สวัสดีคับ อ่าาาาาา กระทู้แรก 5555เอาหน่อยพอเป็นพิธี
วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องประสบการณ์ ในการอยู๋มหาลัยของผม (พิมพ์ผิดขอโทษด้วยนะครับ) ก่อนอื่นผมขอบอกก่อนนะครับว่า ผมเรียนอยู่ มหาวิทยาลัยแห่งนึ่งทางภาคเหนือ คิๆ
ผมเป็นเด็กต่างจังหวัดครับ แอดติดโดยบังเอิญ โดยที่เลือกอันดับแอดไปโดยไม่ได้มีความรู้ข้อมูลอะไรเลยซักอย่างเลยครับ แต่!! ดันติดขึ้นมาาาาาา โอ้โห้แฟนตาซีมากคับ ผมเลยเริ่มหาข้อมูลว่า เป็นยังไง เรียนยังไงบ้าง สังคมเป็นยังไง และแล้วผมก้พบข้อมูลว่า มีการว๊าก ด้วยความที่ว่า ผมก็ไม่ร็ว่าว๊ากมันเป็นยังไง ก็หาข้อมูลเรื่อยๆ ได้ต้นตอมันมาว่า เป็นการใช้อำนาจของรุ่นพี่ บลาๆๆๆๆและแน่นอนว่าข้อมูลที่เจอมานั้น มีแต่สิ่งที่ไม่ดี ข้อมูลในเชิงลบทั้งหมด ผมเริ่มร็สึกไม่ดีเลยครับที่จะต้องไปเรียนที่นี่แต่ตอนสุดท้ายผมก็ตัดสินใจไปเรียน เพราะผมบอกกับตัวเองว่า "เอาเถอะ ถ้ามันไม่ดี ก็ค่อยออกเอาแล้วกัน ไม่ลองไม่รู้" และแล้วมันก็เริ่ม
แรกพบ ของผมที่ได้เข้าไปมหาลัยแห่งนี้ คือวันสอบสัมภาษณ์แอดคับ เป็นอะไรที่ตื่นเต้นมากบวกกับกลัวๆเพราะไปคนเองคนเดียว แต่สิ่งที่เจอคือ พี่ปีสองที่มาต้อนรับอย่างน่ารักและเรียกได้ว่าติงต๊องเลยแหละครับ ทุกๆคนดูเป็นมิตรเอาใจใส่น้องๆ หาน้ำหาข้าวให้กิน ตรวจเอกสารต่างๆ พาไปสอบสัมภาษณ์ พาไปตรวจสุขภาพ ภาพการว๊ากในหัวของผมตอนนั้นหายไปหมดเลยครับ ..
พอถึงวันเข้าหอพักผมจองหอในได้ครับก็เลยได้อยู๋หอใน ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับคณะเลยครับ ผมเข้าหอก่อนเปิดเทอมประมาณ สองอาทิตย์ครับ มีกิจกรรมในคณะและมหาวิทยาลัยเยอะแยะมากมายเลยครับ เอ้อช่ายยย...คณะอื่นๆเขาจะมีป้ายชื่อห้อยกัน แต่คณะผมไม่มีอะไรเลยยยย ผมก็งงๆ และแล้วก็เปิดเทอม เปิดเทอมได้ประมาณสองหรือสามวันประมาณนั้นจำไไม่ค่อยได้คับพี่ๆปีสองก็นัดเข้าไปในคณะบอกว่าไปทำกิจกรรมซักอย่าง แต่แล้วววมันคือการแจกแฟ้ม และสมุดเล่มเล่กๆ ที่เรียก่าสมุดเชียร์ ที่เราจะต้องเขียนชื่อและรหัส สี่ตัวท้ายติดไว้ อั้ยย๊ะผมนี่ชอบมากๆเลยคับเพราะแบบไม่ต้องห้อยป้ายแต่มีแฟ้มไว้ถือแทนเท่ๆและเอาสมุดเล่มเล็กๆใส่กระเป๋าเสื้อแทนคับ ซึ่งมันก็แนบมาด้วยกฎต่างๆนาๆมากมายก่ายกอง และในตอนที่รับนั้นมีพี่ๆซึ่งตอนนั้นผมไม่ร็ว่าปีอะไร ใส่ช้อปมามอบให้มันเป็นบรรยากาศที่ไม่ดีมากๆครับ มันทั้งน่ากลัวและอึดอัดแต่ก็แค่เดินไปรับครับแล้วก็เดินออกมา ซึ่งผมก็ไม่รู้หรอกว่าต่อไปจะมีอะไรป๊ามป้ามป่ามมมมมมม ในประมาณเย็นของวันมีทั้งโพส ในกลุ่มของเฟสคณะ ในไลน์ภาควิชา ต่างก็คุยกันว่า พน.จะมีการ "เปิดเชียร์" ให้ทุกคนไปเจอกันที่ในคณะ แต่ตัวแบบนั้นนี่ บราๆ ในใจผมก็คิดว่าเป็นการซ้อมร้องเพลงเชียร์ แบบกีฬาในตอนมัธยม 5555...
วันแรกที่เข้าเชียร์...มีพี่ๆปีสองกำลังสัทนาการให้น้องๆปี1 ที่นั่งอัดกันใต้ตึกจนแทบจะไม่มีที่ให้ขยับขาได้เลย(นั่งขัดสมาธินะคับ) ทุกๆคนต่างหัวเราะพูดคุยถึงกับการแสดงของพี่ๆโดยไม่รู้เลยว่าต่อไปนั้นจะเกิดอะไรขึ้น...หลังจากนั้นก็มีเสียงไม่รู้ว่าอะไรตกลงมาจากบนตึกด้านหลังของปี1ที่นั่งดูการแสดงอยู่ เสียงดังปั้ง!!!! ดังสนั้น ทุกคนตกใจและพร้อมใจกันหันไปดู ยังไม่ทันหันไปถึงด้านหลังก็มีเสียงคนมากมายตะโกน อะไรก็ไม่รู้ดังมากกกกกกกเอะอะโวยวาย พร้อมกับมีการโยนผ้าที่มีสัญลักษณ์ ของคณะลงมาจากบนตึกอีกฝั่งตรงข้ามกับที่ปี1นั้งกันอยู่ (เป็นผ้าผืนใหญ่มากๆแทบบังตึกได้เลย) ในใจผมตอนนี้คิดได้อย่างเดียวคือ นี่ใช่ไหมที่เรียกว่าการว๊าก ทำไมๆๆๆต่างๆนาๆ และแล้วการเช็คชื่อก็เริ่มขึ้นขานตามรหัส ไปเรื่อยๆ ซึ่งมันนานนนนนนนนนมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก แทบว่ามีคนหลายคนทั้งเป็นลม ตะคิว เน็บชา ไอเปอร์ซินโดม(รึป่าว) นั้นแหละครับท่านผู้ชมมม ดีนะที่ผมไม่ได้เป็นอะไรแต่กว่าจะถึงรหัสผมก็แทบลมจับเหมื่อนกัน พอเช็คชื่อเสร็จก็มีการแนะนำบุคคล 4 คน ซึ่งคือ ประทาน(ปีสี่)และรอง(ปีสาม)ฝ่ายปกครอง ดูแลเรื่องกฎระเบียบอะไรประมาณนั้น และ ฝ่ายเชียร์ดูเรื่องกิจกรรมในการเข้าเชียร์อะไรประมาณนั้น และแล้วเขาเหล่านั้นก็มอบหมายกฎต่างๆนาๆ มากมายให้ทำ
และก็มีการนัดเข้าเชียร์ทุกวัน มีการว๊าก ทุกวันเว้นเสาร์อาทิตย์ นั้นคือการเข้าเชียร์ ในทุกๆวันผมจะต้องจำชื่อเพื่อนรอบข้างผมทั้งสี่คนเรื่อยๆ ทำให้ผมรู้จักกับเพื่อนในคณะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เราทำแบบนี้กันทุกวัน ผมเลือกที่จะมองข้ามการพูด-ดัน แบบเสียงดังๆแล้วมาคิดตามว่า สิ่งที่เขาพูดนั้นหมายถึงอะไรคนเหล่านั้นเขาต้องการอะไร ผมร็สึกว่ามันเป็นการสอน ที่แปลกเหมือนจะด่าก็ไม่เชิง พูดให้ รักเพื่อน เอาใจใส่ มีความเป็นสุภาพพบุรุษ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การให้เกียรติผู้หญิง การให้เกียรติซึ่งกันและกันเอง การเคารพรุ่นพี่ อาจารย์ หรือแม้แต่พนักงานในคณะ และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งมันเป็นสิ่งตรงข้ามกับที่ผมอ่านมาในอินเทอร์เน็ต คำว่า SOTUS นั้นมาจาก
Seniority คือ การเคารพผู้ที่แก่กว่า มีอาวุโส หรือการสำนึกในความเป็นน้องอ่อนไวกว่าทั้งความรู้และประสบการณ์ เพราะผมเห็นอะไรหลายๆอย่างมากมายกว่าการเป็นเด็กมัธยม ซึ่งมันทำให้ผมคิดว่า หนึ่งปี ของปีสอง สองปีของปีสาม สามปีของปีสี่ เค้าคงเห็นอะไรหลายๆอย่างมากกว่าผมเยอะ เียงแค่ในตอนนั้นผมผ่าน มัธยมมาไม่ถึงปีลองมองย้อนกลับไป เห็นได้ชัดเลยว่าหลายอย่างมันไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดเสมอ ประสบการณ์จะเป็นสิ่งที่จะสอนว่าเราควรจะทำตัวยังไงอะไรต่างๆนาๆ
Order คือ การปฏิบัติตามระเบียบวินัย อันนี้ก็ตรงๆเลยนะครับ เป็นปกติอยู๋แล้วในสังคมข้างนอกก็ปฎิบัติตามกฎหมายบ้านเมือง
Tradition คือ การปฏิบัติตามธรรมเนียมประเพณี มีประเภณีหลายอย่างที่ดีงามทั้งของคณะและมหาวิทยาลัย ที่คู่ควรที่จะรักษามันไว้ พี่บอกเสมอว่า ถ้ามีอะไรดีดีกว่า ก็พร้อมที่จะเปิดรับมันเข้ามาเสมอ แต่ก็อย่าละประเพณีดั้งเดิมที่ดีอยู๋แล้วด้วย
Unity คือ การเป็นหนึ่งเดียว หรือความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจกันทั้งในเพื่อนพี่
Spirit คือ การฝึกจิตใจ การเสียสละกายและใจให้กล้าทำในสิ่งที่ถูก คำนี่กว้างมากกกกกกกกก ผมชอบตัวนี่มากที่สุดผมยังจำได้ติดหูเลย " ถ้าสิ่งที่เราทำนั้นมันถูกต้อง และดีต่อคนรอบข้าง ถึงแม้มีคนมาว่ามาด่าเรา แต่เราก็ต้องทำเพราะมันเป้นสิ่งที่ถูกต้อง คนที่ห้ามไม่ให้เราทำดีนั้นแหละคือคนที่ไม่ดี " .......
ผมไม่รู้นะว่า คนอื่นๆที่เข้าโดนระบบSOTUSนั้นมันเป็นระบบ SOTUS จริงหรื่อไม่ หรื่อว่าอะไร ที่อื่นระบบนี้เป็นแบบไหนผมไม่รู้นะคับ แต่ที่นี่ระบบนี้สอนให้ผมกลายเป็นคนอีกคนนึ่งที่ผมกล้าพูดเลยว่า ดีกว่าคนเดิมแน่นอน ทั้งผมและเพื่อนต่างเข้าใจตรงนี้กัน ใครจะว่ากระท็นี้ของผมอยโซตัส ก็ได้นะครับแต่สิ่งที่ผมได้มานั้นมันมากกว่าคำว่ารุ่นครับ ผมเห็นรุ่นพี่ปีแก่ๆที่จบไปแล้วหลายปีถึงหลายสิบปีกลับมาเยี่ยมเยือนคณะ ช่วยกันลงทุนให้ทุนคณะ ช่วยกันพัฒนาคณะ มันทำให้เห็นว่าคนเหล่านี่ได้ให้อะไรที่มันมีค่ากับพวกเขามากๆจนทำให้พวกเขา ไม่ได้เพียงแต่จบแล้วไปทำงานหาเงินแล้วหายไปเลยแต่ก็กลับมาดูแล ทั้งคณะทั้งรุ่นน้อง ฝากถึงคนที่เข้ามาอ่านแล้วแอนตี้ระบบนี้นะคับ ระบบนี้มันไม่ได้มีแต่ข้อเสียนะครับ แต่ผมเลือกที่จะมองในสิ่งที่ดีดีกว่า (โลกสวยแปป) แต่มันก็เป็นสิ่งที่ดีนะครับที่มีคนอยู๋อีกฝ่ายเพื่อที่จะคอยตรวจสอบว่า มันมีอะไรที่ไม่ดีอะไรที่ควรจะปรับปรุง ขอบคุณครับบบบบบบบบบบบบ
บ๊ายบ่ายยยย.........(คงจะรู้ตังแต่ให้แฟ้มละ555555) ปล.น้ำหนักลดจะการวิ่งในห้องเชียร์ 8 กิโลกรัม 5555555555555
เมื่อผมต้องเข้าระบบ "SOTUS"
วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องประสบการณ์ ในการอยู๋มหาลัยของผม (พิมพ์ผิดขอโทษด้วยนะครับ) ก่อนอื่นผมขอบอกก่อนนะครับว่า ผมเรียนอยู่ มหาวิทยาลัยแห่งนึ่งทางภาคเหนือ คิๆ
ผมเป็นเด็กต่างจังหวัดครับ แอดติดโดยบังเอิญ โดยที่เลือกอันดับแอดไปโดยไม่ได้มีความรู้ข้อมูลอะไรเลยซักอย่างเลยครับ แต่!! ดันติดขึ้นมาาาาาา โอ้โห้แฟนตาซีมากคับ ผมเลยเริ่มหาข้อมูลว่า เป็นยังไง เรียนยังไงบ้าง สังคมเป็นยังไง และแล้วผมก้พบข้อมูลว่า มีการว๊าก ด้วยความที่ว่า ผมก็ไม่ร็ว่าว๊ากมันเป็นยังไง ก็หาข้อมูลเรื่อยๆ ได้ต้นตอมันมาว่า เป็นการใช้อำนาจของรุ่นพี่ บลาๆๆๆๆและแน่นอนว่าข้อมูลที่เจอมานั้น มีแต่สิ่งที่ไม่ดี ข้อมูลในเชิงลบทั้งหมด ผมเริ่มร็สึกไม่ดีเลยครับที่จะต้องไปเรียนที่นี่แต่ตอนสุดท้ายผมก็ตัดสินใจไปเรียน เพราะผมบอกกับตัวเองว่า "เอาเถอะ ถ้ามันไม่ดี ก็ค่อยออกเอาแล้วกัน ไม่ลองไม่รู้" และแล้วมันก็เริ่ม
แรกพบ ของผมที่ได้เข้าไปมหาลัยแห่งนี้ คือวันสอบสัมภาษณ์แอดคับ เป็นอะไรที่ตื่นเต้นมากบวกกับกลัวๆเพราะไปคนเองคนเดียว แต่สิ่งที่เจอคือ พี่ปีสองที่มาต้อนรับอย่างน่ารักและเรียกได้ว่าติงต๊องเลยแหละครับ ทุกๆคนดูเป็นมิตรเอาใจใส่น้องๆ หาน้ำหาข้าวให้กิน ตรวจเอกสารต่างๆ พาไปสอบสัมภาษณ์ พาไปตรวจสุขภาพ ภาพการว๊ากในหัวของผมตอนนั้นหายไปหมดเลยครับ ..
พอถึงวันเข้าหอพักผมจองหอในได้ครับก็เลยได้อยู๋หอใน ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับคณะเลยครับ ผมเข้าหอก่อนเปิดเทอมประมาณ สองอาทิตย์ครับ มีกิจกรรมในคณะและมหาวิทยาลัยเยอะแยะมากมายเลยครับ เอ้อช่ายยย...คณะอื่นๆเขาจะมีป้ายชื่อห้อยกัน แต่คณะผมไม่มีอะไรเลยยยย ผมก็งงๆ และแล้วก็เปิดเทอม เปิดเทอมได้ประมาณสองหรือสามวันประมาณนั้นจำไไม่ค่อยได้คับพี่ๆปีสองก็นัดเข้าไปในคณะบอกว่าไปทำกิจกรรมซักอย่าง แต่แล้วววมันคือการแจกแฟ้ม และสมุดเล่มเล่กๆ ที่เรียก่าสมุดเชียร์ ที่เราจะต้องเขียนชื่อและรหัส สี่ตัวท้ายติดไว้ อั้ยย๊ะผมนี่ชอบมากๆเลยคับเพราะแบบไม่ต้องห้อยป้ายแต่มีแฟ้มไว้ถือแทนเท่ๆและเอาสมุดเล่มเล็กๆใส่กระเป๋าเสื้อแทนคับ ซึ่งมันก็แนบมาด้วยกฎต่างๆนาๆมากมายก่ายกอง และในตอนที่รับนั้นมีพี่ๆซึ่งตอนนั้นผมไม่ร็ว่าปีอะไร ใส่ช้อปมามอบให้มันเป็นบรรยากาศที่ไม่ดีมากๆครับ มันทั้งน่ากลัวและอึดอัดแต่ก็แค่เดินไปรับครับแล้วก็เดินออกมา ซึ่งผมก็ไม่รู้หรอกว่าต่อไปจะมีอะไรป๊ามป้ามป่ามมมมมมม ในประมาณเย็นของวันมีทั้งโพส ในกลุ่มของเฟสคณะ ในไลน์ภาควิชา ต่างก็คุยกันว่า พน.จะมีการ "เปิดเชียร์" ให้ทุกคนไปเจอกันที่ในคณะ แต่ตัวแบบนั้นนี่ บราๆ ในใจผมก็คิดว่าเป็นการซ้อมร้องเพลงเชียร์ แบบกีฬาในตอนมัธยม 5555...
วันแรกที่เข้าเชียร์...มีพี่ๆปีสองกำลังสัทนาการให้น้องๆปี1 ที่นั่งอัดกันใต้ตึกจนแทบจะไม่มีที่ให้ขยับขาได้เลย(นั่งขัดสมาธินะคับ) ทุกๆคนต่างหัวเราะพูดคุยถึงกับการแสดงของพี่ๆโดยไม่รู้เลยว่าต่อไปนั้นจะเกิดอะไรขึ้น...หลังจากนั้นก็มีเสียงไม่รู้ว่าอะไรตกลงมาจากบนตึกด้านหลังของปี1ที่นั่งดูการแสดงอยู่ เสียงดังปั้ง!!!! ดังสนั้น ทุกคนตกใจและพร้อมใจกันหันไปดู ยังไม่ทันหันไปถึงด้านหลังก็มีเสียงคนมากมายตะโกน อะไรก็ไม่รู้ดังมากกกกกกกเอะอะโวยวาย พร้อมกับมีการโยนผ้าที่มีสัญลักษณ์ ของคณะลงมาจากบนตึกอีกฝั่งตรงข้ามกับที่ปี1นั้งกันอยู่ (เป็นผ้าผืนใหญ่มากๆแทบบังตึกได้เลย) ในใจผมตอนนี้คิดได้อย่างเดียวคือ นี่ใช่ไหมที่เรียกว่าการว๊าก ทำไมๆๆๆต่างๆนาๆ และแล้วการเช็คชื่อก็เริ่มขึ้นขานตามรหัส ไปเรื่อยๆ ซึ่งมันนานนนนนนนนนมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก แทบว่ามีคนหลายคนทั้งเป็นลม ตะคิว เน็บชา ไอเปอร์ซินโดม(รึป่าว) นั้นแหละครับท่านผู้ชมมม ดีนะที่ผมไม่ได้เป็นอะไรแต่กว่าจะถึงรหัสผมก็แทบลมจับเหมื่อนกัน พอเช็คชื่อเสร็จก็มีการแนะนำบุคคล 4 คน ซึ่งคือ ประทาน(ปีสี่)และรอง(ปีสาม)ฝ่ายปกครอง ดูแลเรื่องกฎระเบียบอะไรประมาณนั้น และ ฝ่ายเชียร์ดูเรื่องกิจกรรมในการเข้าเชียร์อะไรประมาณนั้น และแล้วเขาเหล่านั้นก็มอบหมายกฎต่างๆนาๆ มากมายให้ทำ
และก็มีการนัดเข้าเชียร์ทุกวัน มีการว๊าก ทุกวันเว้นเสาร์อาทิตย์ นั้นคือการเข้าเชียร์ ในทุกๆวันผมจะต้องจำชื่อเพื่อนรอบข้างผมทั้งสี่คนเรื่อยๆ ทำให้ผมรู้จักกับเพื่อนในคณะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เราทำแบบนี้กันทุกวัน ผมเลือกที่จะมองข้ามการพูด-ดัน แบบเสียงดังๆแล้วมาคิดตามว่า สิ่งที่เขาพูดนั้นหมายถึงอะไรคนเหล่านั้นเขาต้องการอะไร ผมร็สึกว่ามันเป็นการสอน ที่แปลกเหมือนจะด่าก็ไม่เชิง พูดให้ รักเพื่อน เอาใจใส่ มีความเป็นสุภาพพบุรุษ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การให้เกียรติผู้หญิง การให้เกียรติซึ่งกันและกันเอง การเคารพรุ่นพี่ อาจารย์ หรือแม้แต่พนักงานในคณะ และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งมันเป็นสิ่งตรงข้ามกับที่ผมอ่านมาในอินเทอร์เน็ต คำว่า SOTUS นั้นมาจาก
Seniority คือ การเคารพผู้ที่แก่กว่า มีอาวุโส หรือการสำนึกในความเป็นน้องอ่อนไวกว่าทั้งความรู้และประสบการณ์ เพราะผมเห็นอะไรหลายๆอย่างมากมายกว่าการเป็นเด็กมัธยม ซึ่งมันทำให้ผมคิดว่า หนึ่งปี ของปีสอง สองปีของปีสาม สามปีของปีสี่ เค้าคงเห็นอะไรหลายๆอย่างมากกว่าผมเยอะ เียงแค่ในตอนนั้นผมผ่าน มัธยมมาไม่ถึงปีลองมองย้อนกลับไป เห็นได้ชัดเลยว่าหลายอย่างมันไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดเสมอ ประสบการณ์จะเป็นสิ่งที่จะสอนว่าเราควรจะทำตัวยังไงอะไรต่างๆนาๆ
Order คือ การปฏิบัติตามระเบียบวินัย อันนี้ก็ตรงๆเลยนะครับ เป็นปกติอยู๋แล้วในสังคมข้างนอกก็ปฎิบัติตามกฎหมายบ้านเมือง
Tradition คือ การปฏิบัติตามธรรมเนียมประเพณี มีประเภณีหลายอย่างที่ดีงามทั้งของคณะและมหาวิทยาลัย ที่คู่ควรที่จะรักษามันไว้ พี่บอกเสมอว่า ถ้ามีอะไรดีดีกว่า ก็พร้อมที่จะเปิดรับมันเข้ามาเสมอ แต่ก็อย่าละประเพณีดั้งเดิมที่ดีอยู๋แล้วด้วย
Unity คือ การเป็นหนึ่งเดียว หรือความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจกันทั้งในเพื่อนพี่
Spirit คือ การฝึกจิตใจ การเสียสละกายและใจให้กล้าทำในสิ่งที่ถูก คำนี่กว้างมากกกกกกกกก ผมชอบตัวนี่มากที่สุดผมยังจำได้ติดหูเลย " ถ้าสิ่งที่เราทำนั้นมันถูกต้อง และดีต่อคนรอบข้าง ถึงแม้มีคนมาว่ามาด่าเรา แต่เราก็ต้องทำเพราะมันเป้นสิ่งที่ถูกต้อง คนที่ห้ามไม่ให้เราทำดีนั้นแหละคือคนที่ไม่ดี " .......
ผมไม่รู้นะว่า คนอื่นๆที่เข้าโดนระบบSOTUSนั้นมันเป็นระบบ SOTUS จริงหรื่อไม่ หรื่อว่าอะไร ที่อื่นระบบนี้เป็นแบบไหนผมไม่รู้นะคับ แต่ที่นี่ระบบนี้สอนให้ผมกลายเป็นคนอีกคนนึ่งที่ผมกล้าพูดเลยว่า ดีกว่าคนเดิมแน่นอน ทั้งผมและเพื่อนต่างเข้าใจตรงนี้กัน ใครจะว่ากระท็นี้ของผมอยโซตัส ก็ได้นะครับแต่สิ่งที่ผมได้มานั้นมันมากกว่าคำว่ารุ่นครับ ผมเห็นรุ่นพี่ปีแก่ๆที่จบไปแล้วหลายปีถึงหลายสิบปีกลับมาเยี่ยมเยือนคณะ ช่วยกันลงทุนให้ทุนคณะ ช่วยกันพัฒนาคณะ มันทำให้เห็นว่าคนเหล่านี่ได้ให้อะไรที่มันมีค่ากับพวกเขามากๆจนทำให้พวกเขา ไม่ได้เพียงแต่จบแล้วไปทำงานหาเงินแล้วหายไปเลยแต่ก็กลับมาดูแล ทั้งคณะทั้งรุ่นน้อง ฝากถึงคนที่เข้ามาอ่านแล้วแอนตี้ระบบนี้นะคับ ระบบนี้มันไม่ได้มีแต่ข้อเสียนะครับ แต่ผมเลือกที่จะมองในสิ่งที่ดีดีกว่า (โลกสวยแปป) แต่มันก็เป็นสิ่งที่ดีนะครับที่มีคนอยู๋อีกฝ่ายเพื่อที่จะคอยตรวจสอบว่า มันมีอะไรที่ไม่ดีอะไรที่ควรจะปรับปรุง ขอบคุณครับบบบบบบบบบบบบ
บ๊ายบ่ายยยย.........(คงจะรู้ตังแต่ให้แฟ้มละ555555) ปล.น้ำหนักลดจะการวิ่งในห้องเชียร์ 8 กิโลกรัม 5555555555555