หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
[CR] ลุยเดี่ยว ฝรั่งเศส-สวิส-อิตาลี 16 วัน 8 เมือง และอีกหลายๆ หมู่บ้าน ตอนที่ 7
กระทู้รีวิว
บันทึกนักเดินทาง
รถไฟ
ประเทศอิตาลี
โรม
เที่ยวต่างประเทศ
วันที่ 8
ตื่นมาทำไมไม่รู้ตอนตีสี่ กว่าจะหลับได้อีกก็เกือบหกโมงเช้า ตื่นอีกทีก็แปดโมงเช้าอาบน้ำแต่งตัว ลงมากินอาหารเช้า ซึ่งก็มีขนมปัง นม น้ำส้ม กาแฟ ไม่ได้มีอะไรให้เลือกเยอะ ก็กินๆไปให้อิ่ม อย่าบ่นมากกินเสร็จก็ออกมาที่สถานี trimini เพื่อนั่ง metro เพื่อไป Vatican ผมซื้อตั๋ว 1 day pass ครับ ในรถคนแน่นมาก ระวังกระเป๋าด้วย พอถึงสถานี ottaviano ผู้โดยสารส่วนใหญ่ก็พร้อมใจกันเดินออกจากขบวนรถ ก็เลยไม่ต้องใช้แผนที่ เพราะเดินตามๆกันไป ก็ถึงที่หมาย พอถึงทางเข้าเห็นคิวยาวเหยียดเพื่อซื้อตั๋วเข้าชม ผมเตรียมตัวมาดี ซื้อตั๋วล่วงหน้าทางอินเตอร์เน็ต พิมพ์ออกมาแล้วก็เข้าอีกทางเพื่อไปแลกตั๋วจริงที่เคาน์เตอร์ ประหยัดเวลาไปเยอะมาก
ภายใน Vatican museum มีอะไรให้ดูเยอะ ผมชอบดูงานปั้น ก็เลยจะสนใจห้องที่มีงานพวกนี้เป็นพิเศษ highlight ของที่นี่คงหนีไม่พ้น ภาพเขียนบนผนังโบสถ์ ผลงานของ Leonardo davinci เป็นที่เดียวที่ห้ามถ่ายรูป แต่ห้ามพลาดเลยนะครับ ผมใช้เวลาอยู่ในห้องนั้นพอสมควรเลย เพราะแหงนดูแล้วเมื่อยคอ ก็ต้องพัก แล้วก็แหงนดูใหม่ หลายครั้งเลย
พอหนำใจกะ Vatican museum ก็ออกมาที่ โบสถ์ St. Peter's Basilica ที่ยิ่งใหญ่ แถวเข้ายาวมาก แต่ก็ใช้เวลามานาน เพราะ แค่ตรวจกระเป๋าไม่ต้องซื้อตั๋ว พอเข้า ข้างในไม่ผิดหวังเลยครับ สวยงามมาก
รูปปั้นของ Leonardo davinchi
ออกมาจากโบสถ์ ก็โชคดีได้เห็นการเปลี่ยนกะของ Swiss guard พอดีเลย เห็นพูดอะไรกันด้วย อยากรู้ ใครรู้ช่วยมาบอกด้วยนะครับ
เดินมาเรื่อยๆเพื่อนั่งรถบัส มาที่ pantheon เข้ามาด้านในเห็นถึงความเก่า มีกลุ่มนักร้องประสานเสียงช่วยสร้างบรรยากาศไปอีก
เดินออกจาก pantheon มาทางด้านขวามือเพื่อหาร้านกาแฟ ที่เจ้านายเก่าแนะนำให้มาลองชิม
รสชาดกาแฟกลมกล่อมถูกใจเป็นที่สุด ออกจากร้านกาแฟก็เจอร้านไอติม venchi อยู่ด้านหน้า อดใจไม่ไหวเลยไปถอยเอามาชิมซักหน่อย อร่อยมากกก
ระหว่างการกินไอติมไปก็เดินเรื่อยๆ ปลายทางคือ pizza navona มีโบสถ์ อยู่ตรงกลาง นั่งพักที่ลานน้ำพุ ฟังดนตรีขับกล่อมเพลิดเพลินเป็นที่สุด
แล้วพอหายเหนื่อยก็เดินมาที่ victory monument อีกครั้ง ระหว่างทางแวะโบสถ์ chesa มีภาพวาดบนเพดานเป็นสามมิติ สวยมาก เดินมาถึง ara coeil ขึ้นบันไปชันมาก เดินเข้ามาในโบสถ์ด้านบน ซื้ออยู้หลัง victory monument ชื่ออะไรจำไม่ได้ ถ่ายรูปวิวจากด้านบน
แล้วก็เดินอ้อมมาที่ Colosseam อีกครั้ง แล้วก็นั่ง metro กลับโรงแรม ใช้ day pass ไม่คุ้มเลย แต่เดินคุ้มมาก
วันที่ 9
นอนหลับไปตอตไหนก็ไม่รู้ ตื่นมาอีกทีก็หกโมงเช้า สงสัยเป็นเพราะความเหนื่อยจากการเดิน ลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวจัดกระเป๋า กินอาหารเช้า เช็คเอ้าท์ ฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรม แล้วก็เดินออกมาที่โบสถ์ Santa Maria Maggiore ที่นอนมองหลังคามาสองคืน ผมชอบเพดานโบสถ์ซึ่งเป็นไม้แกะสลัก ต่างจากทั่วไปที่จะเป็นภาพเขียนสี
หลังจากเดินชมภายในซักพัก ก็ออกเดินมาที่ Piazza Della Repubbica เป็นโบส์เก่าๆ ที่ผนังก่อเป็นอิฐสีแดง
แต่ไม่ค่อยมีอะไรให้ผมดูมากกนัก ก็เลยเดินออกมา หาเสบียงสำหรับการเดินทางบนรถไฟ พอได้เวลาก็ไปเอากระเป๋าจากโรงแรม
นั่งรถไฟจาก roma trimini มุ่งหน้าสู่ Florence ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงก็มาถึงสถานี Florence Santa Maria Nouvella พอเดินออกจากสถานีก็เปิด google map หาทางไปที่พัก ถนนเป็นหินลากกระเป๋าค่อนข้างยาก เสียวล้อหักมาก เดินมาซักพัก ผ่าน Santa Maria del Fiore หรือ Duomo แล้วก็พยายามหาที่พัก ซึ่งเป็น Hostel ใกล้ ๆ duomo นี่แหละ หาอยู่ตั่งนานจากเลขที่บ้านก็พบป้ายเล็กๆ บอกชื่อ hostel Acedemy พนักงานเป็นมิตรมากๆ แนะนำทุกอย่างเลย ช่วยยกกระเป๋าอีกด้วย คือนนี้นอนห้องเดี่ยวอีกแล้ว ราคาไม่แพง
พอเก็บกระเป๋าเสร็จก็ออกเดินตรงไปสู่ Galleria dell’Accademia ซึ่งเป็นที่พำนักของเทพบุตรรูปงามนามว่า david ใช้เวลาเดินไม่กี่นาทีก็ถึง คิวซื้อตั๋วไม่ยาวนัก ที่นี่ผมไม่ได้ซื้อตั๋วล่วงหน้าไว้ก่อน ก็เลยต้องต่อคิวยาว แต่เนื่องจาก จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว ไม่ให้ไปแออัดข้างใน จึงทำให้แถวเคลื่อนที่ค่อนข้างช้า ใช้เวลาต่อคิวเกือบชั่วโมงก็ได้เข้าไปซักที highlight ของที่นี่ก็คือรูปปั้น David ซึ่งเป็นผลงานของ Michelangelo คนส่วนใหญ่ก็เลยจะไปออกันรอบๆ ต้องพยายามหามุมถ่ายรูปสวยๆ กดชัตเตอร์ไปหลายสิบเลยครับ
ออกมาจาก Galleria dell’Accademia ก็เดินตรงมาที่ duomo เป็นโบสถ์หินอ่อน ซึ่งภายในกำลังประกอบพิธีกรรมอยู่ก็เลยไม่ได้เข้าไป อาคารด้านหน้าก็ปิดซ่อม ก็เลยเดินมุ่งหน้ามาที่ Piazza della Signoria เพื่อจะดู david ตัวปลอม (ตัวจริงหล่อกว่าเยอะนะครับ)
แล้วก็เดินต่อมาที่สะพาน Vecchio ซึ่งเป็น ร้านขายเครื่องประดับสวยๆ นาฬิกาแพงๆ หลายร้านเลย ผมเดินข้ามสะพานเพื่อจะเดินขึ้นไปบน piazzale Michelangelo ซึ่งอยู่บนเนินเขา เพื่อดูวิวเมือง Florence ในมุมสูง ใช้เวลาเดินบ้างหยุดบ้างชมวิวไปเรื่อยๆ จนมาถึงข้างบนก็ได้เห็นภาพแบบนี้ ภาพ อาจไม่สวยเพราะว่าถ่ายย้อนแสง ถ้ามาตอนเช้าคงสวยกว่านี้
ดื่มด่ำกับวิวอยู่ซักพักก็เดินลงมาข้างล่างเดินเลียบแม่น้ำ Arno มาเรื่อยๆ เพื่อกลับมาที่พัก ผู้คนที่นี่ดูเป็นมิตร แต่งตัวกันเก๋มากทำให้บรรยากาศยามค่ำ ไม่น่ากลัวเหมือนที่โรม ผ่าน duomo อีกครั้งก็เลยหาร้านอาหารที่ติดกับโบสถ์ กินไปด้วยดูโบสถ์ไปด้วย แต่ราคาก็แพงสำหรับ pasta 11.5 ยูโร ชามนิดเดียวเอง พอกินเสร็จก็กลับที่พัก นอนหลับด้วยความเหนื่อย
ชื่อสินค้า:
Rome - Florence
คะแนน:
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
3 Days in the Renaissance Arts Heaven,... Firenza (Spring 2025 Edition)
ช่วงเมษายนที่ผ่านมา ได้มีโอกาสผ่านไปแถวๆฟลอเรนซ์ (Florence / Firenze เมืองหลวงแห่งศิลปะยุคเรอเนอซองส์ของตระกูลเมดิซี (Medici Family) เรียกว่าเที่ยวอยู่ 4 วัน 3 คืนนี่คือสำลักศิลปะ เลี่ยนประวัติศาสตร์ไ
อ๊าดอ๊าด
ช่วยแนะนำโปรแกรมเที่ยวอิตาลีที่มโนกันเองหน่อยค่ะ
ช่วยคอมเม้นตารางเที่ยวอิตาลีหน่อยค่ะ นี่เป็นการแบ็กแพ็คครั้งแรก ช่วยคอมเม้นโปรแกรมเที่ยวหน่อยนะคะ จะไปเที่ยวอิตาลีประมาน 7 วัน เริ่มต้นที่ มิลาน -> เวโรนา -> เวนิซ -> ลุกกา ->ปิซ่า ->
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก
รบกวนผู้รู้ช่วยตรวจแพลนอิตาลีหน่อยค่ะ🙏🙏🙏
รบกวนผู้รู้ช่วยตรวจแพลนอิตาลีหน่อยค่ะ🙏🙏🙏 📅Day1 Bangkok - Milan Shuttle Bus เข้าเมือง Check-in Babila Hostel & Bistrot Duomo Di Milano Duomo
สมาชิกหมายเลข 3069733
เมื่อได้ไปอิตาลีครั้งแรก 8 วัน Part 4 : Florence
เรามาถึง Florence ช่วงค่ำๆ เข้าพักที่โรงแรม Medici ครับ โรงแรมนี้ชั้นบนจะมีร้านอาหารที่ Top Roof ช่วงเช้าอากาศดีๆ สามารถขึ้นมานั่งชมความสวยงามของมหาวิหาร florence ครับ เช้าวันรุ่งขึ้นเรามีเวลาเที่ยวที
สมาชิกหมายเลข 781592
หลายวัน ในเวนิส เป็นยังไง ไปดูกันครับ (ภาคจบ) 😊
ช่วงพฤศจิกา 2024 ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวเมืองเวนิส อิตาลี ขอลองนำประสบการณ์มาเล่าสู่กันฟังต่อให้จบครับ ที่เที่ยว (ต่อ) 6.4 โบสถ์ Santa Maria della Salute - สร้างมาตั้งเเต่ ปี 1630 โดย Salute หมายถึง ผู้
สมาชิกหมายเลข 724664
รบกวนตรวจทริป อิตาลี-สวิส- ฝรั่งเศส 16 วัน 14 คืน ขอบพระคุณมากค่ะ
รบกวนตรวจแพลน เพิ่งมีโอกาสได้ไปยุโรปครั้งแรก ก็เลยจะเริ่มต้นด้วยrouteยอดฮิต อิตาลี-สวิส- ฝรั่งเศส 16 วัน 14 คืน ช่วงสงกรานต์ บินลงที่โรม และ กลับที่ปารีส รบกวนเพื่อน พี่ น้อง ตรวจทริปว่าควรมีการปรับเป
สมาชิกหมายเลข 755409
แพลนเที่ยวอิตาลี 15 วัน รบกวนช่วยดูหน่อยครับควรปรับตรงไหนไหม
พอดีได้ตั๋วไปกลับ bkk - rome มาถูกแต่ต้องแวะพักที่กว่างโจ รบกวนแนะนำด้วยครับแพลนประมาณนี้โอเคไหมครับ Day 0 : Bkk to Guangzhou Day 1 : Guangzhou to Rome - Spanish Steps - Trev
toptravelbkk
7D6N in Italia, First time in Europe
A glimpse into the heart of Italy Italy จ๋า ฉันมาแล้ว ———————————— หลังจากจบ Hong Kong 2023
dOctOr_nAp_At
รีวิวพาเที่ยว Road Trip อิตาลีเหนือ ตอนที่ 2 ฟลอเรนซ์ (Florence) ชิงเคว เทเร่ (Cinque Terre)
สำหรับเพื่อนๆที่อยากดูแบบเต็มๆไม่มีโลโก้เกะกะเชิญที่เว็บไซต์ส่วนตัวผมได้เลยครับ https://www.nopeopletravelphoto.com/ ตอนนี้เป็นตอนที่ 2 นะครับ ตอนอื่นๆดูได้จากลิงค์ด้านล่างเลยครับผม ตอน 1 - http
NoPeopleTravelPhoto
Ciao! อิตาลี ตอน 2 : Florence เมืองแห่งศิลปะ
สืบเนื่องจากกระทู้แรกกับการเดินทางเที่ยวอิตาลีตามโปรแกรมคร่าวๆ ด้านล่างครับ กระทู้นี้จะมาต่อด้วยเมืองแห่งศิลปะของอิตาลี คือ ฟลอเรนซ์ (Florence หรือ Firenze) กล้อง : Nikon D3200, GoPro Hero 4 Silver
SD and Family
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
บันทึกนักเดินทาง
รถไฟ
ประเทศอิตาลี
โรม
เที่ยวต่างประเทศ
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ : 14
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
[CR] ลุยเดี่ยว ฝรั่งเศส-สวิส-อิตาลี 16 วัน 8 เมือง และอีกหลายๆ หมู่บ้าน ตอนที่ 7
วันที่ 8
ตื่นมาทำไมไม่รู้ตอนตีสี่ กว่าจะหลับได้อีกก็เกือบหกโมงเช้า ตื่นอีกทีก็แปดโมงเช้าอาบน้ำแต่งตัว ลงมากินอาหารเช้า ซึ่งก็มีขนมปัง นม น้ำส้ม กาแฟ ไม่ได้มีอะไรให้เลือกเยอะ ก็กินๆไปให้อิ่ม อย่าบ่นมากกินเสร็จก็ออกมาที่สถานี trimini เพื่อนั่ง metro เพื่อไป Vatican ผมซื้อตั๋ว 1 day pass ครับ ในรถคนแน่นมาก ระวังกระเป๋าด้วย พอถึงสถานี ottaviano ผู้โดยสารส่วนใหญ่ก็พร้อมใจกันเดินออกจากขบวนรถ ก็เลยไม่ต้องใช้แผนที่ เพราะเดินตามๆกันไป ก็ถึงที่หมาย พอถึงทางเข้าเห็นคิวยาวเหยียดเพื่อซื้อตั๋วเข้าชม ผมเตรียมตัวมาดี ซื้อตั๋วล่วงหน้าทางอินเตอร์เน็ต พิมพ์ออกมาแล้วก็เข้าอีกทางเพื่อไปแลกตั๋วจริงที่เคาน์เตอร์ ประหยัดเวลาไปเยอะมาก
ภายใน Vatican museum มีอะไรให้ดูเยอะ ผมชอบดูงานปั้น ก็เลยจะสนใจห้องที่มีงานพวกนี้เป็นพิเศษ highlight ของที่นี่คงหนีไม่พ้น ภาพเขียนบนผนังโบสถ์ ผลงานของ Leonardo davinci เป็นที่เดียวที่ห้ามถ่ายรูป แต่ห้ามพลาดเลยนะครับ ผมใช้เวลาอยู่ในห้องนั้นพอสมควรเลย เพราะแหงนดูแล้วเมื่อยคอ ก็ต้องพัก แล้วก็แหงนดูใหม่ หลายครั้งเลย
พอหนำใจกะ Vatican museum ก็ออกมาที่ โบสถ์ St. Peter's Basilica ที่ยิ่งใหญ่ แถวเข้ายาวมาก แต่ก็ใช้เวลามานาน เพราะ แค่ตรวจกระเป๋าไม่ต้องซื้อตั๋ว พอเข้า ข้างในไม่ผิดหวังเลยครับ สวยงามมาก
ออกมาจากโบสถ์ ก็โชคดีได้เห็นการเปลี่ยนกะของ Swiss guard พอดีเลย เห็นพูดอะไรกันด้วย อยากรู้ ใครรู้ช่วยมาบอกด้วยนะครับ
เดินมาเรื่อยๆเพื่อนั่งรถบัส มาที่ pantheon เข้ามาด้านในเห็นถึงความเก่า มีกลุ่มนักร้องประสานเสียงช่วยสร้างบรรยากาศไปอีก
เดินออกจาก pantheon มาทางด้านขวามือเพื่อหาร้านกาแฟ ที่เจ้านายเก่าแนะนำให้มาลองชิม
รสชาดกาแฟกลมกล่อมถูกใจเป็นที่สุด ออกจากร้านกาแฟก็เจอร้านไอติม venchi อยู่ด้านหน้า อดใจไม่ไหวเลยไปถอยเอามาชิมซักหน่อย อร่อยมากกก
ระหว่างการกินไอติมไปก็เดินเรื่อยๆ ปลายทางคือ pizza navona มีโบสถ์ อยู่ตรงกลาง นั่งพักที่ลานน้ำพุ ฟังดนตรีขับกล่อมเพลิดเพลินเป็นที่สุด
แล้วพอหายเหนื่อยก็เดินมาที่ victory monument อีกครั้ง ระหว่างทางแวะโบสถ์ chesa มีภาพวาดบนเพดานเป็นสามมิติ สวยมาก เดินมาถึง ara coeil ขึ้นบันไปชันมาก เดินเข้ามาในโบสถ์ด้านบน ซื้ออยู้หลัง victory monument ชื่ออะไรจำไม่ได้ ถ่ายรูปวิวจากด้านบน
แล้วก็เดินอ้อมมาที่ Colosseam อีกครั้ง แล้วก็นั่ง metro กลับโรงแรม ใช้ day pass ไม่คุ้มเลย แต่เดินคุ้มมาก
วันที่ 9
นอนหลับไปตอตไหนก็ไม่รู้ ตื่นมาอีกทีก็หกโมงเช้า สงสัยเป็นเพราะความเหนื่อยจากการเดิน ลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวจัดกระเป๋า กินอาหารเช้า เช็คเอ้าท์ ฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรม แล้วก็เดินออกมาที่โบสถ์ Santa Maria Maggiore ที่นอนมองหลังคามาสองคืน ผมชอบเพดานโบสถ์ซึ่งเป็นไม้แกะสลัก ต่างจากทั่วไปที่จะเป็นภาพเขียนสี
หลังจากเดินชมภายในซักพัก ก็ออกเดินมาที่ Piazza Della Repubbica เป็นโบส์เก่าๆ ที่ผนังก่อเป็นอิฐสีแดง
แต่ไม่ค่อยมีอะไรให้ผมดูมากกนัก ก็เลยเดินออกมา หาเสบียงสำหรับการเดินทางบนรถไฟ พอได้เวลาก็ไปเอากระเป๋าจากโรงแรม
นั่งรถไฟจาก roma trimini มุ่งหน้าสู่ Florence ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงก็มาถึงสถานี Florence Santa Maria Nouvella พอเดินออกจากสถานีก็เปิด google map หาทางไปที่พัก ถนนเป็นหินลากกระเป๋าค่อนข้างยาก เสียวล้อหักมาก เดินมาซักพัก ผ่าน Santa Maria del Fiore หรือ Duomo แล้วก็พยายามหาที่พัก ซึ่งเป็น Hostel ใกล้ ๆ duomo นี่แหละ หาอยู่ตั่งนานจากเลขที่บ้านก็พบป้ายเล็กๆ บอกชื่อ hostel Acedemy พนักงานเป็นมิตรมากๆ แนะนำทุกอย่างเลย ช่วยยกกระเป๋าอีกด้วย คือนนี้นอนห้องเดี่ยวอีกแล้ว ราคาไม่แพง
พอเก็บกระเป๋าเสร็จก็ออกเดินตรงไปสู่ Galleria dell’Accademia ซึ่งเป็นที่พำนักของเทพบุตรรูปงามนามว่า david ใช้เวลาเดินไม่กี่นาทีก็ถึง คิวซื้อตั๋วไม่ยาวนัก ที่นี่ผมไม่ได้ซื้อตั๋วล่วงหน้าไว้ก่อน ก็เลยต้องต่อคิวยาว แต่เนื่องจาก จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว ไม่ให้ไปแออัดข้างใน จึงทำให้แถวเคลื่อนที่ค่อนข้างช้า ใช้เวลาต่อคิวเกือบชั่วโมงก็ได้เข้าไปซักที highlight ของที่นี่ก็คือรูปปั้น David ซึ่งเป็นผลงานของ Michelangelo คนส่วนใหญ่ก็เลยจะไปออกันรอบๆ ต้องพยายามหามุมถ่ายรูปสวยๆ กดชัตเตอร์ไปหลายสิบเลยครับ
ออกมาจาก Galleria dell’Accademia ก็เดินตรงมาที่ duomo เป็นโบสถ์หินอ่อน ซึ่งภายในกำลังประกอบพิธีกรรมอยู่ก็เลยไม่ได้เข้าไป อาคารด้านหน้าก็ปิดซ่อม ก็เลยเดินมุ่งหน้ามาที่ Piazza della Signoria เพื่อจะดู david ตัวปลอม (ตัวจริงหล่อกว่าเยอะนะครับ)
แล้วก็เดินต่อมาที่สะพาน Vecchio ซึ่งเป็น ร้านขายเครื่องประดับสวยๆ นาฬิกาแพงๆ หลายร้านเลย ผมเดินข้ามสะพานเพื่อจะเดินขึ้นไปบน piazzale Michelangelo ซึ่งอยู่บนเนินเขา เพื่อดูวิวเมือง Florence ในมุมสูง ใช้เวลาเดินบ้างหยุดบ้างชมวิวไปเรื่อยๆ จนมาถึงข้างบนก็ได้เห็นภาพแบบนี้ ภาพ อาจไม่สวยเพราะว่าถ่ายย้อนแสง ถ้ามาตอนเช้าคงสวยกว่านี้
ดื่มด่ำกับวิวอยู่ซักพักก็เดินลงมาข้างล่างเดินเลียบแม่น้ำ Arno มาเรื่อยๆ เพื่อกลับมาที่พัก ผู้คนที่นี่ดูเป็นมิตร แต่งตัวกันเก๋มากทำให้บรรยากาศยามค่ำ ไม่น่ากลัวเหมือนที่โรม ผ่าน duomo อีกครั้งก็เลยหาร้านอาหารที่ติดกับโบสถ์ กินไปด้วยดูโบสถ์ไปด้วย แต่ราคาก็แพงสำหรับ pasta 11.5 ยูโร ชามนิดเดียวเอง พอกินเสร็จก็กลับที่พัก นอนหลับด้วยความเหนื่อย