รบกวนช่วยอ่านนิยายแล้วก็ติ แนะนำมือใหม่คนนี้หน่อยครับ

กระทู้คำถาม
เป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กหนุ่มรวบรวมสมาชิก 7คนเผื่อตามหาบางอย่างที่อยู่บนหอคอยครับ
ผมลองเอามาให้ลองอ่านดูนะครับรู้อยู่ว่าเขียนไม่ดีเท่าไหร่ แต่ไม่รู้จะแก้หรือปรับตรงไหน อยากให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆในพันทิปช่วย คอมเม้นด้วยครับ ขอความกรุณาครับ

ปล.เขียนให้แต่ละตัวเด่นเป็นตอนๆแล้วพอรวบรวมครบ จะให้อยู่ในมุมมองพระเอก


------------

ตอนที่1

สวัสดีผมชื่อเซนท์ ผมเกิดมาในเมืองที่เมืองหลวงมีกระต้อบเล็กๆ อยู่กันเป็นหมู่บ้าน รอบๆเต็มไปด้วยป่าสีเขียวชะอุ่ม แม่น้ำสีฟ้าใสแค่มองไปก็รู้สึกว่าสะอาดมากและภูเขาที่มีต้นไม้ปกคลุมไปอยู่ทั่วภูเขา เป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์สุดๆ

ในเมืองหลวงจะเป็นจุดรวมผู้คน ทุกคนที่เกิดมาจะมีคนไปคอยรับมาจาก
"จุดเกิด"พวกเราที่เกิดมาไม่ได้เกิดจากพ่อแม่เหมือนคนสมัยก่อน แต่เกิดจากจุดเกิด ที่มีลักษณะเป็นเสา4อัน ปักเป็น4เหลี่ยมจตุรัส ตรงกลางมีแทนเหล็กวงกลมวางอยู่คนในเมืองไม่มีใครรู้เลยว่าจุดเกิดใครเป็นคนสร้างมันมีก่อนที่คนในหมู่บ้านจะเกิดซะอีก
เมื่อก่อนที่เราจะเกิด จะมีแสงสีขาวพุ่งออกมาจากเสาทั้ง4อัน แล้วชาวบ้านจะออกไปรับเราที่จุดเกิดแล้วพาเรามาที่เมืองหลวง ซึ่งพวกผู้ใหญ่จะคอยดูแลเราเหมือนลูกเหมือนหลานในสายเลือด

ขอแนะนำตัวเองอีกรอบ ผมชื่อ
"เซนท์"เลือดกรุ๊ปโอ เกิดในเมืองที่มีชื่อว่าสาลี ตอนนี้ผมอายุ15ปี ผมไม่รู้หรอกว่าใครตั้งชื่อนี้ให้ เพียงแต่มันอยู่ที่หลังคอของผม
"SAINT-O-15" เป็นตัวอักศรสีฟ้าที่สะท้อนแสงออกมาจากท้ายทอยทำให้รู้สึกเหมือนมีคนกำหนดชะตาชีวิตเราไว้อยู่แล้ว...

ผมมาอยู่ในเมืองหลวง15ปี ได้ฝึกการต่อสู้จากหัวหน้าเมือง ท่านเป็นคนแก่อายุราวๆ50ปี หัวโล้นสีผิวแทน ร่างกายแกดูเหมือนเป็นโรคเรื้อรังดูไม่มีแรง แกจะไอตลอดเวลา แต่พอเวลาแกสอนดูท่าทางแข็งแรงมาก
ท่านได้สอนเกี่ยวกับการป้องกันตัวที่ใช้ทุกส่วนในร่างกายที่เรียกว่า "มวยไทย"

ผมมีเพื่อนร่วมชั้นเรียนอยู่8คนเพราะคนในหมู่บ้านมีน้อยมากนานเป็นปีๆจะมีคนลงมาจากจุดเกิดทีนึงเราเรียนกันข้างหน้ากระต๊อบของหัวหน้า ข้างหน้ากระต๊อบมีพื้นที่เป็นลานกว้างไว้ฝึกสอนพวกเรา มี กระสอบทราย มีเวทีสนามมวย
พวกเราทั้งหมดอายุไล่เลี่ยกันซึ้ง ผมกับทัค อายุน้อยสุดในที่เรียนแห่งนี้ผมจึงสนิทกับทัคมากที่สุดหละ
ทัคเป็นผู้ชายที่สูงใหญ่ตัวดำหน้าตาดูดุตลอดเวลา แต่เค้าสามารถเรียนมวยไทยได้เก่งที่สุดในชั้นเรียน ซึ้งต่างจากผม ผมอยู่อันดับสุดท้าย.. ผมจะโดนเพื่อน6คนคอยรังแกอยู่เสมอๆ ทุกๆครั้งที่พวกเค้ามาแกล้งทัคจะคอยปกป้องอยู่ตลอดเวลา จนพอมาครั้งถึงนี้ทัคได้ลงมือต่อยกับพวกเค้าทั้ง6คนอย่างจริงจัง ทัคได้ออกหมัดไป โดยมีผมที่คอยหลบอยู่ข้างหลังทัค ทัคต่อยสุดแรงจนมี1ในคนกลุ่มนั้นล้มลง
ทัคได้ต่อยเค้าเข้าไปอยู่อย่างนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนได้ตายลง.. ใบหน้าอาบไปด้วยเลือดตาลึกโบ๋ลงไปเพราะโดนแรงต่อยของทัค ในที่สุด เขาก็ไม่หายใจแล้ว

"ทำไงดีหละทัค"
ผมหน้าเสีย เสียงสั่นเครือ หน้าซี
" เซนท์! วิ่งงง!! เราต้องหนี"
ทัคตะโกนออกมาเพราะความหวาดกลัว

ผมกับทัคจึงมุ่งหน้าไปยังเขตแดนของเมืองซึ้งมีกำแพงสูงจนมองหาจุดสูงสุดไม่เจอได้ปิดไว้อยู่ มีทางออกของเมืองนี้แค่3ทาง พอเอามาวัดกันจะเป็นรูป3เหลี่ยมพอดี หลังจากที่หนีมาได้ผมได้ปักหลักอยู่แถวๆกำแพงสร้างกระต๊อบเล็กๆโดยใช้กิ่งไม้ที่แห้ง ใช้ดิน ก่อตัวเป็นกระต๊อบแล้วใช้ใบไม้แถวนั้นเป็นใบยาวๆและหนาเหมาะสำหรับเป็นหลังคา
และผมก็ได้ฝึกวิชาป้องกันตัวมวยไทยกับทัค
เย็นวันนึงทัคเอามือมาแตะไหลผมแล้วพูดคำนี้ออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะขอร้องแต่ก็ไม่เชิงบังคับ
"เซนท์ สัญญากับผมนะว่าเราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป จะไม่ทิ้งกัน แล้วตอนอายุ18เราจะขึ้นไปบนหอคอยให้ได้"
"ตกลง"
ผมตอบแบบเรียบง่ายและยิ้มกลับไปด้วยความจริงใจ
......

3ปีต่อมา

ผมอายุ18 ในวันแรกที่ผมตื่นขึ้นมาพร้อมกับ เลขอายุผมเป็น18 ผมรู้สึกเจ็บที่ท้ายทอยตรงที่มีตัวอักษรเรืองแสงออกมา มันปวดมากรู้สึกเหมือนมีคนเอาค้อนมาทุบซ้ำๆๆ ผมปวดจนสลบไปจนถึงตอนบ่าย
พอรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาผมก็ได้รู้ว่าตัวเองได้รับ "สกิล"มาเรียบร้อยแล้ว สกิลคือ ความสามารถที่ใช้ความเป็นอยู่ของชีวิต งานอดิเรกหรือสิ่งที่อยู่ในใจบวกกับกรุ๊ปเลือดของเรา สุ่มออกมาหนึ่งอย่างจึงเกิดเป็นสกิล
ผมดีใจมากจนบรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้เพราะตอนนี้ถึงเวลาที่จะได้ขึ้นหอคอยแล้ว ผมไม่รีรอรีบวิ่งไปบอกทัค

"ทัคค! ดูสิ้ ผมได้สกิลมาแล้วนะ"
"อ้าวดีใจด้วย แต่ผมได้นานแล้วแหละ ฮ่าฮ่าฮ่า ใครที่อายุครบ18ปีจะได้สกิล"

ทัคอธิบายด้วยท่าทางไม่ตื่นเต้น

"มันสุดยอดมากเลยอะะ คือแบบ มีเกราะป้องกันใสๆรอบตัวผมด้วยแหละเหมือนสวมชุดฟองสบู่ไว้อีกชั้น มันแข็งมากเลยผมลองวิ่งไปชนกำแพงมาแล้วไม่รู้สึกเจ็บเลย แต่น่าเสียดายที่อยู่ได้แค่3นาที"

ผมอวดให้ทัคฟัง

"พลังของนายนี้ขี้ขลาดจริงๆ ฮ่าฮ่าฮ่า"

ทัคพูดไปพร้อมแสดงพลังของตัวเองให้ดู

พลังของทัคคือการต่อย ถ้าต่อยโดนอะไรเข้าละก็ระเบิดกลายเป็นบล็อคสี่เหลี่ยมเลยแหละ ว่าแล้วเค้าลองต่อยท่อนไม้ให้ดู แค่ต่อยเบาๆ ท่อนไม้ได้กลายเป็นบล็อคสี่เหลี่ยมเล็กๆกระเด็นไปเกลื่อนอยู่ที่พื้น

"เจ๋งปะหละเซนท์ มันเป็นความสามารถไม่มีใครเทียบได้ ผมต่อยมันได้ทุกสิ่งทุกอย่าง แม้กระทั้งอากาศ ภูเขาและน้ำ แต่ก็นะ ใช้ได้แค่ครั้งเดียวแหละต้องพักยาวเลย"
ทัคพูดกับผมอย่างภูมิใจ

มันคงเป็นเพราะทัคฝึกฝนทุกวัน พระเจ้าเลยส่งความสามารถนี้มาให้ทัคละมั้ง เป็นพลังที่แข็งแกร่งจริงๆ

...

ไม่รอช้า ผมและทัคก็ได้ไปทางประตูด้านล่างของเมือง

"อายุ18 เราจะออกจากเมืองไปหอคอยกัน"
นี้เป็นคำสัญญาของเรา2คน ที่ผมไม่นึกว่ามันจะเร็วขนาดนี้ จะได้ไปผจญภัยที่ต่างๆของโลกใบนี้มันช่างตื่นเต้นจริงๆ

จนมาถึงประตูทางออกที่3ด้านล่างของเมือง เรากำลังจะเดินข้ามประตูไป ระหว่างเราได้พูดคุยเรื่องที่จะหาคนเข้าร่วมการเดินทางอีก5คนตามประสาและกำลังจะเดินข้ามประตู
คนในหมู่บ้านก็ได้วิ่งมาจับทัคด้วยเหตุผลที่เค้าจับได้ว่าทัคได้ต่อยคนในหมู่บ้านตายเมื่อ3ปีที่แล้ว
ทัคได้สู้สุดแรง พยายามดิ้นและจะใช้พลัง แต่!เค้าลืมไปว่าใช้ให้ผมดูไปแล้วจึฃทำให้ไม่สามารถใช้ได้
ผมรู้ว่าตัวเองอ่อนแอทำอะไรช่วยทัคไม่ได้เลย จึงได้วิ่งหนีไปทางประตู ซึ่งสายตาไม่ได้ละออกจากทัคเลย
"เอสสสสสสส!! ช่วยด้วยยยย"
ทัคตะโกนจากกลุ่มคนในหมู่บ้าน ซึ้งนั้นทำให้ผมลังเล จนผมตัดสินใจผมหันหลังกลับไปหวังว่าจะช่วยทัค แต่กลับถูกคนในหมู่บ้านผลักออกมาล้มลงกับพื้นดินที่มีหญ้าสีเขียวปกคลุม ซึ้งตอนนี้ถูกชะโลมไปด้วยสีเลือดของทัค
ผมเอามือดันกับพื้นพยายามดึงตัวเองลุกไปช่วยทัค แต่ผมก็ต้องหยุดอยู่แค่นั้นได้แค่มองผ่านช่องแคบๆที่คนอื่นรุมทัคอยู่ซึ้งผ่านเข้าไปไม่ได้
ทัคเหลือบมามองผมผ่านช่องฝูงคนเหมือนกันทำให้เราสบตากัน ได้มองหน้ากัน หน้าของทัคตอนนี้ผมรู้ว่าโกรธผมแค่ไหน ผมคิดในใจว่าทำอะไรไม่ได้แล้วก่อนที่ผมจะพูดออกไป
" ทัคคคคคค! ขอโทษนะะะ ผมมันอ่อนแอเกินไป "
" เซนท์จำกรูไว้ "TUCK-A-18" กรูจะจำยิ้มไว้ กูไม่น่าช่วยยิ้มไว้เลย คนอ่อนแอสมควรตาย ยิ้มไม่ใช้เพื่อนกรู "
เสียงของทัคนั้นเหมือนสมัยเด็กๆที่ตะคอกคนที่มารังแกผมเลย น้ำเสียงที่มีแต่ความโมโห โกรธ และรู้สึกเกลียด
เค้าโพล่มาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยเลือด ตาแดงก่ำ
"เอามันไปขังไว้ในคุกในหมู่บ้านซะ ไอ้เลวนี้มันสมควรจะทรมานให้สาสม"

เสียงของหัวหน้าเมืองที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ผมจำเสียงเค้าได้

ฝูงชนที่รุมกระทืบทัคอยู่นั้นได้หยุดแล้วลากตัวผู้ชายชุ่มด้วยเลือดที่ชื่อว่าทัคไกลออกไปเรื่อยๆ จนละสายตาผมออกไป

"ทัคคคคคคคคคคคค!!!!!!"

ผมตะโกนออกไปแบบไม่ทันคิด

ปึ้กกกกก! เสียงเท้าคนเตะโดนหน้าผมอย่างจัง สายตาเริ่มพลามั่ว แล้วก็สลบไป

เซนท์! ทิ้งกรู!! คำพูดทัคดังก้องอยู่ในหู

"ว๊ากกกกกกกกกกกกกก!!"

ผมตื่นขึ้นมาเหงื่อท่วมตัวเหมือนหลุดออกมาจากภวังค์ ตอนนี้ผมอยู่คนเดียวใช่ไหม ผมคิดในใจ นี้ผมควรจะรอหรือจะออกไปรอที่หอคอยดี? คำถามวนเวียนในหัวตลอดเวลา

"ถ้าอยู่ที่นี้ต่อไปอาจจะโดนหาว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดก็ได้ อาจจะโดนเหมือนทัค ขอโทษนะทัคค! ผมมันอ่อนแอเอง "
ผมพูดพึมพำคนเดียว

ผมเดินกลับกระต๊อบและได้คิดตลอดทาง
จนผมได้ตัดสินใจที่จะออกจากเมืองไป และได้แกะสลักประตูของกระต๊อบที่เป็นไม้ว่า "ผมขอโทษ ผมจะรออยู่ที่หอคอย"

กฏของประตูคือ ผ่านประตูได้แค่ครั้งเดียว ถ้าผ่านออกไปแล้วจะไม่สามารถเข้ามาอีกครั้งได้ ยกเว้นเข้าประตูบานอื่น แล้วประตูนั้นจะเชื่อมกับอีกเมืองอยู่คนละทิศกัน3ทิศนั้นเอง

เมื่อผมเดินผ่านประตูความรู้สึกแรกที่ผ่านประตูรู้สึกถึงลมที่ผ่านเล็ดรอดออกมาจากประตูด้านหน้าผม แต่พอหันกลับไปมองข้างหลังกลับไม่มีทางให้เดินกลับไปแล้ว  

"ว้าวววว!นี้เป็นอีกฝั่งของประตูหรอ" ผมพูดคนเดียว  ความรู้สึกเหมือนเป็นทะเลที่มีแต่เกาะเต็มไปหมดเลย ที่นี้เค้าเดินทางด้วยเรือหรอ มองไปทางไหนก็มีแต่ทะเล แล้วก็ทะเล ผมมองเห็นเมืองที่อยู่ไกลออกไป คือแบบไกลมาก สุดตาเลย ผมพยายามเดินไปให้ถึงใจกลางเมืองทะเลแห่งนี้
...
ผ่านไป 7 ชม.
แฮ้กๆ หิวน้ำจัง แดดก็ร้อน นี้สินะทะเล น้ำก็เค็มดื่มก็ไม่ได้ แฮ้กๆ อ้ะ!น้ำ นั้นน้ำหนิ ผมเห็นบ่อน้ำกลางทะเล ผมใช้มือตักน้ำขึ้นมาแล้วยกขึ้นดื่ม แค้กๆๆ นี้มันน้ำทะเลนี้น่า ผมรู้สึกล้าและเหมือนผมคงเห็นภาพหลอนไปแล้วแน่ๆเลย อ้ะ รู้สึกขยับตัวไม่ได้ นี้เราจะตายแล้วหรอ ดวงตาของผมเริ่มปิดลงเรื่อยๆ และแล้ว ผมสลบไป

"อ้าวตื่นแล้วหรอ! "
ผมตื่นขึ้นมาเจอผู้หญิงคนนึงผมสีดำ ตรงและยาวถึงเอว รูปร่างผอมตัวสูงกว่าผม  เอ้ะหรือผมเตี้ย

เค้าใส่แว่นตาหน้าเตอะ ผิวสีแทน

" ว่าไงนายไม่ใช่คนแถวนี้ใช่ไหม? "

"ใช่ครับ ผมเดินผ่านประตูมาทางนั้น"

ผมชี้ไปข้างหลัง ทางที่ผมเดินผ่านมาแล้ว

"ก็แหงสิเนอะ คนในหมู่บ้านจะมาเดินแถวนี้ได้ไง แถวนี้มีแค่ฉันเท่านั้นแหละ "

ผู้หญิงคนนั้นพูดประโยคคำว่า มีแค่ฉันเท่านั้นแหละ เค้าก้มลงกับพื้น คล้ายกับการตั้งใจหลบสายตาผม

"ขอบคุณมากนะที่ช่วยผม ครั่งนี้จะไม่ลืมเลย ว่าแต่ที่นี้ที่ไหนหรอ?"

"ขอตอนรับสู่เมืองอาเดียน แทแด้!~ และนี้คืออออ... ห้องของฉันเอง เอ้ะ! ไม่สิ้ ของพ่อฉันเองแหละ แหะๆ "

เค้าพูดด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริงตลอดเวลา ทำให้ผมเผลอยิ้มออกมานิดนึง

"สักวันนึงน้ะ ฉันอยากเจอพ่อ พ่อฉันป่วยเป็นโรคที่รักษาไม่หาย แต่เค้าบอกว่าชีวิตช่วงสุดท้ายของเค้า เค้าอยากรู้ความจริงเกี่ยวกับโลกนี้ พ่อฉันหนะหาอดีตของโลกใบนี้ บนหอคอยชั้นบนสุดมีพระเจ้าจริงหรอ เอ้ะ!หรือว่ามีสัตว์ประหลาด เพราะว่าไม่มีใครได้กลับลงมาบอกเลยไงหละ  พ่อฉันเป็นนักประวัติศาสตร์เลยอยากหาคำตอบเรื่องนี้หนะ"

เค้าพูดไปพลางยิ้มไปแต่ผมรับรู้ว่าเค้าเจ็บปวดมากกับการที่พ่อเค้าทิ้งเค้าไป

เอ้ะ! นี้ฉันยัง ไม่ได้แนะนำตัวเลยหนิน่า ฉันชื่อ เอ็ด " ED-A-21 "

จบ............................
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่