เราต้องทำยังไงค่ะ?? เมื่อเราอยู่ในสภาพอ่อนแอ ในขณะที่แฟนป่วยเป็นมะเร็ง!

เรากับแฟนรู้จักกันมาจะ2ปีแล้วค่ะ เรารู้จักกันผ่านแอฟๆนึง ตอนนั้นเราก็เฉยๆกับเขาค่ะ ยอมรับว่าเรามีคนคุยอยู่แล้วด้วยคนนี้เรายอมรับว่าเราชอบ เขาเองก็อยู่ในช่วงขออย่าภรรยา(เราไม่ใช่มือที่สามนะอย่าเข้าใจผิดเขาเล่าว่ามีเรื่องไม่ลงรอยกับภรรยาหลายเรื่องอยู่ค่ะ)จนกระทั่งเขาอย่าภรรยา เขาก็จีบเราจริงจังรับไปกินข้าวชวนดูหนังบ่อยมากแต่ก็แชร์ๆกันนะคะ นั่นแหละจนเรารู้สึกดีเพราะเราก็ไม่เคยเจอใครแบบนี้ แต่เขาก็ไม่ได้ขอเราเป็นแฟนนะ กระทั่งเราผิดหวังกับคนที่เราคุยก่อนหน้านี้เพราะให้เพื่อนทำทีตีสนิทจนสืบทราบมาว่าเขาเจ้าชู้มากแล้วเราก็เลิกคุยไป เราไปไหนมาไหนกับแฟนปัจจุบันเราบ่อยขึ้นเรารู้สึกดีขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งมีไรกับเขา ตอนนั้นเราจำได้ว่าเราเป็นฝ่ายถามว่าเราเป็นไรกันเขาก็ตอบว่าแฟน ถามว่าดีใจไหมก็ระดับหนึ่งเพราะเวลาไปเดินห้างด้วยกันเขาก็จะเดินห่างๆเราค่ะ เวลาเขาตาดีเห็นเพื่อนผู้หญิงในออฟฟิตเขาจะพาเราเดินเลี่ยงทุกครั้งไป ยกเว้นเจอเพื่อนชายเขาจะพาเราเข้าไปหาและบอกว่าเราคือแฟน ทั้งfacebookและไลน์เขาเราไม่มีตัวตนนะคะ เขาให้เหตุผลว่าเขาพึ่งอย่าภรรยา ภรรยาเขายังมีสิทธิฟ้องร้องเขาได้อยู่ ในกลุ่มเพื่อนเขามีคนไม่หวังดี เราก็เลยพยายามเข้าใจ ตอนนั้นยอมรับว่าเราก็รักเขาแล้ว ไม่รู้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ตั้งแต่คบกัน เราก็ยังไม่มีตัวตนในโลกโซเชียลของเขา เขาเคยบอกรักเราแต่เราไม่เคยเชื่อเลยค่ะ เรารู้สึกเจ็บในใจตลอดมา กระทั่งวันนึงเราทั้งคู่ตัดสินใจหยุดยาวไปเที่ยวด้วยกัน แต่ไปแบบลุยๆนั่งรถประจำทาง เราขอเขามารับเราแล้วเอารถไปฝากขนส่ง ไม่ก็เอารถเขามาไว้หอเราแล้วเอารถเราไปฝากขนส่งแทนเขาก็ไม่ยอม เราก็จำใจไปเอง โดยที่เขาให้แม่เขามาส่งขนส่งแล้วบอกที่บ้านว่าไปเที่ยวคนเดียว ลึกๆแล้วเราเสียใจมาตลอดค่ะ แต่พยายามมีความสุขกับแต่ละวัน วันเกิดเขาเราถักเสื้อกั๊กกันหนาวให้เขาโดยที่เราก็ถักไม่แข็งแรงและไม่เคยทำให้ใครมาก่อน ดูเขาก็ชอบมากด้วยเพราะเขาได้ใช้พอดีและเป็นสีที่เขาชอบ เล่านิดนึงว่าเขาชอบการ์ตูนญี่ปุ่นมากคะด้วยความที่เราก็พยายามเอาใจเขาเราก็เลยชอบด้วย และอีกอย่างนึงที่เขาชอบคือตู้ไม้น้ำ แต่สิ่งนี้เราไม่ได้ชอบตามเขาค่ะ เราชอบเลยแหละ ดูแล้วสบายตา แต่ละตู้ไม่ได้จัดกันง่ายๆเลย เขาเก่งค่ะ เขาเองก็มือใหม่ปีแรกที่เข้าแข่งขันเขาคว้ารางวัลชมเชยมาได้เราดีใจยิ่งกว่าลงแข่งเองซะอีก ปีต่อมาเขาพัฒนาตัวเองจนคว้ารางวัลที่หนึ่งมาได้ เราภูมิใจในตัวเขามากและยิ่งรักเขา และเขาก็ดูรักเราระดับนึง โทรหาเราวันละสามสี่เวลา ไลน์หาตลอดไปไหนก็บอกตลอด เขาไม่เคยเกเรค่ะ ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ การงานก็ดี แต่เรื่องผู้หญิงเราไม่รู้จริงๆค่ะ มือถือเขาเราไม่เคยได้จับ แรกๆที่รู้จักกันเขาได้พูดถึงผู้หญิงคนนึงที่เป็นเพื่อนสนิทป.ตรี จนเราสัมผัสได้ว่าเขาน่าจะรู้สึกดีกับผู้หญิงคนนี้เกินเพื่อนแต่อาจด้วยความที่กลัวเสียเพื่อนเปล่าเราไม่แน่ใจ ตอนเขาเล่าตอนนั้นเพื่อนเขาก็ยังโสด ปัจจุบันเราไม่รู้ค่ะ เราคาใจมาตลอดกับผู้หญิงคนนี้มากกว่าภรรยาเขาที่อย่าไป เราคิดเองว่าที่เขาเย็นชากับภรรยาจนต้องเลิกรากันอาจเพราะลึกๆแล้วเขารู้สึกดีกับผู้หญิงคนนี้ ตลอดเวลาที่คบกันเขาไม่เคยพาเราไปบ้านเขาทั้งที่บ้านเขากับหอเราไม่ไกลกันเลย เวลาไปไหนเราก็แชร์กันค่ะ ไม่ก็ผลัดกันจ่าย ทุกวันเลิกงานเขาจะกลับบ้านค่ะไม่แวะไหน มีแวะหาเราบ้างอาทิตย์ละครั้งทั้งที่บ้านเขาไม่ไกลที่พักเรา มีอยู่วันนึงเราจำได้แม่น เขาชวนเราไปซื้อกั้นดั้มค่ะ แต่มันเป็นทางผ่านเขาก่อนมาหาเรา เขาก็ตั้งใจว่าจะมารับเราแล้วกลับไปซื้อด้วยกันแต่เขาก็แวะซื้อก่อนมาหาเรา เราก็ไม่ได้ว่าไรหรอกค่ะ ถ้าเขาไม่โกหกว่าฝากเพื่อนซื้อ แต่เราดันตาดีเห็นใบเสร็จคะ ก็เลยหยิบมาดูจนไปเห็นเวลาซื้อเข้า ซึ่งก็เป็นเวลาก่อนมาหาเราแปปเดียว เป็นครั้งแรกที่เราร้องไห้ค่ะเพราะเราผิดหวังในตัวเขาว่าเรื่องแค่นี้ทำไมต้องโกหกกัน เหมือนเราหมดความเชื่อใจ คบกันมาด้วยความหวาดระแวงมาตลอด เรางอลเขาบ่อยขึ้น ไม่ค่อยโทรหา เขาก็เหมือนกัน ระหองระแหงกระทั่งเมื่อต้นปีนี้เขาเริ่มมีอาการป่วยชาหน้า หูอื้อ นี่เป็นอาการของมะเร็งโพรงจมูกค่ะ ทั้งเขาครอบครัวเขาและเราตกใจกันมากว่าเป็นได้ยังไง เราเหมือนคนฟีลขาด กระทั่งเขาเริ่มรักษาช่องปากเพราะจะมีผลกับการรักษามะเร็งค่ะ จากเดิมที่คุยกันน้อย นับวันยิ่งน้อยลง จะคุยกันก็ถามถึงอาการ การรักษา การกิน การอยู่ กระทั่งเขาต้องเริ่มคีโม และฉายแสงตั้งแต่เมษาร่างกายเขาแย่ลงมากจนเขาอนุญาตให้เราไปเยี่ยมเขาที่บ้านได้ นั่นเป็นครั้งแรกที่เราได้เข้าบ้านเขาแต่ในฐานะเพื่อนคนนึง เพราะเขาบอกที่บ้านว่าเป็นเพื่อน เราก็ทำอะไรไม่ได้มากทำได้แต่ซื้อโน่นนี่ที่เขาอยากกินและพอกินได้ไปให้ตลอดเวลาที่รักษาแม่เขาจะพาไปค่ะ รพ.อยู่อีกจังหวัด เราเองก็อยากไปแต่ด้วยความที่เขาไปรักษาตัวเขาต้องไปพักบ้านญาติเขาใกล้รพ.เราเองก็ลางานยาก และเราอยู่ในฐานะเพื่อน เขาก็ไม่ได้เรียกร้องให้ดูแล เพราะที่บ้านเขาดูแลเขาดีมาก เราก็ได้แต่โทรถามอาการเขาตลอด ครั้นจะไปบ้านเขาบ่อยๆก็กระไร มันเป็นอะไรที่อึดอัดปนกับความทรมาน เพราะเราทำอะไรไม่ได้เลยเราคุยกันน้อยลงมากจนเรานี่ก็แย่ไปเลยค่ะ จนต้องลางานไปปฏิบัติธรรม คนรอบตัวเรารู้หมดเลยค่ะว่าเราไม่โอเคตั้งแต่เมษาที่ผ่านมากเราเลิกเล่นfacebookและไลน์เพราะเราเคยอันเฟรนเขาเพราะความน้อยใจเขาก็เลยไม่แอดและไม่ให้เรามองเห็นเขาอีกเลย ตั้งแต่เขากินไรไม่ได้เราโทรหาเขาจนเราท้อไปเลยค่ะ เพราะบางวันเราต้องเตรียมตัวรับอารมณ์เขาเพราะเขาจะหงุดหงิดง่าย เราถามเยอะไม่ได้หงุดหงิดเมื่อไหร่ เขาว่าเราแรงๆมาเราจะร้องไห้ทุกที เรายอมรับคะว่าเราอ่อนแอร์มากซะจนเหมือนไม่เหลือใคร น้อยใจติดต่อเขาก็ลำบากจนเราพยายามหาfaceน้องสาวเขาเพื่อแอบถามถึงอาการเขา จนเราคิดว่าที่บ้านเขาคงรู้แล้วแหละว่าเพื่อนที่ไหนจะอะไรขนาดนี้ จนตอนนี้เรายอมรับค่ะ ว่าเราท้อมากแต่เพื่อนแต่ละคนเราดีค่ะ ให้กำลังใจเรามาตลอด ผิดจากเขาที่ไม่รู้เลยว่าอาการทางใจเราอาการหนักจนคิดว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า เวลาคุยกับเขาเราเลือกที่จะsmsแทนการโทรแต่เขาก็ไม่เคยตอบหรอกค่ะ จนดูเหมือนเรางี่เง่าทั้งที่เราก็ห่วงเขาแต่เขาไม่ได้ต้องการหลังๆมาเรายอมรับว่าเราน้อยใจจนบอกเลิกไปหลายครั้งแต่เราก็ไปง้อเขาเพราะเรายังรักและเป็นห่วงเขา จนเราอดไม่ได้ที่จะถามเขาว่าเขารักเราบ้างไหมทางsmsเขาไม่ตอบ เราก็เลยตัดสินใจจะออกห่าง ทีนี้เขาตอบเราค่ะ ว่าเขาต้องตายก่อนใช่ไหมเราจะสำนึก เราเสียใจที่เขาคิดแบบนี้ค่ะ ทั้งที่เราอยากป่วยแทนด้วยซ้ำ อะไรที่ทำให้เขาคิดกับเราแบบนั้นแล้วเราต้องทำยังไงเราถามตัวเอง ถ้าไม่ต้องมาคุยกับเราเขาจะหายดีรื้อเปล่า เราไม่รู้ต้องทำยังไงค่ะ ถ้าเป็นเพื่อนๆในpantipจะทำยังไงดีค่ะ ตัดใจเลิกดีไหม ถ้าทำแบบนั้นเราผิดมากไหมค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่