เคยมีไหม..รุ่นพี่ขี้อิจฉา

....ตามหัวข้อเลยจ้า...
             เรามีรุ่นพี่คนนึงที่ขี้อิจฉา  ตอนแรกๆเราก็มองไม่ออก ว่าเขาอิจฉารึเปล่า เอ๊ะ..รึยังไงก็ยังไม่แน่ใจ..!!
จนมันหลายๆเรื่องเข้า  เอ้ออเว้--ย  มันไม่ใช่ละ
             
            
              เริ่มรู้จักกับรุ่นพี่ ผญ.คนนึงผ่านกลุ่มเพื่อนๆ เมื่อ2ปีก่อน เค้าก็เป็นก็รุ่นพี่ของเพื่อนนั่นล่ะค่ะ ภาพแรกที่เราเห็นพี่เขา
ดูเป็น ผญ.เรียบร้อย ง่ายๆสบายๆ ไม่เรื่องมาก ก็ไปทำกิจกรรมร่วมกันบ่อยๆกะกลุ่มเพื่อนกลุ่มนี้  จนเวลาผ่านทุกคนในกลุ่ม
ไม่ค่อยได้รวมตัวกันเหมือนเมื่อก่อน ต่างคนต่างแยกย้ายไปทำหน้าที่ตัวเอง   จนเหลือแต่เรากับพี่เขาที่ยังไปมาหาสู่ ติดต่อกันอยู่เรื่อยๆ
ออกไปกินข้าว ดูหนัง วันหยุดก็เจอกันแทบจะทุกอาทิตย์ จนเราสนิทกันมากขึ้น.... มากขึ้น
              จนปลายปีที่แล้ว เราชวนพี่เค้าไปเที่ยวเชียงใหม่  พอดีมีบ้านรุ่นพี่ที่สนิทอีกคนอยู่ที่นั่นด้วยเลยสบายหน่อย
เราไปครั้งนี้กะแค่ว่าจะไปพักผ่อนที่บ้านรุ่นพี่เฉยๆ ไม่ได้จะดั้นด้นไปเที่ยวไหนเลยเพราะบรรยากาศก็ดีอยุ่แล้ว
แต่เหตุการณ์มันก็เริ่มจากพี่ ผญ.ที่เรารู้จักเค้าขอแทนชื่อว่าพี่ ด. พยายามที่จะถามเรา บอกเรา ว่าไม่พาเค้าไปนู่นไปนี่บ้างหรอ
ไหนๆ ก็มาแล้วเราก็เออๆ ไปก้อไป ในระหว่างที่เดินทางไปที่ต่างๆ พี่ด.เป็นคนที่บ้าถ่ายรูปมากกกกกกกก ถ่ายทุกที่ถ่ายทุกช็อต
ถ่ายทุกอนูการก้าวเดิน ถ่ายรัวๆ ถ่ายจนเรารำคาญ ตลอด4วัน3คืนต้องถ่ายแม้กระทั่งตอนกินข้าว ล้างจาน ถ่ายหมดทุกมุม
เราเลยบอกแกว่าพี่เอ้ยยยย....ถ้าไปทริปอื่นหนูไม่ถ่ายให้ละนะ เหนื่อย! ถ้าจะเล่นถ่ายขนาดนี้.....

           จนกลับมาและใช้ชีวิตในกรุงเทพตามปกติ พี่ด. ก็เริ่มคุกคามชีวิตเรามากขึ้นโดยการชวนไปนู่นไปนี่ อยู่บ่อยๆ
แต่แรกๆ เราไม่เคยปฏิเสธนะไปด้วยตลอด แต่มันก็มีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ที่มันเหมือนกะว่ามันจำเป็นขนาดนั้นเลยหรอวะ
ที่จะต้องใส่เสื้อเหมือนกัน  จะต้องแต่งแบบนี้นะเวลามางานนี้  (จะเป็นงานเฉพาะกลุ่ม เช่นงานBike Week งาน Vintage)
แล้วเวลาที่พี่ ด. จะซื้ออะไรจะต้องบอกเราให้เราซื้อตามด้วย ให้มันเหมือนๆกันจะได้ดูเด่นๆ
        
             มีอยู่ครั้งนึงเคยพาเราไปนั่งรอ ผช.  ที่ไม่ใช่แฟนตัวเองนะแค่กิ๊กๆกัน ผช.คนนี้น่าเกลียดมาก นัดพี่เค้ากับเราเอาไว้
บอกว่าจะพามากินข้าว แต่ให้ไปนั่งรอที่ร้านก่อน นัดตั้งแต่6โมง แต่มาเอา2ทุ่ม ปล่อยให้ ผญ.นั่งรอกินข้าว แม่เจ้าาาา
แมนมากกก ไม่พอนะแถมมาถึง ไม่ยอมเข้ามาในร้าน เดินวนคุยโทรศัพย์อยู่หน้าร้านอีกเป็นชั่วโมง เรานี่อารมณ์คือแบบ!@#$%_+^%$
โอยโมโหหิวมากกก แทบจะแปลงร่างแหน่ะคุณผู้โช้มมม กว่าจะเสด็จมาได้ทานข้าว ปาไปสามทุ่มกว่า เรานี่หมดอารมณ์หิว
แล้วค่ะ เหลือแต่อารมณ์โมโห มันใช่เรื่องไหม ที่ต้องมานั่งรอ ผช.คนอื่น ระหว่างที่นั่งรอพี่ ด.ก็บอกเราตลอดเว  ว่าใจเย็นๆใจเย็นๆ
หลังจากเหตุการณ์นี้ เขาก็เริ่มนัด ผช.คนนี้มาเรื่อยๆ ไม่ยอมหยุด อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ทุกคนสงสัยล่ะสิว่าพี่แก อิจฉา เ-มิง ตรงไหน....
             
          ......อ่านต่อไปค่ะ เพราะเรื่องมันก็เชื่อมกะ ผช.ที่กำลังจะเอ่ยถึง.......
             
               เขาสองคนเริ่มความสัมพันธ์กันโดยการนัดไปเจอกันบ่อยๆ โดยพี่ ด.จะหิ้วเราไปด้วยทุกครั้งเพื่อเป็นไม้กันหมา
ทำไมถึงรุ้หน่ะหรอว่าไม้กันหมายังไง  พี่ด.เคยให้เหตุผลว่า จะให้พี่หาเค้าคนเดียวได้ไง มันไม่งาม เราเป็น ผญ. เพิ่งคุยกันเอง
เลยให้ไปเป็นเพื่อนหน่อย (ทั้งที่คุณมีแฟนอยู่แล้วเนี่ยนะ) เคยพยายามเตือนนะว่าอย่าไปยุ่งเลย เพราะส่วนตัวแล้วมองว่า
ผช. คนนี้เรื่องมาก นิสัยจุกจิกเหมือน ผญ. นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็กินไม่เป็น ลำบากนิดร้อนหน่อยก็บ่น......เรื่อยๆมา
  
              จนในที่สุด พี่เขาสองคนก็คบกัน คบกันโดยที่พี่ด.ไม่ได้เลิกกะแฟนตัวเองเด็ดขาด!  เราก้อเลยบอกพี่ด. ว่าจะเลือกใคร
ก็เลืกเหอะอย่าคบสองคนเลย มันไม่ดี จนนานพอสมควรพี่ด. บอกเลิกแฟนเขาแล้วหันมาคบกะพี่คนนี้จริงจัง พี่ผช.คนนี้ส่วนตัวดูแล้ว
เป็นคนที่ค่อนข้างอีโก้สูง ไม่ค่อยฟังใคร ความคิดตัวเองเป็นใหญ่ เรื่องมาก มีตังค์ รวย! เวลาพูดอะไรพี่ด.จะคล้อยตามไปหมด
               เราเคยเตือนพี่ ด.หลายครั้ง เรื่อง ผช.คนนี้ ไม่รุ้สิด้วยเมคเซ้นต์ ว่ามันต้องมีอะไร มันก็มีจริงๆด้วย พี่ผช.แอบซุก ผญ.
เอาไว้อีกคน พอพี่ด.มารู้ทีหลัง ร้องห่มร้องไห้เราก็ได้แต่ปลอบใจและให้เลิกยุ่ง  สุดท้ายเขาก็กลับไปคืนดีกะ ผช.คนนี้อีก
(ไม่เข็ด) เรากลายเป็นหมา!  ก็แล้วแต่จ้าาาาา อย่ากลับไปเป็นแบบเดิมก็แล้วแต่เราเตือนแล้ว

              หลังจากนั้นที่เขาคบกันต่อ พี่ด.กับเราก็ใช้ชีวิตตามปกติ เจอกันบ้างไม่เจอกันบ้างเพราะเราก็เข้าใจว่าพี่ ด.ก็ต้องอยู่กะ ผช.
คนนั้น วิถีชีวิตระหว่างเรากะพี่สาวเราก็เปลี่ยนไป แต่ก็ไม่ถึงกับห่างมาก  แค่อาจจะเจอกันน้อยลง ความคิดเราที่มีอคติกะผช.
คนนั้นมันก็ไม่ค่อยมีแล้วนะ แต่เราก็เห็นชีวิตพี่แกผ่านหน้าไทม์ไลน์ในเฟสบ้าง ว่าพวกแกไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ
              เราก็ไปมีชีวิตของเราถูกมั้ย  เราเริ่มออกเที่ยวตจว. ไปกะแฟนตัวเอง  ครั้งนี้เราไปหลายวัน
ปกติพี่เขาจะรู้ว่าลักษณะงานของเรา ลาติดกันไม่ได้  พอเห็นเราไปเที่ยวได้หลายวันปุ๊ป เรื่มมีคำถาม  ว่าไปได้ไง ไปกับใคร
ไปกี่วัน ใช้เงินเท่าไหร่ เปลืองนะ อยู่ห้องไม่ดีกว่าหรอ คำพูดพวกนี้มาในคอมเม้นท์ใต้รูปภาพ  เราก็ปกติ ไม่ได้คิดอะไรมาก
แต่ช่วงนั้นบ้าเที่ยว เที่ยวทุกอาทิตย์ ท่องเที่ยวเปิดโลกทัศน์ เที่ยวทะเล เที่ยวป่า เที่ยวบ่อยจนพี่เค้าก็ถามว่า
มีเงินจากไหนมาเที่ยว ........ และมีคำถามเข้ามาเรื่อยๆ ประมาณว่าถามรายละเอียดทุกสิ่งเกี่ยวกับทริป
            
              จนเราเริ่มเอะใจว่า  ทำไมพี่ด.เค้าถามเยอะจัง รึว่าเราไม่ได้ชวนเค้า เราเลยลองชวนดู ผลสุดท้ายเค้าก็ไม่ไป  
เพราะทุกสิ่งอย่างต้องขึ้นอยู่กะแฟนเขาว่าจะให้ไปหรือเปล่า
             
             มีอยุ่ทริปนึงที่เราจะไป สุราษฎร์ (เขื่อนเชี่ยวหลาน) ค่าใช้จ่ายในทริปนี้ค่อนข้างสูง เราเลยไม่กล้าชวนเขา เพราะปกติ
ที่เราชวนพี่เค้า เพราะเราเที่ยวแบบประหยัด แบกเป้ไป ค่ำไหนนอนนั่น นั่งรถไฟไปบ้าง แล้วพี่ด.เค้าก็ชอบเที่ยวแบบนี้
เหมือนกัน แต่ครั้งนี้เรานั่งเครื่องทั้งไปและกลับ  และซื้อทัวร์เอาค่าใช้จ่ายมันเลยเยอะและเราไปกะพี่ที่ทำงานด้วย
มันกระทันหันก็เลยคิดว่าค่อยบอกก่อนไปสัก1 สัปดาห์ก็ได้
             ประเด็นคือก่อนหน้านั้น เรากะพี่ด. เคยพุดถึงสถานที่แห่งนี้ว่าอยากไปกัน แล้วค่อยไปพร้อมกันก็ได้
แฟนเขาก็เลยพูดประมาณว่า  จะเป็นแม่งานให้ทั้งหมดจะจัดการให้ เรื่องติดต่อที่พัก เรือ อะไรพวกนี้
แต่เราดันจะไปก่อน พอเราบอกเขา เราบอกผ่านมือถือนะ เขาพูดกะเราแต่เปิดสปิคเกอร์โฟนให้แฟนได้ยินด้วย
คือแฟนเขาก็ได้ยินทุกอย่าง และพูดแทรกมาเป็นระยะ เขาก็เห็นดีกะแฟนเขา และพูดเหน็บแนมเราหลายอย่างมาก

" ไปเที่ยวนี่นั่งเครื่องเลยหรอ  ปกติเห็นชอบไปรถไฟนี่คราวนี้มีเงินนั่งเครื่องเลยหรอ "

" ทำไมต้องซื้อทัวร์ด้วย ไปเองถูกกว่าเยอะ "  

" จ่ายหมดไปเท่าไหร่ล่ะ (พอเราบอกราคา) บอก โอ๊ยไปเองประหยัดกว่าาาาา  "


" ที่พักไปพัก แพที่อุทยานรึเปล่าคืนละ700 กว่าบาทเอง "
(พอเราบอกว่าไม่แน่ใจอาจจะใช่มั้ง เพราะพี่ที่ทำงานเป็นคนจองยังไม่ได้ถามรายละเอียดมาก)
        
" อะไร! จ่ายค่าทัว ไปตั้งแพงได้พักแค่ที่แพอุทยานเองหรอ พี่ว่าถ้าไปทัวร์ น่าจะได้ที่พักที่ไฮโซกว่านี้นะ "
               
" งบเท่านี้ ถ้าพวกพี่ไปอะ อาจจะเหลือ "  บลา บลาๆๆๆๆ   และอีกหลายคำพูด...ซึ่งเขารุมๆแย่งกันพูดนะ
........................โดย ผช.เป็นคนเริ่มนำก่อน แล้วตัวชงตามคือพี่เรา
..............ติเราเยอะเกินไป จนเราตัดบทไปตรงคำพูดที่ว่า เอิ่มมมพี่...ถ้าเกิดว่าพี่ไปเองอะ แล้วงบพี่ไม่ถึง
x,xxx เท่านี้พี่บอกหนูด้วยแล้วกันนะ แล้วบอกด้วยว่าพี่ไปกันสองคนใช้ค่าใช้จ่ายไปเท่าไหร่ หมดคนละเท่าไหร่
ใช้อะไรไปบ้าง ถ้าค่าใช่จ่ายมันน้อยกว่านี้ ก็บอกด้วยละกัน.........

                  เงิบจ่ะ พอเจอเราตอกกลับไปแบบนี้  ถึงกับนิ่งพูดไม่ออก เราก็เสียใจนะ ทำไมตรูจะไปเที่ยวที
ไปสบายหน่อยก็โดนว่า ลำบากหน่อยก็จับผิด เราก็คิดนะว่าทำไมต้องมาคอยแคร์คำพูดของคนอื่น ทั้งๆที่เงินเที่ยวก้เงินเรา
ไปสบายไปลำบาก ก็ตัวเรา แล้วจะมาเดือดร้อนอะไรนักหนา ชวนก็ชวนแล้ว แต่ไม่ไปเอง แล้วยังต้องการอะไร

                 ล่าสุดทริปนี้เราจะไปเขาล้อมหมวก ประจวบฯ  เขาก็พูดแบบเดิม ไปเที่ยวกับใคร งบเท่าไหร่ ลำบากมั้ย
ไปอะไร ยังไง แบบไหน มีตังค์หรอ!!!

               เราก็เลยกลายเป็นว่าได้ยินคำพูดแบบนี้ทุกครั้ง เราเอือมค่ะ เรากลายเป็นช่าง แม่-ม ไม่สนละ ต่างคนต่างไป
ตามทางเดินของตัวเองดีกว่าเขาก็มีชีวิตของเขากะแฟนเขา เราก็มีชีวิตของเรา  เจอกันได้แค่บางโอกาส  รู้จักกันเหมือนเดิม
แค่อาจจะเจอกันน้อยลง หากไม่สนับสนุนกัน ไม่ต้องพูดทับถมกันก็ได้  เราเคยคิดในแง่ดีมาตลอดนะ  แต่มาเจอคำพูด
ที่มันเหมือนประชดประชันเราตลอดเว....ก็ไม่ไหว....

...........เพื่อนๆ ล่ะ เคยเจอแบบเรามั้ย  เพลีย.......
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่