อยากระบายให้คนไม่รู้จักค่ะ จะได้ไม่รู้สึกอาย ดิฉันไม่ได้เกิดในครอบครัวที่ร่ำรวยน่ะค่ะ เพราะพ่อแม่ค่อนข้างลำบากมากๆ พวกเค้าลำบากตั้งแต่เล็ก เพราะพ่อของดิฉันไม่มีพ่อแม่เลี้ยงดูเค้าตั้งแต่อายุได้ 9 ขวบค่ะ เค้าเลยต้องอยู่ด้วยตัวเองทำงานหาเลี้ยงต่อสู้ด้วยตัวเองมาตลอดและไม่มีโอกาสได้เรียน ส่วนทางฝ่ายคุณแม่ก็ลำบากค่ะ ที่บ้านมีพี่น้องหลายคน แม่เลยต้องช่วยที่บ้านทำงานหาเงินส่งน้องๆอีก 8 คนเรียนสูงๆ จนจบปริญญาส่วนตัวเองไม่ได้เรียน เท่าที่ดิฉันเกิดมารับรู้ความลำบากของพ่อแม่มาตลอดค่ะต้องทำงานเลี้ยงลูกๆ สี่คน ทำงานหนักมากๆเพื่อส่งให้ลูกได้เรียนสูงๆเท่าที่จะทำได้ ก็มีการกู้หนี้ยืมสินบ้าง แต่ปัญหาเริ่มเกิดเมื่อ ช่วงนึงที่ทางบ้านโชคดีการค้ากำลังไปได้สวยรุ่งเรือง คุณพ่อคุณแม่ดิฉันจากที่เคยจนมาก่อน ท่านอยากมีบ้านมีรถนะค่ะ ช่วงนั้นครอบครัวค่อนข้างฟู่ฟ่ามากเลยค่ะ พ่อแม่ซื้อบ้านทีละสี่หลัง รถสองคันพร้อมกัน ทานอาหารนอกบ้านทุกมื้อ แต่ทุกอย่างคือเงินผ่อนน่ะค่ะ ตอนนั้นดิฉันยังเด็กก็ไม่เข้าใจมาก คิดแค่ว่าพ่อแม่ลำบากมาเยอะตอนนี้รวยแล้วคงอยากสบาย ส่วนน้องชายอีกสองคนของดิฉันด้วยความที่เค้าเป็นลูกชาย พ่อแม่คาดหวังไว้สูงคะ ต้องให้เข้าโรงเรียนดังๆ เท่านั้น น้องชายเรียนไม่เก่งค่ะ พ่อแม่เลยบอกน้องว่า ลูกไม่เป็นไรเดี๋ยวพ่อแม่จ่ายเงินให้เข้าโรงเรียนดังนั้นได้ แล้วท่านก็สมหวังค่ะ ส่วนดิฉันกับน้องสาว บอกพ่อกับแม่ว่าอยากเรียนใกล้บ้านไม่อยากเดินทางลำบากเรียนโรงเรียนวัดใกล้บ้านก็ได้ โรงเรียนนี้ก็มีชื่อเสียงในย่านนั้นดี แถมค่าเทอมก็ไม่แพง จากสาเหตุนี้ ทำให้น้องชายสองคนมักได้ทุกอย่างที่เค้าต้องการ ขออะไรพ่อแม่จะพยายามหาให้ทุกครั้ง โดยไม่ปฎิเสธ ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นน้องและเด็กอยู่คะ จนกระทั่งน้องก่อเรื่องค่ะมีเหตุให้พ่อแม่ต้องเสียเงินเป็นล้าน เพื่อแก้ปัญหา และที่หนักกว่านั้นช่วงนั้นเป็นยุคฟองสบู่แตกค่ะ ต้มยำกุ้งปี 32 ถ้าจำไม่ผิดค่ะ การค้าของที่บ้านพังเลยค่ะ บ้านและรถหลายๆคันที่พ่อแม่ซื้อไว้ และยังผ่อนอยู่ต้องโดนยึดและขายทอดปล่อยตลาด และเป็นหนี้ตามมาร่วม สิบล้าน ทีนี้ก็ต้องย้ายไปอยู่บ้านเช่าค่ะ ดิฉันกำลังเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนที่นึงปีสุดท้าย และน้องสาวก็เรียนมหาวิทยาลัยปีแรก คือน้องสาวต้องหยุดเรียนค่ะเพราะพ่อแม่ส่งพร้อมกันไม่ไหวให้ดิฉันได้เรียนก่อน เพราะจะจบแล้วดิฉันเลยเร่งเรียนให้จบ 3.5 ปี รีบออกมาหางานทำ และช่วยที่บ้านเรื่องค่าใช้จ่าย จำได้ว่า เงินเดือนก้อนแรกได้แค่ 10,000 บาท รีบกลับบ้านมายื่นให้พ่อแม่ 6,000 บาทค่ะ หลังจากนั้นก็เปลี่ยนย้ายงานทุกๆ หนึ่งปี เปลี่ยนงานบ่อยค่ะเพราะต้องการอัพเกรดเงินเดือน พร้อมทั้งขายของออนไลน์มาตลอดเพื่อหาเงินให้ได้มากที่สุด ส่งให้ที่บ้าน เพราะน้องชายยังคงสร้างปัญหาต่อเนื่องค่ะ มีเรื่องให้ต้องเสียเงินเป็นแสนๆตลอด ตลอดเวลาที่ผ่านมาหลังจากน้องสาวเรียนจบ ทำงานได้แค่ปีเดียวก้อต้องแต่งงาน ค่ะ เพราะพ่อแม่อยากให้แต่งกับคนรวย พอแฟนน้องมีฐานะเลยต้องรีบแต่ง น้องสาวก็เดือดร้อนต้องคอยพยุงที่บ้านเหมือนกันค่ะ แต่ก็ไม่สามารถช่วยทางด้านการเงินได้มากมาย เพราะน้องมีลูกแล้วและไม่ได้ทำงานได้แต่เงินเดือนจากสามีมาแต่ละเดือน ก็เจียดช่วยที่บ้านครึ่งๆค่ะ ส่วนน้องชายไม่ต้องพูดถึงค่ะไม่ได้ช่วยแต่ก็ยังสร้างปัญหาให้เสียเงิน ส่วนภาระของดิฉันก็หนักค่ะ ก็ต้องทำงานตลอดสองอาชีพ ช่วยกันเก็บเงินกับน้องสาว ซื้อบ้านและรถให้พ่อแม่ และก็ช่วยกันผ่อนจนจบเร็วๆ ในที่สุดก็ผ่อนจบ ดิฉันด้วยความที่รู้ว่าพ่อแม่ลำบากมามาก ก็เก็บเงินให้เค้าเที่ยวต่างประเทศต่างๆ จ่ายค่าประกัน รับผิดชอบส่งเงินรายเดือนประมาณเดือนละ 20,000 น่ะค่ะ ตรุษจีนก็ให้เงินพ่อแม่สามหมื่น ส่วนน้องสาวก็รับผิดชอบเรื่องพาพ่อแม่ไปกินข้าว ซื้อของเข้าบ้าน ส่วนพ่อดิฉันท่านทำงานหนักมากค่ะ เพื่อเก็บเงินใช้หนี้ แต่มันเยอะน่ะค่ะ ใช้เวลาอีกไมกี่ปีช่วยๆกันก็คงจะจบ แต่ข้อเสียคืออยากให้ลูกสาวแต่งกับคนรวย พ่อกับแม่ชอบเปรียบเทียบว่าลุกคนอื่นดีแบบนั้นแบบนี้ ดิฉันก็ทำตามน่ะค่ะ แต่ไม่มีความสุขเลยเพราะไม่ได้มีความรักและการที่แต่งกับคนรวยมันก็ไม่ใช่เงินเราน่ะค่ะ ก็ต้องเลิกกันไป แล้วหลังจากนั้นดิฉันก็ได้มีโอกาสเจอกับผู้ชายที่ดีคนนึง ก็แต่งงานไปอยูต่างประเทศ ดิฉันก็ทำเหมือนเดิมค่ะทำงานนอกบ้านและขายของทางเน็ต เพื่อส่งเงินให้ที่บ้าน ส่วนน้องชายก็ก่อปัญหาอยูเรื่อยๆจนมันหนักมากและที่บ้านหมุนเงินผิดพลาดอีกครั้ง จนรถและบ้านทีดิฉันกับน้องสาวซื้อให้พ่อแม่ต้องขายอีกรอบ ดิฉันกับน้องสาวต้องขายทรัพย์สินส่วนตัวที่สะสมกันมาพวกทอง อะไรแบบนี้เอาเงินให้ที่บ้าน ส่วนดิฉันก็ต้องเพิ่มเงินส่งให้ทีบ้านเดือนละ 40,000-50,000 บาทต่อเดือน และจ้างให้น้องชายมาทำงานให้ดิฉันให้เงินเดือนไปเพื่อให้น้องมีรายได้ แต่พ่อแม่ก็จะว่าดิฉันอยู่เสมอว่าเงินหมื่นที่ให้น้องชายน้อยไป น้องน่าสงสารมีภาระเยอะ แล้วชอบพูดถึงลูกบ้านอื่นว่าดีแบบนั้นดีแบบนี้ คือเปรียบเทียบ ซึ่งที่บ้านไม่เคยถามดิฉันว่าเหนื่อยไหม อยู่ต่างประเทศลำบากไหม มีเงินพอใช้ไหม
คำถามคือความกตัญญุจริงๆมันคืออะไร คือตอนนี้สับสนค่ะ ว่าสิ่งที่ทำอยู่มันไม่ดีพอ หรือต้องทำมากแค่ไหนถึงเป็นลูกที่ดี ถ้าไม่ทำก็ทำใจไม่ได้ไม่อยากให้พ่อแม่ลำบากมากไปกว่านี้ จริงๆแล้วถ้าพ่อแม่ลำบากลูกๆโดยทั่วไป ต้องให้เงินพ่อแม่เท่าไร
อยากรู้ว่าต้องให้เงินพ่อแม่เท่าไร หรือทำอย่างไรถึงเรียกว่ากตัญญูค่ะ อยากรู้จุดบ่งชี้ว่าความกตัญญูมันมีลิมิตได้ไหม
คำถามคือความกตัญญุจริงๆมันคืออะไร คือตอนนี้สับสนค่ะ ว่าสิ่งที่ทำอยู่มันไม่ดีพอ หรือต้องทำมากแค่ไหนถึงเป็นลูกที่ดี ถ้าไม่ทำก็ทำใจไม่ได้ไม่อยากให้พ่อแม่ลำบากมากไปกว่านี้ จริงๆแล้วถ้าพ่อแม่ลำบากลูกๆโดยทั่วไป ต้องให้เงินพ่อแม่เท่าไร