ไม่มีที่อยู่ ไม่มีที่ไป ไม่มีเงิน ไม่อยากออกจากโรงเรียน ทำไงดีคะ ช่วยหน่อย

อายุ16ค่ะ เรียน ม.ปลาย รัฐบาล ตั้งแต่เรียนมาไม่เคยได้เกรดต่ำกว่า3.8เลยค่ะ ชอบเรียน มีความฝัน แต่คนที่บ้านหัวเราะเยาะความฝันเรา ไม่เคยสนับสนุนอะไรเลย เขาให้อยู่แต่บ้าน ทำงานบ้านทุกอย่าง เราก็ทำเหนื่อยตัวแทบขาด แค่ป้าจะพาไปงานไฟฟ้าที่บ้านก็ไม่ให้ไป บ่นเราทุกวัน ทนไม่ไหวแล้วค่ะ เขาเคยไล่ออกจากบ้านไปครั้งนึง แต่ตอนนั้นเราขอร้องเขาไว้   ตอนนี้ทนไม่ไหวแล้วค่ะ มีเงินติดตัวประมาณสามร้อย โทรศัพท์เครื่องนึง ไม่รู้จะไปที่ไหน ไม่รู้จะทำงานอะไร แต่ต้องการเรียนไม่อยากหยุดเลย ขอคำแนะนำหน่อยค่ะ
ปล.อยู่กับปู่ย่าบุญธรรมแล้วก็พ่อค่ะ พ่อไม่เคยออกความเห็นอะไร ไม่ได้ส่งเสียเราด้วย แม่อยู่ใต้ค่ะอยากอยู่กับแม่รักแม่มาก แต่แม่ไม่ค่อยมีเงินส่งเราค่ะ

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 3
อมยิ้ม14 ใจเย็นๆ หนูจ๋า
ป้าไม่รู้ตื้นลึกหนาบางในบ้านหนูหรอกนะ ..แต่อนุมานจากตัวหนังสือแค่ 5 บรรทัด ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ ที่หนูจะอยู่ในสถานะที่ต้อง "อดทน"
เพราะ ..อยู่กับปู่ย่าบุญธรรม ก็แปลว่า ไม่ใช่พ่อแม่แท้ๆ ของพ่อหนูสินะ
การที่พ่อ ต้องพาหนู (ลูก) ไปพึ่งพาอาศัยคนอื่น ที่ไม่ใช่ญาติโยมอยู่  ..มันก็ต้องเกรงใจเค้า และตอบแทนบุญคุณข้าวแดงแกงร้อน
ที่อยู่ที่กินที่เค้าให้เรา 2 คนพ่อลูกด้วย

..พ่อไม่เคยออกความเห็นอะไร ไม่ได้ส่งเสียเราด้วย ..นี่ก็ชัดเจน  ..พ่อหนูไม่ได้อยู่ในสภาพที่ดูแลตัวเอง ดูแลรับผิดชอบลูกตัวเองได้

บวกกับนี่อีก ..แม่อยู่ใต้ ..แต่แม่ไม่ค่อยมีเงินส่งเราค่ะ
แปลว่า ตั้งแต่ไหนไม่รู้ แต่ถึงปัจจุบันแน่ๆ ..ก็ไม่ใช่ปู่ย่าบุญธรรม นี่หรอกรึ  ที่เป็นคนส่งเสียหนู ซึ่งไม่ใช่ลูกไม่ใช่หลาน ไม่ใช่สายเลือดของเค้า
ให้ได้เล่าเรียน ??

จากความคับข้องใจ ..จากเมื่อหลายเดือนก่อน หนูก็ร่ำๆ จะออกมาหาเช่าบ้านอยู่เอง ..ก็พอจะเดาได้ว่า หนูก็ไม่ได้นั่งๆ นอนๆ
เสวยสุขไปวันๆ
..ในทางตรงข้ามด้วยซ้ำ คือถูกใช้งานหนัก  ถูกพวกเค้าเยาะเย้ยถากถาง ทำร้ายจิตใจ ไม่เห็นคุณค่าของ "ความฝัน"
หรือแม้แต่แสดงออกว่าภาคภูมิใจที่หนูเรียนเก่ง เรียนดี เป็นเด็กดีที่น่าส่งเสริม

สรุปคือ ป้าเห็นใจหนูนะ และมันก็จริง..ที่ "คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก"  
..แต่ป้าไม่เห็นด้วยหรอก กับการที่หนูคิดจะแก้ปัญหาด้วยการหนีออกจากบ้านนั้น
ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่มีที่ไป  เพราะโลกภายนอกมันไม่ได้สวยงาม โรยด้วยกลีบกุหลาบหรอกนะหนู
..หนูคิดดูละกัน ขนาดพ่อหนู ..เป็นผู้ชาย โตเป็นผู้ใหญ่ มีงานมีการทำ น่าจะหาเลี้ยงตัวเอง หาเลี้ยงลูกได้ ..
พ่อเราเค้ายังต้องขออาศัยใบบุญปู่ย่าบุญธรรมคู่นี้  

แล้วเด็กน้อยแบบหนู จะอยู่รอดได้ยังไง ?
หนูลองคิดทบทวนดีๆ

ในชีวิตคนเรา ..ปัญหาและอุปสรรค ที่ผ่านเข้ามา  มันคือบททดสอบ
และเมื่อเราหาวิธีคิดที่จะแก้ปัญหา ก้าวข้ามมันให้ได้ หรือแม้แต่อยู่กับปัญหานั้นๆ ให้ได้
..มันจะทำให้หนูแข็งแกร่งมากขึ้น ทั้งร่างกาย และจิตใจ
และจะเป็น "ภูมิคุ้มกัน" ทำให้ในภายภาคหน้า  ..พอเวลาหนูเจอปัญหา เจออุปสรรคอีก ..หนูจะรู้สึกชิลล์ๆ กับมันละ
เพราะถ้าร้องเป็นเพลงสมัยป้าสาวๆ ..ก็คงต้องร้องว่า ..หนักกว่าเธอก็เจอมาแล้ว ..แต่ก็ทนมาได้ทุกที..ทุกที ..

ดังนั้น ป้าแนะนำให้หนูปรับกลยุทธในการดำเนินชีวิตใหม่  ..
โดยสงบปากสงบคำให้มาก ..อย่าแสดงออกทางสีหน้า แววตา ภาษากาย ใดๆ ทั้งสิ้นว่า กรูอึดอัด กรูไม่อยากรับคำสั่งจากใครทั้งนั้น
หรือใจกรูเตลิดจากบ้านนี้นานแล้ว

..ให้หนูตั้งอกตั้งใจทำงาน จะงานบ้านหรืองานอะไรก็ตาม ..ที่มันไม่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรมอันดีอะนะ.. ให้ดี ให้เรียบร้อย
ไม่ต้องเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ว่าทำไมใช้แต่หนู ..อะไรก็กรู..คนเดียวเลยนะ  ทำไมไม่เรียกใช้คนอื่นบ้าง
หรือทำไมเพื่อนๆ เราไม่เห็นมีใครต้องทำงานหนักขนาดเราเลยฟะ ..แต่อยากได้อะไร ได้ทุกอย่าง
เพราะจำไว้เลยว่า ..คนเรา เลือกเกิดเองไม่ได้ ..แต่หนูเลือกที่จะเป็นได้ ..โดยมีข้อแม้ว่า หนูต้อง "มีความพร้อม" ก่อนนะ
..ไม่ใช่มีแต่ตัว กับเงินไม่กี่บาท กับใจที่ร้อนรุ่ม และพร้อมเตลิด ..เพราะหนูจะกลายเป็นเหยื่ออันโอชะ ของคนเชี่ยๆ ที่เป็น "มารสังคม"
ที่รออยู่ข้างนอกบ้าน

..สิ่งที่หนูมีอยู่ เป็น "ต้นทุน" ของตัวเองในตอนนี้ คือหนูเรียนดี หนูมีสติปัญญาดี ..IQ สูง  
แต่การที่หนูจะสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข สามารถอยู่ร่วมกับคนอื่นได้ ..หนูก็ต้องพัฒนา EQ ให้สูงตามไปด้วย
อย่าเบื่อ เหงา เศร้าง่าย ..อย่าหดหู่ ซึมเศร้า ท้อแท้กับปัญหา หรือความอยุติธรรมในชีวิต

"กำลังใจ" มันก็สำคัญนะ ..แต่มันไม่จำเป็นเลยแม้แต่น้อย ว่าเราต้องได้รับคำสรรเสริญ เยินยอ ชื่นชมจากคนอื่น
เราเองย่อมรู้แก่ใจ ภาคภูมิใจในความสำเร็จของตัวเอง และปลุกปลอบขวัญและกำลังใจให้ตัวเองได้ โดยไม่ต้องรอคนอื่นมาลูบหลังลูบไหล่
หรือซับน้ำตาให้
..หนูมีความฝัน หนูก็ซุ่มเงียบ เพื่อเตรียมตัวทำความฝันให้เป็นจริง ..ไม่ใช่ปล่อยให้มันเป็นเพียงความเพ้อฝัน หรือความเพ้อเจ้อ
แบบที่โดนสบประมาทเอาไว้
หนูขอคำปรึกษาจากครูบาอาจารย์ ครูแนะแนวได้เลย ว่าหากหนูมีสถานการณ์แบบนี้ๆๆๆ แล้วหนูมีความฝันแบบนี้ๆๆๆ
หนูต้องเตรียมความพร้อมอะไร ยังไงบ้าง
เช่น ถ้าต้องขอทุนการศึกษาในระดับอุดมศึกษา หนูจะต้องทำยังไง

ถ้าหนูพอจะอดทนได้ อีกแค่ 4 ปี ..หนูก็จะพ้นสภาพ "ผู้เยาว์" ซึ่งนั่นหมายถึงหนูสามารถตัดสินใจเองได้ ทำนิติกรรมสัญญาเองได้
..หากหนูแกร่งพอที่จะยืนได้ด้วยลำแข้งตัวเอง ถึงวันนั้น หนูค่อยเดินออกมาสวยๆ
อย่าเพิ่งใจร้อนออกมาในตอนนี้ ..หรือร้ายกว่านั้น คือรีบร้อนจะ "บรรลุนิติภาวะ" ด้วยทางลัด แบบเด็กๆ สมัยนี้
คือรีบมีลูกมีผัวกันซะแต่เล็กแต่น้อย  แล้วตัดโอกาสดีๆ ในชีวิตตัวเอง ..และสุดท้าย ก็ไปไม่รอด ..ต้องซมซานกลับไปตายรัง
ให้คนดูถูกหนักกว่าเดิม

และสุดท้าย ..ไม่ว่าผู้เฒ่า 2 คนนี้ จะกดขี่ข่มเหง ใช้แรงงานหนูเยี่ยงทาส เค้าจะเป็นยังไงก็ตาม
..แต่ ..ความกตัญญู เป็นเครื่องหมายของคนดี ..นะ  ..ถึงยังไง ที่หนูมีที่อยู่ มีที่กิน ไม่ต้องระเหเร่รอน ขาดอนาคตทางการศึกษา
ก็เพราะคนคู่นี้ ..ณ เวลานี้ สิ่งที่หนูพอจะทำ เพื่อตอบแทนบุญคุณนี้ได้ ก็คือใช้แรงกาย เข้าแลก
..เก็บสีหน้า เก็บอาการให้มิด  ..คนเรานะหนู ..เอาน้ำขุ่น อยู่ใน  เอาน้ำใส อยู่นอก ..ไม่ต้องออกอาการนะคะ

ในฐานะคนแปลกหน้า แต่ในฐานะคนเป็นแม่ ..ป้าคงทำได้เพียงให้กำลังใจหนูนะ ให้หนูเข้มแข็ง และก้าวข้ามปัญหาในชีวิตไปให้ได้
หรืออย่างน้อยก็สามารถ Learn How To Live With ..คือเรียนรู้ที่จะอยู่กับปัญหา ให้ได้
..อย่าใจร้อน อย่าใจเร็ว เพราะบางสิ่ง พลาดแล้ว ..พลาดเลย ..เรียกกลับคืนไม่ได้นะ ..คิดดีๆ ใช้สมอง ใช้เหตุผล ..อย่าใช้แต่อารมณ์ค่ะ

ด้วยความปรารถนาดีค่ะ ดอกไม้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่