่