[SR] เที่ยวเมืองอุทัยฯ ตามสไตล์คนไม่มีรถ : 3วัน 2คืน งบ 2,500 บ. / คน (BlissOutThere)



สารภาพเลยว่าก่อนหน้านี้เราไม่รู้จักที่เที่ยวในอุทัยฯเลยนอกจากห้วยขาแข้ง
แต่ปลายปีที่แล้วเห็นที่พักหนึ่งในเน็ตชื่อ ‘บ้านสวนจันทิตา’ แล้วรู้สึกว่าต้องโดนว่ะ
ด้วยความที่ขับรถไม่เป็น เราเลยมานั่งหาว่าเอออออออออ๊ ไปอุทัยฯแบบไม่มีรถนี่เที่ยวไหนได้บ้าง
สุดท้ายออกมาเป็นทริปกิน + เที่ยวในอำเภอเมือง จ.อุทัยฯ ที่เก๋ไก๋ชไนเดอร์สุดๆ
มีเวลา 3วัน 2คืน มีเงิน 2,500 บ. รถไม่ต้องมี พี่ๆก็ไปเฟี้ยวได้!



อ่ะไหนมาดูซิว่างบ 2,500 บ. / คน นี่มาจากไหน
1. ค่ารถตู้ไป-กลับ กรุงเทพฯ-อุทัย 300 บ.
2. ค่าที่พักคืนแรก 800 บ. / 2 คน (คนละ 400 บ.) ที่ ‘กลางเมืองวิลล่า’
3. ค่าที่พักคืนที่สอง 2,500 บ. / 2 คน (คนละ 1,250 บ.) ที่ ‘บ้านสวนจันทิตา’
4. ค่ารถสามล้อ 160 บ.
5. ค่ากิน ค่าดื่ม แบบจัดเต็ม ประมาณ 450 บ.

เมื่อเงินในกระเป๋าพร้อม เราก็ออกเดินทางกันเลย !
เริ่มจากไปขึ้นรถตู้ที่อนุฯ คิวใต้ทางด่วนข้างร้านก๋วยเตี๋ยวเรือพระนคร หน้าตาแบบนี้…



ค่ารถคนละ 150 บ. ค่ะ นั่งมาประมาณ 3 ชั่วโมง พวกเราก็ถึงบขส. จังหวัดอุทัยธานี แล้ววววว ^3^
ภารกิจแรกในวันนี้คือการพิชิตยอดเขาสะแกกรังงงงงงง!!(ทำเสียงตื่นเต้นหน่อยๆ) เราจะขึ้นไปดูวิวเมืองอุทัยฯ + ไหว้พระที่ ‘วัดสังกัสรัตนคีรี’ กันค่ะ ทางขึ้นเขามี 2 ทาง คือบันได 449 ขั้น กับทางที่รถวิ่ง หึหึ ระดับเราอ่ะหรอจะนั่งรถขึ้น…ใช่555555 ไหนๆพี่สามล้อเขาก็ส่งสายตามุ้งมิ้งให้เราตั้งแต่ลงรถตู้แล้วอ่ะเนอะ ไปกับพี่เค้าหน่อยแล้วกัน




พี่สามล้อพาเรากับเพื่อนไปยอดเขาสะแกกรังแล้วรอรับมาส่งที่ที่พัก ในราคา 200 บ. (หารกันตกคนละ 100 บ.)



จากบขส.มายอดเขาใช้เวลาแค่ 10-15 นาทีเท่านั้นค่ะ พี่แกก็ขับปกตินะ ไม่ได้เร็ว ไม่ได้ดริฟรถอะไร แป๊ปเดียว ถึงและ…
ว้าวววววววววววววววววว เมืองเลโก้55555555555




ดูวิวเสร็จแล้วเราเข้าไปสักการะพระพุทธรูปในวัดกันค่ะ ภายในมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองอุทัยฯมาตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีวิหารพระโพธิสัตว์กวนอิม และ ศาลารัชมังคลาภิเษก ที่รวบรวมพระพุทธรูปในยุคต่างๆไว้ และยังมีมณฑปที่เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองด้วย








นี่… อย่าลืมมาตีระฆัง 100 ปี / ระฆังศักดิ์สิทธิ์ นะ อยู่ด้านหน้ามณฑป สร้างตั้งแต่สมัยร.5
เขาบอกตีแล้วเป็นสิริมงคลกับชีวิต ตีแล้วชีวิตดี๊ดี



ให้ข้อมูลเพิ่มนิดนึงคือ คนอุทัยฯเขายกให้ยอดเขานี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ค่ะ ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 (ต.ค.) ของทุกปี จะมีงานตักบาตรเทโวจัดอย่างยิ่งใหญ่อลังการ ใครสนใจก็มาดูกันได้ๆๆๆ… จากยอดเขา พี่สามล้อส่งเราที่ ‘กลางเมืองวิลล่า’ อยู่บนถนนท่าช้าง เป็นที่พักของพวกเราในคืนนี้ แล้วพี่แกมีการให้เบอร์ไว้ด้วยเผื่อจะเรียกพี่แกอีก 081-740-5739 แล้วก็ได้เรียกจริงๆ55555 (ใครสนใจเมมเบอร์นี้ไว้นะคะ บริการดี คุยง่าย ไม่ได้ค่าโฆษณาเด้อ)



กลางเมืองวิลล่ามีห้องพัก 2 แบบค่ะ แบบแรก คือ บ้านเดี่ยว มีทั้งหมด 10 หลัง (เราพักแบบนี้) ราคา 800 บ. / คืน พักได้ 2 คน เพิ่มได้ 1 คน 150 บ. / คืน ค่ะ แบบที่สอง คือ เรือนแถว มี 5 ห้อง ราคา 600 บ. / คืน พักได้ 2 คน ราคานี้รวมอาหารเช้าแล้ว ส่วนตัวคิดว่าคุ้ม เพราะเดินทางสะดวกมาก เดิน 15 นาทีถึงตัวเมือง ห้องพักสะอาด บริการดี และที่สำคัญ มี wifi ค่ะ! แปะเพจของที่พักไว้ให้แล้วกัน https://www.facebook.com/KMV.Uthaithani/?fref=nf ถ้าอยากหาตัวเลือกอื่นเราแนะนำเสิร์ชใน HotelsCombined.co.th มีโรงแรมให้เลือกเยอะอยู่ ทั้งในเมือง นอกเมือง นี่ลิงก์ค่ะ http://www.hotelscombined.co.th/Place/Uthai_Thani_Province.htm

อันนี้เรือนแถว…



นี่บ้านเดี่ยวของเรา…



เปิดเข้าไปก็จะพบความดีงาม…






ตอนแรกก็ว่าจะนอนเปื่อยในห้องแป๊ปนึงแล้วค่อยออก แต่กระเพาะมันไม่ยอมอ่ะดิ… ท้องมันส่งเสียงแล้วดิ บ่ายโมงแล้ว… งั้นไป! ประเดิมจังหวัดอุทัยธานีด้วยร้านก๋วยเตี๋ยวเก่าแก่ที่เขาว่าเด็ดที่สุดร้านหนึ่งในจังหวัด *O* จากที่พัก เราเปิด google map แล้วเดินตามมาใช้เวลาประมาณ 15-20 นาทีค่ะ ร้านนี้ชื่อ ‘ร้านเต็กเฮี๊ยะ’ อยู่บนถนนศรีอุทัย ทางไปศาลากลางจังหวัด เลยเทศบาลมาหน่อยค่ะ ไปถึงก็ค้นพบว่า… คนเยอะจิ๊บหายเลยจ้า นั่งเบียดกับคนอื่นเอาจ้า




“นานแล้วนะ ทำไมทำช้างี้อ่ะ เราไม่ได้คิดไปเองใช่ป่ะ เขาทำช้าอ่ะ” ขณะที่บ่นๆกันอยู่ คุณป้าคนหนึ่งก็เอาก๋วยเตี๋ยวที่เราสั่งมาวางตรงหน้า ตอนนั้นคิดละ “ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ-หมูไรวะน้ำใสงี้ พริกก็เยอะ ถ้าไม่อร่อยนะ!” พอโดนคำแรกไปเท่านั้นแหละ… บรรลุเลยค่ะ คืออร่อยมาก! อร่อยไรเบอร์นี้วะ5555555 เห็นคนอุทัยฯบอกนี่เป็นรสชาติเก่าแก่ของคนอุทัยฯ แต่สำหรับเราเราคือมันใหม่มาก มันดีอ่ะ มันดี ใครรู้ร้านก๋วยเตี๋ยวในกรุงเทพที่รสชาติแบบนี้ inbox มาบอกหน่อยนะ ไม่งั้นไม่ไหว ตั้งแต่กลับมานี่คิดทุกวันเลยว่าถ้านั่งรถไป 3 ชั่วโมงเพื่อกินก๋วยเตี๋ยวร้านนี้แล้วกลับเลยนี่แย่มั้ย55555555 เอ้อๆ ชามละ 40 บ. นะ ไปไม่ถูกโทรเบอร์นี้ 056512667



สถานีต่อไป ‘บ้านจงรัก’ Next Station Baan Jong Rak… เดินจากร้านเต็กเฮี๊ยะไปบ้านจงรักใช้เวลาประมาณ 7 นาที ค่ะ มาเที่ยวอุทัยฯทั้งที ไม่แวะที่นี่ไม่ได้นะ! ชั้นแรกของบ้านจงรักเป็นร้านกาแฟ ตกแต่งด้วยตุ๊กตาและของตั้งโชว์เก่าๆ อย่างบาร์บี้รุ่นเก่า โดเรม่อนและผองเพื่อน แก๊งคนแคระทั้งเจ็ด และ อีกมากมายยยยย






เมนูเครื่องดื่มราคา 15-40 บ. เมนูของหวานราคา 10-45 บ. เรากับเพื่อนสั่งชาเขียวเย็น 25 บ. + ไอศกรีมกะทิถั่วแดง 15 บ. มาแก้ร้อนก่อน แล้วเดี๋ยวเราขึ้นไปดูชั้นสองกันนนนน : D




ชั้นสองเต็มไปด้วยของสะสม เฟอร์นิเจอร์เก่าๆ เตียง โต๊ะ ตู้ จาน ชาม เตารีด อยู่ครบ ! ประทับใจที่ครอบครัวเขารักษาข้าวของเครื่องใช้มาจนทุกวันนี้ เรานี่ปากกาด้ามนึงจะรักษาให้เกิน 2 เดือนยังยากเลย ตอนแรกก็กะว่าจะขึ้นไปเดินดูเฉยๆ แต่คุณลุงเจ้าของบ้านมาพูดคุย ให้ข้อมูลกับเราด้วย น่ารักมากค่ะ






คุณลุงบอกว่าโต๊ะเครื่องแป้งที่มีกระจกเป็นบานพับนี่ (ขวามือของรูป) สมัยก่อนคุณลุงซื้อมาในราคา 6 บาทค่ะ…



เก๋มั้ยล่ะ เขามีทางเชื่อมมาอีกเรือนหนึ่งด้วยยยยย



ได้ฟีลเหมือนมาสตูดิโอถ่ายหนังย้อนยุค




บ้านจงรักเปิด 7.00 – 17.00 น. เบอร์ติดต่อ 081-886-3685 … จงไป จงไป จงรัก <3

จากบ้านจงรักก็เดินต่อค่ะ เลยโรงแรมพิบูลย์สุข เจอสามแยก ให้เลี้ยวซ้าย เดินเข้ามานิดนึงเจอ ‘ร้านหนังสือกาลครั้งหนึ่ง’ แน่นอนนนนนนนนนนนนน หน้าร้านติดประโยคเก๋ๆไว้ว่า ‘การได้มีโอกาสอ่านหนังสือดี นับเป็นโชคอย่างหนึ่งของมนุษย์’ ร้านนี้มีหนังสือหายากหลายเล่ม ขายโปสการ์ด + ของที่ระลึกอื่นๆด้วย เปิด 7.30 – 19.00 น. อย่าลืมแวะมาล่ะ








เราซื้อโปสการ์ด 3 ใบ เพื่อนเราซื้อหนังสือหนึ่งเล่ม พี่เจ้าของร้านใจดีให้แผนที่ในเมืองอุทัยฯมาด้วย ขอบคุณอีกรอบนะคะพี่ ตั้งแต่ได้แผนที่มา ชีวิตหนูในอุทัยฯก็สะดวกสบายขึ้นเยอะเลยค่ะ55555 : )



สถานที่ต่อไป ตั้งใจจะไปมากมากกกกกกกกกกก นั่นคือ ‘ร้านไพพรรณ’ ร้านนี้ขายขนมหลายอย่างค่ะ แต่ที่เขาว่าพีคสุดคือขนมปังสังขยา เพราะเป็นร้านขนมปังสังขยาร้านแรกของจังหวัด! ร้านอยู่บนถนนศรีอุทัย ระหว่างห้าแยกวิทยุกับวงเวียนน้ำพุ (ค่อนไปทางวงเวียนน้ำพุมากกว่า) ถึงร้านจะเปิด 7.00 – 17.00 น. แต่วันนี้เราไปบ่ายสองของก็หมดแล้ว แงงงงงงง พรุ่งนี้จะกลับมาซื้อให้ได้ คอยดูๆๆๆๆ ใครอยากกินแนะในให้ไปเช้าๆหรือโทรสั่งล่วงหน้า 1วัน ที่เบอร์นี้เลย 056511660



ระหว่างรอถนนคนเดินเปิดครบ เราไปถ่ายรูป ‘เรือนแพบนแม่น้ำสะแกกรัง’ กันดีกว่าแกรๆ เดินตามแผนที่มาแป๊ปเดียวก็ถึงแล้ว... ปัจจุบันมีเรือนแพกว่า 200 หลังอยู่บนแม่น้ำสะแกกรัง ทุกหลังมีบ้านเลขที่+ทะเบียนรับรองการอยู่อาศัยค่ะ ชาวบ้านบริเวณนี้ก็จะทำประมงเลี้ยงปลาแรด ปลาเทโพ ปลูกต้นเตย ใครอยากได้มุมเด็ดๆแนะนำให้ขึ้นไปถ่ายจากบนสะพานข้ามแม่น้ำ ถ้าโชคดีไปถ่ายตอนเช้าๆก็จะได้เห็นพระสงฆ์พายเรือบิณฑบาตรด้วยแหละ




ชื่อสินค้า:   อุทัยธานี
คะแนน:     
**SR - Sponsored Review : ผู้เขียนรีวิวนี้ไม่ได้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง แต่มีผู้สนับสนุนสินค้าหรือบริการนี้ให้แก่ผู้เขียนรีวิว โดยที่ผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนอื่นใดในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่