ส่องกำไร บจ.ไตรมาส 2 "ทรุด" แบงก์-สื่อสาร-พลังงาน ตัวฉุด


ส่องกำไร บจ.ไตรมาส 2 "ทรุด" แบงก์-สื่อสาร-พลังงาน ตัวฉุด
ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

          แม้ว่าเวลานี้รัฐบาลจะเชื่อมั่นว่าเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่จะเริ่มทำงาน และมั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังจะขยายตัวดีขึ้น จากความคาดหวังของการลงทุนของภาคเอกชน แต่ในแง่ภาคธุรกิจก็ยังต้องเผชิญกับปัญหากำลังซื้อที่จะยังไม่สดใส เพราะจากสถิติตัวเลขการว่างงานในช่วงไตรมาส 1 เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 5 ปี ขณะที่กระแสการปรับลดพนักงานและการตัดค่าล่วงเวลา (โอที) ของภาคธุรกิจต่าง ๆ ก็กระหึ่มมากขึ้น ดังนั้น "ประชาชาติธุรกิจ" จึงได้ตรวจสอบสถานการณ์ผลดำเนินงานช่วงไตรมาส 2 ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าแท้จริงเป็นอย่างไรกันบ้าง

          มึนกำไร บจ.ไตรมาส 2 ทรุดตัว
          นายวรุตม์ ศิวะศริยานนท์ กรรมการผู้จัดการสายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเชีย เวลท์ เปิดเผยว่าเบื้องต้นประเมินว่ากำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในงวดไตรมาส 2/2559 น่าจะทำได้ประมาณ 2.12 แสนล้านบาท ลดลงจากไตรมาส 1/2559 ที่ทำได้ 2.33 แสนล้านบาท และช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 2.25 แสนล้านบาท เนื่องจากกลุ่มธนาคารพาณิชย์ต้องมีการตั้งสำรองเพิ่มขึ้นผลจากตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เพิ่มขึ้น ขณะที่กลุ่มพลังงานคาดว่าจะฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน หลังหลายบริษัทมีโอกาสบันทึกกำไรจากสต๊อกน้ำมันตาม แนวโน้มของราคาน้ำมันดิบโลกที่ผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว รวมถึงไม่น่าจะมีการบันทึกขาดทุนสต๊อกน้ำมัน (Stock Loss) และการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์จำนวนมากเหมือนในปีที่ผ่านมาแล้ว

          ทั้งนี้ในกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ๆ คาดว่าจะเริ่มปรับตัวดีขึ้น โดยกลุ่มที่คาดว่ากำไรจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นรองลงมาจากกลุ่มพลังงานคือ กลุ่มท่องเที่ยว, โรงพยาบาล, รับเหมาก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง ซึ่งถือว่าเติบโตดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

          ขณะที่ทิศทางกำไรสุทธิ บจ.ในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าน่าจะยังทำได้เหนือระดับ 2 แสนล้านบาทต่อไตรมาส ซึ่งถือว่าเป็นการฟื้นตัวที่เข้ามาอยู่ในระดับปกตินับตั้งแต่ปี 2555 เพราะเฉลี่ยกำไรแต่ละไตรมาสจะมากกว่าระดับ 2 แสนล้านบาท หากไม่มีปัจจัยลบที่สำคัญเข้ามากระทบ อย่างไรก็ตามบริษัทยังคาดว่าทั้งปีนี้กำไร บจ.น่าจะทำได้ตามเป้าหมายที่ 8.87 แสนล้านบาท หรือเติบโต 27% จากปี 2558 ที่อยู่ระดับ 6.97 แสนล้านบาท



          3 กลุ่มยักษ์ผลประกอบการเฉาเทียบปีก่อน
          ขณะที่ นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ ประเมินว่า งบฯไตรมาส 2/2559 ของหุ้นขนาดใหญ่ อย่างกลุ่มพลังงาน-ปิโตรเคมี คาดว่าผลประกอบการจะลดลงเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน จากการปรับลงของอัตราค่าการกลั่นและส่วนต่างราคาปิโตรเคมี แต่คาดว่าจะดีขึ้นเทียบไตรมาส 4/2559 ตามราคาน้ำมันในตลาดโลก (Brent) ที่ฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่องจากเฉลี่ย 35.3 ดอลลาร์/บาร์เรลในไตรมาส 1/2559 และมาที่ 47.0 ดอลลาร์/บาร์เรลในไตรมาส 2/2559 หรือเพิ่มขึ้น 33% อีกทั้งคาดว่าจะมีกำไรจากสต๊อกน้ำมัน และกำไรอัตราแลกเปลี่ยนจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเทียบไตรมาสก่อนหน้า

          เช่นเดียวกับกลุ่มสื่อสารโดยรวมคาดว่ากำไรลดลงเมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการลดลงของกำไร บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) ที่กำไรลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าถึง 89% และ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) หากไม่มีรายการพิเศษ คาดงบฯจะขาดทุนจากค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจากการอุดหนุนเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ดึงผู้ใช้บริการให้ย้ายค่าย ส่วน บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) กำไรน่าจะอยู่ระดับ 1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่จะดีขึ้นมากเมื่อเทียบไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากไม่มีรายจ่ายค่าธรรมเนียมเช่าโครงข่าย 2G และการอุดหนุนค่าเครื่อง ลดลงในไตรมาสนี้ หลังบริษัทได้ใบอนุญาต 4G คลื่น 900 MHz แทน JAS

          "ขณะนี้ยังไม่สามารถประมาณการผลประกอบการโดยรวมของ บจ.ทั้งตลาดได้ คงต้องรอให้มีการประกาศงบฯก่อน แต่พอจะคาดการณ์ของบริษัทขนาดใหญ่ได้ว่า น่าจะมีทิศทางชะลอตัวลงจากไตรมาส 2/2558 ทั้งกลุ่มพลังงาน ธนาคาร และสื่อสาร แต่ครึ่งปีหลังคาดแนวโน้มผลประกอบการ บจ.จะดีขึ้น เพราะดัชนีบริโภคในประเทศ พ.ค.ฟื้นตัวดีขึ้น สะท้อนว่าปัจจัยลบจากรถคันแรกได้หมดไปแล้ว และยังมีเรื่องการลงทุนภาครัฐที่จะเปิดประมูลอีก 6 โครงการ ซึ่งเป็นผลดีต่อตลาดการลงทุน" นายอภิชาติกล่าว

          สินเชื่อรายใหญ่ขยับดันกำไรกลุ่มแบงก์
          นางอุษณีย์ ลิ่วรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท หลักทรัพย์ เอเซีย พลัส กล่าวว่าจากการประมาณการผลประกอบการ 10 แบงก์ใหญ่ คาดว่าผลประกอบการของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 2/2559 น่าจะมีกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 4.91 หมื่นล้านบาท หรือเติบโต 3.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก และลดลงราว 4.3% หากเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งประเมินว่าส่วนใหญ่กำไรแบงก์ที่ดีขึ้นมาจากการสำรองหนี้เอ็นพีแอลที่ลดลง เพราะไตรมาสแรกที่ผ่านมาที่มีการตั้งสำรองอยู่ในระดับสูง

          สำหรับกำไรกลุ่มแบงก์ที่ยังปรับตัวได้ดี ส่วนหนึ่งมาจาก รายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิของแบงก์ต่าง ๆ ที่ยังอยู่ในระดับที่ดี โดยมีมูลค่ากว่า 1.14 แสนล้านบาท แม้หดตัวเล็กน้อยที่ 0.8% จากไตรมาสแรก แต่ก็ยังเพิ่มขึ้น 5.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งก็มาจากสินเชื่อในไตรมาส 2 ที่มีแนวโน้มดีขึ้น

          ด้านสินเชื่อรวมคาดว่าจะอยู่ที่ 10.56 ล้านล้านบาท เติบโตขึ้น 1.0% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 3.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เป็นผลจากสินเชื่อรายใหญ่ที่ยังเติบโตได้ดี และคาดว่า สินเชื่อรวมของแบงก์น่าจะเริ่มดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้สินเชื่อรวมทั้งระบบปีนี้จะเติบโตราว 4.6% จากครึ่งปีแรกที่ เติบโต 3.3%

          "หากดูการสำรองหนี้สงสัยจะสูญของแบงก์พาณิชย์ทั้ง 10 แบงก์ คาดว่าการตั้งสำรองอยู่ที่ 3.50 หมื่นล้านบาท ลดลง 11.5% จากไตรมาสแรกที่ผ่านมา แต่ก็ยังเพิ่มขึ้น 3.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยแบงก์ที่มีการสำรองลดลง อาทิ KBANK, LHBANK, TCAP ขณะที่ SCB ในไตรมาส 2 มีการสำรองหนี้เพิ่มขึ้นสูงสุดหากเทียบกับทุกแบงก์อยู่ที่ 5,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% จากไตรมาสแรกที่ตั้งสำรองเพียง 5,010 ล้านบาท และตั้งสำรองเพิ่มขึ้น 7.2% หากเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน" นางอุษณีย์กล่าวขณะที่อัตราส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ในไตรมาส 2 รวมของสถาบันการเงินคาดว่าจะอยู่ที่ 3.00% ลดลงจากไตรมาสแรกอยู่ที่ 3.08% ซึ่งเป็นผลจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทลง 0.25% ของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ และบางประเภทในธนาคารขนาดกลางและเล็ก ขณะที่ส่วนใหญ่ไม่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ขณะที่ครึ่งปีแรก NIM อยู่ที่ 3.05% ซึ่งยังสูงกว่าสมมุติฐานทั้งปี 2559 ที่ศูนย์วิจัยคาดว่าจะอยู่ที่ 2.99% เนื่องจากคาดหมายแนวโน้มการลดลงของ NIM ในไตรมาส 3/59 ซึ่งเป็นผลกระทบจากการลดดอกเบี้ยในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา

          ด้านธนาคารทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นแห่งแรกที่แจ้งผลประกอบการไตรมาส 2 โดยมีกำไรสุทธิ 1,207 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 203 ล้านบาท หากเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น และการตั้งสำรอง หนี้สูญลดลง


แหล่งข่าว
หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 (หน้า 2)

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่