มันเป็นเรื่องของ พ่อ,แม่ ดิฉันเองค่ะ ดิฉันอยากขอความช่วยเหลือ ขอแบ่งปันความรู้ อยากรบกวนขอความเห็นหน่อยค่ะ..
เกริ่นเรื่องราว...
พ่อแม่ดิฉัน อยู่กินกันมา เกือบ 40 ปีค่ะ จดทะเบียนสมรสกันถูกต้องทุกอย่าง
ประคับประคองชีวิตคู่กันมาเนิ่นนาน ผ่านปัญหาอุปสรรคมากมายมาด้วยกัน
ปัญหาส่วนใหญ่ หลักสำคัญๆ มักจะมาจากทางพ่อดิฉันค่ะ ถ้านับเป็นศีล 5 ก็ละเมิดแทบครบแล้วค่ะ
ยกตัวอย่าง เช่นไปตกคดีอาญา ทำให้แม่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียวตามลำพัง
หรือ ตกงาน จนแม่ต้องดิ้นรนฝากงาน หางานให้
หรือเจ้าชู้ จนมีเรื่องเชิงชู้สาว มีผลต่อหน้าที่การงาน จนต้องออกจากงาน เสียสิทธิ์เกษียณหมด
เงินเดือนที่ได้สมัยก่อน 30,000-40,000 บาท ตั้งแต่ 10-20 ปีที่แล้ว ซึ่งทองสมัยก่อน บาทละ 500 - 1,000 บาทเท่านั้น
บ้านพร้อมที่ในตัวเมือง ราคาประมาณ ไม่เกิน 500,000 น้ำมันลิตรละไม่กี่บาท ซึ่งช่วงระหว่างนั้นดิฉัน
ทำงานนอกเวลาระหว่างเรียน และทำงานช่วงปิดเทอม เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวอีกทางด้วย
แต่ด้วยปัญหาที่เล่ามาตั้งแต่แรก (ไม่ถึง 10% ของทั้งหมด) ทำให้บ้านเรา ต้องอยู่แฟลต มาตลอดชีวิต ไม่มีรถ ไม่มีบ้านของตัวเอง ไม่เคยไปเที่ยวต่างประเทศ หลายๆปีถึงจะได้ไปเที่ยว ตจว.สักครั้ง (ไปผ้าป่า ส่วนใหญ่) ไม่มีเงินเก็บ ไม่มีสินทรัพย์ใดๆ เลย
แม่เป็นคนเก็บเงินเก่ง เก็บเล็กผสมน้อย ซื้อทองทีละหน่อย แต่ก็แปลก เมื่อสะสมได้พอสมควรเมื่อไหร่ มีอันเป็นไป ต้องมีเรื่องใช้เงินตลอด เพราะพ่อเช่นเดิม
แม่อดทนทุกอย่าง พ่อนอกใจ ไปมีชู้ หลายคนหลายที่ ไม่ทำหน้าที่พ่อที่สมควร
มีเวลาใช้ชีวิตในบ้าน แค่ตอนก่อนนอน, หลับตานอน และตอนเช้าหลังตื่นนอน เท่านั้น
นอกจากนั้นคือ ไปใช้ชีวิต อยู่กับเมียน้อย วันหยุดใดๆ ไม่เคยอยู่บ้าน
วันสำคัญอะไรๆ ก็ไม่เคยอยู่... เฆี่ยนตีลูกด้วยอารมณ์เสมอๆ เฆี่ยนจนเป็นแผลเป็น เฆี่ยนแม้ขณะข้าวยังคาปากอยู่ด้วยซ้ำ
แต่ถ้าจะอยู่ คือป่วยหนัก กลับมาที่บ้าน ให้แม่ดูแล แฟลตที่อยู่ มี 5 ชั้น เราอยู่บนสุด
แม่ ณ ตอนนั้นแม่ก็อายุ 65 แล้ว ขึ้นๆลงๆ หาของกินให้พ่อ เพราะพ่อค่อนข้างติด การกินของดีๆ การกินของอร่อยๆ อาหารที่เราอุ่นกินกันหลายมื้อ จะไม่กินเลยค่ะ
แต่ถ้าเป็นแม่ป่วย คือแม่ต้องโทรบอก ให้พ่อมาดูแล (พ่อซื้อก๋วยเตี๋ยวมาวางไว้ให้แม่แกะกินเอง?) แล้วก็ไป...
ืทำไมพ่อไม่ไปให้ เมียน้อยดูแล?
คำตอบคือ เกรงใจเขา สงสารเขา !?!
ค่ะ แม่เป็นเมียหลวง ยามทุกข์ ก็ทุกข์ด้วย
แต่ยามสุข ไม่เคยสุขด้วย เพราะเขามักจะไปสุขกับคนอื่นเสมอ เวลาสุขภาพดี ก็ไปกับคนอื่น
แต่เวลาป่วย ก็กลับมาให้แม่ดูแลทุกครั้งไป
สมัยก่อนยังไม่มี การฟ้องชู้ แม่ก็ความรู้น้อยแค่ ป.7 (สมัยก่อนจริงๆ)
แม่ได้แต่ทน แอบร้องไห้คนเดียวบ่อยๆ พอตอนนี้มีฟ้องชู้ก็ไม่ทันแล้วค่ะ
เพราะเขาอาจจะมองว่าเป็นการยินยอม.... (แม่ไม่เคยยอมค่ะ แต่ห้ามไม่อยู่)
เงินเดือนพ่อ แม่ไม่เคยเห็น ไม่เคยจับต้อง ให้เงินเดือนแม่ใช้ น้อยนิดมาก แต่เงินส่วนใหญ่ที่เหลือ ไม่เคยตกถึงมือแม่ค่ะ
ไม่เคยรู้ว่าได้เท่าไหร่ โบนัสได้เท่าไหร่ พ่อไม่เคยบอก ตอนพ่อออกจากงานมาแล้ว จะมีเงินกองทุนตามหลังมา 850,0000 ... พ่อให้แม่ 250,000
(ซึ่งภายหลัง ก็มาเอาคืนไปอีก 200,000)
พ่อดิฉันออกจากงานมา เกือบ 10 ปีแล้ว
ซึ่งดิฉันก็เรียนจบ ตั้งแต่ ปี 44 ดิฉันจึงเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัวต่อเอง
ทั้งจ่ายค่าเช่า, ค่าน้ำ, ค่าไฟ เงินเดือนพ่อแม่ และอื่นๆ เองทั้งหมด
ปัจจุบัน
พ่อยังทำตัวเหมือนเดิม แม้ไม่มีรายได้ใดๆ
ออกเงินกู้ จากบัตรเครดิต ที่มีตั้งแต่สมัยยังทำงานอยู่ (และก็โดนโกง เป็นแสน เช่นเคย)
และเคยพูดว่า ถ้าใครโกงก็ช่างมัน เดี๋ยวค่อยเอาเงินที่ดิฉันให้ทุกเดือนไปใช้หนี้เองก็ได้
งานบ้านไม่เคยช่วยแม่ ไม่ว่าจะงานอะไร
และยิ่งขัดใจ เมื่อแม่ไม่ได้หาข้าว หรือตั้งสำรับสายค่ะ
และ...ยังคงไปมาหาสู่กับเมียน้อย และพูดด้วยว่า
จะรับผิดชอบเมียน้อยทุกคน ใครก็ห้ามเขาไม่ได้
ไปออกงานคู่กันตามงานต่างๆ คนรู้จักแม่ก็มากมาย
ดิฉันซื้อบ้านเป็นของตัวเอง โดยได้ความร่วมมือกันทุกคน จากสมาชิกในบ้าน ร่วมลงเงินกัน.. แน่นอนไม่มีเงินของพ่อค่ะ..
มนุษย์เราทุกคน ย่อมไม่ได้มีแต่ข้อเสียเช่นกัน
ข้อดีของพ่อดิฉันก็มี เพราะเขาเป็นพ่อนี่คะ..
ไม่ว่าจะด้วยความรัก หรือหน้าที่
บ้านที่ซื้อ ด้วยความที่เขาเป็นช่าง เขาจึงลงมือทำเอง เกือบทั้งหมด มีจ้าง ผรม. ในจุดใหญ่ๆ บ้าง
ดิฉันซาบซึ้งและภูมิใจ ที่บ้านนี้ ทุกคนมีส่วนร่วมหมด ดิฉันอยากให้เขารู้สึกว่านี่คือ "บ้านของเรา"
ประเด็น...
ดิฉันย้ายของ และทุกคนมาอยู่ที่นี่หมดค่ะ เพราะเมื่อก่อนลำบากมาก ต้องแยกกันอยู่ เพราะแฟลตมันแคบอยู่กันไม่พอ เมื่อมาอยู่รวมกัน ดิฉันรู้สึกดี
เพราะแม่เคยฝันอยากมีบ้าน มีรถ(ตอนนี้ยังไม่มีค่ะ) แต่ตอนนี้สมใจเขาแล้ว ดิฉันอยากให้แม่มีความสุข จากการที่เขาต้องเสียสละและอดทนมามากมาย
ดิฉันวางแผนว่าจะเซ้งแฟลต เพื่อมาโปะต้นของเงินกู้บ้าน ในช่วงปีแรกๆ ของการผ่อนบ้าน
เพื่อจะได้แบ่งเบาความตึงเครียดทางการเงินลงค่ะ
แต่แฟลตเป็นชื่อพ่อ (พ่อได้อยู่แฟลตนี้ เพราะเป็นสิทธิ์พนักงานค่ะ....งานที่พ่อทำนี่คืองานที่แม่ฝากให้ค่ะ)
ปัญหามันเกิดคือ พ่อไม่ยอมเซ้ง
เพราะเวลาเขาจะไปหาเมียน้อย เขาจะมีที่แวะพักเขาค่ะ
เขาจะอ้างเสมอว่า เป็นของเขา เขาจะเก็บไว้ใช้ของเขาคนเดียวตอนแก่ (65 คือไม่แก่?)
หรือจะรอใกล้เวนคืน ราคาจะได้สูงกว่านี้ (จริงๆยิ่งถ้าที่ใกล้เวนคืน ราคายิ่งตกไม่ใช่หรือคะ?)
และอีกหลายๆ ข้ออ้าง จะยกขึ้นมาใช้ เพื่อจะได้ไม่เสียตรงนั้นไป
จนกระทั่งมีอยู่วันหนึ่ง มีปัญหาโต้เถียงกันแรงมาก จนเขาออกจากบ้านไป และบอกว่าจะไม่อยู่ที่นี่ และอยู่ไม่ได้อีกแล้ว
แม่เสียใจ และทุกคนก็เช่นกันค่ะ... ไม่มีใครไล่เขาเลย แต่ว่าพ่อ ต้องการหาเรื่องออกจากบ้านเสมอๆ
ตอนนี้แม่ทนไม่ไหว เพราะต้องการช่วยลูก แต่พ่อกลับพยายามยื้อไว้
แม่อยากเลิกจะได้เอาเงินมาช่วยครอบครัว แบ่งๆ เลิกๆ ไปเสียค่ะ (ซึ่งพ่อคิดว่า ดิฉันเป็นคนเสี้ยมให้แม่ กระด้างกระเดื่องเขา)
คำถามค่ะ...
1. แม่ดิฉัน จะหย่ากับพ่อ ซึ่งพ่อจะเซ็นหย่าให้แต่โดยดี แต่เขายืนยันจะไม่เซ้งแฟลต ซึ่งเป็นชื่อเขาอยู่...อยากทราบว่า แม่สามารถบอกทางเขต ตอนที่ไปหย่าได้ไหมคะว่าให้ ขายแบ่งกันไปเลย หรือต้องฟ้องเท่านั้นคะ...
2. กรณีถ้าพ่อแม่หย่ากันไปแล้ว ประกันที่มีในชื่อพ่อ ซึ่งแม่เป็นคนรับผลประโยชน์ ถือว่าโมฆะไหมคะเพราะหย่าแล้วถือว่าเป็นคนอื่นใข่ไหมคะ
3. ถ้าจำเป็นต้องฟ้องหย่า เพื่อบังคับให้เซ้งเพื่อมาแบ่งทรัพย์ จะขอยื่นเป็นคดีอนาถาได้ไหมคะ
หรือถ้าไม่ได้ ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่คะ
สุดท้ายนี้...
ดิฉันอยากบอกว่า การที่ครอบครัวจะเข้มแข็ง
และฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ คือความสามัคคี และความรักค่ะ คำว่ารัก..มันแทนทุกสิ่ง คือไม่อยากทำให้เขาเสียใจ อยากรักษาศักดิ์ศรีคนที่เรารัก
คอยดูแล บำรุงสุขคู่ชีวิต เห็นแก่ครอบครัว มากกว่าคนอื่นหรือมากกว่าความสุขตัวเอง
ที่ดิฉันมาเขียนนี้ไม่ได้มีเจตนาประจานพ่อหรือครอบครัวตัวเอง แต่ ดิฉันต้องการให้เป็นกรณีศึกษา ในเรื่องเกี่ยวกับครอบครัว
ว่าการที่ผู้นำครอบครัว ไม่เข้มแข็งพอ อาจจะทำให้ครอบครัว ล่มสลายลง
คำว่าถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร จะไม่มีวันมาถึง แม้จะอายุเยอะแล้ว ก็ไม่พ้น เหตุการณ์ นี้เช่นกัน
ลูกๆทุกคนไม่อยากเห็นพ่อกับแม่เป็นเช่นนี้แน่นอนไม่อยากมีครอบครัวที่แตกแยก แต่ก็ไม่สามารถ นิ่งดูดายมองดูหัวใจของแม่ที่แตกสลายลงทุกวันได้
อย่างที่เขาเคยมีคนพูดไว้ว่า
จบอย่างเจ็บปวด... ดีกว่าเจ็บปวดอย่างไม่มีวันจบ
วันนี้บ้านดิฉันก็จบ แม้จะจบช้า แต่มันก็จบ
ถามว่าดิฉันเจ็บไหม แน่นอนค่ะ คนเป็นลูก ยังไงก็เสียใจ
ดิฉันรอสักวันที่ ทิฐิเขาจะลดลง, ความรักลูกเมียจะมากกว่านี้ หยุดเห็นกงจักรเป็นดอกบัวสักที เพราะประตูบ้านนี้ เปิดรับเขาเสมอ...
ดิฉันโชคดี ถึงจะอยู่ในครอบครัวที่เป็นอย่างนี้ ก็ไม่ได้มีชีวิตเหลวแหลก เพราะแม่คอยเป็นคนที่สั่งสอนบ่มนิสัย ให้มองโลก ในอีกแง่หนึ่งซึ่งทำให้ดิฉัน เข้มแข็งขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าครอบครัวอื่นจะเป็นเช่นนี้เหมือนครอบครัวดิฉันค่ะ
เพราะแต่ละครอบครัวก็มีตัวแปรไม่เหมือนกัน
ปล. 1 เรื่องราวของครอบครัวดิฉัน ถ้าสร้างเป็นหนัง หรือเขียนเป็นหนังสือ คงจะเล่มเดียว ไม่จบค่ะ ที่เขียนมาเท่านี้ คือ 10% ของที่ดิฉันเจอเองค่ะ....
ปล. 2 เป็นการตั้งกระทู้ยาวครั้งแรก เรียบเรียงอาจจะไม่ค่อยดี ถ้าสร้างความสับสน ต้องขอโทษด้วยนะคะ
ปล. 3 เหตุผลที่แม่อยากหย่า นอกจากเพราะอยากเร่งเซ้งแฟลตช่วยลูกแล้ว แม่กังวลเรื่องหนี้สินที่จะตามมา เพราะพ่อไปเป็นหนี้บัตรเป็นแสนค่ะ
แม่กลัวว่า เมื่อเป็นหนี้ แม่ผู้มีทะเบียนสมรส จะต้องมาใช้หนี้ด้วย ทั้งๆที่ไม่ได้ก่อเลยค่ะ
ขอความกรุณาข่วยตอบคำถาม หรือหาข้อมูลเพิ่มเติมให้หน่อยนะคะ
จะรีบเอาไปบอกแม่ค่ะ
ขอบคุณนะคะ.
ผู้หญิงจะหย่า เพื่อแบ่งทรัพย์สิน จะต้องทำอย่างไรคะ
เกริ่นเรื่องราว...
พ่อแม่ดิฉัน อยู่กินกันมา เกือบ 40 ปีค่ะ จดทะเบียนสมรสกันถูกต้องทุกอย่าง
ประคับประคองชีวิตคู่กันมาเนิ่นนาน ผ่านปัญหาอุปสรรคมากมายมาด้วยกัน
ปัญหาส่วนใหญ่ หลักสำคัญๆ มักจะมาจากทางพ่อดิฉันค่ะ ถ้านับเป็นศีล 5 ก็ละเมิดแทบครบแล้วค่ะ
ยกตัวอย่าง เช่นไปตกคดีอาญา ทำให้แม่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียวตามลำพัง
หรือ ตกงาน จนแม่ต้องดิ้นรนฝากงาน หางานให้
หรือเจ้าชู้ จนมีเรื่องเชิงชู้สาว มีผลต่อหน้าที่การงาน จนต้องออกจากงาน เสียสิทธิ์เกษียณหมด
เงินเดือนที่ได้สมัยก่อน 30,000-40,000 บาท ตั้งแต่ 10-20 ปีที่แล้ว ซึ่งทองสมัยก่อน บาทละ 500 - 1,000 บาทเท่านั้น
บ้านพร้อมที่ในตัวเมือง ราคาประมาณ ไม่เกิน 500,000 น้ำมันลิตรละไม่กี่บาท ซึ่งช่วงระหว่างนั้นดิฉัน
ทำงานนอกเวลาระหว่างเรียน และทำงานช่วงปิดเทอม เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวอีกทางด้วย
แต่ด้วยปัญหาที่เล่ามาตั้งแต่แรก (ไม่ถึง 10% ของทั้งหมด) ทำให้บ้านเรา ต้องอยู่แฟลต มาตลอดชีวิต ไม่มีรถ ไม่มีบ้านของตัวเอง ไม่เคยไปเที่ยวต่างประเทศ หลายๆปีถึงจะได้ไปเที่ยว ตจว.สักครั้ง (ไปผ้าป่า ส่วนใหญ่) ไม่มีเงินเก็บ ไม่มีสินทรัพย์ใดๆ เลย
แม่เป็นคนเก็บเงินเก่ง เก็บเล็กผสมน้อย ซื้อทองทีละหน่อย แต่ก็แปลก เมื่อสะสมได้พอสมควรเมื่อไหร่ มีอันเป็นไป ต้องมีเรื่องใช้เงินตลอด เพราะพ่อเช่นเดิม
แม่อดทนทุกอย่าง พ่อนอกใจ ไปมีชู้ หลายคนหลายที่ ไม่ทำหน้าที่พ่อที่สมควร
มีเวลาใช้ชีวิตในบ้าน แค่ตอนก่อนนอน, หลับตานอน และตอนเช้าหลังตื่นนอน เท่านั้น
นอกจากนั้นคือ ไปใช้ชีวิต อยู่กับเมียน้อย วันหยุดใดๆ ไม่เคยอยู่บ้าน
วันสำคัญอะไรๆ ก็ไม่เคยอยู่... เฆี่ยนตีลูกด้วยอารมณ์เสมอๆ เฆี่ยนจนเป็นแผลเป็น เฆี่ยนแม้ขณะข้าวยังคาปากอยู่ด้วยซ้ำ
แต่ถ้าจะอยู่ คือป่วยหนัก กลับมาที่บ้าน ให้แม่ดูแล แฟลตที่อยู่ มี 5 ชั้น เราอยู่บนสุด
แม่ ณ ตอนนั้นแม่ก็อายุ 65 แล้ว ขึ้นๆลงๆ หาของกินให้พ่อ เพราะพ่อค่อนข้างติด การกินของดีๆ การกินของอร่อยๆ อาหารที่เราอุ่นกินกันหลายมื้อ จะไม่กินเลยค่ะ
แต่ถ้าเป็นแม่ป่วย คือแม่ต้องโทรบอก ให้พ่อมาดูแล (พ่อซื้อก๋วยเตี๋ยวมาวางไว้ให้แม่แกะกินเอง?) แล้วก็ไป...
ืทำไมพ่อไม่ไปให้ เมียน้อยดูแล?
คำตอบคือ เกรงใจเขา สงสารเขา !?!
ค่ะ แม่เป็นเมียหลวง ยามทุกข์ ก็ทุกข์ด้วย
แต่ยามสุข ไม่เคยสุขด้วย เพราะเขามักจะไปสุขกับคนอื่นเสมอ เวลาสุขภาพดี ก็ไปกับคนอื่น
แต่เวลาป่วย ก็กลับมาให้แม่ดูแลทุกครั้งไป
สมัยก่อนยังไม่มี การฟ้องชู้ แม่ก็ความรู้น้อยแค่ ป.7 (สมัยก่อนจริงๆ)
แม่ได้แต่ทน แอบร้องไห้คนเดียวบ่อยๆ พอตอนนี้มีฟ้องชู้ก็ไม่ทันแล้วค่ะ
เพราะเขาอาจจะมองว่าเป็นการยินยอม.... (แม่ไม่เคยยอมค่ะ แต่ห้ามไม่อยู่)
เงินเดือนพ่อ แม่ไม่เคยเห็น ไม่เคยจับต้อง ให้เงินเดือนแม่ใช้ น้อยนิดมาก แต่เงินส่วนใหญ่ที่เหลือ ไม่เคยตกถึงมือแม่ค่ะ
ไม่เคยรู้ว่าได้เท่าไหร่ โบนัสได้เท่าไหร่ พ่อไม่เคยบอก ตอนพ่อออกจากงานมาแล้ว จะมีเงินกองทุนตามหลังมา 850,0000 ... พ่อให้แม่ 250,000
(ซึ่งภายหลัง ก็มาเอาคืนไปอีก 200,000)
พ่อดิฉันออกจากงานมา เกือบ 10 ปีแล้ว
ซึ่งดิฉันก็เรียนจบ ตั้งแต่ ปี 44 ดิฉันจึงเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัวต่อเอง
ทั้งจ่ายค่าเช่า, ค่าน้ำ, ค่าไฟ เงินเดือนพ่อแม่ และอื่นๆ เองทั้งหมด
ปัจจุบัน
พ่อยังทำตัวเหมือนเดิม แม้ไม่มีรายได้ใดๆ
ออกเงินกู้ จากบัตรเครดิต ที่มีตั้งแต่สมัยยังทำงานอยู่ (และก็โดนโกง เป็นแสน เช่นเคย)
และเคยพูดว่า ถ้าใครโกงก็ช่างมัน เดี๋ยวค่อยเอาเงินที่ดิฉันให้ทุกเดือนไปใช้หนี้เองก็ได้
งานบ้านไม่เคยช่วยแม่ ไม่ว่าจะงานอะไร
และยิ่งขัดใจ เมื่อแม่ไม่ได้หาข้าว หรือตั้งสำรับสายค่ะ
และ...ยังคงไปมาหาสู่กับเมียน้อย และพูดด้วยว่า
จะรับผิดชอบเมียน้อยทุกคน ใครก็ห้ามเขาไม่ได้
ไปออกงานคู่กันตามงานต่างๆ คนรู้จักแม่ก็มากมาย
ดิฉันซื้อบ้านเป็นของตัวเอง โดยได้ความร่วมมือกันทุกคน จากสมาชิกในบ้าน ร่วมลงเงินกัน.. แน่นอนไม่มีเงินของพ่อค่ะ..
มนุษย์เราทุกคน ย่อมไม่ได้มีแต่ข้อเสียเช่นกัน
ข้อดีของพ่อดิฉันก็มี เพราะเขาเป็นพ่อนี่คะ..
ไม่ว่าจะด้วยความรัก หรือหน้าที่
บ้านที่ซื้อ ด้วยความที่เขาเป็นช่าง เขาจึงลงมือทำเอง เกือบทั้งหมด มีจ้าง ผรม. ในจุดใหญ่ๆ บ้าง
ดิฉันซาบซึ้งและภูมิใจ ที่บ้านนี้ ทุกคนมีส่วนร่วมหมด ดิฉันอยากให้เขารู้สึกว่านี่คือ "บ้านของเรา"
ประเด็น...
ดิฉันย้ายของ และทุกคนมาอยู่ที่นี่หมดค่ะ เพราะเมื่อก่อนลำบากมาก ต้องแยกกันอยู่ เพราะแฟลตมันแคบอยู่กันไม่พอ เมื่อมาอยู่รวมกัน ดิฉันรู้สึกดี
เพราะแม่เคยฝันอยากมีบ้าน มีรถ(ตอนนี้ยังไม่มีค่ะ) แต่ตอนนี้สมใจเขาแล้ว ดิฉันอยากให้แม่มีความสุข จากการที่เขาต้องเสียสละและอดทนมามากมาย
ดิฉันวางแผนว่าจะเซ้งแฟลต เพื่อมาโปะต้นของเงินกู้บ้าน ในช่วงปีแรกๆ ของการผ่อนบ้าน
เพื่อจะได้แบ่งเบาความตึงเครียดทางการเงินลงค่ะ
แต่แฟลตเป็นชื่อพ่อ (พ่อได้อยู่แฟลตนี้ เพราะเป็นสิทธิ์พนักงานค่ะ....งานที่พ่อทำนี่คืองานที่แม่ฝากให้ค่ะ)
ปัญหามันเกิดคือ พ่อไม่ยอมเซ้ง
เพราะเวลาเขาจะไปหาเมียน้อย เขาจะมีที่แวะพักเขาค่ะ
เขาจะอ้างเสมอว่า เป็นของเขา เขาจะเก็บไว้ใช้ของเขาคนเดียวตอนแก่ (65 คือไม่แก่?)
หรือจะรอใกล้เวนคืน ราคาจะได้สูงกว่านี้ (จริงๆยิ่งถ้าที่ใกล้เวนคืน ราคายิ่งตกไม่ใช่หรือคะ?)
และอีกหลายๆ ข้ออ้าง จะยกขึ้นมาใช้ เพื่อจะได้ไม่เสียตรงนั้นไป
จนกระทั่งมีอยู่วันหนึ่ง มีปัญหาโต้เถียงกันแรงมาก จนเขาออกจากบ้านไป และบอกว่าจะไม่อยู่ที่นี่ และอยู่ไม่ได้อีกแล้ว
แม่เสียใจ และทุกคนก็เช่นกันค่ะ... ไม่มีใครไล่เขาเลย แต่ว่าพ่อ ต้องการหาเรื่องออกจากบ้านเสมอๆ
ตอนนี้แม่ทนไม่ไหว เพราะต้องการช่วยลูก แต่พ่อกลับพยายามยื้อไว้
แม่อยากเลิกจะได้เอาเงินมาช่วยครอบครัว แบ่งๆ เลิกๆ ไปเสียค่ะ (ซึ่งพ่อคิดว่า ดิฉันเป็นคนเสี้ยมให้แม่ กระด้างกระเดื่องเขา)
คำถามค่ะ...
1. แม่ดิฉัน จะหย่ากับพ่อ ซึ่งพ่อจะเซ็นหย่าให้แต่โดยดี แต่เขายืนยันจะไม่เซ้งแฟลต ซึ่งเป็นชื่อเขาอยู่...อยากทราบว่า แม่สามารถบอกทางเขต ตอนที่ไปหย่าได้ไหมคะว่าให้ ขายแบ่งกันไปเลย หรือต้องฟ้องเท่านั้นคะ...
2. กรณีถ้าพ่อแม่หย่ากันไปแล้ว ประกันที่มีในชื่อพ่อ ซึ่งแม่เป็นคนรับผลประโยชน์ ถือว่าโมฆะไหมคะเพราะหย่าแล้วถือว่าเป็นคนอื่นใข่ไหมคะ
3. ถ้าจำเป็นต้องฟ้องหย่า เพื่อบังคับให้เซ้งเพื่อมาแบ่งทรัพย์ จะขอยื่นเป็นคดีอนาถาได้ไหมคะ
หรือถ้าไม่ได้ ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่คะ
สุดท้ายนี้...
ดิฉันอยากบอกว่า การที่ครอบครัวจะเข้มแข็ง
และฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ คือความสามัคคี และความรักค่ะ คำว่ารัก..มันแทนทุกสิ่ง คือไม่อยากทำให้เขาเสียใจ อยากรักษาศักดิ์ศรีคนที่เรารัก
คอยดูแล บำรุงสุขคู่ชีวิต เห็นแก่ครอบครัว มากกว่าคนอื่นหรือมากกว่าความสุขตัวเอง
ที่ดิฉันมาเขียนนี้ไม่ได้มีเจตนาประจานพ่อหรือครอบครัวตัวเอง แต่ ดิฉันต้องการให้เป็นกรณีศึกษา ในเรื่องเกี่ยวกับครอบครัว
ว่าการที่ผู้นำครอบครัว ไม่เข้มแข็งพอ อาจจะทำให้ครอบครัว ล่มสลายลง
คำว่าถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร จะไม่มีวันมาถึง แม้จะอายุเยอะแล้ว ก็ไม่พ้น เหตุการณ์ นี้เช่นกัน
ลูกๆทุกคนไม่อยากเห็นพ่อกับแม่เป็นเช่นนี้แน่นอนไม่อยากมีครอบครัวที่แตกแยก แต่ก็ไม่สามารถ นิ่งดูดายมองดูหัวใจของแม่ที่แตกสลายลงทุกวันได้
อย่างที่เขาเคยมีคนพูดไว้ว่า
จบอย่างเจ็บปวด... ดีกว่าเจ็บปวดอย่างไม่มีวันจบ
วันนี้บ้านดิฉันก็จบ แม้จะจบช้า แต่มันก็จบ
ถามว่าดิฉันเจ็บไหม แน่นอนค่ะ คนเป็นลูก ยังไงก็เสียใจ
ดิฉันรอสักวันที่ ทิฐิเขาจะลดลง, ความรักลูกเมียจะมากกว่านี้ หยุดเห็นกงจักรเป็นดอกบัวสักที เพราะประตูบ้านนี้ เปิดรับเขาเสมอ...
ดิฉันโชคดี ถึงจะอยู่ในครอบครัวที่เป็นอย่างนี้ ก็ไม่ได้มีชีวิตเหลวแหลก เพราะแม่คอยเป็นคนที่สั่งสอนบ่มนิสัย ให้มองโลก ในอีกแง่หนึ่งซึ่งทำให้ดิฉัน เข้มแข็งขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าครอบครัวอื่นจะเป็นเช่นนี้เหมือนครอบครัวดิฉันค่ะ
เพราะแต่ละครอบครัวก็มีตัวแปรไม่เหมือนกัน
ปล. 1 เรื่องราวของครอบครัวดิฉัน ถ้าสร้างเป็นหนัง หรือเขียนเป็นหนังสือ คงจะเล่มเดียว ไม่จบค่ะ ที่เขียนมาเท่านี้ คือ 10% ของที่ดิฉันเจอเองค่ะ....
ปล. 2 เป็นการตั้งกระทู้ยาวครั้งแรก เรียบเรียงอาจจะไม่ค่อยดี ถ้าสร้างความสับสน ต้องขอโทษด้วยนะคะ
ปล. 3 เหตุผลที่แม่อยากหย่า นอกจากเพราะอยากเร่งเซ้งแฟลตช่วยลูกแล้ว แม่กังวลเรื่องหนี้สินที่จะตามมา เพราะพ่อไปเป็นหนี้บัตรเป็นแสนค่ะ
แม่กลัวว่า เมื่อเป็นหนี้ แม่ผู้มีทะเบียนสมรส จะต้องมาใช้หนี้ด้วย ทั้งๆที่ไม่ได้ก่อเลยค่ะ
ขอความกรุณาข่วยตอบคำถาม หรือหาข้อมูลเพิ่มเติมให้หน่อยนะคะ
จะรีบเอาไปบอกแม่ค่ะ
ขอบคุณนะคะ.