เดี๋ยวนี้ สังเกตุว่าเริ่มมีคนออกจากงาน. คิดอะไรไม่ออกก็เปิดร้านอาหารตามสั่ง
ร้านส้มตำ. แล้วเปิดได้สักพักก็ปิด บ่นว่าเงินไม่เหลือ ขายดีทุกวันวันละ1xxx กว่าบาท
บางคน 2-3พัน. บางเจ้า 3-7พัน เงินยังไม่เหลือ เป็นไปได่ไง
พอจะสรุปได้คร่าวๆดังนี้
1.วัตถุดิบ ผักแพงมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ปีนี้ ช่วงก่อนหน้า คนขายเตี๋ยวำก่มะระบอก มะระโลละร้อยกว่าาบาท
ผักชี200 เครื่องเทศยาจีน หม้อละหลายร้อย. สรุปกำไรต่อชามลดลง
จากแต่ก่อน กำไรเกิน 50% จากราคาขาย แต่เดี๋ยวนี้ อาจจะประมาณ50%หรือน้อยกว่า
ยังไม่หักค่าใช้จ่าย
2.ค่าเช่า เป็นโสหุ้ย รายจ่ายหลักๆที่เยอะมากๆ. บางเจ้าเช่า เดือนละ15,000 บาท
รวมน้ำไฟ ก็เกือบ20,000 บาท สรุปค่าเช่าวันละ7-800 บาท
ต้องขาย 20-30ชามแรกเพื่อจ่ายค่าเช่า
3.ค่าเดินทางจ่ายตลาด วันละ50-100บาท
4.ค่าแก้ส ถ้าเป็นก๋วยเตี๋นวเปลืองมาก อาทิตย์ละ2ถัง ถังละ3-400 บาทโดยประมาณ
5.ค่าแรงงาน(ถ้ามี) วันละ3-500 บาท/คน/วัน
6.ค่าอุปกรณ์ เครื่องปรุง ทั้งสิ้นเปลืองใช้แล้วหมด และไม่หมด
น่ำยาล้างจาน โต้ะเก้าอี้ ตะเกียบ ทิชชู่ จิ้มฟัน เครื่องปรุง ซอส น้ำปลา
7.ค่าใช้จ่าย อีกอย่างคือ สุขภาพที่เสื่อมโทรม ที่ไม่มีใครคำนึง เห็นคนขายอาหารแถวย้าน
เดี๋ยวขาย เดี๋ยวหยุดเพราะงานหนักมาก พักผ่อนน้อย เหนื่อย เวลาทำงานยาวนาน
ซื้อของตั้วแต่ ตี4-5. เตรียมของถึง6-7โมง ขายตั้งแต่เช้ายันของหมด เย็นๆถ้าขายไม่ดี
เก็บของภึงค่ำมืดบางที 4-5ทุ่ม นอนตี1 ตื่นตี5 (นอนแค่ 3-4 ชม.)
ทำอย่างนี้ ได้สัก1-2อาทิตย์น้อค ความดีนขึ้น ตาโหล
สรุป เดี๋ยวนี้ กินข้าวจานละ 30-50 บาท. ผมว่าโครตถูก
ถ้าเทียบกีบ ความสะดวก อร่อยที่ได้รับ ค่าครองชีพเมืองไทย ต่ำติดดินเกือบที่สุดในโลก
ยังถูกกว่า ลาว. เขมร พม่า ค่าเดินทางที่ลาว,เขมร ,พม่าก็แพง
ยิ่งค่าครองชีพไทยเราถูก. ค่าแรงงานถูก คุณภาพชีวิตคนไทยก็ยังคงต่ำ
เพราะ ถ้าไทยเน้นท่องเที่ยว แต่เราขายแต่ของถูก เราก็ดึงเม็ดเงินได้น้อย
แถมมากระจายรายได้ได้น้อย. เงินไปกระจุกอยู่แต่นายทุน
ธุรกิจร้านอาหารริมทาง ไม่ใช่กำไรดีอีกต่อไปแล้ว...
ร้านส้มตำ. แล้วเปิดได้สักพักก็ปิด บ่นว่าเงินไม่เหลือ ขายดีทุกวันวันละ1xxx กว่าบาท
บางคน 2-3พัน. บางเจ้า 3-7พัน เงินยังไม่เหลือ เป็นไปได่ไง
พอจะสรุปได้คร่าวๆดังนี้
1.วัตถุดิบ ผักแพงมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ปีนี้ ช่วงก่อนหน้า คนขายเตี๋ยวำก่มะระบอก มะระโลละร้อยกว่าาบาท
ผักชี200 เครื่องเทศยาจีน หม้อละหลายร้อย. สรุปกำไรต่อชามลดลง
จากแต่ก่อน กำไรเกิน 50% จากราคาขาย แต่เดี๋ยวนี้ อาจจะประมาณ50%หรือน้อยกว่า
ยังไม่หักค่าใช้จ่าย
2.ค่าเช่า เป็นโสหุ้ย รายจ่ายหลักๆที่เยอะมากๆ. บางเจ้าเช่า เดือนละ15,000 บาท
รวมน้ำไฟ ก็เกือบ20,000 บาท สรุปค่าเช่าวันละ7-800 บาท
ต้องขาย 20-30ชามแรกเพื่อจ่ายค่าเช่า
3.ค่าเดินทางจ่ายตลาด วันละ50-100บาท
4.ค่าแก้ส ถ้าเป็นก๋วยเตี๋นวเปลืองมาก อาทิตย์ละ2ถัง ถังละ3-400 บาทโดยประมาณ
5.ค่าแรงงาน(ถ้ามี) วันละ3-500 บาท/คน/วัน
6.ค่าอุปกรณ์ เครื่องปรุง ทั้งสิ้นเปลืองใช้แล้วหมด และไม่หมด
น่ำยาล้างจาน โต้ะเก้าอี้ ตะเกียบ ทิชชู่ จิ้มฟัน เครื่องปรุง ซอส น้ำปลา
7.ค่าใช้จ่าย อีกอย่างคือ สุขภาพที่เสื่อมโทรม ที่ไม่มีใครคำนึง เห็นคนขายอาหารแถวย้าน
เดี๋ยวขาย เดี๋ยวหยุดเพราะงานหนักมาก พักผ่อนน้อย เหนื่อย เวลาทำงานยาวนาน
ซื้อของตั้วแต่ ตี4-5. เตรียมของถึง6-7โมง ขายตั้งแต่เช้ายันของหมด เย็นๆถ้าขายไม่ดี
เก็บของภึงค่ำมืดบางที 4-5ทุ่ม นอนตี1 ตื่นตี5 (นอนแค่ 3-4 ชม.)
ทำอย่างนี้ ได้สัก1-2อาทิตย์น้อค ความดีนขึ้น ตาโหล
สรุป เดี๋ยวนี้ กินข้าวจานละ 30-50 บาท. ผมว่าโครตถูก
ถ้าเทียบกีบ ความสะดวก อร่อยที่ได้รับ ค่าครองชีพเมืองไทย ต่ำติดดินเกือบที่สุดในโลก
ยังถูกกว่า ลาว. เขมร พม่า ค่าเดินทางที่ลาว,เขมร ,พม่าก็แพง
ยิ่งค่าครองชีพไทยเราถูก. ค่าแรงงานถูก คุณภาพชีวิตคนไทยก็ยังคงต่ำ
เพราะ ถ้าไทยเน้นท่องเที่ยว แต่เราขายแต่ของถูก เราก็ดึงเม็ดเงินได้น้อย
แถมมากระจายรายได้ได้น้อย. เงินไปกระจุกอยู่แต่นายทุน