สวัสดีค่ะ กระทู้นี้เราตั้งใจว่าจะเขียนเป็นไดอารี่เกี่ยวกับตัวเราตั้งแต่ ยังเด็กๆจนถึงปัจจุบันนะค่ะ
ไม่รู้ว่าตั้งกระทู้ถูกหรือป่าว แต่ก็กดไปแล้วพอดีไม่ค่อยเชี่ยวชาญเรื่องพันทิปเท่าไหร่
เรื่องทั้งหมด ถ้าใครมาอ่านจะคิดว่าแต่งขึ้นหรือจะคิดว่าเรื่องจริง หรือจะเเสดงความคิดเห็นแนวคิดยัไง กราบเรียนเชิญเลยนะเค้า
จขกท จะเปิดใจอ่านและรับฟังค่ะ ของแท๊กแค่2 ห้องนะค่ะ ชีวิตวัยรุ่นกับ เพื่อนวัยเรียน ไม่อยากแท๊กปัญหาชีวิต เพราะ จขกท มองว่ามันไม่ค่อยเป็นปัญหาเท่าไหร แหะเๆ
..
..
..
.. เราขอเรียกตัวเองว่า พี นะค่ะ ตั้งแต่เด็กๆเราจำความได้ว่า เราก็อยู่กับตากับยายเลยค่ะ พอเสียตอนอนุบาล2 ส่วนแม่ก็ไปหาทำงาน นานๆหลายปีถึงจะกลับมาหาเราที่ อยู่กับตากับยายก็ดีค่ะ ท่านดูแลเราดี สอน อบรม เรื่อง ธรรมมะ(จากตา) ตาจะเลี้ยงเราเหมือนเด็กผช สอนเราต่อยมวย ออกกำลังกาย เป็นนักวิ่ง ตื่นเช้าวิ่งลากยางรถยนต์ สอนเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ที่โหกที่สุด ปล่อยให้เรานั่งรถไปหาแม่เองตอน ป.2 ก็ไม่รู้ผ่านช่วงชีวิตนั้นมาได้ไง
เราเป็นเด็กที่ชอบหาเงินตั้งแต่เด็กๆ จำได้ว่า ตอนนั้นมีโรงงานพับกระดาษ เราก็รับมานั่งพับช่วงปิดเทอม เงินเก็บก้อนเเรกสำหรับเรา ช่วงวัยประถม จำได้ว่า 6พันบาท และสุดท้ายแม่เราก็เอาไปใช้ แม่บอกว่ายืมก่อนแม่หมุนเงินไม่ทัน พอช่วง ตอนม.ต้น ตาก็ซื้อจักยานให้เรา1คัน และให้เราปั่นไปเก็บเงิน กองทุนผู้สูงอายุ ให้รายได้หัวละ7บาท เก็บทั้งหมด60คน ปั่นวนไปค่ะ สนุกดีถือว่าออกกำลังกาย ช่วงตอนม.ต้นเราก็จะพยายามเก็บตังจากค่าขนมบ้าง จากรายได้ที่วิ่งเก็บเงินผู้สูงอายุเอาไปซื้อหนังสือ แฮรรี่ พอตเตอร์จร้า นั่งคิดตอนนี้โคตรฮ่าเลย พอจบ.3 ยายซื้อทองให้เรา 2 สลึง เป้นของขวัญ โห่ ตอนนั้นดีใจมาก ได้ใส่ทองครั้งแรกในชีวิต 2สลึงสมัยนั้นประมาณ6พันบาท อยากให้ทองถูกแบบสมัยก่อนมากๆเลย แล้วที่นี่ เราอยากไปอยุ่กับแม่ อยากออกจากสังคมชนบท อยากอยู่ในเมือง ตากับยายก็ยอมให้เราจากมา เค้าก็บอกเราว่าเราไม่ได้อกตัญูแค่ไปเรียนหนังสือ ตากับยายเข้าใจ พอตากับยายอนุมัติ เราก็โทรหาแม่ ว่าอยากไปอยุ่ด้วย แม่บอกเราคำเดียวว่า อยู่กับแม่ลำบากนะ กินข้าวกับเกลือนะ เเต่ตอนนั้นคืออยากจะไปมาก ก็บอกแม่ว่า ค่ะ หนูจะไป แม่ก็ยอมให้เรามา จำได้เลยว่า แม่เช่าห้องอยู่ในห้องมีแค่เตียง กับตู้เย็นมือถือ(กระติกน้ำ) แล้วก็ตู้เสื้อผ้า เราคือแบบปรับตัวเยอะมาก เพราะอยู่กับตากับยายมีให้เราทุกอย่างไม่เคยลำบากเลย แต่เอาว่ะอยากจะมาแม่อยู่ได้ก็ต้องอยุ่ แล้วเราก็เข้าเรียนอาชีวแถวตัวเมือง แม่ให้ตังใช้อาทิตย์ละ500 บาท เดินไปอาชีวะ เพราะมันอยุ่ใกล้กับห้องเช่า คือแบบตอนนั้น รุ้สึกแย่นิดหน่อย อายเพื่อนด้วย อยู่ในเมืองได้เงินอาทิตละ500 บาท แถมยังเดินไปโรงเรียนอีก แต่ตอนนั้นเพิ่งอายุ15 ปี ยังทำงาน รับจ้างไม่ได้ เค้าบอกกลัวตำรวจจับ555 เราก็อดทนวนไปค่ะ พออายุ16ปี เราก็ไปทำงานร้านอาหารฝรั่งกับเพื่อน เพราะว่า พอพูดภาษาอังกฤษได้บ้าง ก็ทำงานเก็บตัง เราได้ค่าจ้างจำได้ว่า วันละ 200 ทริปอาทิตละ50 บาท อาทิตย์หนึ่งทำ3วัน จำได้ว่า อาทิตย์หนึ่งได้เงินเฉลี่ย 700 บาทอย่างต่ำ บวกกับแม่ให้500 บาท เราก็สบายล่ะ มีตัง อาทิตละ1200 บาท ก็แบ่งๆเก็บบ้าง แม่ก็มาก็ยืมบ้างบ้างคราว พีคสุดแม่เอาทองเราไปจำนำแล้วไม่บอกเรา อันนี้รู้สึกแย่มาก แล้วแม่ก็ปล่อยทองหลุด เราก็พยายามไม่คิดไรมาก ย้ำ พยายามมาก 555 แล้วพอต่อมาเราก็มีแฟน แต่แฟนอยุ่คนละจังหวัด ตอนนั้นอายุ17ปี อยากไปหาแฟนมาก แต่ไม่มีตัง เราก็ทำงานเก็บตังเพือที่จะไปหาแฟนค่ะ (ทุกวันนี้มานั่งคิดทำไมมีความพยายามจังว่ะ) เราก็ไปหาแฟนที่ต่างจังหวัดนะค่ะ แม่เราปล่อยเรามาก แม่บอกว่าห้ามคงไม่อยากฟัง ปล่อยไปเจอกับตัวเองคงจะดี แม่เราก็ปล่อยเราไปหาแฟนอีกจังหวัดหนึ่ง โห่คุณค่ะ ช๊อคค่ะ เราอยู่กับแม่ถึงจะไม่มีอะไรมากแต่แม่ก็ถือว่าเลี้ยงดูเราดีในระดับหนึ่ง แต่พอมาหาแฟน แฟนเราเป็นเด็กเทคนิคค่ะ อยุ่หอกับเพื่อน เราไปถึงเราก็ต้องนอนเรียงกันกับเพื่อนๆของนางด้วย คือแบบไม่ได้เตรียมใจไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะเจอแบบนี้ ในห้องมีขวดเบียรขวดเหล้าวางเต็มไปหมด ช๊อคค่ะ เราจำได้ว่าอยุ่กับแฟนแค่3 วัน เรากลับบ้านเลยคร่า55 ตอนนั้นรายได้แม่เริ่มดีขึ้น ในห้องเราก็เริ่มมีโต๊ะทำการบ้าน ทีวี ชั้นว่างหนังสือ ตู้เย็น เรายอมรับเลยว่าแม่เราเก่งมาก หาอะไรมาให้เราได้จากที่มีแค่เตียงตอน กับตู้เสื้อผ้า ยอมใจแม่เลยค่ะ เรากับแม่ก็สู้กันมาตลอด เหมือนโชคเข้าข้างเราทั้งคู่ เรามีพ่อเลี้ยงเป็นฝรั่งค่ะ แล้วนางก็ใจดี นางซื้อของให้เรา แล้วให้เราย้ายไปอยุ่บ้านในหมู่บ้านจัดสรรกัน เพราะนางไปทำสัญญาเช่าบ้านกับเพื่อนนางระยะยาว15ปี เรากับแม่ก็ไปอยู่กันค่ะ มีมอไซให้เราขับไปเรียน มีรถยนต์ให้เราขับ มีเงินให้เราใช้เดือนละหลายๆหมื่น ตอนนั้นจำได้ว่า ไปหาแฟน เลี้ยงแฟน เลี้ยงเพื่อนแฟน กับมาบ้านก็ปาร์ตี้ กินเหล้า อาทิตหนึ่งออกกัน3วันเลยก็ว่าได้ ทุกอย่างคือดีมาก เราก็อยู่กันมาแบบนี้2ปีค่ะ พอตอนช่วงอายุเริ่มจะ19 เราเรียนจบแล้ว เราต้องเข้ามหาลัย ก็ตัดสิ้นใจยื่นเกรดขอเข้าเรียน สรุปว่าเกรดผ่าน ก็ได้เรียนมหาลัยแห่งหนึ่งมีชื่อเสียงพอสมควร55มั่ง แล้วเราก็เลิกกับแฟนที่อยู่อีกจังหวัดหนึ่งเพราะเรารู้สึกเราสูญเสียเงินไปกับนางเยอะมาก แล้วนนางก็เจ้าชู้ ก็บอกลากันไปค่ะ จำได้ว่าวันสุดท้ายที่จะเลิกกัน เราพานางไปกินข้าวร้านอาหาร สั่งอาหารมาหลายอย่งามาก ถามนางว่าอยากกินไรอีกมั้ยสั่งเลย คือเลี้ยงมือสุดท้ายในชีวิตของนางค่ะ55 พอจบจากกินข้าวเราขึ้นรถกลับบ้าน เปลี่ยนเบอร
จบการติดต่อทุกสิ่งอย่างเลย 55 มันมีอะไรที่เจ็บช้ำใจมากๆกับ ผช คนนี้ แต่ตอนนี้หายแล้วค่ะ แก่แล้วให้อภัยเป็นเพื่อนกันได้ด้วยดี ช่วงปี1 เป้นอะไรที่สนุก สบาย เหนื่อยรวมๆกัน แม่ให้เงินเรา เดือนละ6พันบาท ค่าหอหารกับเพื่อนสนิท ตกเดือนละ2000บาท มีเหลือใช้4พันบาท สบายตัวค่ะ ก็อยู่ได้มาเรื่อยๆ ช่วงหลังๆแม่เริ่มมีปัญหากับป๊า(พ่อเลี้ยงฝรั่ง) เราก็รีบขยับตัวค่ะ หางานทำ จได้ว่าตอนนั้นทำงานร้านเหล้าเป็นเด็กเสริฟ รายได้ค่าแรงวันละ200 ไม่รวมทริป รายได้แต่ละวันไม่คงที่ แล้วแต่ความ

หลอกกินเหล้ากับลูกค้า55 เราก็เก็บตังได้ก้อนหนึงเราไว้ใช้ ไว้สำรองเพื่อฉุกเฉิน แต่ก็ฉุกเฉินจริงๆค่ะ แม่หยุดให้ตังรายเดือนเรา แต่ดีนะว่าตอนนั้นป๊าจ่ายค่าเทอมให้เราทั้ง2เทอม เรื่องเงินกิน เงินหอเราก็หาเองมาตลอด
พอขึ้นตอนปี2 เราก็ทำงานร้านเหล้าเหมือนเดิมร้านเดิม แล้วก็มีแฟนคนใหม่ สมมุตินางชื่อ นอ นอเป็นลูกคนเดียวเหมือนเราค่ะ แต่นอมีที่บ้านส่งตังให้ใช้ไม่ต้องทำมาหากินแบบเรา แถมยังติดเกมอีกด้วย ชีวิต พีแบบ แบะปากมองบนค่ะ55 แต่ก็มีนางไว้ไปรับไปส่ง กินข้าวเป็นเพื่อน ปี2 เป็นช่วงที่เราแบบแรดเฟ่อเจ้าชู้ ด้วย คุยกับลูกค้าที่ร้านให้เลี้ยงข้าวก็ไปค่ะ เก็บเอาไว้เลี้ยงข้าวค่ะ ยังไม่เคยถึงเนื้อถึงตัวกับผู้ตัวไหนะค่ะตอนนั้น รู้แต่ว่าอะไรประหยัดได้ต้องประหยัดใช่ไหมค่ะ ใครเลี้ยงได้ก็เก็บไว้ในสตอก ใครพูดมาก งี่เง่าเราก็เท พูดเหมือนสวยมากอ่ะ55 แต่ตอนนั้นเราคุยหลายคนจริงค่ะ ยอมรับ แม่ก็เลิกส่งเงินให้เราแล้ว เราก็หมุนของเราได้นะค่ะ ค่าหอ ค่าเทอม ค่ากิน ค่าเทอมเราบอกเลยค่ะ หน้าด้านมาก ขอผู้ในสตอกคนละพันสองพัน แล้วก็เอาเงินตัวเองรวมไป ก็ผ่านไปได้ด้วยดีในแต่ละเทอม เราจำได้ว่าตอนนั้นเราเก็บตังได้ หมื่น2 โดยไม่เดือดร้อนอะไร เลี้ยงข้าว นอ ด้วยจร้า พากินห้างเลย แล้วสุดท้ายชีวิตดีได้แปบเดียวก็ deep down คือ ดาววววมากก แม่เลิกกับป๊า ล้มไม่เป็นท่า แต่ก่อนเลิกกับป๊า ป๊าซื้อบ้านให้แม่หลังนึง กับรถคันนึง จำได้ว่าแม่เราให้ฟังว่าป๊า พาผญ บาร์มานอนที่บ้านใหญ่ แล้วไล่ให้แม่มาอยู่บ้านหลังที่ป๊าซื้อให้แม่ สุดท้ายแม่กับป๊าก็เลิกกัน แม่ไปไม่เป็นงานก็ไม่มีตอนนั้นเพราะป๊าให้ตังใช้ เดือนละ2หมื่น แล้วอยู่ๆ แม่ก็ไม่มีตังใช้เลย เราก็ต้องเอาตังหมื่น2 มาให้แม่ทำทุนกับชีวิตต่อไปค่ะ อยุ่ไปอยู่มา แม่ก็เอาบ้านยื่นกู้กับธนาคาร แล้วมาเปิดร้านขายของชำในหมู่บ้านจัดสรร (ตอนนั้นต้องขอบคุณผู้คนนึงมากๆเลยค่ะพี่เค้าช่วยเราหลายอย่างมากให้ยืมตังสามหมื่นให้เอาไปเป็นเงินค่าโอนบ้านกับธนาคารพอได้เงินมาคืนให้พี่เค้าเค้าก็ไม่เอา) จำได้ว่าค้าขายเป็นไปราบรื่น ขายได้วันละ พันกว่าบาท ส่งธนาคารเดือนละ7000 แม่ส่งได้ประมาณ สี่ห้าเดือน สักพักเริ่มขาดส่ง เริ่มาขอตังเราให้ช่วยส่ง หมดคำพูดค่ะตอนนั้น 55 เรามีเราก็โอนให้แม่ไปบ้างนิดหน่อย ช่วงนั้นเราก็ไม่ค่อยมี จำได้ว่า นอนร้องไห้ เงินเหลือแต่ในกระปุกหยอดเหรียญ เพราะร้านเหล้าที่เราทำเค้าบีบเราให้ออกจากงาน เนื่องจากอยากเปลี่ยนเด็กหน้าใหม่บ้าง เราก้พยายามหางานทำอยู่ช่วงนั้น ส่วน นอ ก็ไม่ค่อยได้ช่วยอะไรเราเท่าไหร นางก็เหมือนเดิม ติดเกมส์ เหอะๆ เราก็ได้งานทำร้านเหล้าอีกร้านหนึ่ง ก็พอเริ่มมีเงินหมุน เก็บตังมาได้ ตอนนั้นก็ทิ้ง นอ ค่ะ ไปเที่ยวกลางคืนเจอ ผช คนใหม่ ไปขอเหล้าเค้ากินขำๆ เพราะเพื่อนทาว่า ทำให้ผช คนนี้เลี้ยงเหล้าได้จะยอมทำการบ้านให้ คนเมาแล้วให้ทำไรก็ทำค่ะ เราก็ไปอ่อยพี่เค้า เรียกพี่เค้าว่า จอ นะค่ะ เราก็อ่อยพี่จอ ได้เหล้ามาถังหนึ่ง เมาค่ะ จำได้ว่าให้เบอพี่เค้าไปด้วย ให้เบอใครไปทั่วเลย แม้กระทั้งกาดหน้าร้าน55 เมาก็ขี่มอไซกลับหอนอนถูกค่ะ ตื่นนอนมาเบอใครโทรมาเป็น 10สาบเบอแปลกทั้งนั้น55 มีเบอพี่จอ โทรมา เบอเดียวตอนตี3 เราคิดในใจ อีนี่ต้องมาเก็บงานแน่ๆเลย 555 แล้งหลังจากนั้นเราก็คุยกับ พี่จอ มาเรื่อยๆ นางให้คำปรึกษาคำแนะนำต่างๆมากมาย คุยกันได้อาทิตย์กว่า นางก็ขอเราเป็นแฟนค่ะ ตอนนั้นก็เอออ่อห่อหมกไป แฟนก็แฟน เพราะอยากนั่งรถยนต์ไม่อยากนั่ง มอไซแล้ว ช่วงชีวิตครบกับพี่ จอก็ดีขึ้นเป็นระดับ นางมาขออยู่ด้วย ช่วง3เดือนแรก ผช คนนี้ใจเด็ดมากค่ะ นอนด้วยไม่มีอะไรกันมาได้3เดือน ยอมใจนางค่ะ สุดท้ายก็ใจอ่อนมีไรกับนางเดือนที่4 555 นางช่วงหารค่าหอ เรื่องกินนางก็จ่ายให้ ค่าซักผ้านางก็จ่ายให้ คือดีเว่อ เราก็คบกันเรื่อยๆมา จนเราขึ้นปี3ค่ะ
on the way now!!
ไม่รู้ว่าตั้งกระทู้ถูกหรือป่าว แต่ก็กดไปแล้วพอดีไม่ค่อยเชี่ยวชาญเรื่องพันทิปเท่าไหร่
เรื่องทั้งหมด ถ้าใครมาอ่านจะคิดว่าแต่งขึ้นหรือจะคิดว่าเรื่องจริง หรือจะเเสดงความคิดเห็นแนวคิดยัไง กราบเรียนเชิญเลยนะเค้า
จขกท จะเปิดใจอ่านและรับฟังค่ะ ของแท๊กแค่2 ห้องนะค่ะ ชีวิตวัยรุ่นกับ เพื่อนวัยเรียน ไม่อยากแท๊กปัญหาชีวิต เพราะ จขกท มองว่ามันไม่ค่อยเป็นปัญหาเท่าไหร แหะเๆ
..
..
..
.. เราขอเรียกตัวเองว่า พี นะค่ะ ตั้งแต่เด็กๆเราจำความได้ว่า เราก็อยู่กับตากับยายเลยค่ะ พอเสียตอนอนุบาล2 ส่วนแม่ก็ไปหาทำงาน นานๆหลายปีถึงจะกลับมาหาเราที่ อยู่กับตากับยายก็ดีค่ะ ท่านดูแลเราดี สอน อบรม เรื่อง ธรรมมะ(จากตา) ตาจะเลี้ยงเราเหมือนเด็กผช สอนเราต่อยมวย ออกกำลังกาย เป็นนักวิ่ง ตื่นเช้าวิ่งลากยางรถยนต์ สอนเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ที่โหกที่สุด ปล่อยให้เรานั่งรถไปหาแม่เองตอน ป.2 ก็ไม่รู้ผ่านช่วงชีวิตนั้นมาได้ไง
เราเป็นเด็กที่ชอบหาเงินตั้งแต่เด็กๆ จำได้ว่า ตอนนั้นมีโรงงานพับกระดาษ เราก็รับมานั่งพับช่วงปิดเทอม เงินเก็บก้อนเเรกสำหรับเรา ช่วงวัยประถม จำได้ว่า 6พันบาท และสุดท้ายแม่เราก็เอาไปใช้ แม่บอกว่ายืมก่อนแม่หมุนเงินไม่ทัน พอช่วง ตอนม.ต้น ตาก็ซื้อจักยานให้เรา1คัน และให้เราปั่นไปเก็บเงิน กองทุนผู้สูงอายุ ให้รายได้หัวละ7บาท เก็บทั้งหมด60คน ปั่นวนไปค่ะ สนุกดีถือว่าออกกำลังกาย ช่วงตอนม.ต้นเราก็จะพยายามเก็บตังจากค่าขนมบ้าง จากรายได้ที่วิ่งเก็บเงินผู้สูงอายุเอาไปซื้อหนังสือ แฮรรี่ พอตเตอร์จร้า นั่งคิดตอนนี้โคตรฮ่าเลย พอจบ.3 ยายซื้อทองให้เรา 2 สลึง เป้นของขวัญ โห่ ตอนนั้นดีใจมาก ได้ใส่ทองครั้งแรกในชีวิต 2สลึงสมัยนั้นประมาณ6พันบาท อยากให้ทองถูกแบบสมัยก่อนมากๆเลย แล้วที่นี่ เราอยากไปอยุ่กับแม่ อยากออกจากสังคมชนบท อยากอยู่ในเมือง ตากับยายก็ยอมให้เราจากมา เค้าก็บอกเราว่าเราไม่ได้อกตัญูแค่ไปเรียนหนังสือ ตากับยายเข้าใจ พอตากับยายอนุมัติ เราก็โทรหาแม่ ว่าอยากไปอยุ่ด้วย แม่บอกเราคำเดียวว่า อยู่กับแม่ลำบากนะ กินข้าวกับเกลือนะ เเต่ตอนนั้นคืออยากจะไปมาก ก็บอกแม่ว่า ค่ะ หนูจะไป แม่ก็ยอมให้เรามา จำได้เลยว่า แม่เช่าห้องอยู่ในห้องมีแค่เตียง กับตู้เย็นมือถือ(กระติกน้ำ) แล้วก็ตู้เสื้อผ้า เราคือแบบปรับตัวเยอะมาก เพราะอยู่กับตากับยายมีให้เราทุกอย่างไม่เคยลำบากเลย แต่เอาว่ะอยากจะมาแม่อยู่ได้ก็ต้องอยุ่ แล้วเราก็เข้าเรียนอาชีวแถวตัวเมือง แม่ให้ตังใช้อาทิตย์ละ500 บาท เดินไปอาชีวะ เพราะมันอยุ่ใกล้กับห้องเช่า คือแบบตอนนั้น รุ้สึกแย่นิดหน่อย อายเพื่อนด้วย อยู่ในเมืองได้เงินอาทิตละ500 บาท แถมยังเดินไปโรงเรียนอีก แต่ตอนนั้นเพิ่งอายุ15 ปี ยังทำงาน รับจ้างไม่ได้ เค้าบอกกลัวตำรวจจับ555 เราก็อดทนวนไปค่ะ พออายุ16ปี เราก็ไปทำงานร้านอาหารฝรั่งกับเพื่อน เพราะว่า พอพูดภาษาอังกฤษได้บ้าง ก็ทำงานเก็บตัง เราได้ค่าจ้างจำได้ว่า วันละ 200 ทริปอาทิตละ50 บาท อาทิตย์หนึ่งทำ3วัน จำได้ว่า อาทิตย์หนึ่งได้เงินเฉลี่ย 700 บาทอย่างต่ำ บวกกับแม่ให้500 บาท เราก็สบายล่ะ มีตัง อาทิตละ1200 บาท ก็แบ่งๆเก็บบ้าง แม่ก็มาก็ยืมบ้างบ้างคราว พีคสุดแม่เอาทองเราไปจำนำแล้วไม่บอกเรา อันนี้รู้สึกแย่มาก แล้วแม่ก็ปล่อยทองหลุด เราก็พยายามไม่คิดไรมาก ย้ำ พยายามมาก 555 แล้วพอต่อมาเราก็มีแฟน แต่แฟนอยุ่คนละจังหวัด ตอนนั้นอายุ17ปี อยากไปหาแฟนมาก แต่ไม่มีตัง เราก็ทำงานเก็บตังเพือที่จะไปหาแฟนค่ะ (ทุกวันนี้มานั่งคิดทำไมมีความพยายามจังว่ะ) เราก็ไปหาแฟนที่ต่างจังหวัดนะค่ะ แม่เราปล่อยเรามาก แม่บอกว่าห้ามคงไม่อยากฟัง ปล่อยไปเจอกับตัวเองคงจะดี แม่เราก็ปล่อยเราไปหาแฟนอีกจังหวัดหนึ่ง โห่คุณค่ะ ช๊อคค่ะ เราอยู่กับแม่ถึงจะไม่มีอะไรมากแต่แม่ก็ถือว่าเลี้ยงดูเราดีในระดับหนึ่ง แต่พอมาหาแฟน แฟนเราเป็นเด็กเทคนิคค่ะ อยุ่หอกับเพื่อน เราไปถึงเราก็ต้องนอนเรียงกันกับเพื่อนๆของนางด้วย คือแบบไม่ได้เตรียมใจไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะเจอแบบนี้ ในห้องมีขวดเบียรขวดเหล้าวางเต็มไปหมด ช๊อคค่ะ เราจำได้ว่าอยุ่กับแฟนแค่3 วัน เรากลับบ้านเลยคร่า55 ตอนนั้นรายได้แม่เริ่มดีขึ้น ในห้องเราก็เริ่มมีโต๊ะทำการบ้าน ทีวี ชั้นว่างหนังสือ ตู้เย็น เรายอมรับเลยว่าแม่เราเก่งมาก หาอะไรมาให้เราได้จากที่มีแค่เตียงตอน กับตู้เสื้อผ้า ยอมใจแม่เลยค่ะ เรากับแม่ก็สู้กันมาตลอด เหมือนโชคเข้าข้างเราทั้งคู่ เรามีพ่อเลี้ยงเป็นฝรั่งค่ะ แล้วนางก็ใจดี นางซื้อของให้เรา แล้วให้เราย้ายไปอยุ่บ้านในหมู่บ้านจัดสรรกัน เพราะนางไปทำสัญญาเช่าบ้านกับเพื่อนนางระยะยาว15ปี เรากับแม่ก็ไปอยู่กันค่ะ มีมอไซให้เราขับไปเรียน มีรถยนต์ให้เราขับ มีเงินให้เราใช้เดือนละหลายๆหมื่น ตอนนั้นจำได้ว่า ไปหาแฟน เลี้ยงแฟน เลี้ยงเพื่อนแฟน กับมาบ้านก็ปาร์ตี้ กินเหล้า อาทิตหนึ่งออกกัน3วันเลยก็ว่าได้ ทุกอย่างคือดีมาก เราก็อยู่กันมาแบบนี้2ปีค่ะ พอตอนช่วงอายุเริ่มจะ19 เราเรียนจบแล้ว เราต้องเข้ามหาลัย ก็ตัดสิ้นใจยื่นเกรดขอเข้าเรียน สรุปว่าเกรดผ่าน ก็ได้เรียนมหาลัยแห่งหนึ่งมีชื่อเสียงพอสมควร55มั่ง แล้วเราก็เลิกกับแฟนที่อยู่อีกจังหวัดหนึ่งเพราะเรารู้สึกเราสูญเสียเงินไปกับนางเยอะมาก แล้วนนางก็เจ้าชู้ ก็บอกลากันไปค่ะ จำได้ว่าวันสุดท้ายที่จะเลิกกัน เราพานางไปกินข้าวร้านอาหาร สั่งอาหารมาหลายอย่งามาก ถามนางว่าอยากกินไรอีกมั้ยสั่งเลย คือเลี้ยงมือสุดท้ายในชีวิตของนางค่ะ55 พอจบจากกินข้าวเราขึ้นรถกลับบ้าน เปลี่ยนเบอร
จบการติดต่อทุกสิ่งอย่างเลย 55 มันมีอะไรที่เจ็บช้ำใจมากๆกับ ผช คนนี้ แต่ตอนนี้หายแล้วค่ะ แก่แล้วให้อภัยเป็นเพื่อนกันได้ด้วยดี ช่วงปี1 เป้นอะไรที่สนุก สบาย เหนื่อยรวมๆกัน แม่ให้เงินเรา เดือนละ6พันบาท ค่าหอหารกับเพื่อนสนิท ตกเดือนละ2000บาท มีเหลือใช้4พันบาท สบายตัวค่ะ ก็อยู่ได้มาเรื่อยๆ ช่วงหลังๆแม่เริ่มมีปัญหากับป๊า(พ่อเลี้ยงฝรั่ง) เราก็รีบขยับตัวค่ะ หางานทำ จได้ว่าตอนนั้นทำงานร้านเหล้าเป็นเด็กเสริฟ รายได้ค่าแรงวันละ200 ไม่รวมทริป รายได้แต่ละวันไม่คงที่ แล้วแต่ความ
พอขึ้นตอนปี2 เราก็ทำงานร้านเหล้าเหมือนเดิมร้านเดิม แล้วก็มีแฟนคนใหม่ สมมุตินางชื่อ นอ นอเป็นลูกคนเดียวเหมือนเราค่ะ แต่นอมีที่บ้านส่งตังให้ใช้ไม่ต้องทำมาหากินแบบเรา แถมยังติดเกมอีกด้วย ชีวิต พีแบบ แบะปากมองบนค่ะ55 แต่ก็มีนางไว้ไปรับไปส่ง กินข้าวเป็นเพื่อน ปี2 เป็นช่วงที่เราแบบแรดเฟ่อเจ้าชู้ ด้วย คุยกับลูกค้าที่ร้านให้เลี้ยงข้าวก็ไปค่ะ เก็บเอาไว้เลี้ยงข้าวค่ะ ยังไม่เคยถึงเนื้อถึงตัวกับผู้ตัวไหนะค่ะตอนนั้น รู้แต่ว่าอะไรประหยัดได้ต้องประหยัดใช่ไหมค่ะ ใครเลี้ยงได้ก็เก็บไว้ในสตอก ใครพูดมาก งี่เง่าเราก็เท พูดเหมือนสวยมากอ่ะ55 แต่ตอนนั้นเราคุยหลายคนจริงค่ะ ยอมรับ แม่ก็เลิกส่งเงินให้เราแล้ว เราก็หมุนของเราได้นะค่ะ ค่าหอ ค่าเทอม ค่ากิน ค่าเทอมเราบอกเลยค่ะ หน้าด้านมาก ขอผู้ในสตอกคนละพันสองพัน แล้วก็เอาเงินตัวเองรวมไป ก็ผ่านไปได้ด้วยดีในแต่ละเทอม เราจำได้ว่าตอนนั้นเราเก็บตังได้ หมื่น2 โดยไม่เดือดร้อนอะไร เลี้ยงข้าว นอ ด้วยจร้า พากินห้างเลย แล้วสุดท้ายชีวิตดีได้แปบเดียวก็ deep down คือ ดาววววมากก แม่เลิกกับป๊า ล้มไม่เป็นท่า แต่ก่อนเลิกกับป๊า ป๊าซื้อบ้านให้แม่หลังนึง กับรถคันนึง จำได้ว่าแม่เราให้ฟังว่าป๊า พาผญ บาร์มานอนที่บ้านใหญ่ แล้วไล่ให้แม่มาอยู่บ้านหลังที่ป๊าซื้อให้แม่ สุดท้ายแม่กับป๊าก็เลิกกัน แม่ไปไม่เป็นงานก็ไม่มีตอนนั้นเพราะป๊าให้ตังใช้ เดือนละ2หมื่น แล้วอยู่ๆ แม่ก็ไม่มีตังใช้เลย เราก็ต้องเอาตังหมื่น2 มาให้แม่ทำทุนกับชีวิตต่อไปค่ะ อยุ่ไปอยู่มา แม่ก็เอาบ้านยื่นกู้กับธนาคาร แล้วมาเปิดร้านขายของชำในหมู่บ้านจัดสรร (ตอนนั้นต้องขอบคุณผู้คนนึงมากๆเลยค่ะพี่เค้าช่วยเราหลายอย่างมากให้ยืมตังสามหมื่นให้เอาไปเป็นเงินค่าโอนบ้านกับธนาคารพอได้เงินมาคืนให้พี่เค้าเค้าก็ไม่เอา) จำได้ว่าค้าขายเป็นไปราบรื่น ขายได้วันละ พันกว่าบาท ส่งธนาคารเดือนละ7000 แม่ส่งได้ประมาณ สี่ห้าเดือน สักพักเริ่มขาดส่ง เริ่มาขอตังเราให้ช่วยส่ง หมดคำพูดค่ะตอนนั้น 55 เรามีเราก็โอนให้แม่ไปบ้างนิดหน่อย ช่วงนั้นเราก็ไม่ค่อยมี จำได้ว่า นอนร้องไห้ เงินเหลือแต่ในกระปุกหยอดเหรียญ เพราะร้านเหล้าที่เราทำเค้าบีบเราให้ออกจากงาน เนื่องจากอยากเปลี่ยนเด็กหน้าใหม่บ้าง เราก้พยายามหางานทำอยู่ช่วงนั้น ส่วน นอ ก็ไม่ค่อยได้ช่วยอะไรเราเท่าไหร นางก็เหมือนเดิม ติดเกมส์ เหอะๆ เราก็ได้งานทำร้านเหล้าอีกร้านหนึ่ง ก็พอเริ่มมีเงินหมุน เก็บตังมาได้ ตอนนั้นก็ทิ้ง นอ ค่ะ ไปเที่ยวกลางคืนเจอ ผช คนใหม่ ไปขอเหล้าเค้ากินขำๆ เพราะเพื่อนทาว่า ทำให้ผช คนนี้เลี้ยงเหล้าได้จะยอมทำการบ้านให้ คนเมาแล้วให้ทำไรก็ทำค่ะ เราก็ไปอ่อยพี่เค้า เรียกพี่เค้าว่า จอ นะค่ะ เราก็อ่อยพี่จอ ได้เหล้ามาถังหนึ่ง เมาค่ะ จำได้ว่าให้เบอพี่เค้าไปด้วย ให้เบอใครไปทั่วเลย แม้กระทั้งกาดหน้าร้าน55 เมาก็ขี่มอไซกลับหอนอนถูกค่ะ ตื่นนอนมาเบอใครโทรมาเป็น 10สาบเบอแปลกทั้งนั้น55 มีเบอพี่จอ โทรมา เบอเดียวตอนตี3 เราคิดในใจ อีนี่ต้องมาเก็บงานแน่ๆเลย 555 แล้งหลังจากนั้นเราก็คุยกับ พี่จอ มาเรื่อยๆ นางให้คำปรึกษาคำแนะนำต่างๆมากมาย คุยกันได้อาทิตย์กว่า นางก็ขอเราเป็นแฟนค่ะ ตอนนั้นก็เอออ่อห่อหมกไป แฟนก็แฟน เพราะอยากนั่งรถยนต์ไม่อยากนั่ง มอไซแล้ว ช่วงชีวิตครบกับพี่ จอก็ดีขึ้นเป็นระดับ นางมาขออยู่ด้วย ช่วง3เดือนแรก ผช คนนี้ใจเด็ดมากค่ะ นอนด้วยไม่มีอะไรกันมาได้3เดือน ยอมใจนางค่ะ สุดท้ายก็ใจอ่อนมีไรกับนางเดือนที่4 555 นางช่วงหารค่าหอ เรื่องกินนางก็จ่ายให้ ค่าซักผ้านางก็จ่ายให้ คือดีเว่อ เราก็คบกันเรื่อยๆมา จนเราขึ้นปี3ค่ะ