ทำไมพวกที่อ้าง 15 ล้านเสียงและประชาธิปไตย ถึงมาถึงจุดนี้ได้ อาจเพราะการต้มกันแดงต้มแดงก็เป็นได้ (BY Identity Idea)

จุดที่ว่าคือจุดที่ต้องนั่งดูตาปริบๆ จุดที่บอกว่าเป็นเสียงส่วนใหญ่ แต่ทำอะไรไม่ได้ ดูประเทศขับเคลื่อนไปตามคนที่ตัวเองเรียกว่าส่วนน้อย เพราะเสียงส่วนใหญ่ที่อ้างนั้นหาได้มีข้ออ้างที่มีเหตุผลไม่ แค่ไปเอาเสียงคนอื่นมาอ้าง

         ถ้าใครติดตามการบ้านการเมืองมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่มีการขัดแย้งทางความคิด การที่มีการอ้างประชาธิปไตย ขึ้นมามีการอ้างจำนวนเพื่อความชอบธรรมโดยใส่ทับไปในคำว่าประชาธิปไตยแล้วเอามาอ้าง ใช่ มันมีส่วนถูกที่ได้รับการเลือกตั้งมา แต่คำถามคือว่า เหตุใดกลุ่มคนที่อ้างว่าได้ถึง 15 ล้านเสียง และมีความภาคภูมิใจอย่างมากถึงมาอยู่ตรงจุดนี้ได้

        คงต้องนั่งย้อนนึกแล้วนั่งวิเคราะห์เป็นเรื่องๆไป โดยเริ่มจาก  เสียงนั้นคือเสียงมาจากไหน ?

        คงต้องยอมรับก่อนว่าเสียงหรือคะแนนเสียงเหล่านั้นมาจาก นโยบาย เป็นส่วนใหญ่ ตัวบุคคลเป็นส่วนรอง (ยกเว้นพวก ขข บางกลุ่มในห้องนี้ ที่แม้ขี้ก็ว่าหอม ขอให้เป็นนายของบ่าว ยอมหมด)  แล้วนโยบายที่ว่าเป็นเช่นไรเมื่อได้เสียงเหล่านั้นมาแล้ว ทั้ง 300 บาท รถคันแรก จำนำข้าว***(บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์เรียบร้อยแล้ว)  ผลตของนโยบายดังกล่าวเป้นเช่นไร ไม่ต่องบอก เคยเอาตัวเลขมาให้ดูแล้วทั้งหนี้สาธารณะ และการเสียหายของจำนำข้าว ลองบวกลบคูณหารแล้วเอาไปใส่ดูในหนี้เหล่าน้ัน แล้วถามว่าได้อะไรเป็นรูปธรรมบ้าง

        นอกจากนั้นยังมีส่วนประกอบอื่นๆอีก เช่นเมื่อได้ อำนาจมาแล้ว เอาอำนาจนั้นไปทำอะไร ทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริงตามที่ปากอ้างไหม  คำตอบคือเปล่า โดยเริ่มจากจุดเริ่มต้นความขยันของ สส ที่มอบเสียงให้อำนาจที่มองไม่เห็นต่างแดน ยกมือกันตอนตีสี่ เพื่อผลประโยชน์ของพวกพ้อง โดยอ้างประชาธิปไตย อ้างว่าได้รับเลือกตั้งมาแล้ว จะเอาเสียงไปทำอะไรก็ได้ ?!   เอาเสียงไปตั้งท่ากู้มานอกงบประมาณ ให้หลีกเลี่ยงการตรวจสอบจะเอาหนี้ไปซุกนอกระบบ เลี่ยงการตรวจสอบ จะแก้อำนาจการตรวจสอบของ สว ในยุคที่ สว ยังสามารถถอดถอนนักการเมืองได้ โดยแก้ไขคุณสมบัติ  เอาอำนาจไปออกกฏหมายเพื่อให้ได้อำนาจเบ็ดเสร็จในการทำสัญญากับต่างประเทศ

         แต่สิ่งเหล่านั้นเป็นส่วนประกอบให้คนอออกมาต่อต้าน แต่การเสื่อมของคนเหล่านั้น หาได้อยู่จากเพียงปัจจัยจากภายนอกเพียงอย่างเดียว !

         ภายในก็มีการหลอกลวงกัน ต้มกันแล้วต้มกันอีกจากนายใหญ่ เริ่มตั้งแต่ เสียงปืนแตกนัดแรก วาทะกรรมตามมาคือ พี่น้องมาส่งผมถึงฝั่งแล้วผมจะนั่งรถไปต่อเอง  ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่า อำนาจที่ได้มานั้นได้มาจากการหักหลังพี่น้องของตัวเองทั้งน้ัน ไม่ว่าเป็นเรื่องการออก พรบ นิรโทษกรรม ที่เกิดเหตุเมื่อปี 53 ทั้งที่มีการพยายามสร้างสถานการณ์ตั้งแต่ปี 2552  แต่แปลก  คนที่โดนกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรกลับอยากให้เข้าสู่กระบวนการ คนที่บอกว่าจะตามหาฆาตกรกลับพยายามออกนิรโทษกรรม  ทั้งที่ต่อมาตัวเองมาเป้นรัฐบาลแต่หาได้สืบหาหรือค้นหาความจริงจากตรงนี้ไม่ผลักดันนิรโทษกรรมอย่างเดียว  มองข้ามชายชุดดำ ทั้งที่ต่อมาเปลียนรัฐบาลจับได้หมด ว่าใครคือพวกใช้ความรุนแรง บิดเบือนเรื่องการมีตัวตนชายชุดดำ  

          สร้างภาพจ้างล๊อบบี้ยีส ให้ตัวเองเป็นผู้นำประชาธิปไตย แล้วไปหลอกเอาเสียงชาวบ้านมา จากนโยบาย มีทีมกล่อมเหล่าสาวกคนอื่นๆ  นั่นจึงทำให้เสียงเหล่านั้นที่ชอบอ้าง และใช้คำว่าประชาธิปไตยมาถึงจุดนี้ได้
           
          เหตุผลของสิ่งเหล่านีนั้นก็คือเสียงที่เกิดมาจากการหลอกลวงในบางส่วน เกิดจากการต้มของผู้มีอำนาจต่อประชาชนผู้มีอุดมการณ์และบางส่วนที่ต้องการผลประโยชน์ที่พยายามควบคุมคนที่มีอุดมกานณ์ ทำให้คะแนนหรือเสียงที่ได้มาหาได้ยั่งยืนไม่

           นอกจากนั้นเหตุการดังกล่าวเกิดการเลียนแบบมายังห้องราชดำเนินแห่งนี้ เกิดเหตุการณ์แดงต้มแดงขึ้น จากเหตุการณ์ที่เกิดจากการทะเลาะกันแค่หลังไม ลุกลามพยายามเบียงแบนต้มพวกเดียวกันเอง ให้ไปมองคนที่มีความคิดฝ่ายตรงข้าม เป็นที่มาของความเสื่อมที่กระทบถึงภาพรวมขนาดใหญ่ จากคนที่พยายามต้มชาวบ้าน กำจัดคนที่มีความคิดเดียวกันแต่ไม่ชอบขี้หน้า ให้ไปต่อสู้กันกับคนที่มีตรงข้ามทางความคิด สร้างภาพให้เป็นกลุ่มก้อนโดยหารู้ไม่นั่นคือจุดอ่อนทางอุดมการณ์ ดั่งเช่นที่คนที่เคยมีอำนาจทำต่อสาวก  แต่เหตุการณ์เหล่านี้ยังพยายามให้เกิดการลืมเลือนโดนอ้างคำว่าพวกพ้องทางอุดมกาณ์ ทำให้ยิ่งเป็นจุดอ่านทางอุดมการ์ที่กระทบไปยังภาพใหญ่  มันก็ไม่ต่างอะไรกับ กรณีคนที่เป็นฆาตกรบอกว่าให้เข้ากระบวนการยุติธรรมแต่คนที่บอกว่าต้องการหาฆาตกรกลับออกนิรโทษกรรม หลอลวงต้มถีบหน้าผู้ร่วมอุดมกาณ์อย่างแรงมาแล้ว แล้วใช้ภาษีประชาชนฟาดซ้ำให้กับคนที่ไปตาย

            จุดอ่อนเหล่านี้หากไม่กำจัดออกไป มันก็จะยิ่งทำให้อุดดมกาณ์ที่กล่าวอ้างต่างๆมันเป็นแค่เพียงการต้มกันเพื่อคะแนนเสียงที่ไม่ยั่งยืนเท่านั้นเอง ดั่งเช่นที่นายใหญ่ ทำต่อสาวก  แต่ลามเป็นค่านิยมไปชนทุกหมู่เหล่าของคนที่อ้างอุดมการณ์ทางความคิด โดยอ้างประชาธิไตย แต่ที่จริงคือการหลอกลวง เสียงที่ได้มาหรือพลังทางอุดมการ์เลยไม่สามารถประคับประคอง สิงที่อ้างเช่น 15 ล้านเสียงและประชาธิปไตย ได้ เพราะมันคือการต้มกันนั่นเอง อิอิ



แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่