[CR] เล่าเรื่องเมืองประทับใจในฝรั่งเศส: Moustiers-Sainte-Marie

กระทู้รีวิว


หลายครั้งแล้ว ที่ไม่ได้ตั้งใจและคาดหวังอะไรมากจากการเดินทาง แต่กลับมีโอกาสได้เจอหมู่บ้านน่ารักๆจนลืมไม่ลง ครั้งนี้ก็เช่นกัน





Moustiers-Sainte-Marie หมู่บ้านเล็กๆทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส อยู่ไม่ไกลจากทะเลสาบ Lac de Sainte-Croix ที่เล่าไปตอนที่แล้วเลยค่ะ เราขับจากที่พักไปประมาณ 20 นาทีขึ้นเขาไป ก็ถึงละ

ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส Most beautiful village of France อันนี้เค้าว่ากันและมีเขียนในไว้ในอินเตอร์เน็ตด้วย เชื่อได้ไม่ได้ต้องลองมาดูเอง 😉

กว่าร้อยปีมาแล้ว ที่นี่เคยเป็นศูนย์กลางทางการค้าเครื่องดินเผา ถ้วยโถโอชาม โดยเฉพาะกระเบื้องเคลือบ (มิน่าละ เห็นแผ่นกระเบื้องเคลือบขายในร้านขายของที่ระลึกเยอะเชียว)



หมู่บ้านนี้ซ่อนตัวระหว่างผาสูงสองฝั่ง ด้านบน(ข้างบนจริงๆ ต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง) จะมีแผ่นรูปดาวห้อยอยู่ระหว่างหน้าผาทั้ง 2 ด้าน ทีแรกเข้าใจว่าเค้าตกแต่งตอนคริสต์มาส แล้วไม่ได้เก็บไป แต่ตอนหลังมารู้ว่า ดาวดวงนั้นถูกแขวนโดยใช้โซ่คล้องแผ่นดาวจากผาด้านหนึ่งไปอีกด้าน ยาวถึง 225 เมตร เชื่อกันว่ามีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 (นานขนาดนั้นเลย) และถูกเปลี่ยนมาเรื่อยตามกาลเวลา ดวงปัจจุบันที่เห็นอยู่ ห้อยอยู่ตรงนั้นมานานกว่า 50 ปีแล้ว

ตำนานของแผ่นดาวจะเป็นยังไงไม่รู้ได้ แต่ตอบคำถามที่ตัวเองเข้าใจผิดไปแต่แรกได้สนิทเลย เสียดายเราไม่ได้เอากล้องดีๆไปถ่ายภาพมาให้ชมกัน เลยมีแต่ภาพดาวจุดเล็กบนมือถือเท่านั้นเองค่ะ (สังเกตจุดเล็กๆระหว่างท้องฟ้าสีฟ้าเข็ม นั่นแหละค่ะ คือดาวดวงที่ว่า)





เป้าหมายการมาเยือนของเราคือ “การชมพระอาทิตย์ตก” ที่หมู่บ้านแห่งนี้ เพราะเจ้าของโรงแรมที่เราพักเค้าแนะนำว่า

     “มาเที่ยวแถวนี้ ต้องมาดูพระอาทิตย์ตกที่ Moustiers-Sainte-Marie ให้ได้นะ เวลาแดดสาดส่องเข้าใส่ภูเขาที่อยู่ด้านหลังของหมู่บ้าน แสงแดดจะทำให้ภูเขาหินเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ สวยมากๆเลย ร้านอาหารอร่อยก็เยอะ”

เพราะคำแนะนำนี้ เราเลยต้องขับรถมาแล้วหาที่นั่งรอเวลาเลิกงานของพระอาทิตย์



เพราะมัวแต่เอ้อระเหยอยู่ระหว่างทาง กว่าจะมาถึงก็บ่ายแก่ๆเกือบเย็นแล้วหล่ะ

เนื่องจากเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่จอดรถไม่ได้มีมากนัก แถมนักท่องเที่ยวก็เยอะ เราเลยต้องจอดรถไว้ริมถนนเหนือหมู่บ้านขึ้นไปอีก (ตอนเดินลงมาที่หมู่บ้านก็ชิลๆ อยู่หรอก….แต่ขากลับตอนมืดนี่สิ ทั้งหนาวทั้งน่ากลัว) เดินเข้ามาถึงปากทางเข้าหมู่บ้าน ก็เห็นร้านรวงเล็กๆขายของที่ระลึกหลายร้าน ของขายน่ารักๆทั้งนั้น แทบอดใจไม่อยู่





ถ้าเป็นเมื่อก่อนจะต้องรีบวิ่งเข้าใส่ เลือกซื้อของฝากกลับไปฝากเพื่อนๆที่เมืองไทย และเป็นของฝากตัวเอง แต่หลังจากเดินทางมาหลายครั้ง ของฝากเริ่มกลายเป็นของสะสม และผันตัวมาเป็นของรกโต๊ะทำงานและที่บ้าน เลยโดนสั่งให้หยุด เพราะไม่มีที่เก็บแล้ว (บางชิ้นเก็บจนลืมว่าเคยซื้อมา)

คราวนี้กะเดินชมสินค้าสวยงามอย่างเดียว แต่สุดท้ายก็แอบได้ชิ้นเล็กชิ้นน้อยกลับมา 5-6 ชิ้น ยิ้ม









บ่ายแก่ๆที่ Moustiers-Sainte-Marie  ร้านอาหารและคาเฟ่หลายร้านจะเอาโต๊ะมาตั้งด้านนอกให้ผู้คนสามารถนั่งละเลียดกาแฟหอมๆกับขนมหวาน หรือจะนั่งอ่านหนังสือท้าแดดอุ่นๆก็ได้ แต่ที่เรามองหากลับเป็นร้านที่มองเห็นพระอาทิตย์และจิบเบียร์ไปด้วยได้นานๆมากกว่า เลยตัดสินใจเดินเล่นต่อไปเรื่อยๆ











บ้านเรือนที่นี่ส่วนใหญ่เป็นตึกสองสามชั้น แต่ทาสีหวานพาสเทลมาก เหลือง ส้ม ชมพู เขียว พอมาอยู่ใกล้ๆกันมันก็ลูกกวาดดีๆนี่เอง

สีตึกตัดกับสีฟ้าเข้ม สวยมาก เอาเป็นว่ แค่เดินดูสีตึก…..ก็เพลินแล้วค่ะ









เดินลึกเข้าไปหน่อยจะเจอมุมน้ำตกน้อยๆ น่าจะเป็นร่องน้ำเดิม แล้วคนที่นี่ก็สร้างบ้าน ต่อเติมร้านอาหารอยู่ใกล้ๆ เสียงน้ำไหลไม่ขาดสาย ทำให้สดชื่นมาก น่าอิจฉาคนที่นี่จัง อยู่ใกลกับธรรมชาติอย่างกลมกลืนที่สุด



เดินถัดมาก็จะเจอโบสถ์หรือหอนาฬิกาก็ไม่ทราบได้ ตั้งอยู่ติดกับ Tourist Office เลยค่ะ





ส่วนด้านหลังของหมู่บ้านเป็นภูเขาสูงและมีโบสถ์อยู่ด้านบน แต่เราไม่ได้เดินขึ้นไป เพราะสงสารกำลังขาของตัวเอง เลยได้แค่มองตาละห้อยอยู่ด้านล่างเท่านั้น แอบบอกตัวเองว่า “เอาไว้พรุ่งนี้ มาใหม่ดีกว่า”

เดินเล่นเข้าตามตรอกออกตามซอย ก็พบเห็นบ้านเก่าที่ยังมีเตาเผาเครื่องดินเผากระเบื้องเคลือบอยู่ แต่ปิดตายไว้แล้ว เหลือไว้ให้จินตนาการว่าแถวนี้ในสมัยก่อนนั้น คึกคักและทำมาค้าขายกันอย่างไร







วันที่อากาศดีแบบนี้ คนเมืองนี้ก็นิยมออกมาทำกิจกรรมนอกบ้านนะคะ เด็กๆวิ่งเล่นกันที่สนามหญ้าด้านล่าง ผู้ใหญ่ก็ออกมานั่งอ่านหนังสือรับแดด ชีวิตดูชิลมาก เป็นวันพักผ่อนที่หลายคนเฝ้ารอ







หลังจากเดินเล่นจนเหนื่อย เลยตัดสินใจว่าจะหาที่นั่งจิบเบียร์รอพระอาทิตย์ตกดีกว่า

เราเดินเลือกร้านอยู่พักนึงก็ตัดสินใจเข้าร้านเล็กๆ ที่เป็นทั้งร้านอาหารและบาร์ ที่ติดใจคือเค้ามีเทอเรซเล็กมากๆ นั่งได้ประมาณ 4 คน แต่หันหน้าเข้าหาพระอาทิตย์พอดี มีลูกค้าอยู่แล้ว2คนนั่งข้างๆเรา ได้มุมพักร่างเลยสั่งเครื่องดื่มเย็นๆ พร้อมกับแกล้มเบาๆ มานั่งรับแสงแดด









สั่งเบียร์เย็นๆมาคนละแก้ว ได้เครื่องเคียงแถมมาด้วย เป็นขนมปังกรอบทาด้วยมะกอกบด แอบเค็มไปนิดนึง ถ้าเปลี่ยนเป็นตับห่านน่าจะดีกว่านี้ ยิ้ม



เพื่อนร่วมทางบอกว่า เราทดลองถ่าย Time-lapse จากกล้องกันไหม ด้วยความรู้ที่น้อยนิด งงอยู่นานว่าเราจะถ่ายผ่านกล้อง DSLR ได้ยังไง เพื่อนเสนอให้ตั้งกล้อง(วางมันบนโต๊ะข้างๆเบียร์นั่นแหละ) แล้วก็ตั้งเวลา กด shutter ทุก 1 นาที

ใครกดละคะ? อัติโนมือนี่แหล่ะ กดกันเข้าไปตั้งแต่พระอาทิตย์ยังส่องซะจ้า กว่าจะตกดินก็ปาเข้าไปร่วมชั่วโมง

ลองนึกภาพว่านั่งอ่านหนังสือไป ครบเวลา 1 นาทีปั้บ เอื้อมมือมากด…….ตั้งเวลาต่อ 1 นาที แล้วกลับเข้าสู่โหมดอ่านหนังสือ เวียนไปแบบนี้

แม้มุมพระอาทิตย์ตกจะไม่ได้เลิศเลออะไรมาก ไม่มีดวงกลมโตตกริมน้ำ เงาสะท้อนน้ำ หรือตกหลังภูเขาหิมะ …..พระอาทิตย์ตกที่นี่ ก็ตกหลังภูเขาทั่วไป แต่ความสนุกมันอยู่ที่ “มีความชิล” ต่างหาก





อร่อยกว่าที่เคยกินมาทั้งหมดจริงๆ







เพื่อนร่วมทางถามว่า “เธอจะลองชิมไก่นี่ไหม” พยักหน้าแล้วใส่ปากเคี้ยวๆๆๆๆ ยังไม่ทันจะกลืน นึกได้ “มันกระต่ายนี่หว่า”

หน้าเบ้….คายแทบไม่ทัน กินน้ำตามไปเยอะๆ ยังอยากจะคืนของที่กินเข้าไปแล้วออกมาเลย

ไม่ได้รังเกียจ แต่มีภาพในใจว่า กระต่ายมันกินไม่ได้นะ!!!! แต่ก็ต้องสารภาพกับเพื่อนว่า รสชาติมันเหมือนไก่จริงๆ เพื่อนพยายามขอโทษขอโพยที่หลอกให้ชิม เอจริงๆไหม ถ้าไม่รู้ ก็คงกินได้แหละ 55555

หวาดเสียวไปพักนึงกับเนื้อกระต่าย กลับมากินเบอร์เกอร์รสเริ่ดต่อจนหมด ตบท้ายด้วยของหวานล้างปาก มื้อนี้อิ่มท้องและอิ่มใจ



เราเดินเข้าร้านเป็นคนแรก แต่ออกจากร้านเป็นคนสุดท้าย พนักงานรอเก็บจานและทำท่าพร้อมจะปิดร้านแล้ว แปลว่าได้เวลากลับโดยปริยาย

ออกจากร้านอาหาร แทบไม่มีคนเดินบนถนนแล้ว เดินฝ่าลมหนาวกลับไปที่รถที่จอดอยู่ไกลโข อากาศตอนดึกๆนี่เย็นเอาเรื่อง ต้องใส่หมวกกันลม เอามือซุกกระเป๋า เร่งฝีเท้าเพื่อให้ถึงรถเร็วขึ้น

ไม่รู้เป็นเพราะอากาศหนาว หรือเพราะอิ่ม ทางเดินมันช่างดูไกลกว่าขามา ทั้งๆที่เราใช้เส้นทางลัด เห็นรถจอดอยู่ไกลๆในความมืด คิดถึงที่พักขึ้นมาทันที


บอกลาหมู่บ้านสวยก่อนคืนนี้ พรุ่งนี้อาจแวะมาเยี่ยมใหม่

…………..เพราะ………….



Moustiers-Sainte-Marie เป็นอีกหนึ่งในหมู่บ้านเล็กๆที่ทำให้นอนฝันหวานได้อย่างไม่ยากเย็น




  
A REMARKABLE JOURNEY

   https://www.facebook.com/ARemarkableJourney

    IG: aremarkablejourney

    www.aremarkablejourney.com
ชื่อสินค้า:   Moustiers-Sainte-Marie, France
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่