Fullmoon party Koh-Phangan 2016 (บันทึกการเดินทาง)

กระทู้นี้เป็นการแชร์ประสบการณ์ระหว่างการเดินทางที่ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปเจอกับอะไรบ้าง ตามตรงคือไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเกาะพะงันอยู่ที่ไหน
เดินทางไปยังไง เส้นทางบนเกาะเป็นยังไง คือไม่มีข้อมูลอะไรเลย
(ไม่อ่านรีวิว) รู้เพียงแค่ว่าเป็นเกาะที่มีฝรั่งเยอะมากและยังเป็นเกาะสวรรค์ของสายปาร์ตี้ เพราะทุกคืนวันพระจันทร์เต็มดวงทุกคนจะออกมารวมตัวกันที่ริมหาดริ้นเพื่อที่จะปาร์ตี้ดื่มดั่มไปกับแสงจันทร์หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “Fullmoon party”  
. . .ในที่สุดก็ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิต . . .  


(แผนที่เกาะพะงัน)

☆ การเดินทางของเราเริ่มต้นจากสมาชิก 3 คน เราเลือกจองตั๋วเดินทางแบบไป - กลับของสายการบินไทยสมายล์แอร์เวย์ เพราะมีบริการเครื่องบินต่อรถต่อเรือในเส้นทาง กรุงเทพฯ(สุวรรณภูมิ) - เกาะพะงัน https://www.thaismileair.com/ จองครั้งเดียวครบเลยจะได้ไม่ต้องวุ่นวายต่อแถวซื้อตั๋วเพราะวัน fullmoon คนคงไม่ใช่น้อยแน่ๆ อีกอย่างสิ่งที่ต้องเจอถ้าไม่จองล่วงหน้าคือ ตั๋วเต็ม เรือเต็ม บลาๆๆๆๆ เดี๋ยวจะหมดสนุก อ้อ…ลืมบอกไปเลย เราวางแผนการเดินทางในครั้งนี้ล่วงหน้าเกือบ 3 เดือนเลยนะ เพราะฉะนั้นเราจะได้ตั๋วในราคาที่ถูกหน่อย รวมถึงที่พักเราก็จองเช่นกัน
☆ สำหรับที่พักเราเลือกจองกับเว็บที่เราคุ้นเคยก็คือ http://www.agoda.com เสร็จสรัพทุกสิ่งอย่าง พร้อมเดินทางได้
ปล.ที่พักที่เราจองได้อยู่ใกล้หาดริ้นเดินไปได้เลย ราคาที่เราจองล่วงหน้าได้ 2 คืน 6,500 บาท (วันปกติแบบไม่มีปาร์ตี้พี่เขาบอกคืนละ 600 บาท) ดังนั้นถ้าจะไปควรวางแผนดีๆ เมื่อพร้อมแล้วก็ลุยกันเล้ย….. 😁😁😁

05.00 น. เช้าวันที่ 19 มิ.ย. 59

🚖 เราเดินทางออกจากหอเพื่อนแถวลาดกระบัง มาถึงสนามบิน ตีห้านิดๆ
ซึ่งเคาน์เตอร์เช็คอินของเราเปิดพอดี ที่เคาน์เตอร์เช็คอินเราจะได้ Boarding pass ทั้งหมด 3 ใบ และสติ๊กเกอร์กลมๆมาติดที่หน้าอกเพื่อแสดงให้เขารู้ว่าเราต้องต่อรถต่อเรืออีกเมื่อถึงสนามบินสุราษฎร์ธานี เราต้องเผื่อเวลาให้การเช็คอินและระบบตรวจของสนามบินด้วยนะ จะเที่ยวทั้งทีตื่นเช้าๆหน่อย พอเช็คอินเสร็จ เราก็มีเวลาเดินเล่น กินขนม ช้อปปิ้ง อยู่พักใหญ่

✈ BOARDING TIME  07 : 45
รอสิครับเดินให้ทั่วสนามบินไปเลย 🏃💃🏃💃
⏰⏰⏰ ถึงเวลาขึ้นเครื่องแล้ว!!! GATE A2
หน้า Lounge การบินไทยพอดีไม่ต้องเดินไกล

เช้านี้บนเครื่องเราได้รับน้ำดื่มและทาโกะยากิ 4 ลูก อิ่มกำลังดีเลย (ตื่นเต้นมากกว่าทานอะไรไม่ค่อยลง) เราเลือกที่นั่งติดกันสามคน ฝั่งซ้ายหลับ ขวาอ่านหนังสือ ตรงกลางตื่นเต้นมากพูดเลย!!! ไม่รู้จะทำอะไร ก่อกวนเพื่อนทั้งสองข้างไปเรื่อยๆ 😆😆😆
วันนี้ฟ้าสวย อากาศดี ไม่มีเมฆฝน นั่งไปเรื่อยๆ ประมาณ 50 น. เราก็มาถึงสนามบินสุราษฏ์ธานี เช้าๆแบบนี้บรรยากาศดีมาก ไม่ร้อนเลย
พอมาถึงสนามบินเราก็มารอรับกระเป๋าที่สายพานแล้ว เราก็เดินหาเคาน์เตอร์ของบริษัทเรือลมพระยา เพราะเราต้องโดยสารไปกับเรือของบริษัทนี้ (ขออภัยที่ไม่มีรูปให้ดู) ขอเช็คอินเสร็จก็จะได้สติ๊กเกอร์กลมๆอีกแผ่นมาแปะที่หน้าอกและแล้วเราก็ออกมานั่งรอรถบัสเพื่อที่จะเดินทางไปยังท่าเรือดอนสัก
ตอนแรกกำหนดการในตั๋วบอกว่าจะต้องรออีก ชั่วโมงนึง แต่นั่งยังไม่ถึงสิบห้านาที พี่เค้าก็มาเรียกให้ขึ้นรถบัสครับ บัสคันใหญ่เลย นั่งสบายทีเดียว และด้วยความที่ไปกันสามคน อีกคนต้องนั่งเดี่ยว ตอนแรกนึกว่าจะมี ผช. ฝรั่งมานั่งข้างๆ จะได้แอบซบ ปรากฎว่าเธอได้นั่งข้างชะนีฝรั่งครับ คริคริ
🚌 ขึ้นรถแล้วออกเดินทางไปท่าเรือ อำเภอดอนสัก กัน 😊😊😊
เนื่องจากท่าเรือ บริษัทลมพระยา ไม่มีใน google maps นะครับ เลยเอาของท่าเรือของอีกบริษัทนึง มาใส่แทน ห่างกันไปหน่อยนึง
ตลอดเส้นทางที่อยู่บนรถ เราก็พยายามติดต่อกับที่พักเพื่อยืนยันการเข้าพักในวันนี้ ในบทสนทนา เราต้องการให้เขาเอารถมารับเราที่ท่าเรือได้ไหม?
เราได้รับคำตอบกลับมาว่า “ไม่มีค่ะ นั่งแท็กซี่ที่ท่าเรือมาที่โรงแรมเลยนะคะ ประมาณคนละ100 บาท ให้เขามาส่งถึงที่พักเลยนะคะ อย่าให้เขาไปปล่อยทิ้งไว้นะคะ” วางสายแบบงงๆ คิดในใจ “มีแบบนี้ด้วยเหรอวะ”
ตอนแรกดูใน google maps ลุง google บอกว่า 7 กิโล จากท่าเรือ เลยกะว่าจะเช่ารถมอเตอร์ไซค์ จากท่าเรือเลย คิดไปคิดมา เพราะทั้งกระเป๋า เสื้อผ้า โน่นนี่นั่น และอีกทางก็ไม่คุ้น คิดว่าคงไปกันไม่รอดแน่ๆ
สามคน มองหน้าเพื่อนที่นั่งข้างกัน 😕 555!!! เอาวะ เป็นไงเป็นกัน ถึงพะงันค่อยว่ากันอีกที
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 น. เราก็มาถึงท่าเรือดอนสัก เช็คอินอีกรอบ แล้วก็เดินไปรอขึ้นเรือที่ท่าเรือ รอ…รอ…รอ เมื่อไหร่? นานพอสมควร เพราะเรือลำใหญ่รอรถทัวร์อีกหลายคันกว่าจะเดินทางมาถึง ระหว่างนั้นเราก็ทำตัวเป็นชาวต่างชาติ เดินโพสท่าถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ชมวิว ลมเย็น ฟ้าใส อย่างไม่กลัวแดด เหมือนที่บ้านไม่มีแสงอาทิตย์กันเลยทีเดียว จากนั้นพอเสร็จกิจกรรมถ่ายรูป หมายถึง ไม่รู้จะโพสท่าไหน วิวไหนอีกแล้ว ก็มานั่งรอ จากนั้นอาการอ่อนเพลียจากการนอนน้อยเริ่มแสดงฤทธิ์ เพลียมากคุณผู้ชม!!! แดดเริ่มร้อน กระเป๋าเริ่มหนัก 555!!!
🚢 ขึ้นเรือแล้ว พร้อมออกเดินทาง . . . ในเรือแอร์ก็เย็นพอสมควร นั่งรอในเรือสักพักนักท่องเที่ยวก็เริ่มทยอยลงเรือกัน มองไปทางไหนก็ฝรั่ง ฝรั่ง แล้วก็ฝรั่ง (ดีงาม) แทบไม่เจอคนไทยบนเรือเลย เราใช้เวลาดินทางบนเรือประมาณชั่วโมงกว่าๆเกือบสองชั่วโมง รอบนี้ไม่แวะสมุยนะครับ ตรงไปที่พะงันเลย
🚢. . . มาถึงท่าเรือท้องศาลาแล้ว เย้!!! แดดร้อนมาก! ไออุ่นจากนรกชัดๆ
เมื่อมองไปโดยรอบ เฮ้ย!!!! ทำไมไม่เหมือนอย่างที่คิดไว้เลยวะแก!!! คิดในใจ “ยังไงดีวะกู” เอาวะ! เดินไปก่อน เดี๋ยวคงเจอที่เช่ารถ ที่ขึ้นรถแท็กซี่ เอาจริงๆอย่างที่บอกไว้ข้างต้น ก่อนมาเราก็ทำการหาข้อมูลนิดนึง ทำการลากระยะทางดูจากท่าเรือไปที่พัก พี่กูบอก 7 กิโลเว้ยแก ซอฟๆเบาๆ เดี๋ยวเช่ารถมอร์เตอร์ไซด์แล้วขับไปที่พักกันก็ได้ พอมาถึงจริงๆ เออกูเชื่อนางละ แท็กซี่ละกันเนาะเท่าไหร่ก็เท่ากัน อยากถึงที่พักแล้ว หิวข้าว (อารมณ์โมโหหิวและเหวี่ยงมากแต่กดอารมณ์ส่วนนี้ไว้) เดินตามทางเดินตามป้ายไปเรื่อยๆ เจอรถกระบะและรถตู้จอดเรียงรายเต็มไปหมด ทุกอย่างดูวุ่นวายมาก ไม่มีความเป็นระเบียบเลย! เราเดินเข้าไปร่วมวง สอบถามพี่เขาว่าจะไป แบงก์เกสเฮาส์ พี่เขาบอกตามมาๆ ทางนี้ๆ เราเดินตาม . . . คันนี้เต็ม (อ้าวชิปหาย) คันนี้ๆ. . . เต็มอีก เอ้อ!!! คันไหนวะ (คิดในใจ) สุดท้ายหลังจากโดนดึงไปทางนั้นทีทางนี้ที กระเป๋าก็หนัก แดดก็ร้อนถ้าไม่ใส่แว่นกันแดดไว้ พี่เขาคงจะได้เห็นสายตาที่แบบเหวี่ยงมาก ได้รถละเป็นรถตู้ เราเอากระเป๋าไปไว้หลังรถ ตรงกระเป๋าพวกเราจะติดสติ๊กเกอร์ FRAGILE “PLEASE HANDLE WITH CARE” ทุกใบ!!!
แต่ภาพที่เห็นคือ….นึกสภาพกระเป๋าฝรั่งแบ็คแพ็กออกเนาะ ใหญ่ หนัก อลัง กระเป๋าเราอยู่ล่างสุด! เอิ่ม….😒😒😒 ช่างเถอะ 7 กม. เองไม่ไกลหรอกแปปเดียวคงถึง แต่แล้ว . . . เราเป็นที่สุดท้ายจ้าาาา เขาต้องวนส่งนักท่องเที่ยวตามที่พักไปเรื่อยๆ ส่วนเส้นทางนั้น ดีแล้วที่นั่งรถมาไม่เช่าขับมาเอง ขึ้นเขา โค้งหักศอก ลงเขาแบบรถไฟเหาะ ดิ่งลงไปเลย!!! เรารู้แล้วว่าที่จับตรงพะนักหน้าเก้าอี้มันมีประโยชน์ เกาะแน่นมากพูดเลย!!! ไม่กรีดร้องก็ดีเท่าไหร่ ฝรั่งข้างๆจะเข้มจะคมไปไหน เกร็งไปอี๊ก😠😠😠 ดีงาม (ถือว่างานดี)
🗻🚐เอาหละ!!! หลังจาก ข้ามเขามาแล้วก็เข้ามาถึงที่พักเราละ จ่ายเงินค่ารถตู้ไปคนละ 150 บาทไทย ที่พักเราอยู่ไม่ไกลจากหาดริ้นมาก เดินก็ 5 นาทีก็ถึง เจรจาจ่ายเงินเสร็จสรัพ (เราเลือกจองแบบจ่ายเงินก่อนเข้าพักดังนั้นเราจึงต้องโทรมายืนยันก่อน เดี๋ยวโดนเท นอนวัดนะจ๊ะ) เราพักชั้น 2 สภาพแวดล้อมถือว่าดี สะอาดสะอ้าน ปลื้มๆ 👍👍👍
⭐เก็บกระเป๋าเสร็จก็ถึงเวลาออกหากิน ระหว่างทางก็จะมีแพ็คเกจ one day trip ขายตลอดทาง ใครใคร่อยากดำน้ำถือว่าไม่ควรพลาด ในราคาแค่นี้เราถือว่าคุ้มค่ามาก(ประมาณ1,500บาท/คน) ออกตั้งแต่เช้ากว่าจะกลับมาถึงก็เย็น เราเองก็ได้สอบถามไว้หลายร้านเหมือนกัน แต่เราจะยังไม่โฟกัสในตอนนี้เพราะตอนนี้หิวข้าวมากพอสมควรแล้ว เดินหาร้านอาหารวนไปวนมา เดินกลับไปกลับมา ก็มาลงเอยที่ร้านอาหารข้างสระบัว ไม่รู้ชื่อร้านอะไร เลือกโต๊ะริมสระ เผื่อจะรู้สึกเย็นขึ้นมาบ้าง เพราะอากาศข้างนอกเริ่มร้อนมากๆ ทำการอ่านเมนู วนไป สุดท้าย ผัดไทไก่ ในราคาจานละ 50 บาท ถือว่าได้เยอะและอร่อยเลย (แต่ถามว่ากลับมากินอีกมั้ยหรอ 😑) ข้างโต๊ะก็จะมีหนุ่มๆฝรั่งเล่นสนุ๊กเกอร์อย่างสนุกสนาน สำคัญคือนางไม่ใส่เสื้อ 💪 กางเกงจะสั้นไปถึงไหน กินข้าวไปกินน้ำไป 555 พอกินเสร็จก็ถึงเวลาเสวนาเรื่อง one day trip ที่ได้ไปเสาะหามาตลอดทางที่เดินมาร้านข้าว และก็ได้ข้อสรุปง่ายๆสั้นๆ คือ
“ไม่ตื่น” เพราะกว่าจะปาร์ตี้ในคืนนี้เสร็จก็ไม่รู้จะกี่โมงกี่ยามอาจจะไหลยันเช้า
ซึ่งกำหนดการออกเดินทางในทริปมันเริ่ม 08:00 น. ล่ม! เท! เที่ยวเอง จบ! แยก! แล้ววันนี้จะไปไหนดี??? คำตอบที่ได้ คือ “ไม่รู้” โอ้ยยยยย 😆😆😆 แบบนี้สินะคือการเที่ยวแบบไม่วางแผนไม่อ่านรีวิว มัวทำไรอยู่เนี่ย!!! และแล้วต่างคนก็นั่งอ่านรีวิวกันใหญ่ หาที่เที่ยว ดูจากแผนที่แล้วแต่ละที่คือไกลกันมาก ข้ามเขาไปอีกฝั่ง ระยะทางก็หลายสิบกิโล คือไม่เคยไปเที่ยวที่ไหนแล้วรู้สึกว่า “ไปไหนดีวะ” แบบนี้มาก่อนเลย เราไม่รู้จริงๆว่าเราควรไปที่ไหนก่อน หาดมีเป็นสิบๆหาด ที่สำคัญคือตอนนี้เรายังไม่ได้เช่ามอร์เตอร์ไซด์ สุดท้ายเราก็ตัดสินใจไปเดินเล่นหาดริ้นดูฝรั่งนอนอาบแดดไปเซอร์เวย์สถานที่ของค่ำคืนนี้กัน เพราะคงเป็นที่เดียวที่เราสามารถเดินไปได้ (เรายังไม่ตัดสินใจเช่ามอร์เตอร์ไซด์เพราะเรายังไม่มีแผนเดินทางไปจุดไหนเลย)
จากบริเวณที่พัก ร้านอาหาร ในโซนนี้จะอยู่ติดหาดริ้นสามารถเดินไปมาได้เลย ไม่ต้องใช้ยานพาหนะ เพราะถนนมันแคบ คนก็เดินเยอะด้วย

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่