Edit แก้ไขค่าใช้จ่ายนิดนึงนะคะ หารแล้วก็คนละ 20,000 นิดๆ ไม่รวมค่าตั๋ว หลายคนอาจจะบอกว่า ตั้งชื่อกระทู้เว่อไป งืออ เราผิดไปล้าว 555 แก้ไม่เป็นอะ หรือมันแก้ไม่ได้ ไม่รู้จิงๆ 55
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า นี่เป็นการไปญี่ปุ่นครั้งที่ 2 ของเรานะคะ
แต่เป็นครั้งแรก ที่เราต้องแพลนทริปเที่ยวเองทั้งหมด
ครั้งแรกไปเดินๆตามเค้าอะ ไม่รู้เรื่องและไม่จำอะไร 5555555
และเรามีเวลาแพลนทริปนี้แค่ 2 เดือนเองจ้า เพราะได้ตั๋วมาแบบกระทันหัน อื้อหืออออออ มันไม่ง่ายสำหรับเราเลย
วันๆไม่ทำไรเลยจ้า อ่านรีวิวจนเป็นบ้า 555555
คำเตือน รีวิวนี้เป็นรีวิวกึ่งบันทึกการเดินทางของเรา อาจจะมีสาระบ้าง ไม่มีสาระบ้าง และอาจะใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องเพื่ออรรถรสในการอ่านนะคะ 55555 ถ้าพร้อมแล้วไปกันเลยค่ะ (วาดโดยขุ่นแม่ นางวาดรูปรอเรย แต่ปล่อยให้เราแพลนทริปเพียงลำพังง 5555)
--------------------------------เริ่มต้นที่สาระก่อน -------------------------
ตั๋วเครื่องบิน
ครั้งนี้เราเดินทางด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 676 BKK – Narita 7.35 น. (ใช้ Staff ticket นะคะ) เป็นไฟลท์ที่ไม่ดีเท่าไหร่ เพราะกว่าจะไปถึงก็บ่าย หมดเวลาไปวันนึงแล้ว ค่ะ แต่ไม่มีทางเลือก 555
มาดูตารางการเดินทางที่เราแพลนคร่าวๆ หลวมๆ ของเรากันนะคะ
17 เมษายน 2559: เดินทางไปถึงนาริตะ แล้วเข้าที่พักย่าน Asakusa แล้วเที่ยวแถวที่พัก
18 เมษายน 2559: Hitachi seaside park Ibaraki , meji shrine , shibuya
19 เมษายน 2559: Kawaguchiko
20 เมษายน 2559: Kawaguchiko ต่อ
21 เมษายน 2559: Kawagoe , Odaiba
22 เมษายน 2559: asakusa ,sumida river , asakusa tourist information
แต่เมื่อเจอเหตุการณ์จริง แพลนก็พังไม่มีชิ้นดีเลยค้า เด๋วไว้มาดูกันว่าเกิดอะไรขึ้นนนนนนนนนนน
ที่พัก
ในส่วนของที่พัก เราเลือกพักที่ Khaosan world asakusa hostel ย่านอาซากุซะ ที่เลือกที่นี่ก็ไม่มีเหตุผลอะไรค่ะ อย่างที่บอกเรามีเวลาแพลนทริปแค่สองเดือน กว่าจะจองที่พักก็เหลืออีกเดือนเดียว ที่พักราคาดีๆ มันเต็มไปหมดแล้ว เจอที่นี่แหละว่างอยู่ โดยเราจองไป 4 คืน คือพักตลอดที่อยู่โตเกียวนะคะ ห้องที่เราจองเป็นห้องรวม (mixed dorm) 8 เตียง ราคา 840 บาท /เตียง /คืน
และเราเดินทางไปพักที่ คาวากูจิโกะ 1 คืน โดยพักที่ Lakeside inn weekend shuffle เป็นที่พักที่นับว่าจองยากมากที่สุดในโลกหล้า (เห็นเค้าพูดกันว่างี้นะ) แต่เราก็ได้มาแบบงงๆ คิดว่าคงมีคนยกเลิกอะค่ะ เพราะจิ้มดูทุกวันก็เต็มมม เสี่ยงจิ้มทุกวันอะค่ะ เพราะอยากไปมาก เห็นรีวิวแล้วน่ารัก 55555 ได้มาที่ราคาแพงมากเลยนะ เพราะจองช้า เราจองผ่านเวป bookingที่ราคา 3,900 บาท ค่ะ ใครอยากไปพักที่นี่เจ้าของแนะนำว่าให้จองผ่านเวปทีพักเองนะคะ จะได้ราคาดีกว่า
การเดินทาง /ตั๋วรถไฟ / Pass ต่างๆ
เรื่องการเดินทาง เป็นเรื่องที่เรากังวลมากที่สุด เพราะไปครั้งแรกหลงทางหนักมาก และก็ไม่เข้าใจ การซื้อตั๋วรถไฟหรือการดูรถไฟของญี่ปุ่นเลย มันพันกันไปหมด ครั้งแรกไป 10 วัน หลง 10 วัน อะไรเนี๊ยะ ไม่เก็ทเลยยย ครั้งนี้ก็เลยกลัวจะพาแม่ไปหลงเหลือเกินนนน สงสารแม่ เลยทำการบ้านหนักมากก ซึ่งกลับมาก็พบว่ามันยังไม่ดีเลย มันน่าจะมีวิธีที่ดีและถูกได้กว่านี้อิกกกก แต่ก็เป็นบทเรียนค่ะ ไม่เป็นไรร สำหรับคนที่ไม่เคยไปก็คง งงเหมือนกันใช่มั้ยคะ ว่า เริ่มต้นไงดีวะ555555
ที่อยากแนะนำก็คือ
1. กำหนดสถานที่เที่ยวที่อยากไปก่อนค่ะ อย่าเลือก pass ก่อนเลือกที่เที่ยว
2. เสิชดูว่าที่เที่ยวไหนใกล้กันอยู่ทางเดียวกันบ้าง แล้วก็เลือกให้ไปในวันเดียวกันค่ะ จะได้ไม่ย้อนไปย้อนมา
3. พอได้ที่เที่ยวแล้ว เราเสิชดูว่า ที่เที่ยวนั้นต้องไปลงสถานีไหน จะใช้ JR หรือ subway ก็ต้องขึ้นอยู่กับที่พักเราด้วยค่ะว่าใกล้สถานีอะไรที่สุด
4. ทราบแล้วก็เข้า Hyperdia เลยค่ะ เวปนี้ช่วยชีวิตเราได้เป็นอย่างดี เสิชจุดเริ่มต้นจากสถานีที่พักของเรา ไปสถานีที่เราหาไว้ แค่นี้เวปก็จะขึ้นวิธีการเดินทาง ราคา และเวลาในการเดินทางมาให้ทุกวิธีให้เราเลือกเลยค่ะ
5. ปริ้นมันออกมาให้หมด แล้วกางดูเลย ไม่หลงแน่นอนนนนนน 5555555
จากการแพลนทริปของเรา วันแรกเราตัดสินใจว่า จะนั่งรถบัสค่ะ เพราะของมันเยอะ กระเป๋าก็หนักไม่อยากลากไปมา และต้องนั่งรถไฟหลายต่อ เราก็เล็งรถบัสบริษัท Keisei Bus วิ่งจากสนามบินนาริตะมุ่งหน้าสู่โตเกียว ราคา 1000 yen/คน
ขึ้นรถได้ที่
1.Narita Airport Terminal 2 North (ชานชาลาที่ 2)
2.Narita Airport Terminal 2 South (ชานชาลาที่ 19)
3. Narita Airport Terminal 1 (ชานชาลาที่ 31)
รถจะจอดที่ทางออก Yaesu (Yaesu Exit) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 90 นาที
ตารางเดินรถ
http://www.keiseibus.co.jp/global/en/nrt00.html
และจากที่เที่ยวที่เราลิสไว้ ก็สรุปได้ว่า จะใช้
JR Tokyo wide pass แล้วกันค่ะ เพราะมันครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะไปมากที่สุดแล้ว คือใช้ในโตเกียวได้ทั้งหมดและสามารถไป Ibaraki และ kawaguchiko ได้ โดย pass นี้ มีราคา 10,000 เยน สามารถใช้ได้ 3 วันติดกันค่ะ
ส่วนวันที่เราไป Kawagoe เราเลือกใช้
seibu railpass ไปกลับ คาวาโกเอะ 700 yen จริงๆกลับมาคิดแล้วไม่โอเครเลย เพราะ Seibu Railway มันต้องขึ้นที่ seibu Shinjuku stationซึ่งไกลจาก asakusa มากเลยนะ แต่ถ้าใครพักแถวชินจุกุก็แนะนำเลยค่ะ ต่อเดียวถึง

ส่วนวันอื่นๆที่นอกเหนือจาก Tokyo wide pass เราก็เลือกซื้อ pass ที่เป็น yamanote line ค่ะ เพราะส่วนใหญ่ ก็วนๆอยู่ Shinjuku Shibuya Akihabara แถวนี้แหละค่ะ ไม่ออกนอกเส้นทาง5555
pocket wifi / internet sim
ในส่วนของอินเตอร์เน็ตนั้นนนน ทางเรามีความชะล่าใจ ว่าค่อยจองงงง คือจริงๆแล้วตั้งใจจะซื้อซิมเพราะไปกันสองคนเองแบบกลัว pocket wifi ไม่คุ้มม พยายามคุมงบ55 แต่ก่อนไป 2 วัน ชาวกรุ๊ปเที่ยวญี่ปุ่นที่เราติดตามอยู่ก็บ่นกันระงมว่าเน็ตใช้ไม่ได้เลย แย่มาก บลาๆๆๆๆ เราก็ซวยละเว้ยยยยย นี่ก็เป็นพวกติดโซเชี่ยลด้วยย ดิ้นนนนสิ 55 พยายามโทรจอง pocket wifi ทุกสำนักก เต็มค่ะยูวววววววว มันเต็มหมดด ลาก่อยย ความฝันที่จะ live facebook ในทุ่งดอกฟรุ้งฟริ้งของช้านน 55555 ก็คงต้องไปหวังพึ่งซิมละค่ะ ถึงแม้ว่ามันจะห่วย ชีวิตบรมห่วย แม้ว่าเราจะซวย เราก็ซวยไปด้วยกันนน อยากจิร้องให้แม่ฟัง 55
ร่ายยาวเกินไปแล้วว เราเริ่มเดินทางกันเลยดีมั้ยยค่ะ lecture กันมา 1 เดือน ได้เวลาปฏิบัติจริงแล้วจ้า
Day1
7.35 น. ขึ้นเครื่องอย่างสบายใจ (จริงๆก็ไม่สบายใจเท่าไหร่นะ เพราะว่าเมื่อคืน คิวชู พึ่งจะแผ่นดินไหวหนักมาก แอบเกร็งง) แต่เครื่องไม่ดีเลย์ กินอิ่มนอนหลับบบบบ ก็โอเครร แต่ๆๆๆๆ เมื่อเราเริ่มมองเห็นผืนแผ่นดินของเจแปนแล้วนั้นนน เราก็วนไปวนมา เอ๋ ทำไมไม่ลงซะทีละคร่า หันไปทางไหนก็เจอแต่เครื่องบินวนบนฟ้าเต็มไปหมดด นี่ไม่เคยเจอมาก่อนเลย ซักพักกัปตันก็ประกาศว่า เนื่องจากที่สนามบินนาริตะมีเครื่องบินลงจอดฉุกเฉิน ทำให้เรายังไม่สามารถลงจอดได้และการจราจรติดขัดมาก จึงต้องชมวิวนาริตะไป 5 รอบเศษ !!! จะอ้วกละนะ หิวข้าวด้วยยย ตอนนั้นก็ประมาณบ่าย 2 ละ ซักพักกัปตันก็ประกาศอีกว่า เนื่องจากน้ำมันของเรามีจำกัด ต้องไปแวะเติมน้ำมันก่อนนนนนน เราเลยได้นั่งไปเที่ยวนาโกย่า ซึ่งมันก็ไม่ใกล้นะยูววว อีกครึ่งทางก็ถึง โอซาก้าแล้ววว เรียกได้ว่าย้อนกลับทางเดิม
จอดรอเป็นเพื่อนกันหลายลำเลย
กว่าจะบินกลับไปนาริตะได้ประมาณ 2 ทุ่มได้อะค่ะ คือบั่บบบบ 12 ชั่วโมงงงง นี่ไปยุโรปหรา 555555555 หัวเราะหนักมาก อ่าห์ พังไป 1 วันละนะ แพลนที่จะเที่ยวบ่ายนี้ หลังจากนั้นก็เดินมาถึง ตม. ช๊อคไป 8 วิ ร้องไห้หนักมาก คือแถวยาวแบบ พับไปร้อยทบบบบ กะด้วยสายตา น่าจะมีคนต่อแถวอยู่ร่วมพันคนอะ จริงๆนะไม่ได้เว่อเลยยย
เราออกมาจาก ตม. ได้ตอนประมาณเกือบ 5 ทุ่ม วิ่งดิเอ๋วิ่งงงงงงงงง วิ่งตรงไปที่ซื้อตั๋วรถบัสส เย่ มันเต็มแล้ววว รอบสุดท้ายยเต็มแล้ว อะไรนะเต็มแล้ววว เออ ไม่ได้แพลน 2 มาว่ะ ซิมก็ยังไม่ได้ซื้อ เอาว่ะแม่ วิ่งไปสถานีรถไฟค่ะ เสียเวลาไปเดินถามอีกว่า ไปอาซากุสะยังไงงงง ถามว่านางคุยกะเรารุ้เรื่องมั้ยก็ไม่ 555 สรุปก็คือว่า เที่ยวสุดท้ายออกไปแล้วว บ่ายบ๊ายยย
เราก็ถามนางว่า งี้เราเข้าเมืองไงอะ
นางบอก : only texi
เรา : how much คร้า
นางบอก : about 10,000 yen again pleaseeeee 10,000 yen
รีบจิ้มเครื่องคิดเลขรัวๆ 3,000 บาททท เอาที่ไหนไปจ่ายจะบ้าหรา แต่ก็ว่าไปรอก่อนเด๋วหาคนแชร์ ไปถึงแถวแท็กซี่ยาวทะลุออกนอกสนามบิน 55 ละที่พักมันก็บอกไว้ว่าห้ามเข้าหลังตี 1 ซึ่งไม่ทันแน่ๆแล้วว เท่ากับว่าเราเสียค่าที่พักไปฟรี 1 คืนน ทำใจไปนอนในสนามบินเลยละกานน ละคือเราเคยอ่านรีวิว เค้าบอกว่า ไม่ให้นอน บางทีเจ้าหน้าที่จะมาเรียกไรงี้อะ เราเลยถามเค้าดูก่อนว่า เราสามารถนอนที่ไหนได้บ้าง นางบอก you can sleep everywhere เออขอบคุณมาก 555 เดินเข้ามา พี่ยุ่นก็แจกถุงนอน กะเบาะลม และขนมน้ำ สรุปวันนี้ทั้งวันเราได้กินข้าวเช้ามื้อเดียวเลยยย หมดอารมณ์กิน ตอนนั้นเซงมากๆอะเลย คือเสียเวลาเที่ยว แล้วกว่าพรุ่งนี้จะเข้าที่พักได้ก็ไม่รุ้จะกี่โมงง แต่เอาเถอะ นอน

ละ เหนื่อยๆ555555555 ก็เลยได้ประสบการณ์การนอนสนามบินครั้งแรกในชีวิต เสียงดังและแสบตาที่สุดดดดดดดดด
บรรยากาศของสนามบินคืนนั้น

อาจุมม่าช่วยสอนวิธีใส่ลมที่นอน 5555

ฝันดีน่าก๊ะ You can sleep everywhere
Day2
แม่ปลุกตอนตี 5 เพื่อหาทางเข้าเมือง คือมันก็ยังไม่ง่ายอยู่ดี เพราะที่เคาท์เตอร์ซื้อตั๋วรถบัสแถวเริ่มยาวแล้ววว

มันเปิด 6 โมงนะคะ ดูรอบเรียบร้อยโอเค ต่อแถว ต่อจนมาถึงคิวเรา เค้าบอกว่า ไป Asakusa 11 โมงค่ะ เราก็หืออออ ที่ดูมัน7 โมงนี่ อ๋ออออ นี่ Asakasa ไม่ใช่ Asakusa โอ้ยมะวานนี่ก้าวขาข้างไหนออกจากบ้านว่ะ 55 ก็เลยเดินไปขึ้นรถไฟแทน ถึงที่พักก็ประมาณ 10 โมงกว่า ดีนะไม่หลงงง แฮ่ๆ รีบเข้าไปอาบน้ำและเที่ยว จากที่แพลนไว้ว่าจะไป ibaraki วันนี้มันก็คงไม่ทันละ ก็เลยเลือกไป Kawagoe ก่อนละกันเพราะนั่งรถไฟแปบเดียว ช้านต้องกอบกู้แพลนที่พังกลับมาให้ดั้ยยยยยยย 555
วิธีการเดินทางจากสนามบิน ไปยัง Khaosan world asakusa hostel

เราเลือกวิธีที่มาลง สถานีรถไฟที่ใกล้ที่พักที่สุดก็คือ สถานี Asakusa ของ TSUKUBA express line ทางออกที่ 2 ค่ะ โผล่ออกมาจากสถานี เลี้ยวซ้ายจะเห็นศาลเจ้า ตรงเข้าไปในซอยนิดนึงก็เจอเลยค่ะ
ขอรีวิวที่พักไปเลยนะ สภาพห้องก็อย่างที่กล่าวไปตอนต้นค่ะ เป็นห้องรวม 8 เตียง มีห้องน้ำในตัว 1 ห้อง มีลอคเกอร์ให้
ส่วนกลางก็จะมีครัว มีห้องอาหาร ห้องนั่งเล่น และห้องซักผ้าค่ะ

ที่นอนนุ่มมากกกกก แต่ได้นอนชั้น 2 ทุกคืนเลยยย ขี้เกียจปีนน 55
โดยรวมแล้วถือว่าดีค่ะ ไม่มีอะไรที่ไม่โอเคสำหรับเรานะคะ โอเคกว่าสนามบิน
[CR] Review ทริปพาแม่ไปตามล่าหาซากุระ ที่ญี่ปุ่น 6 วัน 5 คืน No pocket wifi / No internet sim งบไม่เกิน 20,000 บาท
แต่เป็นครั้งแรก ที่เราต้องแพลนทริปเที่ยวเองทั้งหมด
ครั้งแรกไปเดินๆตามเค้าอะ ไม่รู้เรื่องและไม่จำอะไร 5555555
และเรามีเวลาแพลนทริปนี้แค่ 2 เดือนเองจ้า เพราะได้ตั๋วมาแบบกระทันหัน อื้อหืออออออ มันไม่ง่ายสำหรับเราเลย
วันๆไม่ทำไรเลยจ้า อ่านรีวิวจนเป็นบ้า 555555
คำเตือน รีวิวนี้เป็นรีวิวกึ่งบันทึกการเดินทางของเรา อาจจะมีสาระบ้าง ไม่มีสาระบ้าง และอาจะใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องเพื่ออรรถรสในการอ่านนะคะ 55555 ถ้าพร้อมแล้วไปกันเลยค่ะ (วาดโดยขุ่นแม่ นางวาดรูปรอเรย แต่ปล่อยให้เราแพลนทริปเพียงลำพังง 5555)
ตั๋วเครื่องบิน
ครั้งนี้เราเดินทางด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 676 BKK – Narita 7.35 น. (ใช้ Staff ticket นะคะ) เป็นไฟลท์ที่ไม่ดีเท่าไหร่ เพราะกว่าจะไปถึงก็บ่าย หมดเวลาไปวันนึงแล้ว ค่ะ แต่ไม่มีทางเลือก 555
มาดูตารางการเดินทางที่เราแพลนคร่าวๆ หลวมๆ ของเรากันนะคะ
17 เมษายน 2559: เดินทางไปถึงนาริตะ แล้วเข้าที่พักย่าน Asakusa แล้วเที่ยวแถวที่พัก
18 เมษายน 2559: Hitachi seaside park Ibaraki , meji shrine , shibuya
19 เมษายน 2559: Kawaguchiko
20 เมษายน 2559: Kawaguchiko ต่อ
21 เมษายน 2559: Kawagoe , Odaiba
22 เมษายน 2559: asakusa ,sumida river , asakusa tourist information
แต่เมื่อเจอเหตุการณ์จริง แพลนก็พังไม่มีชิ้นดีเลยค้า เด๋วไว้มาดูกันว่าเกิดอะไรขึ้นนนนนนนนนนน
ที่พัก
ในส่วนของที่พัก เราเลือกพักที่ Khaosan world asakusa hostel ย่านอาซากุซะ ที่เลือกที่นี่ก็ไม่มีเหตุผลอะไรค่ะ อย่างที่บอกเรามีเวลาแพลนทริปแค่สองเดือน กว่าจะจองที่พักก็เหลืออีกเดือนเดียว ที่พักราคาดีๆ มันเต็มไปหมดแล้ว เจอที่นี่แหละว่างอยู่ โดยเราจองไป 4 คืน คือพักตลอดที่อยู่โตเกียวนะคะ ห้องที่เราจองเป็นห้องรวม (mixed dorm) 8 เตียง ราคา 840 บาท /เตียง /คืน
และเราเดินทางไปพักที่ คาวากูจิโกะ 1 คืน โดยพักที่ Lakeside inn weekend shuffle เป็นที่พักที่นับว่าจองยากมากที่สุดในโลกหล้า (เห็นเค้าพูดกันว่างี้นะ) แต่เราก็ได้มาแบบงงๆ คิดว่าคงมีคนยกเลิกอะค่ะ เพราะจิ้มดูทุกวันก็เต็มมม เสี่ยงจิ้มทุกวันอะค่ะ เพราะอยากไปมาก เห็นรีวิวแล้วน่ารัก 55555 ได้มาที่ราคาแพงมากเลยนะ เพราะจองช้า เราจองผ่านเวป bookingที่ราคา 3,900 บาท ค่ะ ใครอยากไปพักที่นี่เจ้าของแนะนำว่าให้จองผ่านเวปทีพักเองนะคะ จะได้ราคาดีกว่า
การเดินทาง /ตั๋วรถไฟ / Pass ต่างๆ
เรื่องการเดินทาง เป็นเรื่องที่เรากังวลมากที่สุด เพราะไปครั้งแรกหลงทางหนักมาก และก็ไม่เข้าใจ การซื้อตั๋วรถไฟหรือการดูรถไฟของญี่ปุ่นเลย มันพันกันไปหมด ครั้งแรกไป 10 วัน หลง 10 วัน อะไรเนี๊ยะ ไม่เก็ทเลยยย ครั้งนี้ก็เลยกลัวจะพาแม่ไปหลงเหลือเกินนนน สงสารแม่ เลยทำการบ้านหนักมากก ซึ่งกลับมาก็พบว่ามันยังไม่ดีเลย มันน่าจะมีวิธีที่ดีและถูกได้กว่านี้อิกกกก แต่ก็เป็นบทเรียนค่ะ ไม่เป็นไรร สำหรับคนที่ไม่เคยไปก็คง งงเหมือนกันใช่มั้ยคะ ว่า เริ่มต้นไงดีวะ555555
ที่อยากแนะนำก็คือ
1. กำหนดสถานที่เที่ยวที่อยากไปก่อนค่ะ อย่าเลือก pass ก่อนเลือกที่เที่ยว
2. เสิชดูว่าที่เที่ยวไหนใกล้กันอยู่ทางเดียวกันบ้าง แล้วก็เลือกให้ไปในวันเดียวกันค่ะ จะได้ไม่ย้อนไปย้อนมา
3. พอได้ที่เที่ยวแล้ว เราเสิชดูว่า ที่เที่ยวนั้นต้องไปลงสถานีไหน จะใช้ JR หรือ subway ก็ต้องขึ้นอยู่กับที่พักเราด้วยค่ะว่าใกล้สถานีอะไรที่สุด
4. ทราบแล้วก็เข้า Hyperdia เลยค่ะ เวปนี้ช่วยชีวิตเราได้เป็นอย่างดี เสิชจุดเริ่มต้นจากสถานีที่พักของเรา ไปสถานีที่เราหาไว้ แค่นี้เวปก็จะขึ้นวิธีการเดินทาง ราคา และเวลาในการเดินทางมาให้ทุกวิธีให้เราเลือกเลยค่ะ
5. ปริ้นมันออกมาให้หมด แล้วกางดูเลย ไม่หลงแน่นอนนนนนน 5555555
จากการแพลนทริปของเรา วันแรกเราตัดสินใจว่า จะนั่งรถบัสค่ะ เพราะของมันเยอะ กระเป๋าก็หนักไม่อยากลากไปมา และต้องนั่งรถไฟหลายต่อ เราก็เล็งรถบัสบริษัท Keisei Bus วิ่งจากสนามบินนาริตะมุ่งหน้าสู่โตเกียว ราคา 1000 yen/คน
ขึ้นรถได้ที่
1.Narita Airport Terminal 2 North (ชานชาลาที่ 2)
2.Narita Airport Terminal 2 South (ชานชาลาที่ 19)
3. Narita Airport Terminal 1 (ชานชาลาที่ 31)
รถจะจอดที่ทางออก Yaesu (Yaesu Exit) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 90 นาที
ตารางเดินรถ http://www.keiseibus.co.jp/global/en/nrt00.html
และจากที่เที่ยวที่เราลิสไว้ ก็สรุปได้ว่า จะใช้ JR Tokyo wide pass แล้วกันค่ะ เพราะมันครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะไปมากที่สุดแล้ว คือใช้ในโตเกียวได้ทั้งหมดและสามารถไป Ibaraki และ kawaguchiko ได้ โดย pass นี้ มีราคา 10,000 เยน สามารถใช้ได้ 3 วันติดกันค่ะ
ส่วนวันที่เราไป Kawagoe เราเลือกใช้ seibu railpass ไปกลับ คาวาโกเอะ 700 yen จริงๆกลับมาคิดแล้วไม่โอเครเลย เพราะ Seibu Railway มันต้องขึ้นที่ seibu Shinjuku stationซึ่งไกลจาก asakusa มากเลยนะ แต่ถ้าใครพักแถวชินจุกุก็แนะนำเลยค่ะ ต่อเดียวถึง
ส่วนวันอื่นๆที่นอกเหนือจาก Tokyo wide pass เราก็เลือกซื้อ pass ที่เป็น yamanote line ค่ะ เพราะส่วนใหญ่ ก็วนๆอยู่ Shinjuku Shibuya Akihabara แถวนี้แหละค่ะ ไม่ออกนอกเส้นทาง5555
pocket wifi / internet sim
ในส่วนของอินเตอร์เน็ตนั้นนนน ทางเรามีความชะล่าใจ ว่าค่อยจองงงง คือจริงๆแล้วตั้งใจจะซื้อซิมเพราะไปกันสองคนเองแบบกลัว pocket wifi ไม่คุ้มม พยายามคุมงบ55 แต่ก่อนไป 2 วัน ชาวกรุ๊ปเที่ยวญี่ปุ่นที่เราติดตามอยู่ก็บ่นกันระงมว่าเน็ตใช้ไม่ได้เลย แย่มาก บลาๆๆๆๆ เราก็ซวยละเว้ยยยยย นี่ก็เป็นพวกติดโซเชี่ยลด้วยย ดิ้นนนนสิ 55 พยายามโทรจอง pocket wifi ทุกสำนักก เต็มค่ะยูวววววววว มันเต็มหมดด ลาก่อยย ความฝันที่จะ live facebook ในทุ่งดอกฟรุ้งฟริ้งของช้านน 55555 ก็คงต้องไปหวังพึ่งซิมละค่ะ ถึงแม้ว่ามันจะห่วย ชีวิตบรมห่วย แม้ว่าเราจะซวย เราก็ซวยไปด้วยกันนน อยากจิร้องให้แม่ฟัง 55
ร่ายยาวเกินไปแล้วว เราเริ่มเดินทางกันเลยดีมั้ยยค่ะ lecture กันมา 1 เดือน ได้เวลาปฏิบัติจริงแล้วจ้า
7.35 น. ขึ้นเครื่องอย่างสบายใจ (จริงๆก็ไม่สบายใจเท่าไหร่นะ เพราะว่าเมื่อคืน คิวชู พึ่งจะแผ่นดินไหวหนักมาก แอบเกร็งง) แต่เครื่องไม่ดีเลย์ กินอิ่มนอนหลับบบบบ ก็โอเครร แต่ๆๆๆๆ เมื่อเราเริ่มมองเห็นผืนแผ่นดินของเจแปนแล้วนั้นนน เราก็วนไปวนมา เอ๋ ทำไมไม่ลงซะทีละคร่า หันไปทางไหนก็เจอแต่เครื่องบินวนบนฟ้าเต็มไปหมดด นี่ไม่เคยเจอมาก่อนเลย ซักพักกัปตันก็ประกาศว่า เนื่องจากที่สนามบินนาริตะมีเครื่องบินลงจอดฉุกเฉิน ทำให้เรายังไม่สามารถลงจอดได้และการจราจรติดขัดมาก จึงต้องชมวิวนาริตะไป 5 รอบเศษ !!! จะอ้วกละนะ หิวข้าวด้วยยย ตอนนั้นก็ประมาณบ่าย 2 ละ ซักพักกัปตันก็ประกาศอีกว่า เนื่องจากน้ำมันของเรามีจำกัด ต้องไปแวะเติมน้ำมันก่อนนนนนน เราเลยได้นั่งไปเที่ยวนาโกย่า ซึ่งมันก็ไม่ใกล้นะยูววว อีกครึ่งทางก็ถึง โอซาก้าแล้ววว เรียกได้ว่าย้อนกลับทางเดิม
จอดรอเป็นเพื่อนกันหลายลำเลย
กว่าจะบินกลับไปนาริตะได้ประมาณ 2 ทุ่มได้อะค่ะ คือบั่บบบบ 12 ชั่วโมงงงง นี่ไปยุโรปหรา 555555555 หัวเราะหนักมาก อ่าห์ พังไป 1 วันละนะ แพลนที่จะเที่ยวบ่ายนี้ หลังจากนั้นก็เดินมาถึง ตม. ช๊อคไป 8 วิ ร้องไห้หนักมาก คือแถวยาวแบบ พับไปร้อยทบบบบ กะด้วยสายตา น่าจะมีคนต่อแถวอยู่ร่วมพันคนอะ จริงๆนะไม่ได้เว่อเลยยย
เราออกมาจาก ตม. ได้ตอนประมาณเกือบ 5 ทุ่ม วิ่งดิเอ๋วิ่งงงงงงงงง วิ่งตรงไปที่ซื้อตั๋วรถบัสส เย่ มันเต็มแล้ววว รอบสุดท้ายยเต็มแล้ว อะไรนะเต็มแล้ววว เออ ไม่ได้แพลน 2 มาว่ะ ซิมก็ยังไม่ได้ซื้อ เอาว่ะแม่ วิ่งไปสถานีรถไฟค่ะ เสียเวลาไปเดินถามอีกว่า ไปอาซากุสะยังไงงงง ถามว่านางคุยกะเรารุ้เรื่องมั้ยก็ไม่ 555 สรุปก็คือว่า เที่ยวสุดท้ายออกไปแล้วว บ่ายบ๊ายยย
เราก็ถามนางว่า งี้เราเข้าเมืองไงอะ
นางบอก : only texi
เรา : how much คร้า
นางบอก : about 10,000 yen again pleaseeeee 10,000 yen
รีบจิ้มเครื่องคิดเลขรัวๆ 3,000 บาททท เอาที่ไหนไปจ่ายจะบ้าหรา แต่ก็ว่าไปรอก่อนเด๋วหาคนแชร์ ไปถึงแถวแท็กซี่ยาวทะลุออกนอกสนามบิน 55 ละที่พักมันก็บอกไว้ว่าห้ามเข้าหลังตี 1 ซึ่งไม่ทันแน่ๆแล้วว เท่ากับว่าเราเสียค่าที่พักไปฟรี 1 คืนน ทำใจไปนอนในสนามบินเลยละกานน ละคือเราเคยอ่านรีวิว เค้าบอกว่า ไม่ให้นอน บางทีเจ้าหน้าที่จะมาเรียกไรงี้อะ เราเลยถามเค้าดูก่อนว่า เราสามารถนอนที่ไหนได้บ้าง นางบอก you can sleep everywhere เออขอบคุณมาก 555 เดินเข้ามา พี่ยุ่นก็แจกถุงนอน กะเบาะลม และขนมน้ำ สรุปวันนี้ทั้งวันเราได้กินข้าวเช้ามื้อเดียวเลยยย หมดอารมณ์กิน ตอนนั้นเซงมากๆอะเลย คือเสียเวลาเที่ยว แล้วกว่าพรุ่งนี้จะเข้าที่พักได้ก็ไม่รุ้จะกี่โมงง แต่เอาเถอะ นอน
บรรยากาศของสนามบินคืนนั้น
อาจุมม่าช่วยสอนวิธีใส่ลมที่นอน 5555
ฝันดีน่าก๊ะ You can sleep everywhere
แม่ปลุกตอนตี 5 เพื่อหาทางเข้าเมือง คือมันก็ยังไม่ง่ายอยู่ดี เพราะที่เคาท์เตอร์ซื้อตั๋วรถบัสแถวเริ่มยาวแล้ววว
มันเปิด 6 โมงนะคะ ดูรอบเรียบร้อยโอเค ต่อแถว ต่อจนมาถึงคิวเรา เค้าบอกว่า ไป Asakusa 11 โมงค่ะ เราก็หืออออ ที่ดูมัน7 โมงนี่ อ๋ออออ นี่ Asakasa ไม่ใช่ Asakusa โอ้ยมะวานนี่ก้าวขาข้างไหนออกจากบ้านว่ะ 55 ก็เลยเดินไปขึ้นรถไฟแทน ถึงที่พักก็ประมาณ 10 โมงกว่า ดีนะไม่หลงงง แฮ่ๆ รีบเข้าไปอาบน้ำและเที่ยว จากที่แพลนไว้ว่าจะไป ibaraki วันนี้มันก็คงไม่ทันละ ก็เลยเลือกไป Kawagoe ก่อนละกันเพราะนั่งรถไฟแปบเดียว ช้านต้องกอบกู้แพลนที่พังกลับมาให้ดั้ยยยยยยย 555
วิธีการเดินทางจากสนามบิน ไปยัง Khaosan world asakusa hostel
เราเลือกวิธีที่มาลง สถานีรถไฟที่ใกล้ที่พักที่สุดก็คือ สถานี Asakusa ของ TSUKUBA express line ทางออกที่ 2 ค่ะ โผล่ออกมาจากสถานี เลี้ยวซ้ายจะเห็นศาลเจ้า ตรงเข้าไปในซอยนิดนึงก็เจอเลยค่ะ
ขอรีวิวที่พักไปเลยนะ สภาพห้องก็อย่างที่กล่าวไปตอนต้นค่ะ เป็นห้องรวม 8 เตียง มีห้องน้ำในตัว 1 ห้อง มีลอคเกอร์ให้
ส่วนกลางก็จะมีครัว มีห้องอาหาร ห้องนั่งเล่น และห้องซักผ้าค่ะ
ที่นอนนุ่มมากกกกก แต่ได้นอนชั้น 2 ทุกคืนเลยยย ขี้เกียจปีนน 55
โดยรวมแล้วถือว่าดีค่ะ ไม่มีอะไรที่ไม่โอเคสำหรับเรานะคะ โอเคกว่าสนามบิน