บทความพิเศษ: จากทีวีดิจิทัล...ถึงคุมค่าโทรมือถือ
คม ชัด ลึก ฉบับวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
โดย : น้ำเชี่ยว บูรพา
เรื่องที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ใน กสทช. รุกคืบจะกำกับดูแลอัตราค่าบริการมือถือที่เห็นว่ายังไม่เป็นไปตามประกาศ กสทช. โดยจากการตรวจสอบอัตราค่าบริการ "รายแพ็กเกจ" ที่แต่ละค่ายให้บริการอยู่ ยังพบว่ามีการคิดค่าบริการที่สูงกว่าประกาศ กสทช. ที่กำหนดให้อัตราค่าบริการมือถือ 3จี ต้องลดลงจากเดิมร้อยละ 15 ขณะที่ค่าบริการ 4จี นั้น ไม่เพียงต้องต่ำกว่า 3จี ยังกำหนดให้ต้องคิดค่าบริการตามจริงเป็น "วินาที" ด้วยอีก!
ท่ามกลางเสียงค้านระงมของค่ายมือถือต่างๆ ด้วยเห็นว่า นอกจากจะเป็นการปิดกั้นการแข่งขันโดยเสรีแล้ว ยังหาใช่แนวทางคุ้มครองผู้ใช้บริการดังที่พยายามกล่าวอ้าง ตรงกันข้ามรังแต่จะเป็น "ดาบสองคม" ที่ทำให้ผู้ใช้บริการไม่มีทางเลือก
ที่จริงความพยายามคุมเข้มอัตราค่าบริการมือถือที่ว่า ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ ก่อนหน้านี้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ก็เคยหยิบยกรายงานผลสำรวจการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของประชาชนที่ว่า มีค่าบริการเฉลี่ยกันเดือนละ 415 บาท หากแต่ละค่ายมือถือมีการคิดค่าบริการตามจริงเป็น "วินาที" จะช่วยประหยัดค่าโทรศัพท์ได้วันละนาที หรือเฉลี่ย 1.33 บาทต่อวัน ตกเดือนละ 40 บาทต่อคนต่อเบอร์เลยทีเดียว เทียบจำนวนโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทยที่มี 94 ล้านเลขหมายแล้วจะประหยัดเงินได้ถึงเดือนละ 3,591 ล้านบาท ตกปีละ 43,092 ล้านบาทเลยทีเดียว!
สปช.ถึงกับมีมติให้ผู้ประกอบการมือถือ คิดค่าโทรตามจริงเป็น "วินาที" ใช้เท่าไหร่ก็ให้คิดเท่านั้น
แต่ข้อเสนอที่ว่าก็เงียบหายไป เพราะตรรกะคุมค่าโทรมือถือที่ว่า ประชาชนคนไทยเขาคงไม่ได้ขนาดนั้น เพราะสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ เดี๋ยวนี้ เป็นระบบ 3จี และ 4จี ที่เน้นบริการการสื่อสารที่เป็นข้อมูลดาต้ากันแล้ว ไม่ได้มาจมปลักอยู่กับระบบเสียงที่เอาไว้จ้ออย่างเดียว
และจะว่าไปอัตราค่าบริการมือถือจะ 3จี หรือ 4จีของประเทศไทยวันนี้ก็ถือได้ว่าต่ำที่สุดใน 3 โลกอยู่แล้ว แต่ละค่ายมือถือเขายังมีแพ็กเกจโปรโมชั่นให้ลูกค้าได้เลือกสรรกันเป็นสิบเป็นร้อยโปร มีทั้งโทรฟรีเป็น 100-200 นาทีหรือหลายร้อยนาทีภายในเครือข่าย บางค่ายยังเปิดกว้างให้ลูกค้าเลือกโปรโมชั่นกันตามใจเอาเลย จะปรับเปลี่ยนรายวัน รายสัปดาห์หรือรายเดือนยังไงได้หมด
แต่พอ กสทช.จะลุกขึ้นมาคุมค่าบริการมือถือ สแกนกันเป็นรายแพ็กเกจ ชนิดลากเอาไม้บรรทัดมาวัดค่าบริการที่ไม่มีช่องว่างให้ยืดหยุ่นขึ้นมาเพียงเพื่อจะกู่ก้องบอกว่าคุ้มครองไม่ให้ผู้บริโภคถูกเอาเปรียบจากการที่ค่ายมือถือคิดค่าบริการในการโทร 5-10 สตางค์ต่อครั้ง ทั้งที่เขามีโปรโมชั่นคุมอยู่แล้ว
แทนที่มันจะเป็นการปกป้องคุ้มครองผู้ใช้บริการก็อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้แต่ละค่ายมือถือต้องหันไปคิดค่าบริการตามจริง ไม่อาจจะจัดแพ็กเกจโปรโมชั่นให้ลูกค้าเลือกสรรได้ กลายเป็นการปิดกั้นทางเลือก ปิดกั้นการทำตลาดของค่ายมือถือไปโดยปริยาย!
อย่าลืมว่าค่าบริการมือถือที่ กสทช.กำหนดขึ้นมาเป็นเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตนั้น คำนวณและตั้งอยู่บนพื้นฐานที่รัฐ หรือ กสทช. ตั้งต้นราคาประมูลเอาไว้แค่ 10,000-12,000 ล้านบาทเท่านั้น และ กสทช.คาดว่าจะมีรายได้จากการประมูลแค่ 40,000-50,000 ล้านบาทเท่านั้น แต่เมื่อผลประมูล 4จี ล่าสุด ที่แต่ละค่ายมือถือทุ่มเทไปหมดหน้าตัก เสนอผลตอบแทนแก่รัฐสูงลิบลิ่วไปถึง 75,000-76,000 ล้านบาท
แน่นอนว่า ด้วยค่าต๋งใบอนุญาตที่สูงลิบลิ่วขนาดนั้น แต่ละค่ายมือถือต้องงัดกลยุทธ์ทางการตลาด อัดแพ็กเกจโปรโมชั่นเพื่อดึงลูกค้าผู้ใช้บริการให้ได้มากที่สุด หาไม่แล้วก็อาจมีปัญหาไม่สามารถจะทำตลาดได้
การที่ กสทช.จะมาคุมเข้มให้ผู้รับใบอนุญาตต้องคิดอัตราค่าบริการ ชนิดไม่ให้กระดิกตัวได้เลยนั้น ระวังมันจะลงเอยแบบใบอนุญาต "ทีวีดิจิทัล" ที่ กสทช.กุมขมับอยู่เวลานี้
แหล่งข่าว
หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก ฉบับวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 (หน้า 4)
บทความพิเศษ: จากทีวีดิจิทัล...ถึงคุมค่าโทรมือถือ
บทความพิเศษ: จากทีวีดิจิทัล...ถึงคุมค่าโทรมือถือ
คม ชัด ลึก ฉบับวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
โดย : น้ำเชี่ยว บูรพา
เรื่องที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ใน กสทช. รุกคืบจะกำกับดูแลอัตราค่าบริการมือถือที่เห็นว่ายังไม่เป็นไปตามประกาศ กสทช. โดยจากการตรวจสอบอัตราค่าบริการ "รายแพ็กเกจ" ที่แต่ละค่ายให้บริการอยู่ ยังพบว่ามีการคิดค่าบริการที่สูงกว่าประกาศ กสทช. ที่กำหนดให้อัตราค่าบริการมือถือ 3จี ต้องลดลงจากเดิมร้อยละ 15 ขณะที่ค่าบริการ 4จี นั้น ไม่เพียงต้องต่ำกว่า 3จี ยังกำหนดให้ต้องคิดค่าบริการตามจริงเป็น "วินาที" ด้วยอีก!
ท่ามกลางเสียงค้านระงมของค่ายมือถือต่างๆ ด้วยเห็นว่า นอกจากจะเป็นการปิดกั้นการแข่งขันโดยเสรีแล้ว ยังหาใช่แนวทางคุ้มครองผู้ใช้บริการดังที่พยายามกล่าวอ้าง ตรงกันข้ามรังแต่จะเป็น "ดาบสองคม" ที่ทำให้ผู้ใช้บริการไม่มีทางเลือก
ที่จริงความพยายามคุมเข้มอัตราค่าบริการมือถือที่ว่า ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ ก่อนหน้านี้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ก็เคยหยิบยกรายงานผลสำรวจการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของประชาชนที่ว่า มีค่าบริการเฉลี่ยกันเดือนละ 415 บาท หากแต่ละค่ายมือถือมีการคิดค่าบริการตามจริงเป็น "วินาที" จะช่วยประหยัดค่าโทรศัพท์ได้วันละนาที หรือเฉลี่ย 1.33 บาทต่อวัน ตกเดือนละ 40 บาทต่อคนต่อเบอร์เลยทีเดียว เทียบจำนวนโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทยที่มี 94 ล้านเลขหมายแล้วจะประหยัดเงินได้ถึงเดือนละ 3,591 ล้านบาท ตกปีละ 43,092 ล้านบาทเลยทีเดียว!
สปช.ถึงกับมีมติให้ผู้ประกอบการมือถือ คิดค่าโทรตามจริงเป็น "วินาที" ใช้เท่าไหร่ก็ให้คิดเท่านั้น
แต่ข้อเสนอที่ว่าก็เงียบหายไป เพราะตรรกะคุมค่าโทรมือถือที่ว่า ประชาชนคนไทยเขาคงไม่ได้ขนาดนั้น เพราะสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ เดี๋ยวนี้ เป็นระบบ 3จี และ 4จี ที่เน้นบริการการสื่อสารที่เป็นข้อมูลดาต้ากันแล้ว ไม่ได้มาจมปลักอยู่กับระบบเสียงที่เอาไว้จ้ออย่างเดียว
และจะว่าไปอัตราค่าบริการมือถือจะ 3จี หรือ 4จีของประเทศไทยวันนี้ก็ถือได้ว่าต่ำที่สุดใน 3 โลกอยู่แล้ว แต่ละค่ายมือถือเขายังมีแพ็กเกจโปรโมชั่นให้ลูกค้าได้เลือกสรรกันเป็นสิบเป็นร้อยโปร มีทั้งโทรฟรีเป็น 100-200 นาทีหรือหลายร้อยนาทีภายในเครือข่าย บางค่ายยังเปิดกว้างให้ลูกค้าเลือกโปรโมชั่นกันตามใจเอาเลย จะปรับเปลี่ยนรายวัน รายสัปดาห์หรือรายเดือนยังไงได้หมด
แต่พอ กสทช.จะลุกขึ้นมาคุมค่าบริการมือถือ สแกนกันเป็นรายแพ็กเกจ ชนิดลากเอาไม้บรรทัดมาวัดค่าบริการที่ไม่มีช่องว่างให้ยืดหยุ่นขึ้นมาเพียงเพื่อจะกู่ก้องบอกว่าคุ้มครองไม่ให้ผู้บริโภคถูกเอาเปรียบจากการที่ค่ายมือถือคิดค่าบริการในการโทร 5-10 สตางค์ต่อครั้ง ทั้งที่เขามีโปรโมชั่นคุมอยู่แล้ว
แทนที่มันจะเป็นการปกป้องคุ้มครองผู้ใช้บริการก็อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้แต่ละค่ายมือถือต้องหันไปคิดค่าบริการตามจริง ไม่อาจจะจัดแพ็กเกจโปรโมชั่นให้ลูกค้าเลือกสรรได้ กลายเป็นการปิดกั้นทางเลือก ปิดกั้นการทำตลาดของค่ายมือถือไปโดยปริยาย!
อย่าลืมว่าค่าบริการมือถือที่ กสทช.กำหนดขึ้นมาเป็นเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตนั้น คำนวณและตั้งอยู่บนพื้นฐานที่รัฐ หรือ กสทช. ตั้งต้นราคาประมูลเอาไว้แค่ 10,000-12,000 ล้านบาทเท่านั้น และ กสทช.คาดว่าจะมีรายได้จากการประมูลแค่ 40,000-50,000 ล้านบาทเท่านั้น แต่เมื่อผลประมูล 4จี ล่าสุด ที่แต่ละค่ายมือถือทุ่มเทไปหมดหน้าตัก เสนอผลตอบแทนแก่รัฐสูงลิบลิ่วไปถึง 75,000-76,000 ล้านบาท
แน่นอนว่า ด้วยค่าต๋งใบอนุญาตที่สูงลิบลิ่วขนาดนั้น แต่ละค่ายมือถือต้องงัดกลยุทธ์ทางการตลาด อัดแพ็กเกจโปรโมชั่นเพื่อดึงลูกค้าผู้ใช้บริการให้ได้มากที่สุด หาไม่แล้วก็อาจมีปัญหาไม่สามารถจะทำตลาดได้
การที่ กสทช.จะมาคุมเข้มให้ผู้รับใบอนุญาตต้องคิดอัตราค่าบริการ ชนิดไม่ให้กระดิกตัวได้เลยนั้น ระวังมันจะลงเอยแบบใบอนุญาต "ทีวีดิจิทัล" ที่ กสทช.กุมขมับอยู่เวลานี้
แหล่งข่าว
หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก ฉบับวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 (หน้า 4)