
อาทิตย์นี้หนังเข้าน้อยมาก ทั้งที่ไม่ได้มีหนังฟอร์มยักษ์เข้าเลย แปลกมาก แถมยังมีหนังคู่หูคู่ฮาเข้าฉายพร้อมกันถึงสองเรื่อง ถ้าไม่นับ Finding Dory ก็จะมีเรื่องนี้กับ The Nice Guys ซึ่งผมอยากดูทั้งสองเรื่องแหละ แต่ดูตัวอย่างแล้วก็พอจะแยกออกได้นิดหน่อยว่า Central Intelligence คงเป็นแนวตลกโปกฮาไปเลย ส่วน The Nice Guys ก็น่าจะเป็นแนวตลกร้ายแบบดิบๆ ด้วยรอบฉายที่ผมเดินไปเจอหน้าโรงพอดิบพอดี ก็เลยเลือกดูเรื่องนี้ก่อน

เรื่องราวของอดีตเด็กอ้วนสุดเฉิ่ม (ดเวย์น จอห์นสัน) ซึ่งปัจจุบันกลายมาเป็นเจ้าหน้าที่ซีไอเอ เขากลับมาร่วมงานคืนสู่เหย้าของโรงเรียน โดยมีเป้าหมายแอบแฝงคือมาขอให้อดีตเพื่อนซี๊สุดป็อป (เควิน ฮาร์ท) ซึ่งตอนนี้เป็นนักบัญชี แต่ยังหวลคิดถึงอดีตอันรุ่งโรจน์ มาช่วยในคดีลับสุดยอด กว่าที่จะรู้ตัวว่าตัวเองถลำลึกไปกับปฏิบัติการลับแค่ไหน เพื่อนก็พาเขาไปเจอกับประสบการณ์สุดโหดซึ่งการจะปลิดชีวิตทั้งคู่ได้ ทั้งดวลปืน การทรยศหักหลัง และปฏิบัติการจารกรรม

ตัวเนื้อหาหนังไม่ได้มีอะไรมากมาย หนัง Action Comedy แนวสายลับแฝงตัวมาแล้วคนธรรมดาก็ต้องตกกระไดพลอยโจนไปด้ว มีให้เห็นกันค่อนข้างเยอะจนอาจจะน่าเบื่อ แต่เรื่องนี้ก็มีเอกลักษณ์ของตัวมันเองอยู่หลายอย่าง หนังเดินเรื่องได้ค่อนข้างโอเค ไม่น่าเบื่อเท่าไหร่ มีการพูดถึงความสัมพันธ์ของตัวละครค่อนข้างเยอะ เพราะหนังต้องการจะบอกว่าความสัมพันธ์ของเพื่อนทั้งสองคนแน่นแฟ้นแค่ไหน และมีส่วนสำคัญในตอนไคลแม็กซ์ของเรื่องเป็นอย่างมาก หนังมีหักมุมเล็กน้อยตอนท้ายเรื่อง แต่ก็ไม่ได้รุนแรง และก็จบแบบ Happy กันทุกฝ่าย

ที่เด่นมากๆ คงหนีไม่พ้นเรื่องของตัวนักแสดงและบทบาทที่แต่ละคนได้รับ คนแรกยังไงต้องพูดถึง เพราะเป็นตัวชูโรงและตัวดึงดูดคนดูได้อย่างดี คือ Dwayne "The Rock" Johnson ที่เรื่องนี้พลิกบทบาทพอสมควร จาก action hero แบบดุๆ หนักๆ กลายเป็นมีความติงต๊องอยู่เต็มตัว เหมือนเมากาวตลอดเวลา ดูแล้วก็นั่งอมยิ้มกับลักษณะท่าทางของเดอะร็อคไปได้ตลอดทั้งเรื่อง ส่วนอีกคนที่อุ้มหนังไว้เหมือนกันก็คือ Kevin Hart ที่ดูยังไงผมก็นึกถึง Chris Tucker ทุกครั้ง เพราะด้วยลักษณะท่าทาง น้ำเสียง และบทบาทที่ได้รับ มันช่างคล้ายกับ Chris Tucker มากๆ แถมยังรับส่งบท dialog กับเดอะร็อคได้อย่างดี ทำให้หนังไหลลื่นและดุสนุกขึ้นอีกเยอะ

ในหนังมีดราม่าหลายตอนพอสมควร แต่ก็ไม่ได้ถึงกับจะซึ้งกินใจอะไรขนาดนั้น หนังสอนให้คนไม่ยึดติดกับเรื่องในอดีต ไม่เอาเรื่องราวปมด้อยมาตีกรอบชีวิตตัวเอง และให้ยอมรับในความเป็นตัวเองและแสดงพลังของมันออกมา ซึ่งตอนท้ายมันดูเป็นสูตรสำเร็จไปหน่อยอาจจะน่าเบื่อนิดๆ แต่ก็จบได้อย่างสวยงามตามท้องเรื่อง
สุดท้ายแล้วหนังมันไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่จากหนังแนวนี้ที่ผ่านๆ มา แต่ถ้าดูเอาสนุก เอามันส์ หรือเอาขำ หนังเรื่องนี้ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีเลยล่ะครับ
พูดคุยเพิ่มเติมได้ที่เพจเลยครับ >>>
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้https://www.facebook.com/DooNangGunMai/
[CR] [#Review] Central Intelligence คู่สืบคู่แสบ - หนังที่เอาเดอะร็อคมาเล่นติงต๊องในแอ็คชั่นแบบมันส์ๆ
อาทิตย์นี้หนังเข้าน้อยมาก ทั้งที่ไม่ได้มีหนังฟอร์มยักษ์เข้าเลย แปลกมาก แถมยังมีหนังคู่หูคู่ฮาเข้าฉายพร้อมกันถึงสองเรื่อง ถ้าไม่นับ Finding Dory ก็จะมีเรื่องนี้กับ The Nice Guys ซึ่งผมอยากดูทั้งสองเรื่องแหละ แต่ดูตัวอย่างแล้วก็พอจะแยกออกได้นิดหน่อยว่า Central Intelligence คงเป็นแนวตลกโปกฮาไปเลย ส่วน The Nice Guys ก็น่าจะเป็นแนวตลกร้ายแบบดิบๆ ด้วยรอบฉายที่ผมเดินไปเจอหน้าโรงพอดิบพอดี ก็เลยเลือกดูเรื่องนี้ก่อน
เรื่องราวของอดีตเด็กอ้วนสุดเฉิ่ม (ดเวย์น จอห์นสัน) ซึ่งปัจจุบันกลายมาเป็นเจ้าหน้าที่ซีไอเอ เขากลับมาร่วมงานคืนสู่เหย้าของโรงเรียน โดยมีเป้าหมายแอบแฝงคือมาขอให้อดีตเพื่อนซี๊สุดป็อป (เควิน ฮาร์ท) ซึ่งตอนนี้เป็นนักบัญชี แต่ยังหวลคิดถึงอดีตอันรุ่งโรจน์ มาช่วยในคดีลับสุดยอด กว่าที่จะรู้ตัวว่าตัวเองถลำลึกไปกับปฏิบัติการลับแค่ไหน เพื่อนก็พาเขาไปเจอกับประสบการณ์สุดโหดซึ่งการจะปลิดชีวิตทั้งคู่ได้ ทั้งดวลปืน การทรยศหักหลัง และปฏิบัติการจารกรรม
ตัวเนื้อหาหนังไม่ได้มีอะไรมากมาย หนัง Action Comedy แนวสายลับแฝงตัวมาแล้วคนธรรมดาก็ต้องตกกระไดพลอยโจนไปด้ว มีให้เห็นกันค่อนข้างเยอะจนอาจจะน่าเบื่อ แต่เรื่องนี้ก็มีเอกลักษณ์ของตัวมันเองอยู่หลายอย่าง หนังเดินเรื่องได้ค่อนข้างโอเค ไม่น่าเบื่อเท่าไหร่ มีการพูดถึงความสัมพันธ์ของตัวละครค่อนข้างเยอะ เพราะหนังต้องการจะบอกว่าความสัมพันธ์ของเพื่อนทั้งสองคนแน่นแฟ้นแค่ไหน และมีส่วนสำคัญในตอนไคลแม็กซ์ของเรื่องเป็นอย่างมาก หนังมีหักมุมเล็กน้อยตอนท้ายเรื่อง แต่ก็ไม่ได้รุนแรง และก็จบแบบ Happy กันทุกฝ่าย
ที่เด่นมากๆ คงหนีไม่พ้นเรื่องของตัวนักแสดงและบทบาทที่แต่ละคนได้รับ คนแรกยังไงต้องพูดถึง เพราะเป็นตัวชูโรงและตัวดึงดูดคนดูได้อย่างดี คือ Dwayne "The Rock" Johnson ที่เรื่องนี้พลิกบทบาทพอสมควร จาก action hero แบบดุๆ หนักๆ กลายเป็นมีความติงต๊องอยู่เต็มตัว เหมือนเมากาวตลอดเวลา ดูแล้วก็นั่งอมยิ้มกับลักษณะท่าทางของเดอะร็อคไปได้ตลอดทั้งเรื่อง ส่วนอีกคนที่อุ้มหนังไว้เหมือนกันก็คือ Kevin Hart ที่ดูยังไงผมก็นึกถึง Chris Tucker ทุกครั้ง เพราะด้วยลักษณะท่าทาง น้ำเสียง และบทบาทที่ได้รับ มันช่างคล้ายกับ Chris Tucker มากๆ แถมยังรับส่งบท dialog กับเดอะร็อคได้อย่างดี ทำให้หนังไหลลื่นและดุสนุกขึ้นอีกเยอะ
ในหนังมีดราม่าหลายตอนพอสมควร แต่ก็ไม่ได้ถึงกับจะซึ้งกินใจอะไรขนาดนั้น หนังสอนให้คนไม่ยึดติดกับเรื่องในอดีต ไม่เอาเรื่องราวปมด้อยมาตีกรอบชีวิตตัวเอง และให้ยอมรับในความเป็นตัวเองและแสดงพลังของมันออกมา ซึ่งตอนท้ายมันดูเป็นสูตรสำเร็จไปหน่อยอาจจะน่าเบื่อนิดๆ แต่ก็จบได้อย่างสวยงามตามท้องเรื่อง
สุดท้ายแล้วหนังมันไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่จากหนังแนวนี้ที่ผ่านๆ มา แต่ถ้าดูเอาสนุก เอามันส์ หรือเอาขำ หนังเรื่องนี้ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีเลยล่ะครับ
พูดคุยเพิ่มเติมได้ที่เพจเลยครับ >>> [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้