นิทานดาบส
ครั้งหนึ่งเมื่อกาลนานมา ณ ชนบทแห่งหนึ่งมีมาณพชื่อว่า ตโปทา ได้แสวงหาวิธีเลิกสูบยาสูบและเคี้ยวหมากแก้เกี้ยว ด้วยคิดในใจอย่างนี้ว่า “ เราหาได้สะดวกสบายเพิ่มด้วยสิ่งเหล่านี้ และตั้งแต่ติดสิ่งเหล่านี้ความสุขบริสุทธิ์อย่างเด็กเล็กๆก็แทบจะไม่เกิดแก่เราเลย ”
ตโปทาออกเดินทางเที่ยวหาการเรี่ยไรเงิน-ทองด้วยขันใบใหญ่ เพื่อจะให้ได้เงินพอค่ารักษาอาการติดหมากและยาสูบ
ขณะเดียวกันนั่นเอง มีดาบสสัญจรผ่านทาง ผ่านมาถึงที่ๆมาณพนั้นเรี่ยไรเงิน-ทองอยู่นั่นเอง ดาบสมองเห็นการกระทำของมาณพก็เกิดหัวเราะอย่างครื้นเครง ทำอาการบุ้ยบ้ายไปทางชายหนุ่มนั้น
มาณพหนุ่มนั้นเห็นดังนั้น ก็เกิดขัดเคืองใจ แล้วเลยสอบถามต่อดาบสชรานั้นว่า
“ ท่านดาบส ท่านหัวร่ออะไร กับการกระทำที่ยังกระทำไม่สำเร็จ สำหรับชีวิตที่อันน่าทึ่งของกระผม ”
ดาบสชรากล่าวว่า
“ พ่อมาณพ พ่อเห็นว่า พ่อจะได้เงินเป็นค่ารักษาตัวดูแลชีวิตหรือ หรือว่าพ่อกำลังจะได้ชีวิตที่ใช้ไม่ได้ ”
ชายหนุ่มทำใจเย็นลง แล้วถามกลับไปว่า
“ ก็ทำไมหล่ะขอรับ ทำไมเพราะเหตุไรจึงจะใช้ไม่ได้ ก็กระผมกำลังจะรวบรวมเงินทองเพื่อรักษาอาการติดยาสูบและการเคี้ยวหมาก จากนั้นแล้วกระผมจะได้ใช้ชีวิตอันน่าทึ่งของตนเองต่อไป ท่านดาบสเอ๋ย ไหนท่านลองชี้แจงหน่อยสิ ว่าที่กระผมได้ทำอยู่นี้จะไม่ดีไปได้อย่างไร แล้วท่านจะหัวเราะให้มากไปด้วยเหตุใด ”
“ เอาหล่ะมาณพหนุ่ม เราไม่ได้อ้างเหตุก่อกวนทำสนุก จึงจะขอถามพ่อว่า ธรรมดาปกติพ่อเคยเห็นนกจับคอนไม้ กิ่งไม้ ทีละสองแขนงหรือสองกิ่งหรือไม่ ”
“ ไม่หล่ะ ขอรับท่าน ตามธรรมดานก ปกติย่อมจับกิ่งไม้ครั้งละหนึ่งกิ่งหรือหนึ่งแขนงเท่านั้น เวลาที่มันหยุดพักจากการโผบิน ”
“ ก็นั่นนะสิ เจ้าหนุ่มตโปทา ก็ใยพ่อจึงทำเหมือนนกจับกิ่งไม้คราวละสองแขนงอย่างเช่นที่ทำอยู่นี้ แล้วจะไม่ให้หัวร่อการกระทำเช่นนี้ของพ่อได้อย่างไร ดูเถิดว่า เมื่อกี๋นี้พ่อติดจำพวกรสหมากและพวกของเสพแก้เกี้ยว นั่นก็ดี เพียงนั้น นกคงยังโผบินแล้วได้พักด้วยดี แต่นี่กลับเพิ่มพูนถามแถมการเรี่ยรายเงิน-ทอง มาเกี่ยวข้องเป็นสาเหตุของการดำเนินการด้วย แล้วต่อไปก็คงเป็นอย่างนั้นแล. เพราะเหตุว่า ปรับต้นทางในการเริ่มกระทำด้วยเที่ยวหาเรี่ยรายเป็นดีซะแล้ว ต่อไปชีวิตก็คงต้องมีสองปัญหา ก็คือปัญหาที่ต้องแก้ไขอยู่เป็นประจำ และปัญหาที่สองคือ ต้องเรี่ยไรเงิน-ทองอยู่เป็นประจำ เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาแรก นี่ไม่ใช่น่าเหน็ดเหนื่อยหรอกรึ! ทีนี้ พ่อคงเป็นนกผีบ้าที่คอยเที่ยวจับกิ่งไม้สองกิ่งนั้น แม้แต่เวลาพัก! ”
มาณพหนุ่มตโปทา ใคร่ครวญคำกล่าวของดาบสอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงว่า.
“ จริงขอรับ กระผมก็อยากจะหยุดอาการนี้ และแสวงหากระทำแต่อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ช่วยแนะนำกระผมด้วยเถิด ว่ากระผมต้องทำอย่างไร? ”
จากนั้นพระดาบสพูดว่า.
“ ถูกแล้ว ถูกแล้ว การแสวงหาในทางที่ไม่ผิด ต้องไม่เบียดเบียน อีกทั้งยังต้องน่าชม ”
“ ที่น่าชมก็ควรเป็นดั่งนกนั่นแหละ แต่ถ้าพ่อโง่นัก ไม่รู้เลยถึงการกระทำแต่อย่างเดียวที่ต้องเริ่มจากใจ เสพเลยเถิดในแต่ละสิ่งเป็นเอามาก เช่นนั้นมาเป็นนิสัยแล้ว ก็จงเป็นเหมือนเต่านั่นเถอะ จะดีได้ ”
มาณพหนุ่มตโปทา ถามต่อไปว่า
“ ก็นั่นสิขอรับ เต่าเช่นกระผมนั้นต้องทำอย่างไรขอรับ ”
ดาบสชรากล่าวต่อไป ว่า
“ พ่อก็จงเลือกข้างฝั่งเรื่องให้เร็วแต่โดยตลอดเถอะ สำคัญประการว่า แม้เต่าก็ปรากฏด้วยทั้งสองทาง คือโดยทางน้ำ และโดยทางบก แต่บรรดาชาติเต่าทั้งหลายก็วางวงคงความต่อเรื่องอันถึงแก่ชีวิตแต่ที่บนบกเท่านั้น ไม่เคยไปวางไข่ที่ในทะเลเลย เป็นอย่างเดียว พ่อจงให้ร่างกายเสพติดหมากพลูยาสูบแต่ถ่ายเดียวนั่นแหละ ก็ยังคงจะยังดีกว่า แต่พ่ออย่าเที่ยวฝากชีวิตของเต่ารุ่นหลังไว้กับทรัพย์กลางมหาสมุทรฉะนั้น ”
ชายหนุ่มตโปทา ใคร่ครวญต่อคำกล่าวของ พระดาบสแล้ว...
เมื่อนั้น ดาบสชรานั้น เมื่อสาธยายบทสอนชาวชนบทหนุ่มน้อยนั่นแล้ว ก็ลาจากไป เดินหายไปในป่าพงทึบ ส่วนชายหนุ่มก็กระทำตน เพื่อฝากอนุสรณ์แก่ชนรุ่นหลังไว้ คงกระทำเพียงหนึ่งว่าควรยึดโยงคติสำคัญเพียงอย่างเดียว.
จบนิทานดาบส ภาคที่ ๑ เล่ม ๒ จากบทสนทนาในนิทานธรรมะ
การแสวงหาในทางที่ไม่ผิด ต้องไม่เบียดเบียน อีกทั้งยังต้องน่าชม (๑)
ครั้งหนึ่งเมื่อกาลนานมา ณ ชนบทแห่งหนึ่งมีมาณพชื่อว่า ตโปทา ได้แสวงหาวิธีเลิกสูบยาสูบและเคี้ยวหมากแก้เกี้ยว ด้วยคิดในใจอย่างนี้ว่า “ เราหาได้สะดวกสบายเพิ่มด้วยสิ่งเหล่านี้ และตั้งแต่ติดสิ่งเหล่านี้ความสุขบริสุทธิ์อย่างเด็กเล็กๆก็แทบจะไม่เกิดแก่เราเลย ”
ตโปทาออกเดินทางเที่ยวหาการเรี่ยไรเงิน-ทองด้วยขันใบใหญ่ เพื่อจะให้ได้เงินพอค่ารักษาอาการติดหมากและยาสูบ
ขณะเดียวกันนั่นเอง มีดาบสสัญจรผ่านทาง ผ่านมาถึงที่ๆมาณพนั้นเรี่ยไรเงิน-ทองอยู่นั่นเอง ดาบสมองเห็นการกระทำของมาณพก็เกิดหัวเราะอย่างครื้นเครง ทำอาการบุ้ยบ้ายไปทางชายหนุ่มนั้น
มาณพหนุ่มนั้นเห็นดังนั้น ก็เกิดขัดเคืองใจ แล้วเลยสอบถามต่อดาบสชรานั้นว่า
“ ท่านดาบส ท่านหัวร่ออะไร กับการกระทำที่ยังกระทำไม่สำเร็จ สำหรับชีวิตที่อันน่าทึ่งของกระผม ”
ดาบสชรากล่าวว่า
“ พ่อมาณพ พ่อเห็นว่า พ่อจะได้เงินเป็นค่ารักษาตัวดูแลชีวิตหรือ หรือว่าพ่อกำลังจะได้ชีวิตที่ใช้ไม่ได้ ”
ชายหนุ่มทำใจเย็นลง แล้วถามกลับไปว่า
“ ก็ทำไมหล่ะขอรับ ทำไมเพราะเหตุไรจึงจะใช้ไม่ได้ ก็กระผมกำลังจะรวบรวมเงินทองเพื่อรักษาอาการติดยาสูบและการเคี้ยวหมาก จากนั้นแล้วกระผมจะได้ใช้ชีวิตอันน่าทึ่งของตนเองต่อไป ท่านดาบสเอ๋ย ไหนท่านลองชี้แจงหน่อยสิ ว่าที่กระผมได้ทำอยู่นี้จะไม่ดีไปได้อย่างไร แล้วท่านจะหัวเราะให้มากไปด้วยเหตุใด ”
“ เอาหล่ะมาณพหนุ่ม เราไม่ได้อ้างเหตุก่อกวนทำสนุก จึงจะขอถามพ่อว่า ธรรมดาปกติพ่อเคยเห็นนกจับคอนไม้ กิ่งไม้ ทีละสองแขนงหรือสองกิ่งหรือไม่ ”
“ ไม่หล่ะ ขอรับท่าน ตามธรรมดานก ปกติย่อมจับกิ่งไม้ครั้งละหนึ่งกิ่งหรือหนึ่งแขนงเท่านั้น เวลาที่มันหยุดพักจากการโผบิน ”
“ ก็นั่นนะสิ เจ้าหนุ่มตโปทา ก็ใยพ่อจึงทำเหมือนนกจับกิ่งไม้คราวละสองแขนงอย่างเช่นที่ทำอยู่นี้ แล้วจะไม่ให้หัวร่อการกระทำเช่นนี้ของพ่อได้อย่างไร ดูเถิดว่า เมื่อกี๋นี้พ่อติดจำพวกรสหมากและพวกของเสพแก้เกี้ยว นั่นก็ดี เพียงนั้น นกคงยังโผบินแล้วได้พักด้วยดี แต่นี่กลับเพิ่มพูนถามแถมการเรี่ยรายเงิน-ทอง มาเกี่ยวข้องเป็นสาเหตุของการดำเนินการด้วย แล้วต่อไปก็คงเป็นอย่างนั้นแล. เพราะเหตุว่า ปรับต้นทางในการเริ่มกระทำด้วยเที่ยวหาเรี่ยรายเป็นดีซะแล้ว ต่อไปชีวิตก็คงต้องมีสองปัญหา ก็คือปัญหาที่ต้องแก้ไขอยู่เป็นประจำ และปัญหาที่สองคือ ต้องเรี่ยไรเงิน-ทองอยู่เป็นประจำ เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาแรก นี่ไม่ใช่น่าเหน็ดเหนื่อยหรอกรึ! ทีนี้ พ่อคงเป็นนกผีบ้าที่คอยเที่ยวจับกิ่งไม้สองกิ่งนั้น แม้แต่เวลาพัก! ”
มาณพหนุ่มตโปทา ใคร่ครวญคำกล่าวของดาบสอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงว่า.
“ จริงขอรับ กระผมก็อยากจะหยุดอาการนี้ และแสวงหากระทำแต่อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ช่วยแนะนำกระผมด้วยเถิด ว่ากระผมต้องทำอย่างไร? ”
จากนั้นพระดาบสพูดว่า.
“ ถูกแล้ว ถูกแล้ว การแสวงหาในทางที่ไม่ผิด ต้องไม่เบียดเบียน อีกทั้งยังต้องน่าชม ”
“ ที่น่าชมก็ควรเป็นดั่งนกนั่นแหละ แต่ถ้าพ่อโง่นัก ไม่รู้เลยถึงการกระทำแต่อย่างเดียวที่ต้องเริ่มจากใจ เสพเลยเถิดในแต่ละสิ่งเป็นเอามาก เช่นนั้นมาเป็นนิสัยแล้ว ก็จงเป็นเหมือนเต่านั่นเถอะ จะดีได้ ”
มาณพหนุ่มตโปทา ถามต่อไปว่า
“ ก็นั่นสิขอรับ เต่าเช่นกระผมนั้นต้องทำอย่างไรขอรับ ”
ดาบสชรากล่าวต่อไป ว่า
“ พ่อก็จงเลือกข้างฝั่งเรื่องให้เร็วแต่โดยตลอดเถอะ สำคัญประการว่า แม้เต่าก็ปรากฏด้วยทั้งสองทาง คือโดยทางน้ำ และโดยทางบก แต่บรรดาชาติเต่าทั้งหลายก็วางวงคงความต่อเรื่องอันถึงแก่ชีวิตแต่ที่บนบกเท่านั้น ไม่เคยไปวางไข่ที่ในทะเลเลย เป็นอย่างเดียว พ่อจงให้ร่างกายเสพติดหมากพลูยาสูบแต่ถ่ายเดียวนั่นแหละ ก็ยังคงจะยังดีกว่า แต่พ่ออย่าเที่ยวฝากชีวิตของเต่ารุ่นหลังไว้กับทรัพย์กลางมหาสมุทรฉะนั้น ”
ชายหนุ่มตโปทา ใคร่ครวญต่อคำกล่าวของ พระดาบสแล้ว...
เมื่อนั้น ดาบสชรานั้น เมื่อสาธยายบทสอนชาวชนบทหนุ่มน้อยนั่นแล้ว ก็ลาจากไป เดินหายไปในป่าพงทึบ ส่วนชายหนุ่มก็กระทำตน เพื่อฝากอนุสรณ์แก่ชนรุ่นหลังไว้ คงกระทำเพียงหนึ่งว่าควรยึดโยงคติสำคัญเพียงอย่างเดียว.
จบนิทานดาบส ภาคที่ ๑ เล่ม ๒ จากบทสนทนาในนิทานธรรมะ