ผมเหนื่อยเพราะรู้ว่าในอนาคตมันจะเกิดอะไรข้นกับผมบ้าง และเหนื่อยทุกครั้งที่รู้ความคิดของเค้า และมันจะถูกต้อง 80% เลยทีเดียว
ในอนาคตผมจะต้องเลิกกับแฟนที่ผมรัก เพราะว่าแฟนเก่าเค้าจะกลับมา และมีข้อตกลงว่า ถ้าไม่กลับไปคบกับเค้า เค้าจะฆ่าตัวตาย
โกงจังเลยนะครับ *คิดว่าผู้หญิงกลับไปหาเพราะ สงสาร และ ไม่อยากให้เป็นบาปติดตัว จะมีความสุขหรอครับ

ไม่หรอกมั้งครับ
และที่ผมรู้ความคิดของคนอื่นนั้น มันคือการฟังจากน้ำเสียง + คิดไตร่ตรอง เช่น
การฟังจากน้ำเสียงนั้น ถ้าฝั่งตรงข้าม ตอบช้า หรือ ตอบเสียงสั่น เสียงเศร้า มันจะรู้ทันที (กรณีนี้ใช้ได้จากการพูดเท่านั้น และต้องรู้น้ำเสียงทุก
โทนเสียงของอีกฝ่ายด้วยเช่นกัน)
และการคิดใตร่ตรอง ก็คือการเดานั่นแหละครับ เช่นว่า เราชวนผู้หญิงไปทานข้าว แล้วผู้หญิงปฎิเสธ ตอบมาลักษณะ ลากเสียง และน้ำเสียงดูหมองหม่น
เค้าต้องมีอะไรในใจ ในใจหมองหม่น ไม่มีความสุข มีความเครียดไม่มากก็น้อยอยู่ในหัว
และ ตอนที่เราถามว่า "มีอะไรหรือเปล่า" "เป็นอะไรหรอ" 2ประโยคนี้ หากฟังจากน้ำเสียง ผมจะสามารถรู้ได้หมดเลยว่าเค้าเป็นอะไร
อยากจะบอกว่า มันเหนื่อยจริงๆ ที่ต้องรู้อะไรแบบนี้
คุณเคยเหนื่อยเพราะรู้ความคิดของคนอื่นบ้างไหมครับ ?
ในอนาคตผมจะต้องเลิกกับแฟนที่ผมรัก เพราะว่าแฟนเก่าเค้าจะกลับมา และมีข้อตกลงว่า ถ้าไม่กลับไปคบกับเค้า เค้าจะฆ่าตัวตาย
โกงจังเลยนะครับ *คิดว่าผู้หญิงกลับไปหาเพราะ สงสาร และ ไม่อยากให้เป็นบาปติดตัว จะมีความสุขหรอครับ
และที่ผมรู้ความคิดของคนอื่นนั้น มันคือการฟังจากน้ำเสียง + คิดไตร่ตรอง เช่น
การฟังจากน้ำเสียงนั้น ถ้าฝั่งตรงข้าม ตอบช้า หรือ ตอบเสียงสั่น เสียงเศร้า มันจะรู้ทันที (กรณีนี้ใช้ได้จากการพูดเท่านั้น และต้องรู้น้ำเสียงทุก
โทนเสียงของอีกฝ่ายด้วยเช่นกัน)
และการคิดใตร่ตรอง ก็คือการเดานั่นแหละครับ เช่นว่า เราชวนผู้หญิงไปทานข้าว แล้วผู้หญิงปฎิเสธ ตอบมาลักษณะ ลากเสียง และน้ำเสียงดูหมองหม่น
เค้าต้องมีอะไรในใจ ในใจหมองหม่น ไม่มีความสุข มีความเครียดไม่มากก็น้อยอยู่ในหัว
และ ตอนที่เราถามว่า "มีอะไรหรือเปล่า" "เป็นอะไรหรอ" 2ประโยคนี้ หากฟังจากน้ำเสียง ผมจะสามารถรู้ได้หมดเลยว่าเค้าเป็นอะไร
อยากจะบอกว่า มันเหนื่อยจริงๆ ที่ต้องรู้อะไรแบบนี้