แชร์ประสบการณ์น้องหมาเป็น พาโว ไวรัส

เนื่องจากเป็นกระทู้แรกในพันทิป ผิดพลาดยังไงก็ขออภัย
แชร์ประสบการณ์น้องหมาเป็น พาโว ไวรัส
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

เนื่องจากที่บ้านมีน้องหมาอยู่ 2 ตัว
ตัวแรกอายุ6เดือนพันธุ์บางแก้วผสม เริ่มแสดงอาการเมื่อวันที่7/06/59อาการเริ่มซึมไม่ร่าเริงเหมือนเดิม กินอาหารได้น้อย


08/06/59 อาการยังเหมือนเดิม แต่เริ่มมีอาเจียนร่วมด้วย

09/06/59 อาการหนักขึ้น อาเจียนทุกครั้งที่กินน้ำไม่กินอาหาร จมูกแห้ง ไม่มีแรง พาไปหาสัตวแพทย์  ตรวจพบเป็นไข้(ตื่นมาเช็ดตัวน้องหมาตลอดทั้งคืน) เม็ดเลือดขาวต่ำผิดปกติ เหงือกซีด จากอาการขาดน้ำ ตรวจอุจาระ พบเชื้อพาโว ไวรัส(คุณหมอบอกโอกาสรอด 90%)  คุณหมอจึงได้ทำการฉีดยากระตุ้นภูมิ และให้น้ำเกลือเนื่องจากสภาวะขาดน้ำและขอนำน้องหมากลับมาดูอาการที่บ้าน คุณหมอแนะน้ำให้ใช้น้ำยากซักผ้าขาวทำความสะอาดบ้าน และแยกน้องหมา ออกจากกัน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

ช่วงเวลาวันที่11-13 พาน้องหมาตัวแรกกลับบ้านที่ต่างจังหวัดด้วยเพราะไปทำธุระ

10/06/59 น้องหมามีแรงขึ้นกว่าเดิม ลุกเดินได้ แต่ยังมีอาการ อาเจียนและขาดน้ำอยู่ จึงพาไปหาสัตวแพทย์ เพื่อให้น้ำเกลือและฉีดยากระตุ้นภูมิอีกรอบ(รอบนี้ไข้ลดแล้ว)

11/06/59 น้องหมาอาการทรงตัว แต่ยังอาเจียนเหมือนเดิม จึงไปซื้อ สลิ้ง ฉีดยา เกลือแร่ ยาฆ่าเชื้อแคปซูลสีน้ำเงิน(กินเช้าเย็น) ฟ้าทะลายโจรแบบแคปซูลเพราะหาแบบสดไม่ได้  ผสมเกลือแร่ป้อนน้องหมาระยะเวลา ประมาณชั่วโมงให้ที
แรกยังมีอาการอาเจียนอยู่ ช่วงเช้าป้อนอาหารเหลว เพื่อทีจะให้กินยาฆ่าเชื้อ  หลังจากกินเสร็จ ประมาณ 20นาที มีอาการอาเจียนออกมา แต่ยายาฆ่าเชื้อละลายไปส่วนหนึ่งแล้ว ช่วงเที่ยงวันน้องหมาได้ถ่ายอุจจาระออกมามีลักษณะเป็นน้ำสีช็อกโกแลตปนก้อนเหลวสีช็อกโกแลต ช่วงเย็น ป้อนอาหารอ่อน และให้กินยาฆ่าเชื้อ และ ลองฟ้าทะลายโจรผสมน้ำให้กิน น้องหมาไม่กินคายออกไม่ยอมกลืน

12/06/59 น้องหมาอาการดีขึ้นมากเริ่มร่าเริง มีแรงมากขึ้น หากินน้ำเองได้ไม่ต้องป้อน และเริ่มถ่ายอุจาระและปัสสาวะได้ ป้อนอาหารอ่อนและให้กินยาฆ่าเชื้อเหมือนเดิม แต่วันนี้น้องหมาไม่อาเจียนแล้ว ช่วงเย็นเริ่มมีอาการอยาก กินอาหารเลยให้กินปลาทูทอด(กินได้นิดหน่อย)

13/06/59 เริ่มวิ่งเล่นได้ หากินน้ำเองได้ เห่าได้ กินอาหารเองได้นิดหน่อย แต่ยังป้อนยาให้กินเหมือนเดิม อาการดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังถ่ายเป็นก้อนเหลวสีช็อกโกแลตอยู่ หยุดให้เกลือแร่

14/06/59   เริ่มกลับมาเป็นปกติ กินอาหารได้แล้ว และยังให้กินยาอยู่

15/06/59  หายแล้ว และกินข้าวเยอะกว่าปกติมาก(แต่ให้มากกว่าเดิมนิดหน่อยกลัวกินเยอะเกินไปกระเพาะอาหารปรับสภาพไม่ทัน) และให้กินยาเป็นวันสุดท้าย



จากการสังเกตุ1. ที่ผ่านมาคิดว่าน้องหมาน่าจะไปกัดแมลงสาบ หรือ ไม่ก็คางคก ที่เข้ามาภายในบริเวณบ้านเพราะเลี้ยงน้องอยู่ในบริเวณบ้านตลอด
              2.น้องหมาอาการดีขึ้นหลังจากเริ่มถ่ายอุจาระ โดยส่วนตัวคิดว่า เชื้อไวรัสที่อยู่ในลำไส้ ได้ถูกขับออกมาภายนอกร่างกายน้องหมาทำให้อาการดีขึ้นบวกกับได้รับยาฆ่าเชื่อไปยับยั้งเชื้อบางตัวที่อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นกับน้องหมา รวมทั้งภูมิคุ้มกันน้องหมาได้เพิ่มขึ้นมากจาก การฉีดยากระตุ้นภูมิ(เพราะว่าแฟนเคยไปหาหมอคนตอนเป็นอาหารเป็นพิษกับลำไส้อักเสบ คุณหมอบอกว่าทีไม่ให้ยาหยุดถ่ายก็เพราะอยากให้เชื้อที่อยู่ในลำไส้ได้ถูกขับออกมาให้หมด)






น้องหมาตัวที่2 อายุ 8เดือน พันธุ์บางแก้วเหมือนกัน(รูปน้องหมาไม่ได้ถ่ายมานะครับ)

10/06/59 น้องหมามีอาการกินหญ้าและอาเจียนไม่กินอาหาร กินแต่น้ำอย่างเดี่ยวแต่ยังร่าเริงได้ปกติ

11/06/59 น้องหมามีอาการอาเจียนไม่กินอาหาร กินแต่น้ำเหมือนวันที่10แต่ไม่ร่าเริงเหมือนเดิม


11/06/59 ช่วงเย็นกลับบ้านต่างจังหวัดถึงวันที่13/06/59ช่วงเย็นถึงกลับมา


12/06/59 น้องหมาอาเจียน(สีออกเหลืองๆ)ไม่กินอาหารอาการแย่ลง เลยโทรสั่งให้น้องเอายาฆ่าเชื้อป้อนให้น้องหมากิน

13/06/59 น้องหมาอาการทรงตัว แต่ถ่ายออกมาเป็นสีช็อกโกแลต ไม่เหลวมาก ให้กินเกลือแร่ อาหารอ่อนและยาฆ่าเชื้อ(กินอะไรเข้าไปอาเจียนออกหมด ช่วงกลางคืนต้องแยกนอน น้องหมาตัวแรกนอนชั้นบนแฟนผมเป็นคนดูแล ส่วนน้องหมาตัวที่2นอนข้างล่างผมเป็นคนดูแล  

14/06/59  น้องหมาอาการดีขึ้นไม่อาเจียนแล้ว แต่ยังถ่ายออกมาเป็นสีช็อกโกแลตอยู่ เริ่มร่าเริงกินอาหารได้บ้างนิดหน่อยและให้กินยาเหมือนเดิม

15/06/59 เริ่มกลับเป็นปกติ เริ่มเห่าเล่นเล่นได้บ้าง กินอาหารได้แล้วยังคงให้กินยาต่อเนื่อง หยุดให้เกลือแร่

16/06/59 น้องหมาเริ่มหายเป็นปกติแล้วแต่ยังคงให้กินยาอยู่

17/06/59 น้องหมาหายแล้วรอดูอาการต่อไปอีก2สัปดาห์และหยุดให้ยา


จากการสังเกตุ 1.ไม่ได้พาน้องหมาไปหาหมอเพราะมีประสบการณ์จากตัวแรกแล้ว เพราะยาเพียงแค่รักษาตามอาการ
               2.สังเกตุน้องหมาตัวที่2มีภูมิคุ้มกันมากกว่าตัวแรกเยอะเพราะลักษณะอาการเบากว่าตัวแรกเยอะ
               3.ติดจากตัวแรก100%ต้องรักษาความสะอาด ตลอดเวลา(หมดน้ำยาฟอกขาวไปหลายขวดเลย)



สรุป -น้องหมาทั้งสองหายดีแล้วแสบกว่าเดิมเป็นสองเท่า
      -ช่วงแรกที่เริ่มหาย น้องหมามีอาการทะเลาะกันบ้างเพราะต้องแยกกันอยู่และตัวแรกที่เป็นได้ไปนอนอยู่ชั้นบนตลอดสงสัยอิจฉา555
      -ปัจจุบันกลับมาเป็นปกติแล้วเล่นกันได้เหมือนเดิมไม่ทะเลาะกัน
      -โรคนี้ต้องแยกเลี้ยงและที่สำคัญมากๆคือต้องมีเวลาดูแลน้องหมาตลอดโดยเฉพาะช่วงเริ่มเป็น
      -ต้องขอบคุณยาฆ่าเชื้อและเกลือแร่
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่