ในขณะหลายประเทศ ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา เป็น ความผิดอุกฉกรรจน์ ร้ายแรง
บางคนบอกว่ากฎหมายไทย โทษในความผิดข่มขืนกระทำชำเรา ลงโทษไม่รุนแรง ซึ่งอาจจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ ก็ได้
ตามกฎหมายไทย ซึ่งยังมีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน (พ.ศ. 2559 ) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 ประกอบ มาตรา 281
ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา ( ถ้ามิได้เกิดต่อหน้าธารกำนัล ไม่เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำรับอันตรายสาหัสหรือถึงแก่ความตายและไม่เข้าลักษณะบทหนักที่อัตราโทษสูงขึ้น ) เป็นความผิดอันยอมความได้
------------------------------------------------------------
อ้างอิงตัวบทกฎหมาย
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276
"ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่นต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่แปดพันบาทถึงสี่หมื่นบาท
การกระทำชำเราตามวรรคหนึ่ง หมายความว่าการกระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำโดย การใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำกระทำกับอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น หรือการใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่น
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง หรือกระทำกับชายในลักษณะเดียวกันต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามหมื่นบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำความผิดระหว่างคู่สมรสและคู่สมรสนั้น ยังประสงค์จะอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้เพียงใดก็ได้ หรือจะกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติแทนการลงโทษก็ได้ ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก และคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ประสงค์จะอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาต่อไป และประสงค์จะหย่า ให้คู่สมรสฝ่ายนั้นแจ้งให้ศาลทราบ และให้ศาลแจ้งพนักงานอัยการให้ดำเนินการฟ้องหย่าให้"
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 281
การกระทำความผิดตาม มาตรา 276 วรรคแรก และ มาตรา 278 นั้น ถ้ามิได้เกิดต่อหน้าธารกำนัล ไม่เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำรับอันตรายสาหัสหรือถึงแก่ความตาย หรือ มิได้เป็นการกระทำแก่บุคคลดังระบุไว้ใน มาตรา 285 เป็นความผิดอันยอมความได้
-------------------------------------------------------------
อธิบายเพิ่มเติม
ความผิดอาญา มี 2 แบบ คือ ความผิดอาญาแผ่นดิน ( ซึ่งยอมความไม่ได้ ) กับ ความผิดอันยอมความได้ ( ความผิดต่อส่วนตัว)
ความผิดอาญา ทั้งในประมวลกฎหมายอาญา และ กฎหมายอื่น โดยทั่วไปจะเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ซึ่งยอมความไม่ได้ แต่ถ้าความผิดอาญาใดที่เป็นความผิดอันยอมความได้ จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นพิเศษว่าความผิดนั้นเป็นความผิดอันยอมความได้
ตัวอย่าง ความผิดอาญาแผ่นดิน ซึ่งยอมความไม่ได้ เช่น ความผิดฐานลักทรัพย์ , ความผิดฐานทำร้ายร่างกาย , ความผิดฐานฆ่าผู้อื่น , ความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย , ความผิดฐานวางเพลิง , ความผิดฐานปลอมเอกสาร , ฯลฯ
ตัวอย่างความผิดอันยอมความได้ เช่น ความผิดฐานยักยอก , ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ , ความผิดฐานหมิ่นประมาท , ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา (ที่ไม่เข้าบทหนัก) , ฯลฯ
ลักษณะเฉพาะพิเศษของการเป็นความผิดอันยอมความได้
1. ผู้เสียหายต้องแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อดำเนินคดีอาญาแก่ผู้กระทำความผิด ( ถ้าผู้เสียหายไม่ร้องทุกข์ ทางราชการจะดำเนินคดีอาญาแก่ผู้กระทำความผิดไม่ได้)
2. เมื่อแจ้งความร้องทุกข์แล้ว หรือแม้แต่ฟ้องคดีต่อศาลแล้ว ในระหว่างการดำเนินคดีอาญา ถ้าต่อมา ผู้เสียหายเปลี่ยนใจ ไม่อยากจะดำเนินคดีอาญาต่อไป เช่น ผู้เสียหายได้รับชดใช้ค่าเสียหายจนเป็นที่พอใจแล้ว , ผู้เสียหายสงสารผู้กระทำความผิด , ผู้เสียหายเปลี่ยนมารักชอบกับผู้กระทำความผิด , ผู้เสียหายเบื่อหน่ายกับการเป็นคดีความ หรือ ด้วยเหตุอื่นใดก็ตาม ผู้เสียหายสามารถ ถอนคำร้องทุกข์ หรือ ถอนฟ้อง หรือ ยอมความ ได้ ก่อนศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
3. ถ้าผู้เสียหาย ถอนคำร้องทุกข์ หรือ ถอนฟ้อง หรือ ยอมความ ก่อนศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดถึงที่สุด แล้ว คดีอาญาเป็นอันระงับ คดีอาญาจะถูกจำหน่ายออกจากสารบบความ โดยที่ผู้กระทำผิด(หรือผู้ต้องหาหรือจำเลย ) ไม่ต้องรับโทษอาญาเลย ซึ่งเป็นการไม่ต้องรับโทษ อย่างถูกต้องตามกฎหมายด้วย
กฎหมายไทย ในปัจจุบัน ( พ.ศ. 2559 ) ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา เป็นความผิดอันยอมความได้
บางคนบอกว่ากฎหมายไทย โทษในความผิดข่มขืนกระทำชำเรา ลงโทษไม่รุนแรง ซึ่งอาจจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ ก็ได้
ตามกฎหมายไทย ซึ่งยังมีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน (พ.ศ. 2559 ) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 ประกอบ มาตรา 281
ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา ( ถ้ามิได้เกิดต่อหน้าธารกำนัล ไม่เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำรับอันตรายสาหัสหรือถึงแก่ความตายและไม่เข้าลักษณะบทหนักที่อัตราโทษสูงขึ้น ) เป็นความผิดอันยอมความได้
------------------------------------------------------------
อ้างอิงตัวบทกฎหมาย
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276
"ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่นต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่แปดพันบาทถึงสี่หมื่นบาท
การกระทำชำเราตามวรรคหนึ่ง หมายความว่าการกระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำโดย การใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำกระทำกับอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น หรือการใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่น
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง หรือกระทำกับชายในลักษณะเดียวกันต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามหมื่นบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำความผิดระหว่างคู่สมรสและคู่สมรสนั้น ยังประสงค์จะอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้เพียงใดก็ได้ หรือจะกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติแทนการลงโทษก็ได้ ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก และคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ประสงค์จะอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาต่อไป และประสงค์จะหย่า ให้คู่สมรสฝ่ายนั้นแจ้งให้ศาลทราบ และให้ศาลแจ้งพนักงานอัยการให้ดำเนินการฟ้องหย่าให้"
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 281
การกระทำความผิดตาม มาตรา 276 วรรคแรก และ มาตรา 278 นั้น ถ้ามิได้เกิดต่อหน้าธารกำนัล ไม่เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำรับอันตรายสาหัสหรือถึงแก่ความตาย หรือ มิได้เป็นการกระทำแก่บุคคลดังระบุไว้ใน มาตรา 285 เป็นความผิดอันยอมความได้
-------------------------------------------------------------
อธิบายเพิ่มเติม
ความผิดอาญา มี 2 แบบ คือ ความผิดอาญาแผ่นดิน ( ซึ่งยอมความไม่ได้ ) กับ ความผิดอันยอมความได้ ( ความผิดต่อส่วนตัว)
ความผิดอาญา ทั้งในประมวลกฎหมายอาญา และ กฎหมายอื่น โดยทั่วไปจะเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ซึ่งยอมความไม่ได้ แต่ถ้าความผิดอาญาใดที่เป็นความผิดอันยอมความได้ จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นพิเศษว่าความผิดนั้นเป็นความผิดอันยอมความได้
ตัวอย่าง ความผิดอาญาแผ่นดิน ซึ่งยอมความไม่ได้ เช่น ความผิดฐานลักทรัพย์ , ความผิดฐานทำร้ายร่างกาย , ความผิดฐานฆ่าผู้อื่น , ความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย , ความผิดฐานวางเพลิง , ความผิดฐานปลอมเอกสาร , ฯลฯ
ตัวอย่างความผิดอันยอมความได้ เช่น ความผิดฐานยักยอก , ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ , ความผิดฐานหมิ่นประมาท , ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา (ที่ไม่เข้าบทหนัก) , ฯลฯ
ลักษณะเฉพาะพิเศษของการเป็นความผิดอันยอมความได้
1. ผู้เสียหายต้องแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อดำเนินคดีอาญาแก่ผู้กระทำความผิด ( ถ้าผู้เสียหายไม่ร้องทุกข์ ทางราชการจะดำเนินคดีอาญาแก่ผู้กระทำความผิดไม่ได้)
2. เมื่อแจ้งความร้องทุกข์แล้ว หรือแม้แต่ฟ้องคดีต่อศาลแล้ว ในระหว่างการดำเนินคดีอาญา ถ้าต่อมา ผู้เสียหายเปลี่ยนใจ ไม่อยากจะดำเนินคดีอาญาต่อไป เช่น ผู้เสียหายได้รับชดใช้ค่าเสียหายจนเป็นที่พอใจแล้ว , ผู้เสียหายสงสารผู้กระทำความผิด , ผู้เสียหายเปลี่ยนมารักชอบกับผู้กระทำความผิด , ผู้เสียหายเบื่อหน่ายกับการเป็นคดีความ หรือ ด้วยเหตุอื่นใดก็ตาม ผู้เสียหายสามารถ ถอนคำร้องทุกข์ หรือ ถอนฟ้อง หรือ ยอมความ ได้ ก่อนศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
3. ถ้าผู้เสียหาย ถอนคำร้องทุกข์ หรือ ถอนฟ้อง หรือ ยอมความ ก่อนศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดถึงที่สุด แล้ว คดีอาญาเป็นอันระงับ คดีอาญาจะถูกจำหน่ายออกจากสารบบความ โดยที่ผู้กระทำผิด(หรือผู้ต้องหาหรือจำเลย ) ไม่ต้องรับโทษอาญาเลย ซึ่งเป็นการไม่ต้องรับโทษ อย่างถูกต้องตามกฎหมายด้วย