คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 5
คห.3
........ศาลยังไม่ได้ตัดสิน ก็มีคนตัดสินว่าหลวงพ่อผิดแล้ว.......
.......การรับเงินบริจาคให้ทาน มีทุกวัด ทุกวัดทำเป็นปกติ........
.....จะพูดว่าบริจาคเป็น ร้อยล้านไม่ผิดสังเกตุ รึ............หลวงพ่อ ท่านไม่ยุ่งเรื่องเงินอยู่แล้วครับ ลูกศิษย์ท่านต่างหาก ที่รับรู้เรื่องเงินว่ามีใครบริจาคเท่าไหร่ ยังไงและเอาไปเข้าบัญชี ......หลวงพ่อท่านแค่เป็นประธานเท่านั้น และมีเศรษฐี บริจาค เป็นร้อยล้าน พันล้านเยอะมากอยู่ก่อนแล้ว ท่านจึงไม่เห็นเป็นเรื่องผิดปกติเลยครับ
.......นายไพบูลย์ +พระพุทธอิสระ และพวก มีเจตนาไม่ดีอยู่แล้ว เคยแจ้งให้ DSI ตรวจสอบ สมเด็จช่วงเรื่องรถโบราณ แต่ทำอะไรไม่ได้.....จนมายื่นเรื่องและกดดันจน DSI ทำตามจนได้.......ข้อหาฟอกเงิน ตลกสิ้นดี ......การรับเงินบริจาค กลายเป็นการฟอกเงิน ตลกสิ้นดี
.....ใครมีเจตนาอะไร ก็รู้ๆกันอยู่.....เมื่อยัดข้อหามา ก็ต้องปกป้องตัวเองจนถึงที่สุดละครับ
https://www.youtube.com/watch?v=OFNjW2EDBbQ
........ศาลยังไม่ได้ตัดสิน ก็มีคนตัดสินว่าหลวงพ่อผิดแล้ว.......
.......การรับเงินบริจาคให้ทาน มีทุกวัด ทุกวัดทำเป็นปกติ........
.....จะพูดว่าบริจาคเป็น ร้อยล้านไม่ผิดสังเกตุ รึ............หลวงพ่อ ท่านไม่ยุ่งเรื่องเงินอยู่แล้วครับ ลูกศิษย์ท่านต่างหาก ที่รับรู้เรื่องเงินว่ามีใครบริจาคเท่าไหร่ ยังไงและเอาไปเข้าบัญชี ......หลวงพ่อท่านแค่เป็นประธานเท่านั้น และมีเศรษฐี บริจาค เป็นร้อยล้าน พันล้านเยอะมากอยู่ก่อนแล้ว ท่านจึงไม่เห็นเป็นเรื่องผิดปกติเลยครับ
.......นายไพบูลย์ +พระพุทธอิสระ และพวก มีเจตนาไม่ดีอยู่แล้ว เคยแจ้งให้ DSI ตรวจสอบ สมเด็จช่วงเรื่องรถโบราณ แต่ทำอะไรไม่ได้.....จนมายื่นเรื่องและกดดันจน DSI ทำตามจนได้.......ข้อหาฟอกเงิน ตลกสิ้นดี ......การรับเงินบริจาค กลายเป็นการฟอกเงิน ตลกสิ้นดี
.....ใครมีเจตนาอะไร ก็รู้ๆกันอยู่.....เมื่อยัดข้อหามา ก็ต้องปกป้องตัวเองจนถึงที่สุดละครับ
https://www.youtube.com/watch?v=OFNjW2EDBbQ
ดาวฤกษ์มีแสงในตัวเอง ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3038039 ขำกลิ้ง, BarLock ขำกลิ้ง, เด็กหนู สยอง, NATSKI13 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2818269 สยอง, สมาชิกหมายเลข 1703883 สยอง
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กว่าพระพุทธศาสนาในไต้หวันจะเจริญรุ่งเรื่อง
ที่เหลือนับถือลัทธิเต๋า ไหว้เจ้า นับถือลัทธิขงจื้อ นับถือศาสนาอื่นๆ บ้าง
>> ประธานาธิบดีเจียงไคเช็ก และลูกชายเป็นคริสต์ ปกครองประเทศแบบเผด็จการต่อเนื่องกันเกือบ 40 ปี
>> ในยุคนั้น การเป็นชาวพุทธเป็นเรื่องน่าอาย ต้องปกปิดไม่ให้ใครรู้ ถ้าเป็นข้าราชการ ตำแหน่งจะไม่ก้าวหน้า
>> แต่ปัจจุบันประชากรไต้หวันเป็นชาวพุทธถึง 80% การเป็นชาวพุทธเป็นเรื่องมีเกียรติ
แม้ระดับผู้นำประเทศอย่างอดีตประธานาธิบดีเฉินสุยเปี่ยน เมื่อมีข้อครหาเรื่องทุจริต ก็ยังต้องพยายามฟื้นคะแนนนิยม
โดยการเข้าวัดไปกราบพระมหาเถระที่มีชื่อเสียง พานักข่าวทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ ทีวี ไปด้วยมากมาย
เพื่อถ่ายทอดข่าวให้ประชาชนเห็นว่า มากราบพระผู้ใหญ่เพื่อขอโทษในความผิดแล้ว ประชาชนจะได้ให้อภัย
น่าทึ่งว่า ไต้หวันทำได้อย่างไร
สี่วัดใหญ่ในไต้หวัน
ในไต้หวันมีวัดใหญ่ 4 วัด ซึ่งเอ่ยชื่อแล้ว คนรู้จักกันทั้งไต้หวัน คือ
1. วัดฝอกวงซาน__เด่นเรื่องการเผยแผ่ มีสาขาอยู่ทั่วโลกกว่า 300 แห่ง
2. วัดฝากู่ซาน___เด่นเรื่องการศึกษา มีมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาที่มีคุณภาพมากที่สุด
3. วัดจงถายฉานซื่อ___เด่นเรื่องการทำสมาธิ มีนักศึกษาและประชาชนมาปฏิบัติธรรมมากมาย
4. วัดฉื่อจี้___เด่นเรื่องสังคมสงเคราะห์ มีอาสาสมัครช่วยงานสังคมสงเคราะห์หลายล้านคน
ศูนย์สาขาตามประเทศต่างๆ ของฉื่อจี้
>> วัดใหญ่ทั้ง 4นี้ มีความโดดเด่นคนละด้าน แต่เขาไม่โจมตีกัน แม้จะมีทัศนะในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไม่เหมือนกัน
แต่เขาจะไม่วิพากษ์วิจารณ์กล่าวร้ายต่อวัดอื่นเลย แต่ละวัดก็ตั้งใจทำงานตามที่ตนถนัดและเห็นว่าเป็นประโยชน์
>> ธรรมชาติของมนุษย์มีจริตอัธยาศัยต่างกัน ใครชอบวัดไหนก็ไปวัดนั้น ผลลัพธ์คือ
ประชาชนเห็นว่าพระพุทธศาสนามีผลงานมากมายหลากหลายด้าน ภาพลักษณ์พุทธดี
คนจึงเข้าวัดมากขึ้นเรื่อย ๆ จาก 1% กลายเป็น 80% ในปัจจุบันแต่ละวัด
ไม่ว่าวัดใหญ่วัดเล็กทั่วประเทศก็ล้วนมีคนเข้าวัดมากขึ้นทั้งยังมีวัดใหม่ๆที่โดดเด่นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
พุทธในไต้หวันเจริญเพราะทำตามพุทธโอวาทที่ว่า
“ สุขา สังฆัสสะ สามัคคี
ความสามัคคีของหมู่สงฆ์ ทำให้เกิดสุข”
ลองสมมุติในทางกลับกันว่า ถ้าลูกศิษย์วัดใหญ่ที่มีชื่อเสียงเหล่านี้เอาแต่โจมตีวัดอื่นว่าไม่ดี
แต่วัดตนนั้นดีที่สุด ป่านนี้พระพุทธศาสนาคงสูญจากไต้หวันไปแล้ว
เป็นไปไม่ได้ที่จะให้ทุกคนคิดเหมือนกัน แต่แม้คิดต่าง เราก็ควรอยู่ร่วมกันได้ด้วยความสงบสุข
แล้วช่วยกันสร้างความเจริญก้าวหน้าแก่พระพุทธศาสนา และนำศีลธรรมความสงบร่มเย็นมาสู่สังคม
ลองเปรียบเทียบทางโลกดู
ขนาดรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายหลักของประเทศ เขียนด้วยภาษากฎหมาย พยายามใช้ถ้อยคำให้ชัดเจนรัดกุมที่สุด
คนยังเข้าใจไม่ตรงกันเลย แม้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญรับผิดชอบโดยตรง การวินิจฉัยคดีแต่ละคดี
มติก็มักจะออกมาเป็น 6 : 3 บ้าง 7 : 2 บ้าง 5 : 4 บ้าง น้อยมากที่จะออกมา 9 : 0
ถ้าตุลาการเสียงข้างมาก ออกมาโจมตีตุลาการเสียงข้างน้อย ว่าตีความรัฐธรรมนูญผิด
ทำรัฐธรรมนูญให้วิปริต ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ต้องกำจัดให้หมดไป
ต่างฝ่ายต่างปลุกระดมโจมตีกันบ้านเมืองก็คงแตกแยกวุ่นวาย
การกระทำนั้นไม่ได้เป็นไปเพื่อความเจริญของประเทศเลย มีแต่นำความเสื่อม
ความวุ่นวายแตกแยกมาสู่ชาติบ้านเมือง
มีนักปรัชญากล่าวไว้ว่า ข้อความเดียวกัน เมื่อตีความตามความคิด จะไม่มีใครเลยที่ตีความเข้าใจเหมือนกันหมด
จะต้องมีบางแง่มุมในรายละเอียดที่เข้าใจต่างกัน คนร้อยคนก็จะมีความเข้าใจร้อยแบบ
คนเราจะเข้าใจตรงกันได้ก็ต่อเมื่อก้าวข้ามพ้นความเข้าใจด้วยความคิดหรืออารมณ์
ความรู้สึกของตนขึ้นไปสู่ระดับความรู้แจ้งด้วยภาวนามยปัญญา เหมือนดังพระอรหันต์ทั้งหลายที่ผ่านสภาวะนั้น
และเข้าใจธรรมะได้ตรงกัน
ดังนั้นขอให้รักษาคำสอนในพระไตรปิฎกไว้ให้ดีที่สุด
เป็นแม่บทที่รวมของพระธรรมวินัย แม้ในเบื้องต้นอาจมีความเห็นในบางแง่มุมต่างกันบ้าง
ก็อย่าทะเลาะวิวาทโจมตีกัน แต่ให้ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมไปให้เต็มที่
เมื่อบรรลุธรรมเข้าถึงด้วยตนเองแล้วเราก็จะเข้าใจตรงกัน
บำเพ็ญประโยชน์ตน __ด้วยการตั้งใจปฏิบัติธรรม
บำเพ็ญประโยชน์ท่าน __ด้วยการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเต็มที่
เมื่อบำเพ็ญประโยชน์ทั้งสอง__ ด้วยความไม่ประมาท
**ตัวเราก็ย่อมมีความสุขความเจริญ
พระพุทธศาสนาก็เจริญรุ่งเรือง
สังคมก็สงบร่มเย็น**