การแสวงหาในทางที่ไม่ผิด ต้องไม่เบียดเบียน อีกทั้งยังต้องน่าชม (๑)

นิทานดาบส

        ครั้งหนึ่งเมื่อกาลนานมา ณ ชนบทแห่งหนึ่งมีมาณพชื่อว่า ตโปทา  ได้แสวงหาวิธีเลิกสูบยาสูบและเคี้ยวหมากแก้เกี้ยว ด้วยคิดในใจอย่างนี้ว่า  “ เราหาได้สะดวกสบายเพิ่มด้วยสิ่งเหล่านี้ และตั้งแต่ติดสิ่งเหล่านี้ความสุขบริสุทธิ์อย่างเด็กเล็กๆก็แทบจะไม่เกิดแก่เราเลย ”


        ตโปทาออกเดินทางเที่ยวหาการเรี่ยไรเงิน-ทองด้วยขันใบใหญ่ เพื่อจะให้ได้เงินพอค่ารักษาอาการติดหมากและยาสูบ

        ขณะเดียวกันนั่นเอง มีดาบสสัญจรผ่านทาง ผ่านมาถึงที่ๆมาณพนั้นเรี่ยไรเงิน-ทองอยู่นั่นเอง  ดาบสมองเห็นการกระทำของมาณพก็เกิดหัวเราะอย่างครื้นเครง ทำอาการบุ้ยบ้ายไปทางชายหนุ่มนั้น

        มาณพหนุ่มนั้นเห็นดังนั้น ก็เกิดขัดเคืองใจ  แล้วเลยสอบถามต่อดาบสชรานั้นว่า  

        “ ท่านดาบส ท่านหัวร่ออะไร กับการกระทำที่ยังกระทำไม่สำเร็จ สำหรับชีวิตที่อันน่าทึ่งของกระผม ”

       ดาบสชรากล่าวว่า

        “ พ่อมาณพ พ่อเห็นว่า พ่อจะได้เงินเป็นค่ารักษาตัวดูแลชีวิตหรือ หรือว่าพ่อกำลังจะได้ชีวิตที่ใช้ไม่ได้ ”
        
        ชายหนุ่มทำใจเย็นลง แล้วถามกลับไปว่า

        “ ก็ทำไมหล่ะขอรับ ทำไมเพราะเหตุไรจึงจะใช้ไม่ได้  ก็กระผมกำลังจะรวบรวมเงินทองเพื่อรักษาอาการติดยาสูบและการเคี้ยวหมาก จากนั้นแล้วกระผมจะได้ใช้ชีวิตอันน่าทึ่งของตนเองต่อไป  ท่านดาบสเอ๋ย ไหนท่านลองชี้แจงหน่อยสิ ว่าที่กระผมได้ทำอยู่นี้จะไม่ดีไปได้อย่างไร  แล้วท่านจะหัวเราะให้มากไปด้วยเหตุใด ”  

        “ เอาหล่ะมาณพหนุ่ม เราไม่ได้อ้างเหตุก่อกวนทำสนุก  จึงจะขอถามพ่อว่า ธรรมดาปกติพ่อเคยเห็นนกจับคอนไม้ กิ่งไม้ ทีละสองแขนงหรือสองกิ่งหรือไม่ ”
        “ ไม่หล่ะ ขอรับท่าน  ตามธรรมดานก ปกติย่อมจับกิ่งไม้ครั้งละหนึ่งกิ่งหรือหนึ่งแขนงเท่านั้น เวลาที่มันหยุดพักจากการโผบิน ”

        “ ก็นั่นนะสิ เจ้าหนุ่มตโปทา ก็ใยพ่อจึงทำเหมือนนกจับกิ่งไม้คราวละสองแขนงอย่างเช่นที่ทำอยู่นี้  แล้วจะไม่ให้หัวร่อการกระทำเช่นนี้ของพ่อได้อย่างไร    ดูเถิดว่า  เมื่อกี๋นี้พ่อติดจำพวกรสหมากและพวกของเสพแก้เกี้ยว นั่นก็ดี  เพียงนั้น  นกคงยังโผบินแล้วได้พักด้วยดี  แต่นี่กลับเพิ่มพูนถามแถมการเรี่ยรายเงิน-ทอง มาเกี่ยวข้องเป็นสาเหตุของการดำเนินการด้วย แล้วต่อไปก็คงเป็นอย่างนั้นแล.  เพราะเหตุว่า ปรับต้นทางในการเริ่มกระทำด้วยเที่ยวหาเรี่ยรายเป็นดีซะแล้ว  ต่อไปชีวิตก็คงต้องมีสองปัญหา ก็คือปัญหาที่ต้องแก้ไขอยู่เป็นประจำ และปัญหาที่สองคือ ต้องเรี่ยไรเงิน-ทองอยู่เป็นประจำ เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาแรก  นี่ไม่ใช่น่าเหน็ดเหนื่อยหรอกรึ!  ทีนี้ พ่อคงเป็นนกผีบ้าที่คอยเที่ยวจับกิ่งไม้สองกิ่งนั้น แม้แต่เวลาพัก! ”

         มาณพหนุ่มตโปทา ใคร่ครวญคำกล่าวของดาบสอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงว่า.

        “ จริงขอรับ กระผมก็อยากจะหยุดอาการนี้ และแสวงหากระทำแต่อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ช่วยแนะนำกระผมด้วยเถิด ว่ากระผมต้องทำอย่างไร? ”

       จากนั้นพระดาบสพูดว่า.

        “ ถูกแล้ว ถูกแล้ว  การแสวงหาในทางที่ไม่ผิด ต้องไม่เบียดเบียน อีกทั้งยังต้องน่าชม ”

        “ ที่น่าชมก็ควรเป็นดั่งนกนั่นแหละ  แต่ถ้าพ่อโง่นัก ไม่รู้เลยถึงการกระทำแต่อย่างเดียวที่ต้องเริ่มจากใจ  เสพเลยเถิดในแต่ละสิ่งเป็นเอามาก เช่นนั้นมาเป็นนิสัยแล้ว ก็จงเป็นเหมือนเต่านั่นเถอะ จะดีได้ ”

        มาณพหนุ่มตโปทา ถามต่อไปว่า

        “ ก็นั่นสิขอรับ เต่าเช่นกระผมนั้นต้องทำอย่างไรขอรับ ”

        ดาบสชรากล่าวต่อไป ว่า

        “ พ่อก็จงเลือกข้างฝั่งเรื่องให้เร็วแต่โดยตลอดเถอะ สำคัญประการว่า แม้เต่าก็ปรากฏด้วยทั้งสองทาง คือโดยทางน้ำ และโดยทางบก  แต่บรรดาชาติเต่าทั้งหลายก็วางวงคงความต่อเรื่องอันถึงแก่ชีวิตแต่ที่บนบกเท่านั้น  ไม่เคยไปวางไข่ที่ในทะเลเลย เป็นอย่างเดียว  พ่อจงให้ร่างกายเสพติดหมากพลูยาสูบแต่ถ่ายเดียวนั่นแหละ ก็ยังคงจะยังดีกว่า  แต่พ่ออย่าเที่ยวฝากชีวิตของเต่ารุ่นหลังไว้กับทรัพย์กลางมหาสมุทรฉะนั้น ”

        ชายหนุ่มตโปทา ใคร่ครวญต่อคำกล่าวของ พระดาบสแล้ว...

        เมื่อนั้น  ดาบสชรานั้น เมื่อสาธยายบทสอนชาวชนบทหนุ่มน้อยนั่นแล้ว ก็ลาจากไป เดินหายไปในป่าพงทึบ  ส่วนชายหนุ่มก็กระทำตน  เพื่อฝากอนุสรณ์แก่ชนรุ่นหลังไว้ คงกระทำเพียงหนึ่งว่าควรยึดโยงคติสำคัญเพียงอย่างเดียว.

จบนิทานดาบส ภาคที่ ๑ เล่ม ๒  จากบทสนทนาในนิทานธรรมะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่