เรากับแฟนคบกันมาจะเข้า 1 ปีได้คะ เราอายุห่างกัน 4 ปี คือเราอายุมากกว่า แฟนเราเป็ลูกคนมีอันจะกิน เป็นครอบครัวคนมีหน้ามีตาในสังคม และก็เป็นที่หมายปองของสาวๆ ส่วนเราลูกชาวบ้านชาวไร่ชาวนาธรรมดาไม่รวยแต่ก็ไม่ถึงกับจนส่วนรูปร่างหน้าตาก็ขี้เหร่ แต่ดีหน่อยที่พ่อแม่ท่านส่งให้เรียนจนจบแต่เกรดก็ไม่ได้ดีหรอกถ้าหางานก็คือจัดอยู่ในพวกเลือกมากไม่ได้
เราเป็นคนชอบร้องเพลงลูกทุ่งหมอลำคะ รู้สึกว่าชอบมาตั้งแต่ ม.ปลายแต่ช่วงนั้นหน้ายังปลวกคือยังไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ไม่กล้าแสดงออกเลยจนเรียนมหาลัยก็เริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเอง(ศัล)55555 ส่วนสุ่มเสียงการเอนเตอร์เทนหน้าเวทีถือว่าใช้ได้ เอาคนดูอยู่ เราชอบมากกว่าการนั่งโต๊ะรับเงินเดือนเสียอีกนะ ถึงแม้ใครหลายคนจะไม่ชอบ จะดูถูก หรือรังเกียจอาชีพนี้ รวมถึงแฟนเราด้วยคะ แต่มันก็คือความสามารถที่เรามีนี่คะ จะให้เราไปลงทุนทำธุรกิจรึ เราก็ไม่มีทุนใช่ไหมละ
หลังจากเรียนจบมาก็ได้งานทำมีงานประจำ แต่ด้วยความที่เป็นคนทะเยอทะยานแค่เงินเดือนเหรอ ไม่พอต่อความต้องการหรอกคะ เราก็เลยรับจ๊อบร้องเพลงที่ร้านอาหารเล็กๆแห่งหนึ่งใกล้ๆกับที่ทำงานเราแหละ จนวันนึงก็ได้รู้จักกับแฟนเรานี่แหละคะ เขาก็เข้ามาจีบเรา เราถามว่าทำไมถึงชอบเราเพราะโดยภาพรวมคือเราไม่เหมาะสมกับเขาเลย เขาบอกว่าเขาชอบที่เราเป็นตัวเรา ชอบที่เราเป็นคนขยัน (อันที่จริงมันก็ไม่ใช่ขยันหรอก แต่คือมันอยากได้อยากดี อยากมีเหมือนคนอื่น มันก็ต้องหาใช่ไหมคะ)
พอตกลงปลงใจว่าจะคบกันเป็นจริงเป็นจังก็มีเหตุ คือเพื่อนชวนไปทำงานประมาณนั้นเราก็ตัดสินใจลาออก ทั้งสองที่เลย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำตกงานฟรีทั้งสองที่เลยคะ แต่ช่วงนั้นคือจะกลับไปร้องเพลงที่ร้านก็ยังได้ เพราะที่ร้านยังไม่ได้คนใหม่ แต่คือด้วยความที่เลือกผู้ชายแล้วด้วยไงคะคือห่วงผู้ชายมาย ถึงไม่ลาออกจากงานก็คงต้องเลิกร้องเพลง แคร์ทางบ้านผู้ชายอ่ะคะเพราะครอบครัวเขาเป็นที่นับหน้าถือตาในสังคมก็เลยไม่กลับไปร้องเพลง แล้วก็หวังพึ่งคือให้เขาหางานให้
เขาก็บอกจะฝากคนนั้นคนนี้คนโน้นดูให้ เราก็ถามอยู่เรื่อยๆนะคะ เป็นไงบ้าง พอได้ไหม ก็แบบครับๆเค้าดูให้อยู่ แล้วเรื่องก็เงียบไป ถ้าเราไม่ถามก็คือไม่ตามไม่พูดถึง เนี้ยคะ เริ่มเกิดปัญหาเราเริ่มหมดความเชื่อมั่น คือเป็นแบบนี้เอ้อระเหยอยู่จน 4-5 เดือน (ความผิดเราเองแหละหวังพึ่งคนอื่นมากไป)
จนสรุปสุดท้ายเรารอไม่ไหวเพราะเงินเก็บหมดเลยคะก็ต้องออกไปหางานเองจนได้งานทำ แต่เงินเดือนก็ไม่พอใช้แหละคะ ไหนจะรถ ค่าเช่าห้อง บัตรเครดิต กยศ พ่อแม่ จิปาถะ เงินเดือนหรอคะ หมดตั้งแต่ยังไม่ออก ปัญหาค่าใช้จ่ายเรามีอะไรบ้างเราเล่าให้ฟังหมด เฉพาะที่ต้องจ่ายเดือนนึงไม่ต่ำกว่า 30000ไม่รวมค่าอยู่ค่ากินรายเดือน( มันเยอะสำหรับเรานะ)
เราก็เลยคุยกับแฟนว่าเงินเราไม่พอใช้และเราอยากหารายได้เพิ่มเรากลับไปร้องเพลงได้ไหม เอาละคะ ทะเลาะสิคะ คิดแต่ว่าเราอยากออกข้างนอก อยากไปเที่ยว อยากไปหาผู้ชาย คือถ้าอยู่ดีสบายใครมันอยากจะออกไปลำบากวะ แฟนก็หล่อเอาใจก็ดี นอนอยู่บ้านสบายๆหรือไปนั่งชี้นิ้วเป็นคุณนายจะไม่ดีกว่าไปเป็นพนักงานหรอ อยู่กับเขามันก็สบายแหละแต่มันสบายแค่ตัวเราคนข้างหลังเขาก็ยังหวังพึ่งพาเรา
ก็เข้าใจเขานะว่ารักว่าหวงและภาพนักร้องมันก็ติดลบในสายตาเขา คือจุดพีคหนักคือพอมาคบกันจริงจังเวลาเห็นเราฟังเพลงลูกทุ่งก็จะโกรธเราเว้ยไม่พอใจเราจนสุดท้ายก็ยอมรับว่า คิดว่าจะเปลี่ยนเราได้คือคิดจะเปลี่ยน ศิริพร เป็น Britney Spears ประมาณนั้น(เรานี่แบบตัวตรูอยู่ไหนวะ นี่รักตรูหรือรักตัวเองวะ)
แต่ด้วยความที่รักเขาแคร์เขาเราก็เลยแบบงั้นเราไม่ร้องก็ได้แต่เธอต้องช่วยเรานะ ต้องหาอะไรให้ฉันทำที่มันเป็นรายได้เพิ่มเติมให้เรานะเธอต้องเป็นคนเดินนำเค้านะ คือเรามองว่าครอบครัวเขามีพื้นฐานไงเขาน่าจะช่วยเราได้ แต่สิ่งที่เราเห็นก็คือเขาก็ทำ ทำงานเขาแหละ(ดูแลกิจการหอพักรายเดือน 24 ห้อง)และนอกนั้นก็คือเล่นเกมส์ เล่นเกมส์เนี้ยเล่นได้ทั้งคืนมานอนเอาตอนเช้าตื่นที บ่าย 3- 4 โมงเย็น(ทุกวัน)
เขาบอกว่า เวลามีเรื่องคิดมีปัญหาเครียดวิธีระบายของเขาก็คือเล่นเกมส์(สรุปคือเครียดทุกวันคะ) แล้วพอเราบอกว่าทำไมไม่หาอย่างอื่นที่มันเกิดประโยชน์ที่จะเป็นรายได้เพิ่มเติมทำ เขาก็จะบอกว่าเขาก็ทำงานของเขาแล้ว งานเขาอยู่ตรงนี้ เขาทำได้แค่นี้จะให้เขาทำอะไรอีก แต่เรามองว่าถ้าคนเรามันพยายามหรือกระตือรือร้นหรือคิดที่จะทำ ทำไมมันจะทำไม่ได้เพราะตัวเองก็มีฐานอยู่แล้ว จริงไหมคะ??แล้วเวลาที่เราพูดเรื่องเกมส์หรือพูดเรื่องที่อยากให้เขาหาอย่างอื่นที่เกิดประโยชน์ทำ เขาก็จะชอบพูดประมาณว่า เราเนี้ยเอาเขาไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ว่าคนอื่นดีกว่าเขาหรือดูแลเราดีกว่าตัวเองไรงี้ ซึ่งเราบอกเขาตลอดว่าเราแค่อยากให้เขาไปทำอะไรที่มีประโยชน์มากกว่าการเล่นเกมส์
และทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขอชี้แจงด้วยว่า ในขณะที่ตกงานหรือตลอดเวลาที่คบกันมา เขาดูแลเราดีในระดับนึง ดีในสิ่งที่แฟนควรทำ ซึ่งเราพูดได้เลยว่าเราไม่ได้เคยได้รับจากผู้ชายคนไหนเลย เขาดูแลเอาใจใส่ดีมาก อยากกินอะไรหาให้กิน อยากได้อะไรซื้อให้ข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้าหน้าผม กระเป๋ารองเท้า(ตามสมควรเพราะถ้าแพงไปเราก็ไม่ขอ แพงสุดน่าจะอยู่ประมาณ 3000 บาท นาฬิกา) อยากไปไหนพาไป เงินให้ใช้(แต่ไม่เกินหลักหนึ่งพัน คือเงินที่เราหยิบไปใช้เองจริงๆอ่ะนะแต่ก็หยิบทุกวันคืออย่างน้อยวันละ 100 เพราะเราก็ไม่กล้าใช้ของเขา เพราะเขาก็มีส่วนที่ต้องรับผิดชอบของเขา )
เราพอใจในสิ่งที่เขาให้นะและเข้าใจในกำลังความสามารถของคน แต่ก็ยอมรับว่ามันยังไม่พอสำหรับเรา เพราะอะไร เพราะในส่วนที่เราต้องรับผิดชอบตัวเองส่วนที่เขาช่วยไม่ได้มันก็เยอะเหมือนกันไหนจะพ่อแม่เราอีก ไหนจะความต้องการในส่วนตัวแหละผู้หญิง ที่แบบมันเยอะจริงๆเขาก็ให้เราไม่ได้ เราก็ไม่ได้ว่าอะไรไม่ได้โทษอะไรเขาเลยนะเราพยายามที่จะหาเองด้วยซ้ำ แค่อยากให้เขาเข้าใจเราบ้าง ว่าเป็นเพราะอะไรทำไม
แล้วก็พูดแบบตรงๆอีกอย่างคือ สิ่งที่เขาให้เราอยู่ตอนนี้มันก็ไม่มีอะไรมั่นคงแน่นอน ไม่มีอะไรที่เป็นหลักหรือเป็นของเราจริงๆ เขาจะเอาเราจริงๆหรือเปล่าก็ไม่รู้5555 ถ้าหากวันนึงเลิกกันขึ้นมาเราจะเหลืออะไรจริงไหมคะ(คือเราไม่เห็นอนาคตของคนอายุจะ 30) เราก็แค่อยากสร้างรากฐานให้อนาคตเรา คนรักกันมันต้องอยากเห็นคนรักได้ดีสิวะ เราไม่เห็นว่าจะเป็นอะไรเลยถ้ารักกันจริงก็ช่วยดูแลประคับประคองกันไป ประสบผลสำเร็จไปด้วยกันสิ นี่อะไรก็ไม่รู้คะ คิดแต่ว่าเราจะไปเจอคนอื่นที่ดีกว่า คิดแต่ว่าเราจะลืม เราจะทิ้ง ทำไมนะคือแบบประสาทแดรกมาก
และอีกอย่างคือเขาจะเป็นคนประเภท กลัวเราทำก็เลยทำซะเอง ประมาณนั้น และเขาก็บอกตลอดว่าเขาอยู่คนเดียวไม่ได้ คือสิ่งที่เรากลัวมาก ว่าถ้าเราไม่ได้อยู่กับเขา เขาจะมีคนอื่นคือเราก็อยากมีเขา เพราะเท่าที่คุยกันคือถ้าเรากลับไปร้องเพลงคือต้องเลิกกันแน่ๆ เพราะความความไม่ชอบในอาชีพนี้ของเขา และเพราะความคิดไปดเองของเขาด้วย
เราแค่อยากให้เขาเข้าใจในสิ่งที่เราเป็น สิ่งที่เราจะทำและเชื่อใจไว้ใจเรามั่นใจในตัวเรา เราก็บอกเขาตลอดว่าเรามีเขา เราไม่ต้องการใครอีกแล้ว ขอแค่ซื่อสัตย์จริงใจต่อกันทั้งต่อหน้าและลับหลังก็พอ เราแค่ต้องการหารายได้เพิ่ม อยากมีเงินส่งให้พ่อแม่ เราอยากให้เขาอยู่ข้างๆและคอยเป็นกำลังใจให้ คือเราผิดไหมคะที่เราอยากได้ อยากดี เราอยากมีอยากสบายแล้วเราดิ้นรนหา เราผิดไหมคะ??
แฟนไม่เข้าใจหรือเราต้องการมากไป
เราเป็นคนชอบร้องเพลงลูกทุ่งหมอลำคะ รู้สึกว่าชอบมาตั้งแต่ ม.ปลายแต่ช่วงนั้นหน้ายังปลวกคือยังไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ไม่กล้าแสดงออกเลยจนเรียนมหาลัยก็เริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเอง(ศัล)55555 ส่วนสุ่มเสียงการเอนเตอร์เทนหน้าเวทีถือว่าใช้ได้ เอาคนดูอยู่ เราชอบมากกว่าการนั่งโต๊ะรับเงินเดือนเสียอีกนะ ถึงแม้ใครหลายคนจะไม่ชอบ จะดูถูก หรือรังเกียจอาชีพนี้ รวมถึงแฟนเราด้วยคะ แต่มันก็คือความสามารถที่เรามีนี่คะ จะให้เราไปลงทุนทำธุรกิจรึ เราก็ไม่มีทุนใช่ไหมละ
หลังจากเรียนจบมาก็ได้งานทำมีงานประจำ แต่ด้วยความที่เป็นคนทะเยอทะยานแค่เงินเดือนเหรอ ไม่พอต่อความต้องการหรอกคะ เราก็เลยรับจ๊อบร้องเพลงที่ร้านอาหารเล็กๆแห่งหนึ่งใกล้ๆกับที่ทำงานเราแหละ จนวันนึงก็ได้รู้จักกับแฟนเรานี่แหละคะ เขาก็เข้ามาจีบเรา เราถามว่าทำไมถึงชอบเราเพราะโดยภาพรวมคือเราไม่เหมาะสมกับเขาเลย เขาบอกว่าเขาชอบที่เราเป็นตัวเรา ชอบที่เราเป็นคนขยัน (อันที่จริงมันก็ไม่ใช่ขยันหรอก แต่คือมันอยากได้อยากดี อยากมีเหมือนคนอื่น มันก็ต้องหาใช่ไหมคะ)
พอตกลงปลงใจว่าจะคบกันเป็นจริงเป็นจังก็มีเหตุ คือเพื่อนชวนไปทำงานประมาณนั้นเราก็ตัดสินใจลาออก ทั้งสองที่เลย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำตกงานฟรีทั้งสองที่เลยคะ แต่ช่วงนั้นคือจะกลับไปร้องเพลงที่ร้านก็ยังได้ เพราะที่ร้านยังไม่ได้คนใหม่ แต่คือด้วยความที่เลือกผู้ชายแล้วด้วยไงคะคือห่วงผู้ชายมาย ถึงไม่ลาออกจากงานก็คงต้องเลิกร้องเพลง แคร์ทางบ้านผู้ชายอ่ะคะเพราะครอบครัวเขาเป็นที่นับหน้าถือตาในสังคมก็เลยไม่กลับไปร้องเพลง แล้วก็หวังพึ่งคือให้เขาหางานให้
เขาก็บอกจะฝากคนนั้นคนนี้คนโน้นดูให้ เราก็ถามอยู่เรื่อยๆนะคะ เป็นไงบ้าง พอได้ไหม ก็แบบครับๆเค้าดูให้อยู่ แล้วเรื่องก็เงียบไป ถ้าเราไม่ถามก็คือไม่ตามไม่พูดถึง เนี้ยคะ เริ่มเกิดปัญหาเราเริ่มหมดความเชื่อมั่น คือเป็นแบบนี้เอ้อระเหยอยู่จน 4-5 เดือน (ความผิดเราเองแหละหวังพึ่งคนอื่นมากไป)
จนสรุปสุดท้ายเรารอไม่ไหวเพราะเงินเก็บหมดเลยคะก็ต้องออกไปหางานเองจนได้งานทำ แต่เงินเดือนก็ไม่พอใช้แหละคะ ไหนจะรถ ค่าเช่าห้อง บัตรเครดิต กยศ พ่อแม่ จิปาถะ เงินเดือนหรอคะ หมดตั้งแต่ยังไม่ออก ปัญหาค่าใช้จ่ายเรามีอะไรบ้างเราเล่าให้ฟังหมด เฉพาะที่ต้องจ่ายเดือนนึงไม่ต่ำกว่า 30000ไม่รวมค่าอยู่ค่ากินรายเดือน( มันเยอะสำหรับเรานะ)
เราก็เลยคุยกับแฟนว่าเงินเราไม่พอใช้และเราอยากหารายได้เพิ่มเรากลับไปร้องเพลงได้ไหม เอาละคะ ทะเลาะสิคะ คิดแต่ว่าเราอยากออกข้างนอก อยากไปเที่ยว อยากไปหาผู้ชาย คือถ้าอยู่ดีสบายใครมันอยากจะออกไปลำบากวะ แฟนก็หล่อเอาใจก็ดี นอนอยู่บ้านสบายๆหรือไปนั่งชี้นิ้วเป็นคุณนายจะไม่ดีกว่าไปเป็นพนักงานหรอ อยู่กับเขามันก็สบายแหละแต่มันสบายแค่ตัวเราคนข้างหลังเขาก็ยังหวังพึ่งพาเรา
ก็เข้าใจเขานะว่ารักว่าหวงและภาพนักร้องมันก็ติดลบในสายตาเขา คือจุดพีคหนักคือพอมาคบกันจริงจังเวลาเห็นเราฟังเพลงลูกทุ่งก็จะโกรธเราเว้ยไม่พอใจเราจนสุดท้ายก็ยอมรับว่า คิดว่าจะเปลี่ยนเราได้คือคิดจะเปลี่ยน ศิริพร เป็น Britney Spears ประมาณนั้น(เรานี่แบบตัวตรูอยู่ไหนวะ นี่รักตรูหรือรักตัวเองวะ)
แต่ด้วยความที่รักเขาแคร์เขาเราก็เลยแบบงั้นเราไม่ร้องก็ได้แต่เธอต้องช่วยเรานะ ต้องหาอะไรให้ฉันทำที่มันเป็นรายได้เพิ่มเติมให้เรานะเธอต้องเป็นคนเดินนำเค้านะ คือเรามองว่าครอบครัวเขามีพื้นฐานไงเขาน่าจะช่วยเราได้ แต่สิ่งที่เราเห็นก็คือเขาก็ทำ ทำงานเขาแหละ(ดูแลกิจการหอพักรายเดือน 24 ห้อง)และนอกนั้นก็คือเล่นเกมส์ เล่นเกมส์เนี้ยเล่นได้ทั้งคืนมานอนเอาตอนเช้าตื่นที บ่าย 3- 4 โมงเย็น(ทุกวัน)
เขาบอกว่า เวลามีเรื่องคิดมีปัญหาเครียดวิธีระบายของเขาก็คือเล่นเกมส์(สรุปคือเครียดทุกวันคะ) แล้วพอเราบอกว่าทำไมไม่หาอย่างอื่นที่มันเกิดประโยชน์ที่จะเป็นรายได้เพิ่มเติมทำ เขาก็จะบอกว่าเขาก็ทำงานของเขาแล้ว งานเขาอยู่ตรงนี้ เขาทำได้แค่นี้จะให้เขาทำอะไรอีก แต่เรามองว่าถ้าคนเรามันพยายามหรือกระตือรือร้นหรือคิดที่จะทำ ทำไมมันจะทำไม่ได้เพราะตัวเองก็มีฐานอยู่แล้ว จริงไหมคะ??แล้วเวลาที่เราพูดเรื่องเกมส์หรือพูดเรื่องที่อยากให้เขาหาอย่างอื่นที่เกิดประโยชน์ทำ เขาก็จะชอบพูดประมาณว่า เราเนี้ยเอาเขาไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ว่าคนอื่นดีกว่าเขาหรือดูแลเราดีกว่าตัวเองไรงี้ ซึ่งเราบอกเขาตลอดว่าเราแค่อยากให้เขาไปทำอะไรที่มีประโยชน์มากกว่าการเล่นเกมส์
และทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขอชี้แจงด้วยว่า ในขณะที่ตกงานหรือตลอดเวลาที่คบกันมา เขาดูแลเราดีในระดับนึง ดีในสิ่งที่แฟนควรทำ ซึ่งเราพูดได้เลยว่าเราไม่ได้เคยได้รับจากผู้ชายคนไหนเลย เขาดูแลเอาใจใส่ดีมาก อยากกินอะไรหาให้กิน อยากได้อะไรซื้อให้ข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้าหน้าผม กระเป๋ารองเท้า(ตามสมควรเพราะถ้าแพงไปเราก็ไม่ขอ แพงสุดน่าจะอยู่ประมาณ 3000 บาท นาฬิกา) อยากไปไหนพาไป เงินให้ใช้(แต่ไม่เกินหลักหนึ่งพัน คือเงินที่เราหยิบไปใช้เองจริงๆอ่ะนะแต่ก็หยิบทุกวันคืออย่างน้อยวันละ 100 เพราะเราก็ไม่กล้าใช้ของเขา เพราะเขาก็มีส่วนที่ต้องรับผิดชอบของเขา )
เราพอใจในสิ่งที่เขาให้นะและเข้าใจในกำลังความสามารถของคน แต่ก็ยอมรับว่ามันยังไม่พอสำหรับเรา เพราะอะไร เพราะในส่วนที่เราต้องรับผิดชอบตัวเองส่วนที่เขาช่วยไม่ได้มันก็เยอะเหมือนกันไหนจะพ่อแม่เราอีก ไหนจะความต้องการในส่วนตัวแหละผู้หญิง ที่แบบมันเยอะจริงๆเขาก็ให้เราไม่ได้ เราก็ไม่ได้ว่าอะไรไม่ได้โทษอะไรเขาเลยนะเราพยายามที่จะหาเองด้วยซ้ำ แค่อยากให้เขาเข้าใจเราบ้าง ว่าเป็นเพราะอะไรทำไม
แล้วก็พูดแบบตรงๆอีกอย่างคือ สิ่งที่เขาให้เราอยู่ตอนนี้มันก็ไม่มีอะไรมั่นคงแน่นอน ไม่มีอะไรที่เป็นหลักหรือเป็นของเราจริงๆ เขาจะเอาเราจริงๆหรือเปล่าก็ไม่รู้5555 ถ้าหากวันนึงเลิกกันขึ้นมาเราจะเหลืออะไรจริงไหมคะ(คือเราไม่เห็นอนาคตของคนอายุจะ 30) เราก็แค่อยากสร้างรากฐานให้อนาคตเรา คนรักกันมันต้องอยากเห็นคนรักได้ดีสิวะ เราไม่เห็นว่าจะเป็นอะไรเลยถ้ารักกันจริงก็ช่วยดูแลประคับประคองกันไป ประสบผลสำเร็จไปด้วยกันสิ นี่อะไรก็ไม่รู้คะ คิดแต่ว่าเราจะไปเจอคนอื่นที่ดีกว่า คิดแต่ว่าเราจะลืม เราจะทิ้ง ทำไมนะคือแบบประสาทแดรกมาก
และอีกอย่างคือเขาจะเป็นคนประเภท กลัวเราทำก็เลยทำซะเอง ประมาณนั้น และเขาก็บอกตลอดว่าเขาอยู่คนเดียวไม่ได้ คือสิ่งที่เรากลัวมาก ว่าถ้าเราไม่ได้อยู่กับเขา เขาจะมีคนอื่นคือเราก็อยากมีเขา เพราะเท่าที่คุยกันคือถ้าเรากลับไปร้องเพลงคือต้องเลิกกันแน่ๆ เพราะความความไม่ชอบในอาชีพนี้ของเขา และเพราะความคิดไปดเองของเขาด้วย
เราแค่อยากให้เขาเข้าใจในสิ่งที่เราเป็น สิ่งที่เราจะทำและเชื่อใจไว้ใจเรามั่นใจในตัวเรา เราก็บอกเขาตลอดว่าเรามีเขา เราไม่ต้องการใครอีกแล้ว ขอแค่ซื่อสัตย์จริงใจต่อกันทั้งต่อหน้าและลับหลังก็พอ เราแค่ต้องการหารายได้เพิ่ม อยากมีเงินส่งให้พ่อแม่ เราอยากให้เขาอยู่ข้างๆและคอยเป็นกำลังใจให้ คือเราผิดไหมคะที่เราอยากได้ อยากดี เราอยากมีอยากสบายแล้วเราดิ้นรนหา เราผิดไหมคะ??