เมื่อฉันได้อยู่อาศัยในบ้านกับผีเป็นเวลาถึง 8 ปี

สวัสดีค่ะ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราตัดสินใจมาแบ่งปันเรื่องราวของชีวิตที่ธรรมดาแต่ไม่ธรรมดาเท่าไหร่...หัวเราะหัวเราะหัวเราะ

          ... เราชื่อแตงโมนะคะ ประสบการณ์ขนหัวลุกสำหรับเรามันเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่เราอายุ 6 ขวบค่ะ (เข้าเรื่องเลยแล้วกัน)
ตอน 6 ขวบ กำลังเรียนอยู่ชั้น ป.1 ซึ่งช่วงนั้น คุณแม่ได้มาซื้อบ้านไว้หลังหนึ่งเป็นบ้านตึกแถวไม่เคยมีผู้อยู่อาศัยมาก่อน
ด้านหลังตึกแถวก็จะเป็นซอยเข้าไปค่ะ เป็นบ้านทาวน์โฮมสองชั้นจะมีคนซื้อไว้เป็นบ้านพักอาศัยค่ะ
ซึ่งด้านหน้าจะซื้อไว้เป็นออฟฟิศหรือตั้งบริษัทมากกว่าอยู่อาศัย
แต่ช่วงก่อนที่เราจะย้ายเข้าบ้าน  แม่กับเราและพี่ ได้แวะเวียนมาดูบ้านก่อนที่จะซื้อ เป็นบ้านตึก 3 ชั้น 2 คูหา
แม่กับลูกๆและเซลล์ที่ขายบ้าน เค้าก็พาเราเปิดบ้านสำรวจ พวกเราก็เดินดูตั้งแต่ชั้น 1
เราสังเกต จะมีกองไฟอยู่กลางบ้านทุกชั้น ชั้น 2 ก็มี ชั้น 3 เหมือนจะกองใหญ่สุด  
และแม่ก็ได้ถามเซลล์ว่าทำไมมีกองไฟ เขาก็บอกว่า อ๋อบางทีวัยรุ่นก็แอบงัดแงะเข้ามา
แอบเสพยาเสพติดบ้างเพราะเห็นว่าเป็นตึกเปล่าไม่มีคนอยู่อาศัย
ซึ่งตึกนี้เป็นตึกที่ติด ถนนเส้นหลักเลย เพื่อนบ้านเราส่วนมากเค้าก็เปิดเป็น บริษัทกัน
          และแล้วแม่ก็ตัดสินใจซื้อตึกนี้และเราก็ย้ายเข้ามาบ้านนี้หลังจากที่แม่ซื้อและให้ช่างตกแต่งข้างในสวยงาม
ปรุด้วยไม้เป็นเฟอร์นิเจอร์แกะสลัก ส่วนตัวแม่เป็นคนชอบงานไม้ค่ะ
บ้านหลังไหนๆ ก็จะต้องประดับด้วยตู้โชว์เครื่องแก้วและไม้เป็นหลักค่ะ  
และหลังจากที่ทำบุญขึ้นบ้านเรียบร้อยแล้ว เราก็กับครอบครัวก็เข้ามาอาศัยอยู่อย่างเต็มตัว
  ดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาใช่มั้ยคะ? มันกำลังจะเริ่มขึ้นแล้วค่ะ...
          เมื่อเราและครอบครัวได้เข้ามาอยู่บ้านหลังนี้ก็เกิดอะไรแปลกประหลาดขึ้นหลายอย่าง
ไม่ว่าคนจะอยู่บ้านเยอะแค่ไหนก็รู้สึกแปลกๆ เวลาเดินไปหลังบ้านเพื่อไปที่ครัว
ทุกคนก็จะรู้สึกเสียวสันหลังตลอด หลายๆเหตุการณ์เริ่มเกิดขึ้น
          บ้านเราเริ่มมีปัญหาเรื่องธุรกิจ จนกระทั่งล้มละลาย จากที่มีพี่เลี้ยง แม่บ้านสองคน
จากที่คุณพ่อทำงานเป็นผู้รับเหมามีรายได้ที่ถือว่าไม่อดอยากเลยค่ะ ฐานะดีเลยทีเดียว
อยู่ดีๆ ก็โดนโกงค่ะ งานไม่เดินเลยเกิดเหตุการณ์ล้มละลาย
ส่วนคุณแม่ก็ยังเป็นแม่บ้านแต่ก็หัดค้าขายเป็นนายหน้าที่ดินบ้างก็ยังพอมีที่ดินช่วยเหลือทางพ่ออีกที
และตากับพี่สาวยายก็มาล้มป่วยโรคคนแก่ค่ะ ตอนนั้นเราเริ่มอายุราวๆ 9 ขวบค่ะ
กลับกลายเป็นว่าคุณแม่ต้องไปบ้านตาและพี่สาวยายทุกวันๆ เพื่อไปดูแลท่านและไม่ค่อยได้กลับบ้าน
จนกระทั่งท่านเสียค่ะ เราก็ไม่ค่อยได้เจอแม่เลยช่วงนั้น ส่วนพ่อก็ตอนเช้าส่งเรากับพี่ไป
โรงเรียนค่ะ ส่วนตอนเย็นกลับเองขึ้น สองแถวกลับกับพี่ชาย
จากเมื่อก่อนพ่อต้องไปรับเช้าเย็นแต่ช่วงที่บ้านเป็นแบบนี้เลยต้องช่วยกัน
บางวันพ่อก็กลับดึกจนเราหลับไปแล้ว ตื่นมาก็เจอพ่อแค่ตอนเช้าค่ะ
ส่วนกับข้าวแม่ก็จะซื้อหมูไก่ไข่ หรือช่วงหนักๆ ก็จะซื้อแค่ มาม่ากับปลากระป๋อง อย่างละแพ็คค่ะให้เราและพี่ชาย
จะบอกว่าหนักมากจริงๆ เลิกเรียนบางวันมีแค่ แล็คตาซอยค่ะ พี่ชายเราเหลือเงินแค่ 20 บ วิ่งไปซื้อมาให้อยู่ที่ปั๊มน้ำมันใกล้บ้าน
และมาบอกกับน้องว่า "แกๆ ดีใจมั้ยแล็คตาซอยมันเพิ่มปริมาณด้วยนะ แกจะได้อิ่มๆไง"
เราเป็นเด็ก เราไม่รู้จะซึ้งยังไง วันนั้นพ่อแม่ไม่เข้ามาบ้านเพราะต้องไปหาเงินส่วนแม่ก็ดูแลคนแก่ มีพี่ชายเรานี่แหละที่ดูแลเราอยู่ข้างๆเรา
(เหตุการณ์นี้เกี่ยวพันกับเรื่องที่อาศัยกับผีค่ะ....กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ร่ายซะยาว ต้องขออภัยด้วยค่ะเพื่อ อรรถรสเค้าล้อเล่น)
            หลังจากเหตุการณ์หลายๆอย่างเกิดขึ้น ปกติช่วงค่ำพ่อก็จะยังไม่กลับค่ะตามที่บอก
และคุณแม่ก็มาบ้างไม่มาบ้างค่ะ จากที่กลับบ้านมาจากโรงเรียนกับพี่ชาย มันก็เริ่มติดเพื่อนค่ะ เริ่มเป็นหนุ่มไปเตะบอลกะเพื่อนหลังเลิกเรียน
เราก็เลยต้องกลับบ้านมาก่อนคนเดียวด้วยรถสองแถว
           วันหนึ่ง เรากลับมาจากโรงเรียน เวลาประมาณ 5โมงเย็น เราก็เปิดประตูรูดเหล็กขึ้นและจะมีประตูกระจกอีกชั้น พอเราเปิดเข้าไป
ลองจินตนาการภาพดูนะคะ บ้านเราเป็นบ้านตึกปูนแต่ข้างในประดับด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้แบบอัดแน่น ตอนนั้นในใจก็แอบหลอนค่ะ เพราะมันทำให้บ้านมืด
และเราบ้านเราเสียงก้องมากๆ เพราะมีตั้ง 3 ชั้น 2 คูหาอย่างที่บอก
** ครั้งแรกที่อีพี่ชายปล่อยให้เรากลับเอง เราเปิดประตูเข้ามาในบ้าน
เสียงแรกที่ได้ยินคือเสียงของตกที่ชั้นสาม ตุ้ม! ... เสียงดังตกใจมาก เสียงแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยๆ
เวลาเราอยู่คนเดียวและพ่อกับแม่ก็จะบอกประจำว่าจะมีเสียงแบบนี้ ของตกบ้าง อะไร โป๊กๆ แป๊กๆ ก๊อกๆ แก๊กๆ
ตลอดเวลาเราอยู่คนเดียวในบ้านหลังนี้ แม่ก็จะปลอบว่าเสียงแมวค่ะ
  หลังจากนั้นเราก็ต้องกลับบ้านคนเดียวเกือบทุกวัน ก็จะได้ยินเสียงประหลาดๆ ทุกวันค่ะ
เหมือนมีคนอาศัยอยู่ด้วยในบ้าน ร้องไห้  เป็นแบบนี้จนเราขึ้นประถมปลายค่ะ
           บางวันเรากลับมา เราไม่กล้าที่ขึ้นไปข้างบนเลยค่ะ ห้องนอนเราอยู่ชั้นสอง นอนกับคุณพ่อค่ะพี่ชายด้วย นอนเป็นห้องใหญ่รวมกัน
มีห้องน้ำในตัว ส่วนชั้นสาม แม่สร้างเป็นห้องเรากับพี่ชายคนละห้อง และมีห้องพระอยู่ตรงกลาง แต่ก็ไม่มีใครขึ้นไปนอนค่ะ มีแต่ขึ้นไปไหว้พระ
บางครั้ง คุณพ่อเครียดเรื่องงานอยากขึ้นไปไหว้พระ นางก็ยังไม่กล้าขึ้นไปคนเดียวค่ะปกตินางไม่กลัวนะ
แม่ก็เช่นกันค่ะหลังจากที่ขึ้นไปไหว้พระและลงมา ก็จะมาบ่นๆว่า เวลาเดินอยู่บนชั้นสามเหมือนมีคนเดินตามฝีเท้าเรา
แม่ก้าว ซ้าย ขวา ฉับ ฉับ ก็จะมีเสียงคนเดินตามค่ะ ฉับ ฉับ จนเป็นเหตุการที่หลายคนเจอค่ะ จะต้องวิ่งลงมาทีละ สองสามขั้นบันไดเลยทีเดียว
เวลาที่ต้องขึ้นไปเอาของด้านบน     //  ส่วนญาติพี่น้องที่เคยมาเยี่ยมมานอนพัก ไม่ต้องพูดถึงค่ะ เขาบอกโดนผีอำทุกคน
เราก็ งง มากค่ะ ทำไมเขาถึงกลัวกัน บางทีเราไปเที่ยว ตจว กับครอบครัว จ้างให้แม่บ้านมานอนค่ะ แกก็ปฏิเสธ ไม่อยากนอน
จนแม่ต้องขอร้องให้เฝ้าบ้านเพิ่มเงินให้ แกถึงยอมคะแต่ก็ไม่อยากนอนอยู่ดี ไม่รู้ทำไม
         พูดถึงเรื่องความฝัน ตอนอยู่บ้านหลังนี้ และเรื่องที่ฝันบ่อยๆสุดๆ คือ จะฝันถึงผู้หญิงคนนึงค่ะแต่ในฝันเห็นหน้าไม่ชัดตลอดค่ะ
แต่รู้ว่าเป็นผู้หญิงใส่ชุดขาว(ตามสเต็ป)  เราฝันถึงผู้หญิงคนนี้บ่อยสุดๆ แทบทุกคืนค่ะ แบบฝันติดต่อกัน 7-8 วัน (ไม่เวอร์)
ฝันไปในเหตุการณ์ต่างๆ แต่ทุกเหตุการณ์จะเกิดขึ้นที่ชั้น 3 ของบ้านเราเองค่ะ
ฝันแรก ฝันว่าขึ้นไปชั้นสามและกำลังจะเข้าไปในห้องตัวเอง แต่อยู่ดีๆ ก็มีฝุ่นกลุ่มพายุหมุนเล็กๆ มาขวางหน้าเราให้ตกใจ เหมือนหลอกเรา
ฝันต่อไปมา ก็ฝันว่าขึ้นไปชั้นสามอีกตามเคย เปิดประตูเข้าไปที่ห้องไหน ก็ออมาที่ห้องเดิม เปิดไปห้องไหนๆก็ออกมาที่เดิมจนเราร้องไห้
ในฝัน เหมือนแกล้งเราและบรรยากาศก็มืดๆทุกครั้ง
ฝันต่อมาอีก...ก็จะมีคนไล่ฆ่าเรากับพี่ชายโดยจะมีผู้หญิงคนนั้นอยู่ในเหตุการณ์ตลอดทุกฝัน
และฝันที่พีคสุด... เราฝันว่าเป็นตอนกลางวันค่ะ  เราได้เดินขึ้นไปที่ชั้นสาม (อีกแล้ว) เราเห็นเปลเด็ก
เป็นลักษณะเป็นเปลเหล็กสี่เหลี่ยมทั่วไป สีฟ้าและมีของเล่นห้อยๆ อยู่ด้านบนเปล และตั้งอยู่กลางโถงชั้นสาม
และเราก็ดันเดินไปชะเง้อหน้าดูเด็กในเปล (เพราะในฝันพาไป) แต่ยังไม่ทันได้ดูค่ะ  มีส้นเท้ายักษ์! ขอใช้คำว่าส้น_ีนยักษ์ค่ะ
ถีบเราจนร่วงลงมาจากชั้นสามลงมายังชั้นหนึ่ง แล้วเรายังวิ่งต่อในฝันเพราะกลัวมากและอยู่ดีๆก็กลายเป็นกลางคืนซะงั้น
              ช่วงชีวิต วัยสะรุ่น ช่วงเกมส์ The sims 1 เริ่มแพร่ระบาดค่ะ เราโกหกพ่อว่าป่วยค่ะ เพื่อที่จะได้เล่นเกมส์อยู่บ้าน
มันเป็นช่วงกลางวันค่ะ เราเลยกล้าอยู่บ้าน พ่อออกไปทำงานเราก็ตื่นมาเล่นเกม แต่โต๊ะคอมอยู่นอกห้องนอนค่ะ
โดยจะหันหลังให้บันไดบ้าน ด้านหลังเราจะเป็นโถงชั้นสอง โล่งๆ เล่นเกมไปเพลินๆปกติๆ แต่ก็ต้องเหลียวหลังตลอด
เพื่อนๆ เคยเป็นมั้ยคะ? เวลามีคนมองเราจากด้านหลัง หรือเดินย่องเข้ามา เราจะรู้ตัวเหมือนมันจะมีรังสีหรือพลังงานบางอย่าง
เหมือนที่เค้าว่ากันเลยค่ะ... ก็จะทำให้เราเล่นเกมไปเหลียวหลังไปตลอดเวลา ทั้งๆที่เราก็โฟกัสกับเกมมากๆ
              ตอนกลางคืน หลายๆครั้ง คุณพ่อจะละเมอค่ะ ละเมอชนิดที่แบบว่า ร้อง เอ๊ยๆ เฮ๊ยๆ ฮื้อ ฮ่า! เหมือนคนโดนผีอำ
ทั้งถีบทั้งต่อยเป็นบ่อยจนคุณแม่บอกเสมอว่าให้ปลุกพ่อด้วยนะปลกให้ตื่นเลย เดี๋ยวพ่อจะขาดใจซะก่อน
หลังจากที่เราปลุกพ่อหลายๆครั้ง พ่อก็จะลุกขึ้นมา เหงื่อแตกพลั่ก แล้วก็บอกลูกว่า "นอนเถอะลูกนอนๆ"
จนตอนเช้าระหว่างไปโรงเรียนในรถ เราก็ถามพ่อว่า พ่อฝันอะไรบ่อยๆ ทุกคนเลย หนูต้องปลุกตลอด เหมือนพ่อจะขาดใจ
พ่อก็บอกว่า"ก็ฝันว่าโดนผู้หญิงบอกให้ไปอยู่ด้วยแต่ในฝันก็รู้ว่าคือผีเลยพยายามวิ่งหนีแต่ก็หนีไม่ได้" บางครั้งก็เห็นคนตายเต็มไปหมด
เดินไปทางไหนก็มีแต่คนฆ่าตัวตาย ผูกคอ โดดตึก ฆ่ากัน จนในฝันต้องวิ่งหนีแต่ก็หนีไม่พ้น
               จนวันหนึ่ง...พ่อฝันอีกแล้วครั้งนี้ ฝันแบบเดิม ฮึดฮัด ร้อง เตะต่อย เราก็รีบลุกขึ้นมาปลุก พ่อๆๆๆ พ่อเราก็ เฮื้อก! ลุกขึ้นมา
แล้วก็พูดบ่นเหนื่อยๆว่า "โตไปทำอะไรอยู่ตรงนั้นน่ะ" (สิงโตคือพี่ชายเราเอง)  เราก็ "ห๊ะ อะไรนะพ่อ"
"โตไปทำอะไรอยู่ตรงนั้นทำไมไม่นอน"   เราก็มองไปตามที่พ่อมอง ตึ่ง!(ซาวน์แบบหนังสยองขวัญ) เราเห็นผู้หญิงผมสั้นประบ่าค่ะ
ยืนอยู่ที่ตู้เสื้อผ้า เพราะแสงจากระเบียงหลังบ้านที่เปิดไว้ทุกคืน แสงจะสาดเข้ามาพอประมาณค่ะ ทำให้เราเห็นร่างของเธอ
ยืนอยู่ที่ปลายเตียงพ่อร้องไห้ร้องไห้  เรารีบหันหลังลงไปนอน คุมโปงเลยค่ะ ได้แต่บอกตัวเองว่าตาฝาด ไม่ได้เห็นอะไรแล้วก้อเผลอหลับไป
               เหตุการณ์บางวันค่ะ ทะเลาะกับพี่ชายบ้างล็อคห้องไม่ให้พี่มันเข้ามา ทะเลาะเสียงดัง แล้วก็ ตุ๊บ-! ขวดน้ำที่ตั้งอยู่ดีๆ
อยู่ๆ ก็ตกลงมาไหลหลากเต็มพื้นซะงั้น เรานี่รีบวิ่งไปเปิดประตูมห้พี่ชายเลยค่ะ
บางวันอาบน้ำก็ไม่กล้าปิดประตูค่ะ บ้านเราก็ใหม่ทุกอย่างนะ แต่บรรยากาศมันวังเวงไปหมดเลยค่ะ คนที่อยู่จะเข้าใจ
               บางวันของหายค่ะ หายทั้งๆที่หาแล้วหาอีก หาตรงที่ตัวเองนั่ง มันคืองานที่จะต้องไปส่งครูค่ะ หาไม่เจอจนจะร้องไห้
โทรไปบอกพ่อแล้วว่าหายแน่ๆ แต่พอกลับมาที่เรานั่งอยู่ก็ปรากฏเห็นอยู่ที่เก้าอี้เราคะ ?! คุณว่าตลกมั้ย (หรืออยากเล่นกับเรา)
              จนมาถึงวาระที่แม่และพ่อเริ่มตั้งตัวได้เป็นระยะเวลาที่เราได้อาศัยอยู่บ้านหลังนี้มา 8 ปีเต็มๆ ตั้งแต่ อนุบาล3-ม.1
คุณแม่ได้ประกาศขายบ้านหลังนี้มาซักพักนึงแล้ว 1-2 ปีได้ค่ะ อยู่ดีๆคนที่มาซื้อเค้าก็มาดูบ้านเราค่ะ เค้าเป็นคนรวย อายุวัย 35 ราวๆนี้
เค้าบอกว่าเค้าเป็นหมอดูฮวงจุ้ย อารมณ์เป็นซินแสอะไรประมาณนั้นด้วยค่ะ เค้ามาบอกกับแม่เราว่า
"ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่ผมต้องช่วยคุณ ผมต้องซื้อบ้านหลังนี้"
แล้วเดินดูไปมา บอกเราว่ามันแปลกๆ มีอะไรซักอย่าง... แม่ดีใจมาก ตอนแรกแม่ตั้งราคาขายไว้ 5 ล้านค่ะ
ด้วยความที่ดีใจมากเขามาช่วยซื้อ เราเลยลดให้เขา 4.5 ล้าน ทั้งหลังตกแต่งพร้อมหมด
เชื่อมั้ยคะ เขาไม่ต่อเราซักแดงเดียว เซ็นตกลงทำเรื่องโอนเรียบร้อย...
เรื่องมันน่าเหลือเชื่อมากค่ะ อยู่ดีๆ เขาก็เป็นเทพบุตรมาช่วยเรา แม่พ่อดีใจมาก
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview