ขอเล่าเรื่องเลยนะครับ
พ่อของผมถูกทำร้ายร่างกาย จากคนร้ายที่เป็นเด็ก 2 คน อีกหมู่บ้านหนึ่งใกล้ๆกับหมู่บ้านพ่อของผม คนหนึ่งเป็นคนขี่มอไซค์อายุ 15 อีกคนที่เป็นคนซ้อนท้ายรถมอไซค์อายุ เกิน 20 ปีแล้ว
เหตุการณ์เริ่มขึ้นจากพ่อผมกำลังขี่รถมอไซค์กลับบ้านจากที่ทำงาน ประมาณหกโมงเย็นได้ ในช่วงเวลานั้นได้ยินเสียงรถมอไซค์ขี่ตามหลังมา แต่พ่อไม่ได้สนใจจึงขี่รถต่อเรื่อยมา จนรถมอไซค์คันดังกล่าวขับมากระชั้นชิดและได้เอาไม้ตีเข้าที่กลางหลังอย่างแรง 2 ครั้ง พ่อจึงจอดรถและหันหลังไปดู ตอนนั้นยังอยู่บนมอไซค์ ซึ่งขณะนั้นเด็กอีกคนที่ซ้อนท้ายรถมอไซค์คันนั้นได้ใช้ไม้ฟาดมาที่ใบหน้า ช่วงบริเวณกรามด้านซ้ายอย่างแรง จนตัวพ่อเสียหลักหล่นลงจากมอไซค์ พอพ่อล้มลงไปกับพื้น คนร้ายทั้ง2 คนได้เข้ามารุมทำร้าย ทั้งถูกไม้ตี เตะ และมีอาวุธมีดฟันลงมาด้วย ในช่วงเวลานั้นพ่อได้เอาแขนบังมีดไว้เพื่อป้องกันไม่ให้มีดฟันมาโดนที่ศีรษะ และช่วงช่วงชุลมุนนั้น พ่อได้วิ่งหลบหนีไปขอความช่วยเหลือจากบ้านที่อยู่ข้างทาง หลังจากนั้นคนร้าย 2 คนได้ขี่รถหนีไป จากนั้นพ่อผมได้ขี่รถมอไซค์พาตัวเองกลับมาบ้าน โดยมีชาวบ้านช่วยสตาร์ทรถให้ จากนั้นก็ได้พาพ่อส่งตัวไปยังโรงพยาบาลต่อไป หมอได้ตรวจร่างกาย เอกซเรย์ดูแล้วพบว่า มีอาการ กรามบริเวณด้านขวาหัก กระดูกข้อศอกแตก มีบาดแผลจากการถูกของมีคมฟันเข้าที่แขน มีรอยฟกช้ำจากการโดนตีที่ลำตัว คอ ท้อง รวมทั้งใบหน้า และต้องส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลใหญ่ประจำจังหวัด ต้องใส่เฝือก และต้องใส่ลวดรั้งปากไว้ทั่วปาก ทานอะไรไม่ได้เลยนอกจากนม อยู่ประมาณ 3 เดือนได้ หลังจากนอนโรงพยาบาลได้ 1 วัน จึงได้ไปแจ้งความไว้กับทางตำรวจ ตำรวจได้มาบันทึกคำให้การของพ่อที่โรงพยาบาล และได้ออกหมายเรียกคนร้ายมาสอบปากคำ จากนั้นได้ส่งสำนวนฟ้องศาลข้อหาร่วมกันพยายามฆ่า
ปล.หลังจากที่ได้สอบถามสาเหตุกับพ่อแล้ว ในช่วงก่อนหน้านั้นได้มีสายสืบตำรวจเข้ามาสอบถามข้อมูลแถวหมู่บ้านผม ซึ่งรวมทั้งบ้านของพ่อผมด้วย ในวันนั้นเองตำรวจได้บุกค้นหายาเสพติดที่บ้านญาติหลังของเด็ก 2 คนนั้นอาศัยอยู่ ซึ่งก็เป็นที่รู้ๆกันในระแวกหมู่บ้านว่า บ้านหลังนั้นทำเกี่ยวกับอะไรอยู่ เป็นไปได้ที่อาจจะมีใครไปใส่ความพ่อผม เป็นคนบอกตำรวจ และอาจเกิดความแค้นกับพ่อผม ซึ่งจริงๆแล้วพ่อผมไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยและไม่ได้ไปยุ่งอะไรด้วยเลย
ถัดมาเหตุการณ์ในช่วงศาล
ทางตัวเด็กคนที่ขี่รถมอไซค์ อายุ 15 คนนั้น ได้ให้คำรับสารภาพทั้งหมดและทางศาลได้ให้ไกล่เกลี่ยกับทางพ่อผม โดยทางเด็กได้ยอมชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 35, 000 บาท แต่ศาลได้พิพากษาเพิ่มให้จำคุกเด็ก ให้ติดคุกเยาวชนเป็นจำนวน 1 เดือน
เรื่องที่สำคัญจากนี้
คือคนร้ายอีกคนหนึ่ง อยู่ในช่วงนัดขึ้นศาลและรอฟังคำตัดสิน วันที่ 7 ก.ค. 59 นี้ มีรายละเอียดคือ ทางศาลได้นัดจำเลยคือพ่อผมและผู้ต้องหา รวมทั้งคุณหมอที่ได้ให้การรักษาพ่อ ร้อยเวรเจ้าของคดี มาขึ้นศาลในวันที่ 10 พ.ค. 59 ที่ผ่านมานี้ และนัดตัดสินผู้ต้องหาในวันที่ 7 ก.ค.59 นี้
ซึ่งก่อนหน้านั้น เราไม่ทราบกันมาก่อนเลยว่า ถ้าจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับเด็กคนนี้ จะต้องฟ้องร้องกับศาลในวันนัดสืบพยานที่ศาลนัดไปวันแรกคือ 10 พ.ค.59 หรือก่อนวันที่ศาลจะนัดไปก่อน 10 พ.ค.59 ในตอนนี้ทางฝั่งของพ่อผมเองไม่สามารถทำอะไรได้เลย ทำได้แต่รอฟังคำตัดสินที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 7 ก.ค. 59 นี้ ณ ขณะนี้พ่อของผมมีสภาพร่างกายที่ไม่สู้ดีเลยแม้จะทำการรักษามาแล้วบ้าง อีกทั้งมีสภาพจิตใจที่แย่มาก ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าท่านจะอยู่กับเราไปได้นานแค่ไหน อีกทั้งครอบครัวผมก็มีฐานะยากจนไม่สู้ดี และมีความรู้น้อย จึงอยากขอคำแนะนำความช่วยเหลือจากผู้รู้ทุกท่าน ว่าผมควรจะดำเนินการยังไงต่อไปดี ตัวผมเองนั้นอยากจะสู้ให้ถึงที่สุด ไม่อยากให้พ่อผมต้องถูกเอาเปรียบอยู่ฝ่ายเดียว โดยเฉพาะเรื่องนี้ที่พ่อผมไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย ผมอยากเรียกร้องสิทธิให้กับพ่อผม พ่อของผมควรจะได้อะไรมากกว่าการแค่รอฟังคำตัดสิน แล้วก็ผ่านไปแค่นี้
คำถามนะครับ
1. พ่อผมสามารถฟ้องร้องอะไรกับคนผิดเหล่านี้ได้บ้างอีกไหมครับ? เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่บอกว่า ไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้แล้ว เพราะในวันนั้นมีการนัดสืบพยานไปด้วยแล้ว
2. เคยมีรุ่นพี่บอกว่า ถ้าจะเรียกร้องค่าเสียหายต้องไปฟ้องร้องคดีแพ่งกันต่อไป ข้อนี้สามารถทำได้ไหมครับ? ถ้าทำได้จะมีขั้นตอนในช่วงนี้อย่างไรบ้างเหรอครับ สำหรับคดีแพ่ง? เพราะตัวผมเองไม่มีความรู้ในด้านนี้เลย
3. ถ้าฟ้องร้องไปแล้ว ทางฝั่งโน้น อ้างว่าไม่มีเงินชดใช้ ไม่ยินยอมชดใช้ ผมควรทำอย่างไรต่อไปดีครับ ? ในทางกฎหมายจะมีกฎหมายรองรับบังคับคดีแบบนี้ไหมครับ?
4. มีคำแนะนำเพิ่มเติม ที่จะสามารถเรียกร้องสิทธิอันพึงได้ของพ่อผม หลังจากนี้ต่อไปไหมครับ?
สุดท้ายนี้
ขอขอบพระคุณทุกท่านเป็นอย่างสูงเลย ที่กรุณามาให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์สำหรับตัวผมและตัวของพ่อผม และขอบุญกุศลนี้ส่งไปถึงความกรุณาตั้งใจดีกับทุกท่านถ้วนหน้าครับ
ปล.ต้องขออภัยด้วยนะครับ เหตุการณ์ที่เล่าไปนี้ค่อนข้างยาวไปหน่อย เนื่องจากตั้งใจเล่าให้ฟังโดยละเอียด และมีความประสงค์ขอความช่วยเหลืออย่างสูงครับ
ขอความช่วยเหลือ!! ด่วนมากๆครับ
พ่อของผมถูกทำร้ายร่างกาย จากคนร้ายที่เป็นเด็ก 2 คน อีกหมู่บ้านหนึ่งใกล้ๆกับหมู่บ้านพ่อของผม คนหนึ่งเป็นคนขี่มอไซค์อายุ 15 อีกคนที่เป็นคนซ้อนท้ายรถมอไซค์อายุ เกิน 20 ปีแล้ว
เหตุการณ์เริ่มขึ้นจากพ่อผมกำลังขี่รถมอไซค์กลับบ้านจากที่ทำงาน ประมาณหกโมงเย็นได้ ในช่วงเวลานั้นได้ยินเสียงรถมอไซค์ขี่ตามหลังมา แต่พ่อไม่ได้สนใจจึงขี่รถต่อเรื่อยมา จนรถมอไซค์คันดังกล่าวขับมากระชั้นชิดและได้เอาไม้ตีเข้าที่กลางหลังอย่างแรง 2 ครั้ง พ่อจึงจอดรถและหันหลังไปดู ตอนนั้นยังอยู่บนมอไซค์ ซึ่งขณะนั้นเด็กอีกคนที่ซ้อนท้ายรถมอไซค์คันนั้นได้ใช้ไม้ฟาดมาที่ใบหน้า ช่วงบริเวณกรามด้านซ้ายอย่างแรง จนตัวพ่อเสียหลักหล่นลงจากมอไซค์ พอพ่อล้มลงไปกับพื้น คนร้ายทั้ง2 คนได้เข้ามารุมทำร้าย ทั้งถูกไม้ตี เตะ และมีอาวุธมีดฟันลงมาด้วย ในช่วงเวลานั้นพ่อได้เอาแขนบังมีดไว้เพื่อป้องกันไม่ให้มีดฟันมาโดนที่ศีรษะ และช่วงช่วงชุลมุนนั้น พ่อได้วิ่งหลบหนีไปขอความช่วยเหลือจากบ้านที่อยู่ข้างทาง หลังจากนั้นคนร้าย 2 คนได้ขี่รถหนีไป จากนั้นพ่อผมได้ขี่รถมอไซค์พาตัวเองกลับมาบ้าน โดยมีชาวบ้านช่วยสตาร์ทรถให้ จากนั้นก็ได้พาพ่อส่งตัวไปยังโรงพยาบาลต่อไป หมอได้ตรวจร่างกาย เอกซเรย์ดูแล้วพบว่า มีอาการ กรามบริเวณด้านขวาหัก กระดูกข้อศอกแตก มีบาดแผลจากการถูกของมีคมฟันเข้าที่แขน มีรอยฟกช้ำจากการโดนตีที่ลำตัว คอ ท้อง รวมทั้งใบหน้า และต้องส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลใหญ่ประจำจังหวัด ต้องใส่เฝือก และต้องใส่ลวดรั้งปากไว้ทั่วปาก ทานอะไรไม่ได้เลยนอกจากนม อยู่ประมาณ 3 เดือนได้ หลังจากนอนโรงพยาบาลได้ 1 วัน จึงได้ไปแจ้งความไว้กับทางตำรวจ ตำรวจได้มาบันทึกคำให้การของพ่อที่โรงพยาบาล และได้ออกหมายเรียกคนร้ายมาสอบปากคำ จากนั้นได้ส่งสำนวนฟ้องศาลข้อหาร่วมกันพยายามฆ่า
ปล.หลังจากที่ได้สอบถามสาเหตุกับพ่อแล้ว ในช่วงก่อนหน้านั้นได้มีสายสืบตำรวจเข้ามาสอบถามข้อมูลแถวหมู่บ้านผม ซึ่งรวมทั้งบ้านของพ่อผมด้วย ในวันนั้นเองตำรวจได้บุกค้นหายาเสพติดที่บ้านญาติหลังของเด็ก 2 คนนั้นอาศัยอยู่ ซึ่งก็เป็นที่รู้ๆกันในระแวกหมู่บ้านว่า บ้านหลังนั้นทำเกี่ยวกับอะไรอยู่ เป็นไปได้ที่อาจจะมีใครไปใส่ความพ่อผม เป็นคนบอกตำรวจ และอาจเกิดความแค้นกับพ่อผม ซึ่งจริงๆแล้วพ่อผมไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยและไม่ได้ไปยุ่งอะไรด้วยเลย
ถัดมาเหตุการณ์ในช่วงศาล
ทางตัวเด็กคนที่ขี่รถมอไซค์ อายุ 15 คนนั้น ได้ให้คำรับสารภาพทั้งหมดและทางศาลได้ให้ไกล่เกลี่ยกับทางพ่อผม โดยทางเด็กได้ยอมชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 35, 000 บาท แต่ศาลได้พิพากษาเพิ่มให้จำคุกเด็ก ให้ติดคุกเยาวชนเป็นจำนวน 1 เดือน
เรื่องที่สำคัญจากนี้
คือคนร้ายอีกคนหนึ่ง อยู่ในช่วงนัดขึ้นศาลและรอฟังคำตัดสิน วันที่ 7 ก.ค. 59 นี้ มีรายละเอียดคือ ทางศาลได้นัดจำเลยคือพ่อผมและผู้ต้องหา รวมทั้งคุณหมอที่ได้ให้การรักษาพ่อ ร้อยเวรเจ้าของคดี มาขึ้นศาลในวันที่ 10 พ.ค. 59 ที่ผ่านมานี้ และนัดตัดสินผู้ต้องหาในวันที่ 7 ก.ค.59 นี้
ซึ่งก่อนหน้านั้น เราไม่ทราบกันมาก่อนเลยว่า ถ้าจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับเด็กคนนี้ จะต้องฟ้องร้องกับศาลในวันนัดสืบพยานที่ศาลนัดไปวันแรกคือ 10 พ.ค.59 หรือก่อนวันที่ศาลจะนัดไปก่อน 10 พ.ค.59 ในตอนนี้ทางฝั่งของพ่อผมเองไม่สามารถทำอะไรได้เลย ทำได้แต่รอฟังคำตัดสินที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 7 ก.ค. 59 นี้ ณ ขณะนี้พ่อของผมมีสภาพร่างกายที่ไม่สู้ดีเลยแม้จะทำการรักษามาแล้วบ้าง อีกทั้งมีสภาพจิตใจที่แย่มาก ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าท่านจะอยู่กับเราไปได้นานแค่ไหน อีกทั้งครอบครัวผมก็มีฐานะยากจนไม่สู้ดี และมีความรู้น้อย จึงอยากขอคำแนะนำความช่วยเหลือจากผู้รู้ทุกท่าน ว่าผมควรจะดำเนินการยังไงต่อไปดี ตัวผมเองนั้นอยากจะสู้ให้ถึงที่สุด ไม่อยากให้พ่อผมต้องถูกเอาเปรียบอยู่ฝ่ายเดียว โดยเฉพาะเรื่องนี้ที่พ่อผมไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย ผมอยากเรียกร้องสิทธิให้กับพ่อผม พ่อของผมควรจะได้อะไรมากกว่าการแค่รอฟังคำตัดสิน แล้วก็ผ่านไปแค่นี้
คำถามนะครับ
1. พ่อผมสามารถฟ้องร้องอะไรกับคนผิดเหล่านี้ได้บ้างอีกไหมครับ? เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่บอกว่า ไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้แล้ว เพราะในวันนั้นมีการนัดสืบพยานไปด้วยแล้ว
2. เคยมีรุ่นพี่บอกว่า ถ้าจะเรียกร้องค่าเสียหายต้องไปฟ้องร้องคดีแพ่งกันต่อไป ข้อนี้สามารถทำได้ไหมครับ? ถ้าทำได้จะมีขั้นตอนในช่วงนี้อย่างไรบ้างเหรอครับ สำหรับคดีแพ่ง? เพราะตัวผมเองไม่มีความรู้ในด้านนี้เลย
3. ถ้าฟ้องร้องไปแล้ว ทางฝั่งโน้น อ้างว่าไม่มีเงินชดใช้ ไม่ยินยอมชดใช้ ผมควรทำอย่างไรต่อไปดีครับ ? ในทางกฎหมายจะมีกฎหมายรองรับบังคับคดีแบบนี้ไหมครับ?
4. มีคำแนะนำเพิ่มเติม ที่จะสามารถเรียกร้องสิทธิอันพึงได้ของพ่อผม หลังจากนี้ต่อไปไหมครับ?
สุดท้ายนี้
ขอขอบพระคุณทุกท่านเป็นอย่างสูงเลย ที่กรุณามาให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์สำหรับตัวผมและตัวของพ่อผม และขอบุญกุศลนี้ส่งไปถึงความกรุณาตั้งใจดีกับทุกท่านถ้วนหน้าครับ
ปล.ต้องขออภัยด้วยนะครับ เหตุการณ์ที่เล่าไปนี้ค่อนข้างยาวไปหน่อย เนื่องจากตั้งใจเล่าให้ฟังโดยละเอียด และมีความประสงค์ขอความช่วยเหลืออย่างสูงครับ