สวัสดีค่ะ นี่เป็นกระทู้แรกของเรา
จริงๆแล้วไม่อยากดราม่าค่ะ ออกแนวระบายความอัดอั้นตันใจมากกว่าเนอะ ^____^
//////////
เริ่มเลยแล้วกันค่ะ...
จริงๆปัญหาเรื่องนี้เราคุยกันหลายรอบแล้ว และเราควรเป็นฝ่ายที่เข้าใจเขา นั่นมันก็ถูกต้องแล้วค่ะ
แต่ความที่เราเป็นผู้หญิงมีจิตใจบอบบางดังสำลี ไม่ดีกว่าค่ะ เราไม่เอาความเป็นผู้หญิงมาอ้างดีกว่า
เปลี่ยนเป็นใช้คำว่าด้วยความที่เราเป็น "ตัวเรา" แบบนี้ จึงทำใจไม่ค่อยได้กับการรับมือของผู้ชายบ้างาน (หนักมาก)
แฟนเราและเราคบกันมาเกือบ 4 ปีค่ะ (ซึ่งมันเป็นแค่การเริ่มต้นของชีวิตคู่เท่านั้นค่ะ) เราอายุเพิ่งพ้นวัยรุ่นกระเตาะกันมาเอง
เมื่อก่อนแฟนเราเอาใจ เป็นผู้ชายน่ารัก ยิ้ม อยู่ด้วยกันตลอด จนเราเคยตัว ไปไหนมาไหนทำอะไรคนเดียวไม่เป็นเลย
ใช้ชีวิตเป็นปาท่องโก๋แบบนี้มาตลอดระยะเวลาที่คบกัน ทางบ้านรับรู้ทั้งสองฝ่าย ทุกอย่างลงตัว ทะเลาะกันน้อยมาก
แต่แล้ววันหนึ่ง คนเราเริ่มเจริญเติบโต ความคิดพุ่งพล่าน ไม่แปลกเลยที่มนุษย์จะดิ้นรนเพื่อสิ่งที่ทำให้ตนเองดีขึ้น
เขาเริ่มเข้าสู่วัยทำงาน เปลี่ยนงานมาหลายงาน (เนื่องจากเลือกมาก) จนมาจบที่งานปัจจุบันนี้ ..................
สายงานของเราคล้ายกันค่ะ เราจึงเข้าใจเขาดี อย่างเช่นตอนเรียนสายงานด้านนี้จะนอนเช้า กินข้าวไม่ตรงเวลา -,-
งานที่เขาทำเป็นบริษัทเล็กๆบริษัทหนึ่งที่กำลังเจริญเติบโตไปได้สวยงามค่ะ โดยมีบุคลากรเพียงเล็กน้อยแต่ร่วมกันสร้าง
และเขาก็ก้าวไปเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทนั้นค่ะ แต่ไม่ใช่หุ้นส่วน ไม่ใช่ผู้บริหาร ไม่ใช่หัวหน้า และไม่ใช่ยามค่ะ
เขาเป็นพนักงานบริษัทที่ทำงานฝ่ายหนึ่งเท่านั้น แต่เชื่อมั้ย............. ว่า ..................................................
เขาทำงานเกือบ 24 ชั่วโมงค่ะ ตอนเช้าขี่รถ(แมงกะไซ)เข้าบริษัท ระยะทาง 10 กว่าโล ในตอนเช้า 7 โมง
ทั้งๆที่บริษัทเปิด 9 โมง กลางวันก็ทำวนไปค่ะ ไม่ยอมกินข้าวเที่ยง ตกบ่ายทำต่อไปค่ะ จนถึงเวลาเลิกงานคือ 5 โมงเย็น
ไม่หยุดค่ะ ทำวนไปค่ะ บ้านช่องไม่กลับ 4 ทุ่มแล้วค่ะ ได้เวลากินข้าวของเขาค่ะ กินในออฟฟิตนั่นละ ใช้เวลากินอย่างเร่งรีบ
(ลองคิดเล่นๆว่าใช้ชีวิตแบบนี้ทุกวันอายุจะยืนไหมคะ?) เที่ยงคืนก็ยังคงทำงาน ตี 2 3 เริ่มง่วงค่ะ งีบหลับในออฟฟิต
ตื่นมาอีกที ตี 5 6 โมงเช้าค่ะ บิดมอไซกลับมาที่พักอีก 10 กว่าโลเพื่อกลับมาอาบน้ำค่ะ และบิดมอไซกลับไปทำงานต่อ ในทันที
ชีวิตวนลูปอยู่อย่างนี้ค่ะ อาจมีบางครั้ง 2 3 วันกลับมาอาบน้ำที สะอาดไปอีก หรืออาจมีบางครั้งเอาเสื้อผ้าไปเปลี่ยนที่ออฟฟิต
อยู่ยาวไป 2 วันกลับทีค่ะ ทำงานวนไปแบบนี้จริงๆ ..
และแล้วเสาร์อาทิตย์ เย้ เขาจะได้พักผ่อน เราจะได้ไปหาอะไรกินกันอร่อยๆแล้ว เย้ๆ -//- เอ่ออออ ป่าวคร่ะะะะคุ๊ณณณณ
ต้องขี่รถไปออฟฟิตต่อค่ะ ขี่วนไปค่ะแม่มึ๊งงงง แต่อาจจะไปสาย หรือบ่าย หรือเย็น แล้วแต่กรณี ^_______________^
ฝนตกก็ต้องไปค่ะ ไม่หยุดยั้งความขยัน ขี่มอไซลุยฝนวนไปจ้า เราเคยบอกว่ารอให้ฝนหยุดก่อนไม่ได้หรอ ???????
จำเป็นต้องทุ่มทุนสร้างขนาดนั้นมั้ย เพื่อแลกกับเงินเดือนในการผ่านโปร 10,000 ถูกต้องค่ะ ไม่ได้พิมผิดแต่อย่างใด
ทำงานเกือบ 24 ชั่วโมง (ลืมบอกค่ะ จบป.ตรี) ไม่มีโอที ไม่มีเบี้ยขยัน ไม่มีค่าน้ำมันรถใดๆ เพื่อเงินเท่านี้จริงๆค่ะ
ขี่รถลุยฝนเป็นประจำ บิดมอไซอย่างกับเด็กแว้น ขี่เร็วมากกกกกกก รีบไปทำงาน บางวันขี่รถเข้ามาในเมืองไปยังที่ทำงาน
สองสามรอบ เพื่อติดต่อกับอีกองค์กร แต่ก็ต้องทำค่ะะะะะะะะะะะะะ
ดีค่ะ ผู้ชายทำงานหนักหน่วงแบบนี้หายากนะคะ เค้าอาจจะกำลังสร้างอนาคต ก่อร่างสร้างตัวอยู่ก็เป็นได้
แต่ในใจเราคิดว่ามันไม่คุ้มกับสุขภาพ ไม่คุ้มกับชีวิตเลย ขี่รถแขนหักขาหักไป เงินเท่านั้นช่วยได้ไหม ?
ร่างกายน็อคเพราะนอนน้อย เงินเท่านั้นช่วยได้ไหม ตัดโลก ตัดสังคม เงินเท่านั้นจ่ายได้ไหม ????????????
เขาบอกให้เราเข้าใจเขา บริษัทกำลังเติบโต เดี๋ยวมันจะดีขึ้น นี่เวลาผ่านไปจนเราเริ่มชินกับการที่ไม่ต้องค่อยเจอกัน
ไม่ต้องค่อยคุยกันแล้ว เราก็พยายามเข้าใจ เราไม่โทษบริษัท เราไม่โทษตัวเขา เราคงต้องโทษตัวเรา ที่ความอดทนไม่มากอย่างคนอื่น
เคยอ่านบทความนึงว่า คนใหญ่ๆโตๆที่เขามีหน้าที่ความรับผิดชอบมากกว่าพวกเราๆหลายเท่า เขายังประสบความสำเร็จได้
ทั้งทางด้านการงานและ "ครอบครัว" คนเราไม่ควรดีอย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าเขาจัดสรรเวลาชีวิตของเขาไม่ได้ เขาจะมีเวลาแบ่งให้ครอบครัว
หรือเรา หรือเปล่าคะ ตัวเขาเองยังปล่อยปะละเลย แล้วเราจะเหลือหรอคะ .... อนาคตล่ะคะ ลูก สังคม เพื่อนฝูง ภรรยา
เขาจะเอาเวลาที่ไหนไปให้ U_U
ยาวไปหน่อยนะ เราแค่อึดอัด แต่พูดไปก็เหมือนเราไม่เข้าใจกัน เท่านั้นเอง .
แฟนบ้างาน :(
จริงๆแล้วไม่อยากดราม่าค่ะ ออกแนวระบายความอัดอั้นตันใจมากกว่าเนอะ ^____^
//////////
เริ่มเลยแล้วกันค่ะ...
จริงๆปัญหาเรื่องนี้เราคุยกันหลายรอบแล้ว และเราควรเป็นฝ่ายที่เข้าใจเขา นั่นมันก็ถูกต้องแล้วค่ะ
แต่ความที่เราเป็นผู้หญิงมีจิตใจบอบบางดังสำลี ไม่ดีกว่าค่ะ เราไม่เอาความเป็นผู้หญิงมาอ้างดีกว่า
เปลี่ยนเป็นใช้คำว่าด้วยความที่เราเป็น "ตัวเรา" แบบนี้ จึงทำใจไม่ค่อยได้กับการรับมือของผู้ชายบ้างาน (หนักมาก)
แฟนเราและเราคบกันมาเกือบ 4 ปีค่ะ (ซึ่งมันเป็นแค่การเริ่มต้นของชีวิตคู่เท่านั้นค่ะ) เราอายุเพิ่งพ้นวัยรุ่นกระเตาะกันมาเอง
เมื่อก่อนแฟนเราเอาใจ เป็นผู้ชายน่ารัก ยิ้ม อยู่ด้วยกันตลอด จนเราเคยตัว ไปไหนมาไหนทำอะไรคนเดียวไม่เป็นเลย
ใช้ชีวิตเป็นปาท่องโก๋แบบนี้มาตลอดระยะเวลาที่คบกัน ทางบ้านรับรู้ทั้งสองฝ่าย ทุกอย่างลงตัว ทะเลาะกันน้อยมาก
แต่แล้ววันหนึ่ง คนเราเริ่มเจริญเติบโต ความคิดพุ่งพล่าน ไม่แปลกเลยที่มนุษย์จะดิ้นรนเพื่อสิ่งที่ทำให้ตนเองดีขึ้น
เขาเริ่มเข้าสู่วัยทำงาน เปลี่ยนงานมาหลายงาน (เนื่องจากเลือกมาก) จนมาจบที่งานปัจจุบันนี้ ..................
สายงานของเราคล้ายกันค่ะ เราจึงเข้าใจเขาดี อย่างเช่นตอนเรียนสายงานด้านนี้จะนอนเช้า กินข้าวไม่ตรงเวลา -,-
งานที่เขาทำเป็นบริษัทเล็กๆบริษัทหนึ่งที่กำลังเจริญเติบโตไปได้สวยงามค่ะ โดยมีบุคลากรเพียงเล็กน้อยแต่ร่วมกันสร้าง
และเขาก็ก้าวไปเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทนั้นค่ะ แต่ไม่ใช่หุ้นส่วน ไม่ใช่ผู้บริหาร ไม่ใช่หัวหน้า และไม่ใช่ยามค่ะ
เขาเป็นพนักงานบริษัทที่ทำงานฝ่ายหนึ่งเท่านั้น แต่เชื่อมั้ย............. ว่า ..................................................
เขาทำงานเกือบ 24 ชั่วโมงค่ะ ตอนเช้าขี่รถ(แมงกะไซ)เข้าบริษัท ระยะทาง 10 กว่าโล ในตอนเช้า 7 โมง
ทั้งๆที่บริษัทเปิด 9 โมง กลางวันก็ทำวนไปค่ะ ไม่ยอมกินข้าวเที่ยง ตกบ่ายทำต่อไปค่ะ จนถึงเวลาเลิกงานคือ 5 โมงเย็น
ไม่หยุดค่ะ ทำวนไปค่ะ บ้านช่องไม่กลับ 4 ทุ่มแล้วค่ะ ได้เวลากินข้าวของเขาค่ะ กินในออฟฟิตนั่นละ ใช้เวลากินอย่างเร่งรีบ
(ลองคิดเล่นๆว่าใช้ชีวิตแบบนี้ทุกวันอายุจะยืนไหมคะ?) เที่ยงคืนก็ยังคงทำงาน ตี 2 3 เริ่มง่วงค่ะ งีบหลับในออฟฟิต
ตื่นมาอีกที ตี 5 6 โมงเช้าค่ะ บิดมอไซกลับมาที่พักอีก 10 กว่าโลเพื่อกลับมาอาบน้ำค่ะ และบิดมอไซกลับไปทำงานต่อ ในทันที
ชีวิตวนลูปอยู่อย่างนี้ค่ะ อาจมีบางครั้ง 2 3 วันกลับมาอาบน้ำที สะอาดไปอีก หรืออาจมีบางครั้งเอาเสื้อผ้าไปเปลี่ยนที่ออฟฟิต
อยู่ยาวไป 2 วันกลับทีค่ะ ทำงานวนไปแบบนี้จริงๆ ..
และแล้วเสาร์อาทิตย์ เย้ เขาจะได้พักผ่อน เราจะได้ไปหาอะไรกินกันอร่อยๆแล้ว เย้ๆ -//- เอ่ออออ ป่าวคร่ะะะะคุ๊ณณณณ
ต้องขี่รถไปออฟฟิตต่อค่ะ ขี่วนไปค่ะแม่มึ๊งงงง แต่อาจจะไปสาย หรือบ่าย หรือเย็น แล้วแต่กรณี ^_______________^
ฝนตกก็ต้องไปค่ะ ไม่หยุดยั้งความขยัน ขี่มอไซลุยฝนวนไปจ้า เราเคยบอกว่ารอให้ฝนหยุดก่อนไม่ได้หรอ ???????
จำเป็นต้องทุ่มทุนสร้างขนาดนั้นมั้ย เพื่อแลกกับเงินเดือนในการผ่านโปร 10,000 ถูกต้องค่ะ ไม่ได้พิมผิดแต่อย่างใด
ทำงานเกือบ 24 ชั่วโมง (ลืมบอกค่ะ จบป.ตรี) ไม่มีโอที ไม่มีเบี้ยขยัน ไม่มีค่าน้ำมันรถใดๆ เพื่อเงินเท่านี้จริงๆค่ะ
ขี่รถลุยฝนเป็นประจำ บิดมอไซอย่างกับเด็กแว้น ขี่เร็วมากกกกกกก รีบไปทำงาน บางวันขี่รถเข้ามาในเมืองไปยังที่ทำงาน
สองสามรอบ เพื่อติดต่อกับอีกองค์กร แต่ก็ต้องทำค่ะะะะะะะะะะะะะ
ดีค่ะ ผู้ชายทำงานหนักหน่วงแบบนี้หายากนะคะ เค้าอาจจะกำลังสร้างอนาคต ก่อร่างสร้างตัวอยู่ก็เป็นได้
แต่ในใจเราคิดว่ามันไม่คุ้มกับสุขภาพ ไม่คุ้มกับชีวิตเลย ขี่รถแขนหักขาหักไป เงินเท่านั้นช่วยได้ไหม ?
ร่างกายน็อคเพราะนอนน้อย เงินเท่านั้นช่วยได้ไหม ตัดโลก ตัดสังคม เงินเท่านั้นจ่ายได้ไหม ????????????
เขาบอกให้เราเข้าใจเขา บริษัทกำลังเติบโต เดี๋ยวมันจะดีขึ้น นี่เวลาผ่านไปจนเราเริ่มชินกับการที่ไม่ต้องค่อยเจอกัน
ไม่ต้องค่อยคุยกันแล้ว เราก็พยายามเข้าใจ เราไม่โทษบริษัท เราไม่โทษตัวเขา เราคงต้องโทษตัวเรา ที่ความอดทนไม่มากอย่างคนอื่น
เคยอ่านบทความนึงว่า คนใหญ่ๆโตๆที่เขามีหน้าที่ความรับผิดชอบมากกว่าพวกเราๆหลายเท่า เขายังประสบความสำเร็จได้
ทั้งทางด้านการงานและ "ครอบครัว" คนเราไม่ควรดีอย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าเขาจัดสรรเวลาชีวิตของเขาไม่ได้ เขาจะมีเวลาแบ่งให้ครอบครัว
หรือเรา หรือเปล่าคะ ตัวเขาเองยังปล่อยปะละเลย แล้วเราจะเหลือหรอคะ .... อนาคตล่ะคะ ลูก สังคม เพื่อนฝูง ภรรยา
เขาจะเอาเวลาที่ไหนไปให้ U_U
ยาวไปหน่อยนะ เราแค่อึดอัด แต่พูดไปก็เหมือนเราไม่เข้าใจกัน เท่านั้นเอง .