หลวงตามหาบัว หลวงพ่อพุธ สมเด็จโต ท่านว่าจิตไม่ดับ!!! พระไตรปิฏกบอกจิตเกิด-ดับ!!! รึมันจิตคนละตัวกันที่ว่าเกิด-ดับ

หลวงตามหาบัว

"ที่ กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นอนิจจัง คือความไม่เที่ยง ความแปรสภาพของแต่ละขันธ์ๆ มีประจำตัวด้วยกัน นับแต่รูปขันธ์คือกายของเรา เวทนาขันธ์ ได้แก่ความสุข ความทุกข์ ความเฉยๆ นี่ก็เกิดดับๆ สัญญา สังขาร วิญญาณ มีเกิดมีดับประจำตนอยู่ตลอดไป
ส่วนความรู้จริงๆ ที่เป็นรากฐานแห่งความรู้เกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดดับๆ นี้ไม่ดับ เราจะพูดว่า “จิตนี้ดับไม่ได้” เราจะพูดว่า “จิตนี้เกิดไม่ได้” เพราะฉะนั้นจิตที่บริสุทธิ์แล้วจึงหมดปัญหาในเรื่องเกิดเรื่องตาย ที่เกี่ยวกับธาตุขันธ์ไปถือกำเนิดเกิดที่นั่นที่นี่ แสดงตัวอันหยาบออกมา เช่น เป็นสัตว์เป็นบุคคลเหล่านั้น เป็นต้น จึงไม่มีสำหรับจิตท่านที่บริสุทธิ์แล้ว


"ตอนนั้นจิตดับ ความรู้ที่รอบจิตนะ ตัวจิตจริงๆ ไม่ดับ ความรู้รอบจิตต่างๆ เหมือนไม่มี เดินไปไหนเหมือนว่าโลกนี้ว่างไปหมดเลย ฟังเอาท่านทั้งหลายเราเป็นเอง ตอนไปฟังเทศน์ท่าน นี้ละที่มันลงใจอย่างเต็มที่ว่าที่พระพุทธเจ้าเทศนาว่าการสอนเทวบุตรเทวดา มนุษย์มนานี้แต่ละครั้งๆ สำเร็จมรรคผลนิพพานกันเป็นแสนๆ ท่านว่า จะไม่สำเร็จยังไงก็มันเห็นอยู่ประจักษ์ พอเทศน์วันนี้จิตขยับขึ้นมาขั้นนี้ เราปฏิบัติถึงวันจะเทศน์อีกจิตเราอยู่ขั้นนี้คอยมันจะรับกันละ ธรรมเทศนาจะมานี้ เราปิดอยู่ตรงไหน ท่านมาเปิดๆ ขยับๆ เรื่อย มันถึง"

จิตไม่มีเกิดตาย ฉะนั้นที่บอกกันว่าดูจิตเกิดดับ จริงๆก็ไม่ใช่จิตที่เกิดดับ แต่เป็นอาการของจิตที่เกิดดับบนจิต

จะเอาความตายเข้ามาฝังไว้ในใจทั้ง ๆ ที่ ใจนั้นคือความรู้ไม่เคยตายเลย ทำไมจึงเอาความตายเข้าไปฝังไว้ในหัวใจเรา เอาป่าช้าไปทับถมใจเราซึ่งไม่เคยตายทำไม?นั่นเป็นความเห็นผิดอย่างยิ่ง จะทำอะไรกลัวแต่จะตาย ไม่ทราบว่า “ความตาย” มีความหมายกว้างแคบขนาดไหน อะไรเป็นผู้ตาย?

สติปัญญาเท่านั้นเป็นอาวุธที่ทันสมัย ที่จะแก้หรือช่วยเราได้ในขณะนั้น จงค้นลงไปพิจารณาลงไป ทุกข์เป็นของเกิดของดับ ใจเป็นของไม่เกิดไม่ดับ เป็นธรรมชาติของใจอยู่โดยธรรมชาติของตน พิจารณาให้ชัดเจนแล้ว จิตจะแยกตัวออกมาเอง เมื่อเข้าใจชัดเจนแล้วไม่ไปไหน ไม่ไปติดอยู่กับอะไร มีทุกขเวทนาเป็นต้น เพราะปัญญาเป็นเครื่องผลักดันสิ่งที่จอมปลอมทั้งหลายนั้นออกไปโดยลำดับ ๆ ให้เข้าใจอย่างนี้ เราก็โล่งใจสบายใจ นี่แหละเรียกว่า “การพึ่งตน เอง”

หลวงพ่อพุธ


"ท่าน ลองคิดดูซิว่าจิตคนเรานี้มันมีโอกาสที่จะดับได้ไหม ถ้าหากว่าจิตมันดับแล้วเราปฏิบัติกันนี้ จะเอาอะไรไปบรรลุคุณธรรม ในเมื่อว่าจิตมันดับแล้วเราก็ตายเท่านั้นเอง แต่ต้องเข้าใจว่ามันไม่ใช่เป็นอย่างนั้น

อาการ ที่จิตดับนี้ ผมขอเสนอมติความเห็นเพื่อเป็นแนวพิจารณาสำหรับท่านทั้งหลายดังนี้ครับ โดยปกติคนเรานั้น เรามีกายกับใจ หรือในที่นี้ขอสมมติว่าจิต พระอาจารย์องค์นั้นสอนว่าให้จิตดับ ทำจิตให้ดับ เรามีกายกับจิต โดยปกติมันอาศัยกันติดต่อกับโลกภายนอกโดยทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย และทางใจ ทีนี้เมื่อเรามาบริกรรมภาวนา มีวิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา บริกรรมภาวนาจนจิตสงบ เป็นขณกสมาธิ อุปจารสมาธิ และอัปปนาสมาธิ โดยลำดับ เมื่อจิตเข้าถึงอันปปนาสมาธิแล้ว ตามหลักปริยัติท่านก็ว่าจิตเข้าสู่ความเป็นหนึ่งคือ เอกัคคตา เมื่อจิตประกอบด้วย เอกัคคตากับอุเบกขา อันนี้ท่านเรียกว่าจิตเป็นอัปปนาสมาธิ จิตในตอนนี้ละเว้นจากการรู้สึกทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย และทางใจ มันยังเหลืออยู่แต่ใจที่สงบนิ่ง อยู่ในจุดเดียว จุดนั้นอยู่ที่ไหน ใจอยู่ที่ไหน จุดนั้นก็อยู่ที่นั่น จิตก็อยู่ที่จิตนั้นเอง ไม่ส่งกระแสออกมารับรู้อารมณ์อื่นๆในภายนอก มีแต่จิตตัวเดียวนิ่งอยู่ ตั้งเห็นอยู่แล้วมีความสว่างไสวอยู่ ไม่ได้รู้ทารงตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ แม้แต่ใครจะมาทำเสียงให้ดังขึ้นสักปานใดในขณะนั้น ผู้ภาวนานั้นจะไม่มีความรู้สึกเกิดขึ้น นี่ตามความเข้าใจของผมเข้าใจว่าดังนี้ คำว่าจิตดับมันหมายถึงว่าดับอย่างนี้ อันนี้เรียกว่าจิตดับในขั้นสมถกรรมฐาน

ที นี้จิตดับในขั้นวิปัสสนากรรมฐาน หมายถึงจิตที่รับผู้อารมณ์อยู่ แต่หากไม่มีปฏิกิริยาใดๆเกิดขึ้น ตาเห็นรูปสักแต่ว่าเห็น หูฟังเสียงสักแต่ว่าได้ยิน จมูกได้กลิ่นสักแต่ว่าได้กลิ่น ลิ้นลิ้มรสก็สักแต่ว่ารู้รส กายถูกต้องสัมผัสก็สักแต่ว่าถูกต้องสัมผัส ใจนึกคิดก็สัแต่ว่านึกคิด แต่มันปราศจากความยินดียินร้าย คืออิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์ จิตดำรงตนเป็นกลางโดยเที่ยงธรรม เรียกว่า มัชฌิมา คือ มันไม่มีความยินยินร้าย อันนี้จิตดับกิเลส แต่ตัวจิตเองไม่ได้ดับ มันยังมีอยู่ สภาวะที่ตั้งจิตผู้รู้ยังมีอยู่ นี่ผมขอเสนอแนะความคิดเห็นของผมตามที่ได้ประสบการณ์มา เพื่อเป็นแนวทางพิจารณาของบรรดาท่านทั้งหลาย"
สมเด็จโต พรหมรังสี


ความเห็นส่วนตัว ตามภูมิจิตที่ จขกท ปฏิบัติมา จิตสังขารเกิด-ดับตลอดเวลา เกิดขึ้นที่จิตดับที่จิต แต่ตัวจิตจริงๆอันบริสุทธ์ มันสว่างครอบโลกธาตุ+ความว่าง มีอยู่ตลอดเวลา มันไม่ได้ดับไปไหน (อันนี้คือความเห็นภูมิจิตภูมิธรรมน้อยๆของ จขกท อิอิ)
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่