สุเทพ เทือกสุบรรณ ได้เป็นรัฐมนตรีครั้งแรกในรัฐบาลเปรม
เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ ช่วงปี 2529-2531
จากรัฐบาลเปรม ก็ได้มาเป็นรัฐมนตรีอีกครั้งในรัฐบาลชวน 1
เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ อีกครั้ง ช่วงปี 2529-2531
แล้วก็เกิดเรื่อง สปก.4-01 อันโด่งดัง ซึ่งศาลได้พิพากษาให้ผู้ได้รับที่ สปก. คืนที่ดินให้กับรัฐในปี 2550
คืนที่ดินหลังจากครอบครองทำประโยชน์ไปแล้วถึง 12 ปี
คนให้ไม่ผิด คนรับไม่ผิด แค่คืนแล้วจบ
นอกจากเรื่อง สปก. แล้ว ยังมีเรื่องสร้างโรงบ่มยางพาราทั่วภาคใต้
ซึ่งสร้างด้วยผู้รับเหมาเจ้าเดียว ผลก็คือสร้างไม่เสร็จสักที่มีแต่เสาโด่เด่
สร้างความเสียหายหลายร้อยล้าน ก็ไม่มีอะไรผิด
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เหมือนเรื่องโรงพักเสาโด่เด่เป๊ะ ที่ถึงวันนี้ ป.ป.ช.ไต่สวนมาสี่ปีแล้ว แต่ไม่ชี้มูลสักทีว่าสุเทพผิดหรือไม่ผิด
ส่วนอภิสิทธิ์ ป.ป.ช. ชี้มูลไปแล้ว ว่าไม่เกี่ยวไม่ข้องไม่มีความผิด
ทั้งที่อภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กตร.โดยตำแหน่ง (มอบหมายให้สุเทพปฏิบัติหน้าที่แทน)
อภิสิทธิ์เป็นผู้รับหนังสือร้องเรียนจากผู้รับเหมาเจ้าอื่น ๆ ว่า ผู้รับเหมาเจ้าเดียวมีปัญหาแน่ แต่อภิสิทธิ์ก็ไม่ได้ทบทวนอะไร
ก็ไม่มีความผิดใด ๆ ลอยนวลสบาย
ปี 2540 เมื่อรัฐบาลชวน 2 เข้ามาแทนรัฐบาลชวลิต
สุเทพก็ได้ก้าวขึ้นเป็น รมว.คมนาคม ปี 2540-2543
ช่วงนี้ มีการชวนทักษิณเข้าร่วมพรรคประชาธิปัตย์ แต่ทักษิณปฏิเสธ และหันไปตั้งพรรคไทยรักไทยเอง
การเลือกตั้งปี 2544 ปชป. แพ้ไทยรักไทย เป็นฝ่ายค้าน
การเลือกตั้งปี 2548 ปชป. แพ้ไทยรักไทย เป็นฝ่ายค้าน
หากไม่โค่นทักษิณ การเลือกตั้งปี 2552 ก็แพ้ไทยรักไทยอีก
ซึ่งจะรวมระยะเวลาเป็นฝ่ายค้าน 12 ปี และมีวี่แววต้องเป็นฝ่ายค้านอีกในการเลือกตั้งปี 2556
ทนไม่ไหว
จึงต้องโค่น
ปี 50 หลังรัฐประหาร 2549 ก็ได้ตัวช่วย ทั้งตัวรัฐธรรมนูญ ทั้งกองทัพ ทั้งสารพัดตัวช่วย
แต่ก็ยังแพ้พรรคพลังประชาชน กลายเป็นฝ่ายค้านอีก แพ้ซ้ำซาก
จึงต้องโค่นสมัคร ล้มสมชาย ยุบพรรค ปลายปี 2551
โดดเข้าเป็นรัฐบาลด้วยวิธีอิงอาศัยอำนาจนอกระบบ ตั้งรัฐบาลให้ในค่ายทหาร
ปชป. เป็นรัฐบาล สุเทพเป็นรองนายกฯ อยู่จนถึงปี 2554
ก็คิดว่าถ้าเลือกตั้งมีทางชนะแน่ ก็ยุบสภาฯ หวังชนะเลือกตั้งเพื่อฟอกตัวจากการเป็นรัฐบาลในค่ายทหาร
แต่คิดผิด
เลือกตั้งปี 2554 แพ้ยิ่งลักษณ์ราบคาบ ซึ่งความจริงก็คือแพ้ทักษิณนั่นแหละ
ปชป. มองว่า ยิ่งลักษณ์คงไม่ไหว ทักษิณอยู่นอกประเทศคงคุมเกมไม่ได้
แต่ก็คิดผิดอีก
ยิ่งลักษณ์ทำได้ดี ทักษิณคุมเกมอยู่หมัด มีการคิดนโยบาย มีการทำงานที่เข้าตาประชาชนมากขึ้น ๆ
ถึงขนาด ปชป. ต้องตาลีตาเหลือกออกมาลอกนโยบาย
http://f.ptcdn.info/184/010/000/1380105415-1379954601-o.jpg
ไม่อายสักนิด
จึงต้องมีการโค่นอีกครั้ง
คราวนี้มากันเป็นแผง เปิดหน้ากันหมด เพราะ ปชป. แตกคอกับพันธมิตร เพราะพันธมิตรรู้ตัวว่าโดนหลอก
ไม่ยอมออกมาเป็นเครื่องมือให้อีก (แต่พันธมิตรก็ทำตัวเป็นติ่ง กปปส. เพราะเมื่อ ปชป. ไม่หนุน พันธมิตรก็กลายเป็นม็อบ 300)
แผนการก็ดำเนินมา เล่นงานยิ่งลักษณ์หนัก ทุกเรื่อง
ล้มนโยบายเพื่อไทยทุกเรื่อง โจมตีว่านโยบายสร้างความเสียหายให้บ้านเมือง
สุดท้ายก็จบลงที่ 22 พ.ค. 57
จากไล่เรียงช่วงเวลาและเหตุการณ์มาทั้งหมด
หากโค่นทักษิณไม่ได้ ปชป. มีหวังเป็นฝ่ายค้านอย่างน้อย 16-20 ปี
ไม่มีตำแหน่งทางการเมือง แล้วจะทำมาหากินยังไง
ทนไม่ไหวหรอก
จึงเห็นว่า ทุกเรื่องราวที่ ปชป. และสุเทพกระทำ
ไม่ใช่เพื่อบ้านเมือง หรือเพื่อใครทั้งสิ้น แต่เพื่อตัวเองเท่านั้น
จึงไม่มีทาง ที่สุเทพจะวางมือจากการเมือง
ปชป. นั้น อย่างไรก็ได้ ยังไงก็เอา อะไรก็ทำ
หากได้ประโยชน์
อาศัยพูดเก่ง ใช้วาทกรรมเอาดีใส่ตัวยัดชั่วคนอื่นเก่ง ต่อปากต่อคำไปวัน แต่ทำงานไม่เป็น
ผลงานอัปยศล่าสุด ก็คือเรื่องรถเมล์ด่วน BRT
ที่เกิดขึ้นปี 2548 ยุคอภิรักษ์ เกษะโยธิน เป็นผู้ว่า กทม.
เปิดเดินรถครั้งแรก พ.ค.53
ถึงวันนี้ ผ่านมา 6 ปี ขาดทุนสะสม 1,400 ล้าน จนต้องเลิกกิจการ
ต้นุทนในการดำเนินโครงการสองพันกว่าล้าน บวกขาดทุนพันกว่าล้าน รวมสี่พันกว่าล้าน
สี่พันกว่าล้าน ที่ไม่มีใครได้ประโยชน์ใด ๆ เลย นอกจากนักการเมืองบางคนรวยขึ้น
สู้ไม่ได้ ก็ต้องทำลาย
จะส่งผลต่อบ้านเมืองอย่างไร ปชป. ไม่สน
ทำลายทักษิณไม่ได้ สุเทพก็หมดอนาคตทางการเมือง
ไม่มีทางได้ตำแหน่งทางการเมืองอีก กลายเป็น ส.ส.ฝ่ายค้านตลอดกาล ทำมาหากินลำบาก
เรื่องมันก็เท่านี้แหละ
ย่างก้าวชีวิตทางการเมืองของสุเทพ เทือกสุบรรณ หากทำลายทักษิณไม่ได้ ก็เหมือนชีวิตทางการเมืองปิดฉาก
เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ ช่วงปี 2529-2531
จากรัฐบาลเปรม ก็ได้มาเป็นรัฐมนตรีอีกครั้งในรัฐบาลชวน 1
เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ อีกครั้ง ช่วงปี 2529-2531
แล้วก็เกิดเรื่อง สปก.4-01 อันโด่งดัง ซึ่งศาลได้พิพากษาให้ผู้ได้รับที่ สปก. คืนที่ดินให้กับรัฐในปี 2550
คืนที่ดินหลังจากครอบครองทำประโยชน์ไปแล้วถึง 12 ปี
คนให้ไม่ผิด คนรับไม่ผิด แค่คืนแล้วจบ
นอกจากเรื่อง สปก. แล้ว ยังมีเรื่องสร้างโรงบ่มยางพาราทั่วภาคใต้
ซึ่งสร้างด้วยผู้รับเหมาเจ้าเดียว ผลก็คือสร้างไม่เสร็จสักที่มีแต่เสาโด่เด่
สร้างความเสียหายหลายร้อยล้าน ก็ไม่มีอะไรผิด
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ปี 2540 เมื่อรัฐบาลชวน 2 เข้ามาแทนรัฐบาลชวลิต
สุเทพก็ได้ก้าวขึ้นเป็น รมว.คมนาคม ปี 2540-2543
ช่วงนี้ มีการชวนทักษิณเข้าร่วมพรรคประชาธิปัตย์ แต่ทักษิณปฏิเสธ และหันไปตั้งพรรคไทยรักไทยเอง
การเลือกตั้งปี 2544 ปชป. แพ้ไทยรักไทย เป็นฝ่ายค้าน
การเลือกตั้งปี 2548 ปชป. แพ้ไทยรักไทย เป็นฝ่ายค้าน
หากไม่โค่นทักษิณ การเลือกตั้งปี 2552 ก็แพ้ไทยรักไทยอีก
ซึ่งจะรวมระยะเวลาเป็นฝ่ายค้าน 12 ปี และมีวี่แววต้องเป็นฝ่ายค้านอีกในการเลือกตั้งปี 2556
ทนไม่ไหว
จึงต้องโค่น
ปี 50 หลังรัฐประหาร 2549 ก็ได้ตัวช่วย ทั้งตัวรัฐธรรมนูญ ทั้งกองทัพ ทั้งสารพัดตัวช่วย
แต่ก็ยังแพ้พรรคพลังประชาชน กลายเป็นฝ่ายค้านอีก แพ้ซ้ำซาก
จึงต้องโค่นสมัคร ล้มสมชาย ยุบพรรค ปลายปี 2551
โดดเข้าเป็นรัฐบาลด้วยวิธีอิงอาศัยอำนาจนอกระบบ ตั้งรัฐบาลให้ในค่ายทหาร
ปชป. เป็นรัฐบาล สุเทพเป็นรองนายกฯ อยู่จนถึงปี 2554
ก็คิดว่าถ้าเลือกตั้งมีทางชนะแน่ ก็ยุบสภาฯ หวังชนะเลือกตั้งเพื่อฟอกตัวจากการเป็นรัฐบาลในค่ายทหาร
แต่คิดผิด
เลือกตั้งปี 2554 แพ้ยิ่งลักษณ์ราบคาบ ซึ่งความจริงก็คือแพ้ทักษิณนั่นแหละ
ปชป. มองว่า ยิ่งลักษณ์คงไม่ไหว ทักษิณอยู่นอกประเทศคงคุมเกมไม่ได้
แต่ก็คิดผิดอีก
ยิ่งลักษณ์ทำได้ดี ทักษิณคุมเกมอยู่หมัด มีการคิดนโยบาย มีการทำงานที่เข้าตาประชาชนมากขึ้น ๆ
ถึงขนาด ปชป. ต้องตาลีตาเหลือกออกมาลอกนโยบาย http://f.ptcdn.info/184/010/000/1380105415-1379954601-o.jpg
ไม่อายสักนิด
จึงต้องมีการโค่นอีกครั้ง
คราวนี้มากันเป็นแผง เปิดหน้ากันหมด เพราะ ปชป. แตกคอกับพันธมิตร เพราะพันธมิตรรู้ตัวว่าโดนหลอก
ไม่ยอมออกมาเป็นเครื่องมือให้อีก (แต่พันธมิตรก็ทำตัวเป็นติ่ง กปปส. เพราะเมื่อ ปชป. ไม่หนุน พันธมิตรก็กลายเป็นม็อบ 300)
แผนการก็ดำเนินมา เล่นงานยิ่งลักษณ์หนัก ทุกเรื่อง
ล้มนโยบายเพื่อไทยทุกเรื่อง โจมตีว่านโยบายสร้างความเสียหายให้บ้านเมือง
สุดท้ายก็จบลงที่ 22 พ.ค. 57
จากไล่เรียงช่วงเวลาและเหตุการณ์มาทั้งหมด
หากโค่นทักษิณไม่ได้ ปชป. มีหวังเป็นฝ่ายค้านอย่างน้อย 16-20 ปี
ไม่มีตำแหน่งทางการเมือง แล้วจะทำมาหากินยังไง
ทนไม่ไหวหรอก
จึงเห็นว่า ทุกเรื่องราวที่ ปชป. และสุเทพกระทำ
ไม่ใช่เพื่อบ้านเมือง หรือเพื่อใครทั้งสิ้น แต่เพื่อตัวเองเท่านั้น
จึงไม่มีทาง ที่สุเทพจะวางมือจากการเมือง
ปชป. นั้น อย่างไรก็ได้ ยังไงก็เอา อะไรก็ทำ
หากได้ประโยชน์
อาศัยพูดเก่ง ใช้วาทกรรมเอาดีใส่ตัวยัดชั่วคนอื่นเก่ง ต่อปากต่อคำไปวัน แต่ทำงานไม่เป็น
ผลงานอัปยศล่าสุด ก็คือเรื่องรถเมล์ด่วน BRT
ที่เกิดขึ้นปี 2548 ยุคอภิรักษ์ เกษะโยธิน เป็นผู้ว่า กทม.
เปิดเดินรถครั้งแรก พ.ค.53
ถึงวันนี้ ผ่านมา 6 ปี ขาดทุนสะสม 1,400 ล้าน จนต้องเลิกกิจการ
ต้นุทนในการดำเนินโครงการสองพันกว่าล้าน บวกขาดทุนพันกว่าล้าน รวมสี่พันกว่าล้าน
สี่พันกว่าล้าน ที่ไม่มีใครได้ประโยชน์ใด ๆ เลย นอกจากนักการเมืองบางคนรวยขึ้น
สู้ไม่ได้ ก็ต้องทำลาย
จะส่งผลต่อบ้านเมืองอย่างไร ปชป. ไม่สน
ทำลายทักษิณไม่ได้ สุเทพก็หมดอนาคตทางการเมือง
ไม่มีทางได้ตำแหน่งทางการเมืองอีก กลายเป็น ส.ส.ฝ่ายค้านตลอดกาล ทำมาหากินลำบาก
เรื่องมันก็เท่านี้แหละ