บ้านข้างเคียง..

กระทู้สนทนา
บ้านข้างเคียง...
ราสส์ กิโลหก

“ขาย”

ข้อความสีแดงตัวใหญ่มองเห็นชัดเจน บนแผ่นป้ายขนาด 0.50 เมตร คูณ 0.50 เมตร ติดอยู่ที่ประตูไม้บานใหญ่สีเขียวขี้ม้า หน้าบ้านหลังหนึ่ง ด้านล่างของคำว่าขาย มีหมายเลขโทรศัพท์อยู่ด้วย

ข้อความบนป้ายสะกิดใจผมทันที เป็นเพราะผมต้องการหาซื้อบ้านอยู่พอดี ความจริงผมไม่ได้ตั้งใจจะมาที่นี่ เพียงแต่มีธุระกับเด็กรุ่นน้องคนหนึ่ง แต่หาบ้านมันไม่เจอ  มันคงให้ที่อยู่ไว้คลาดเคลื่อนจึงทำให้หลงเข้ามาที่ซอยแห่งนี้ และที่ประจวบเหมาะก็คือธุระของผมก็คือให้มันหาบ้านมือสองให้สักหลัง เพราะมันเป็นคนพื้นที่ของอำเภอนี้ ส่วนผมเป็นคนต่างถิ่นแต่อยากมีบ้านสักหลังเพราะชอบบรรยากาศของที่นี่

ผมลืมนึกถึงเรื่องตามหาเจ้าเด็กรุ่นน้องชั่วขณะ  ชะลอรถมองดูด้วยความสนใจ จอดรถแอบข้างทางซึ่งเป็นถนนลูกรัง พร้อมเดินลงจากรถตรงไปที่หน้าป้ายดังกล่าว สอดสายตาหาที่กดออดเพื่อจะพุดคุยกับเจ้าของบ้านหลังนี้สักหน่อย เพราะทำเลถูกใจโดนใจ รู้สึกชอบใจบ้านหลังนี้ขึ้นมาทันที

มองหาออดไม่มี แต่ด้านข้างๆประตูไม้ มีกระดิ่งอันเล็กๆแขวนอยู่ จับมันเขย่าจนเกิดเสียงดัง แคร้งๆๆๆๆยืนรอสักพัก ไม่มีอะไรแสดงให้เห็นว่ามีการรับรู้เสียงกระดิ่ง ผมเขย่าอีก แต่เงียบเหมือนเดิม

บริเวณหน้าบ้านเป็นรั้วคอนกรีต สูง 1.5 เมตร ยาวตลอดแนว ประตูเข้าออกเป็นบานไม้ขนาดใหญ่ 2 บานประกบกัน ความกว้าง บานละ 2 เมตร เป็นประตูติดบานพับขนาดใหญ่ ใต้บานประตูเป็นล้อเลื่อน การปิดเปิดใช้ดันเข้าไปในตัวบ้าน

เมื่อเขย่ากระดิ่งไม่ได้ผล ผมจึงชะเง้อมองผ่านรั้วเข้าไปในตัวบ้าน อยากจะตะโกนเรียกคนในบ้าน แต่ก็เปลี่ยนความตั้งใจใหม่ เมื่อแลเห็นสภาพภายในบริเวณบ้าน ทำให้แน่ใจว่าบ้านหลังนี้ไม่มีคนอาศัยอยู่แน่นอน เพราะภายในรกครึ้มด้วย ต้นไม้วัชพืช ต่างขึ้นกันจนเต็มพื้นที่ โดยเฉพาะตัวบ้าน ซึ่งเป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น มีวัชพืชเลื้อยไต่ไปตามผนังบ้าน จนดูน่ากลัว..

ถนนซอยนี้เป็นถนนลูกรัง กว้างประมาณ 5 เมตร ระยะทางจากปากซอยมาถึงหน้าบ้านกะว่าประมาณ 1 กิโลเมตร แต่ยังไม่สุดเพราะปลายซอยไปสุดที่ลำคลอง ซึ่งมีน้ำอยู่เต็มคลอง ที่สำคัญยังมีบ้านอีกหลังอยู่ติดเป็นข้างเคียงกับบ้านที่ผมสนใจจะซื้อ โดยอยู่ถัดไปทางลำคลอง และมีเขตติดคลอง นั่นคือ ถ้าเข้ามาจากปากซอยจะถึงบ้านที่ต้องการขาย แล้วก็บ้านอีกหลังที่ติดคลอง บ้านหลังที่ติดคลองเป็นบ้านไม้สองชั้น แต่ดูสะอาดกว่าแสดงว่ามีคนอาศัยอยู่ เนื้อที่นั้นใกล้เคียงกัน มีรั้วเป็นคอนกรีตเหมือนกัน

บริเวณนี้เป็นปลายซอย มีบ้านที่ว่าเพียง 2 หลัง ถัดห่างไปทางต้นซอย จะมีบ้านเป็นหย่อมๆ หย่อมละ 2-3 หลังอยู่ห่างๆกัน นับได้เกือบ 20  หลังถือว่าไม่เปลี่ยวมากนัก แต่สองหลังนี้ออกเปลี่ยวเนื่องจากอยู่ท้ายซอย ซ้ำยังติดคลองอีกด้วย กลางคืนอาจจะดูรกครึ้มน่ากลัว..พอสมควร..
แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่เปลี่ยนใจ รีบจดเบอร์โทร กะว่าช่วงกลางคืนจะโทรไปติดต่อเพื่อขอซื้อ...
                                  
                                              ******************************************

ผมเก็บโฉนดและเอกสารที่เกี่ยวข้องต่างๆใส่กระเป๋าเอกสาร หลังจากการโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อย ณ สำนักงานที่ดินฯ ผมไม่ได้เจอหน้าคนขายเพราะมีทนายมาดำเนินการแทน เป็นการซื้อง่ายขายคล่องที่สุด เพราะคนซื้ออยากซื้อ คนขายอยากขาย ไม่มีการเข้าไปดูหรือตรวจสอบบ้านก่อน ผมได้กุญแจเข้าบ้านในวันที่โอนกรรมสิทธิ์ ใครก็หาว่า บ้า  โดยเฉพาะอ้ายป๋องเด็กรุ่นน้อง มัน บ่นเป็นหมีกินผึ้ง ทำนอง ไม่ดูบ้านเสียก่อน เผื่อมีอะไรเสียหายผุพัง จะได้ขอส่วนลดกับเจ้าของบ้านบ้าง

สำหรับผมนั้น เป็นคนไม่ค่อยเรื่องมาก ถ้าชอบใจแล้วถึงไหนถึงกัน อีกทั้งตอนโทรไป ทนายบอกว่าเจ้าของเป็นหม่อมหลวงแก่มากแล้ว อายุ เก้าสิบกว่า ถ้าชักช้าเรื่องมาก แกอาจจะไปสวรรค์ซะก่อน จะกลายเป็นเรื่องมรดก เกิดความยุ่งยากในการโอนกรรมสิทธิ์.. ผมจึงไม่ลังเลอะไร...
ผมให้อ้ายป๋องช่วยจัดการหาคนงานมาทำการถากถางและทำความสะอาดบ้าน เพราะมันเป็นคนในพื้นที่ ถึงแม้บ้านมันจะห่างจากบ้านที่ผมซื้อไปหลายลี้หลายสิบกิโลก็ตาม แต่ก็ถือว่ามันก็เป็นเจ้าถิ่นอยู่ดี ฉะนั้นใช้อ้ายป๋องดูจะสะดวกที่สุด

หลังทำความสะอาดถากถางเรียบร้อย บ้านก็กลับมาเป็นบ้านอีกครั้ง อายุของบ้านคงหลายสิบปี แต่โครงสร้างดูแข็งแรง ไม่มีส่วนไหนที่แตกหรือผุพังจนน่าเกลียด มีกะเทาะลอกบ้างตามอายุบ้าน อ้ายป่องยุให้ทาสีใหม่แต่ผมไม่เอา  เพราะไม่สนใจเรื่องความสวยงาม ขอให้แข็งแรงเป็นใช้ได้
ลืมบอกไปว่าผมเป็นคนโสดไม่มีครอบครัว และราคาบ้านหลังนี้พอรับได้ ไม่ถูกไม่แพง สำหรับพื้นที่นอกเมืองแบบนี้ และจังหวัดนี้ไม่ใช่จังหวัดท่องเที่ยว ราคาที่ดินจึงไม่แพงมากนัก...

เมื่อการทำความสะอาดเรียบร้อย ผมก็ขนของเข้ามาอยู่ทันที ของผมไม่มีอะไรมาก รถปิคอัพคู่ชีพคันเดียวก็ขนได้หมด
เย็นนี้เก็บของเสร็จ ก็ฉลองกันเสียหน่อย ที่โต๊ะม้าหินหน้าบ้าน อากาศเย็นสุดยอดจริงๆ เป็นกลิ่นไอธรรมชาติล้วนๆ

จนช่วงหนึ่ง

อ้ายป่องเสนอหน้า ว่า

“ พี่จะทำบุญบ้านเมื่อไหร่ จะได้อยู่เย็นเป็นสุข”

ผมส่ายหัวบอกมันว่า

“ ยังไม่ถึงเวลาโว๊ย !  ไม่ต้องเรื่องมาก รีบๆกินเข้าจะเที่ยงคืนแล้วนะ แล้วคืนนี้จะนอนนี่หรือกลับบ้านล่ะ”

“นอนนี่ ซิพี่ “  อากาศดีจะตาย  ..
                                      
                                      *********************************************

ผมนั้นเกษียณอายุราชการแล้ว โดยตำแหน่งสุดท้ายคืออยู่ในพื้นที่นี้ และอ้ายป๋องมีตำแหน่งเป็นอดีตลูกน้องผมเองและถือว่าสนิทกัน เพราะผมเอ็นดูช่วยเหลือมันมาตลอด การเรียกใช้ไหว้วานมันจึงไม่ต้องเกรงใจ อีกทั้งลักษณะนิสัยของมันถือว่าเป็นคนกตัญญูรู้คุณ จึงไม่เสียแรงที่คบมันไว้  
มัวแต่ยุ่งเรื่องจัดการบ้านจึงไม่มีเวลาไปทักทายกับบ้านข้างเคียง คิดว่าวันสองวันนี้จะไปคารวะทำความรู้จักเสียหน่อยในฐานะผู้มาใหม่  

วันนี้ ตื่นเช้าขึ้นมาผมออกเดินสำรวจรอบบ้าน คิดว่าจะปลูกต้นไม้เพิ่มเติมอะไรดี มองดูนั่นนี่ คิดแผนการไปเรื่อยตามประสาคนไม่มีภาระเรื่องงานเรื่องการ ไม่มีอะไรมารกสมองเหมือนสมัยตอนทำงาน การเป็นโสดเหมือนไม้ที่ปักลงในลำคลองที่กว้างใหญ่ มันดูโดดเดี่ยวเดียวดาย แต่สำหรับผมคิดว่าเป็นการสบายตัว ไม่มีภาระอย่างอื่นให้วุ่นวาย นึกอยากจะทำอะไรก็ทำได้ตามใจ จะไปไหนนอนที่ไหน หรือจะหายหัวไปกี่วันก็ได้เสมอ
                                                                                                                                     (อ่านต่อด้านล่าง ครับ)
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่