เอกชนรุมค้าน กสทช. คิดค่าบริการมือถือเป็นวินาที
Website สำนักข่าวโพสต์ทูเดย์ 04 กรกฎาคม 2559 เวลา 19:21 น.
เมื่อวันที่ 4 ก.ค. สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดโฟกัส กรุ๊ป การคิดอัตราค่าบริการมือถือในระบบ 4 จี โดยที่ประชุม คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา เห็นชอบ แนวทางกำกับดูแลอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนคลื่นความถี่ย่าน 2.1 GHz โดยอัตราค่าบริการประเภทเสียงต้องไม่เกิน 0.82 บาทต่อนาที ค่าบริการประเภทข้อมูล (Data) ต้องไม่เกิน 0.28 บาทต่อMB SMS ต้องไม่เกิน 1.33 บาทต่อข้อความ ส่วน MMS ต้องต่ำกว่า 3.32 บาท ในส่วนของคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz และ 900 MHz อัตราค่าบริการประเภทเสียงต้องต่ำกว่า 0.69 บาทต่อนาที ค่าบริการด้านข้อมูล(Data)ต้องต่ำกว่า 0.26บาทต่อMB ส่วน SMS ไม่เกิน 1.15 บาทต่อข้อความ และต้องต่ำกว่า MMS 3.11บาท โดยคิดค่าใช้บริการตามจริงเป็นวินาที
นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ รองผู้อำนวยการด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า การคิดราคาตามจริงเป็นวินาทีที่กำหนดให้ใช้กับทุกโปรโมชั่นนั้นเป็นการจำกัดสิทธิของผู้บริโภคในการเลือกใช้บริการ ทั้งยังสร้างความลำบากในการคำนวณค่าบริการให้กับลูกค้าอีกด้วย อาทิการคิดนาทีละ 69 สตางค์ เท่ากับวินาทีละ 1.15 สตางค์ซึ่งยากต่อการคำนวณ ทั้งยังทำให้ผู้ประกอบการเสียเปรียบเนื่องจากการใช้งานการโทรในวินาทีต้นๆนั้นมีค่าบริการสูงในการข้ามโครงข่ายการโทร ดังนั้นการให้บริการทั้งแพคเกจวินาทีและนาทียังเป็นตัวเลือกดีที่สุด
ด้านนายภัคพงศ์ พัฒนมาศ รองผู้อำนวยการ ด้านธุรกิจโมบายล์ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ทุกวันนี้โปรโมชั่นมีทั้งแบบนาทีและวินาทีให้บริการอยู่แล้ว แบบรายวินาทีอาจมีน้อยเนื่องจากความต้องการในตลาดยังไม่สูง ประกอบกับมีผู้บริโภคที่ได้และเสียผลประโยชน์อยู่แล้วในสังคม ทำให้กลไกตลาดเสรีน่าจะเป็นแนวทางที่ผู้บริโภคได้ประโยชน์สูงสุด แต่ปัจจุบันกลับมีอคติว่าการคิดค่าบริการแพงเกินไปทั้งที่สถิติดัชนีการค้าเศรษฐกิจของสหรัฐชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยมีการแข่งขันของผู้ให้บริการสูงกว่าสหรัฐและญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามเอกชนทุกเจ้าพร้อมเพิ่มจำนวนโปรโมชั่นรายวินาทีถ้ามีความต้องการที่มากพอในอนาคต
อย่างไรก็ตามแนวทางกำกับราคายังเป็นสิ่งที่เข้าใจยากต่อผู้บริโภคทั้งยังขาดความชัดเจนเมื่อคำนวณค่าบริการแล้วยังพบว่าราคาเกินกว่าที่กำหนด ทำให้การกำกับดูแลกลไกราคาต้องเว้นช่องว่างให้ผู้ประกอบการได้แข่งขันกันด้วย ดังนั้นการตั้งคณะกรรมการเพื่อทำงานร่วมกันน่าจะเป็นแนวทางที่เป็นธรรมมกับทุกฝ่าย
ขณะที่ด้านนายพงษภัทร หงส์สุขสวัสดิ์ สมาคมผู้บริโภคภาคตะวันตกกล่าวว่า การคิดค่าโทรตามจริงเป็นวินาทีเป็นธรรมสำหรับผู้บริโภคโดยเฉพาะคนที่มีพฤติกรรมโทรน้อยไม่ถึงหนึ่งนาที ซึ่งรู้สึกเหมือนถูกเอาเปรียบจากการปัดเศษวินาทีทำให้การคิดแบบวินาทีตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด ทั้งยังเปิดโอกาสให้เลือกใช้บริการแบบโทรสั้นหรือโทรยาวซึ่งมีข้อชี้แจงจากผู้บริการอยู่แล้วก่อนตัดสินใจ อีกทั้งเทรนด์ปัจจุบันคนใช้บริการดาต้ามากขึ้นทำให้การกำกับค่าโทรแบบเดิมสามารถสร้างทาเลือกที่หลากหลายให้กับผู้บริการมากกว่า
ด้านนางจุฑา สังขชาติ สมาคมผู้บริโภคประจำจังหวัดสงขลากล่าวว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่ใช้การโทรไม่ถึงสองนาทีทำให้การคิดเป็นวินาทีคุ้มค่าที่สุดตามเวลาใช้งานจริง โดยเฉพาะเสถียรภาพของราคาในแต่ละคลื่นที่ต้องไม่แตกต่างกันมากนัก ประกอบกับประโยชน์ด้านโปรโมชั่นยังไม่เข้าถึงคนในพื้นที่ห่างไกล ดังนั้นผู้ประกอบการต้องพยายามลงพื้นที่ชี้แจงความเข้าใจให้การเปลี่ยนผ่านที่จะเกิดขึ้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ดังนั้นการเปิดเวทีและตั้งคณะกรรมการจากทั้งสามฝ่าย (Regulator+Operator+Consumer) เป็นปัจจัยที่สำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าว
นายสืบศักดิ์ สืบภักดี นักวิชาการ กล่าวว่าผู้กำกับดูแลอย่าง กสทช.จำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างความชัดเจนด้านการกำกับและกำหนดมาตรฐานราคาการโทรตามจริง ต้องชัดเจนด้านนาที วินาทีและทศนิยมตัวเลข มีหลักความคิดที่ชัดเจน ซึ่งมีข้อดีทั้งสองแบบแตกต่างกันตามจุดประสงค์ของการใช้บริการ ตลอดจนชี้แจงให้เกิดความเข้าใจอย่างทั่วถึง ซึ่งปัจจัยดังกล่าวเป็นรากฐานที่ดีของความเป็นธรรมด้านราคาต่อผู้บริโภคทั้งยังสามรารถใช้เป็นโมเดลเพื่อพัฒนากับการบริการด้านข้อมูลแบบดาต้าในอนาคต ที่มีรายละเอียดอย่างมากทั้งแบบ กิโลไบต์ เมกะไบต์และกิกะไบต์ ดังนั้นผู้ให้บริการควรคิดค่าบริการให้เหมือนกันทั้งในสามระบบคลื่นความถี่คือ 2100 1800และ900 เพื่อความเป็นเสถียรภาพด้านคิดค่าบริการในอนาคต ต้องสร้างมาตรานให้เหมือนกันว่าจะคิดเป็นแบบรายวินาทีหรือรายนาที
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระเสียงและกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า จัดการประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) ด้านแนวทางกำกับดูแลค่าบริการในคลื่นความถี่ดังกล่าวทั้งสามประเภท ซี่งหลังจากได้ข้อสรุปแล้วผู้ให้บริการต้องระบุคลื่นความถี่ที่ใช้บริการให้ผู้บริโภคได้รับทราบโดยคิดค่าใช้บริการตามจริงเป็นวินาที อย่างไรก็ตามประเด็นที่ได้จากการประชุมในวันนี้จะนำไปเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการ กทค.เพื่ออกมติอนุมัติต่อไป ซึ่งคาดว่าจะนำความเห็นทั้งหมดเข้าเสนอที่ประชุมบอร์ดกสทช.ภายในกลางเดือนนี้ (พุธที่ 13 กรกฎาคม)
ส่วนเรื่องการคิดค่าโทรตามจริงเป็นวินาทีนั้นเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เนื่องจากอยู่ในเงื่อนไขของการประมูลคลื่นความถี่ระบุไว้ว่าต้องคิดตามจริงเป็นรายวินาที โดยอ้างอิงจากเพดานราคาชั้นสูงซึ่งตั้งไว้ที่ 69 สตางค์ต่อนาที
ขณะที่นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่า มุ่งหวังจะทำให้การกำกับราคาเกิดผลประโยชน์กับประชาชนสูงสุดทั้งด้านราคาและการทำความเข้าใจ โดยจะมีการกำกับราคาค่าบริการของคลื่นทั้งสามระบบให้อยู่ในรูปแบบเดียวกันโดยใช้หลักที่เหมือนกันเพื่อง่ายต่อการควบคุมและชี้แจงทำความเข้าใจ โดยเฉพาะการคงทางเลือกที่หลากหลายไว้ให้กับประชาชนโดยที่ไม่ทำให้ผู้ประกอบการเสียเปรียบ
แหล่งข่าว
Website สำนักข่าวโพสต์ทูเดย์ อัพเดท 04 กรกฎาคม 2559 เวลา 19:21 น.
http://m.posttoday.com/digital/441139
เอกชนรุมค้าน กสทช. คิดค่าบริการมือถือเป็นวินาที
เอกชนรุมค้าน กสทช. คิดค่าบริการมือถือเป็นวินาที
Website สำนักข่าวโพสต์ทูเดย์ 04 กรกฎาคม 2559 เวลา 19:21 น.
เมื่อวันที่ 4 ก.ค. สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดโฟกัส กรุ๊ป การคิดอัตราค่าบริการมือถือในระบบ 4 จี โดยที่ประชุม คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา เห็นชอบ แนวทางกำกับดูแลอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนคลื่นความถี่ย่าน 2.1 GHz โดยอัตราค่าบริการประเภทเสียงต้องไม่เกิน 0.82 บาทต่อนาที ค่าบริการประเภทข้อมูล (Data) ต้องไม่เกิน 0.28 บาทต่อMB SMS ต้องไม่เกิน 1.33 บาทต่อข้อความ ส่วน MMS ต้องต่ำกว่า 3.32 บาท ในส่วนของคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz และ 900 MHz อัตราค่าบริการประเภทเสียงต้องต่ำกว่า 0.69 บาทต่อนาที ค่าบริการด้านข้อมูล(Data)ต้องต่ำกว่า 0.26บาทต่อMB ส่วน SMS ไม่เกิน 1.15 บาทต่อข้อความ และต้องต่ำกว่า MMS 3.11บาท โดยคิดค่าใช้บริการตามจริงเป็นวินาที
นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ รองผู้อำนวยการด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า การคิดราคาตามจริงเป็นวินาทีที่กำหนดให้ใช้กับทุกโปรโมชั่นนั้นเป็นการจำกัดสิทธิของผู้บริโภคในการเลือกใช้บริการ ทั้งยังสร้างความลำบากในการคำนวณค่าบริการให้กับลูกค้าอีกด้วย อาทิการคิดนาทีละ 69 สตางค์ เท่ากับวินาทีละ 1.15 สตางค์ซึ่งยากต่อการคำนวณ ทั้งยังทำให้ผู้ประกอบการเสียเปรียบเนื่องจากการใช้งานการโทรในวินาทีต้นๆนั้นมีค่าบริการสูงในการข้ามโครงข่ายการโทร ดังนั้นการให้บริการทั้งแพคเกจวินาทีและนาทียังเป็นตัวเลือกดีที่สุด
ด้านนายภัคพงศ์ พัฒนมาศ รองผู้อำนวยการ ด้านธุรกิจโมบายล์ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ทุกวันนี้โปรโมชั่นมีทั้งแบบนาทีและวินาทีให้บริการอยู่แล้ว แบบรายวินาทีอาจมีน้อยเนื่องจากความต้องการในตลาดยังไม่สูง ประกอบกับมีผู้บริโภคที่ได้และเสียผลประโยชน์อยู่แล้วในสังคม ทำให้กลไกตลาดเสรีน่าจะเป็นแนวทางที่ผู้บริโภคได้ประโยชน์สูงสุด แต่ปัจจุบันกลับมีอคติว่าการคิดค่าบริการแพงเกินไปทั้งที่สถิติดัชนีการค้าเศรษฐกิจของสหรัฐชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยมีการแข่งขันของผู้ให้บริการสูงกว่าสหรัฐและญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามเอกชนทุกเจ้าพร้อมเพิ่มจำนวนโปรโมชั่นรายวินาทีถ้ามีความต้องการที่มากพอในอนาคต
อย่างไรก็ตามแนวทางกำกับราคายังเป็นสิ่งที่เข้าใจยากต่อผู้บริโภคทั้งยังขาดความชัดเจนเมื่อคำนวณค่าบริการแล้วยังพบว่าราคาเกินกว่าที่กำหนด ทำให้การกำกับดูแลกลไกราคาต้องเว้นช่องว่างให้ผู้ประกอบการได้แข่งขันกันด้วย ดังนั้นการตั้งคณะกรรมการเพื่อทำงานร่วมกันน่าจะเป็นแนวทางที่เป็นธรรมมกับทุกฝ่าย
ขณะที่ด้านนายพงษภัทร หงส์สุขสวัสดิ์ สมาคมผู้บริโภคภาคตะวันตกกล่าวว่า การคิดค่าโทรตามจริงเป็นวินาทีเป็นธรรมสำหรับผู้บริโภคโดยเฉพาะคนที่มีพฤติกรรมโทรน้อยไม่ถึงหนึ่งนาที ซึ่งรู้สึกเหมือนถูกเอาเปรียบจากการปัดเศษวินาทีทำให้การคิดแบบวินาทีตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด ทั้งยังเปิดโอกาสให้เลือกใช้บริการแบบโทรสั้นหรือโทรยาวซึ่งมีข้อชี้แจงจากผู้บริการอยู่แล้วก่อนตัดสินใจ อีกทั้งเทรนด์ปัจจุบันคนใช้บริการดาต้ามากขึ้นทำให้การกำกับค่าโทรแบบเดิมสามารถสร้างทาเลือกที่หลากหลายให้กับผู้บริการมากกว่า
ด้านนางจุฑา สังขชาติ สมาคมผู้บริโภคประจำจังหวัดสงขลากล่าวว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่ใช้การโทรไม่ถึงสองนาทีทำให้การคิดเป็นวินาทีคุ้มค่าที่สุดตามเวลาใช้งานจริง โดยเฉพาะเสถียรภาพของราคาในแต่ละคลื่นที่ต้องไม่แตกต่างกันมากนัก ประกอบกับประโยชน์ด้านโปรโมชั่นยังไม่เข้าถึงคนในพื้นที่ห่างไกล ดังนั้นผู้ประกอบการต้องพยายามลงพื้นที่ชี้แจงความเข้าใจให้การเปลี่ยนผ่านที่จะเกิดขึ้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ดังนั้นการเปิดเวทีและตั้งคณะกรรมการจากทั้งสามฝ่าย (Regulator+Operator+Consumer) เป็นปัจจัยที่สำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าว
นายสืบศักดิ์ สืบภักดี นักวิชาการ กล่าวว่าผู้กำกับดูแลอย่าง กสทช.จำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างความชัดเจนด้านการกำกับและกำหนดมาตรฐานราคาการโทรตามจริง ต้องชัดเจนด้านนาที วินาทีและทศนิยมตัวเลข มีหลักความคิดที่ชัดเจน ซึ่งมีข้อดีทั้งสองแบบแตกต่างกันตามจุดประสงค์ของการใช้บริการ ตลอดจนชี้แจงให้เกิดความเข้าใจอย่างทั่วถึง ซึ่งปัจจัยดังกล่าวเป็นรากฐานที่ดีของความเป็นธรรมด้านราคาต่อผู้บริโภคทั้งยังสามรารถใช้เป็นโมเดลเพื่อพัฒนากับการบริการด้านข้อมูลแบบดาต้าในอนาคต ที่มีรายละเอียดอย่างมากทั้งแบบ กิโลไบต์ เมกะไบต์และกิกะไบต์ ดังนั้นผู้ให้บริการควรคิดค่าบริการให้เหมือนกันทั้งในสามระบบคลื่นความถี่คือ 2100 1800และ900 เพื่อความเป็นเสถียรภาพด้านคิดค่าบริการในอนาคต ต้องสร้างมาตรานให้เหมือนกันว่าจะคิดเป็นแบบรายวินาทีหรือรายนาที
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระเสียงและกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า จัดการประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) ด้านแนวทางกำกับดูแลค่าบริการในคลื่นความถี่ดังกล่าวทั้งสามประเภท ซี่งหลังจากได้ข้อสรุปแล้วผู้ให้บริการต้องระบุคลื่นความถี่ที่ใช้บริการให้ผู้บริโภคได้รับทราบโดยคิดค่าใช้บริการตามจริงเป็นวินาที อย่างไรก็ตามประเด็นที่ได้จากการประชุมในวันนี้จะนำไปเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการ กทค.เพื่ออกมติอนุมัติต่อไป ซึ่งคาดว่าจะนำความเห็นทั้งหมดเข้าเสนอที่ประชุมบอร์ดกสทช.ภายในกลางเดือนนี้ (พุธที่ 13 กรกฎาคม)
ส่วนเรื่องการคิดค่าโทรตามจริงเป็นวินาทีนั้นเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เนื่องจากอยู่ในเงื่อนไขของการประมูลคลื่นความถี่ระบุไว้ว่าต้องคิดตามจริงเป็นรายวินาที โดยอ้างอิงจากเพดานราคาชั้นสูงซึ่งตั้งไว้ที่ 69 สตางค์ต่อนาที
ขณะที่นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่า มุ่งหวังจะทำให้การกำกับราคาเกิดผลประโยชน์กับประชาชนสูงสุดทั้งด้านราคาและการทำความเข้าใจ โดยจะมีการกำกับราคาค่าบริการของคลื่นทั้งสามระบบให้อยู่ในรูปแบบเดียวกันโดยใช้หลักที่เหมือนกันเพื่อง่ายต่อการควบคุมและชี้แจงทำความเข้าใจ โดยเฉพาะการคงทางเลือกที่หลากหลายไว้ให้กับประชาชนโดยที่ไม่ทำให้ผู้ประกอบการเสียเปรียบ
แหล่งข่าว
Website สำนักข่าวโพสต์ทูเดย์ อัพเดท 04 กรกฎาคม 2559 เวลา 19:21 น.
http://m.posttoday.com/digital/441139