เราเป็นร้านอาหารนะคะ มีคนมาเสนอขายขนมมากมาย
เจ้าที่เราเชื่อว่าอร่อย เราก็ยินดีให้มาวางขายที่ร้านเราได้เลย
เรื่องมีอยู่ว่า
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มีลุงแก่ๆมาเสนอขาย ลอดช่อง กับ เฉาก๋วยที่ร้าน ชื่อว่า บ้านขนมกรุงเก่า
เราก็เปิดรับเสมอนะคะ สำหรับการช่วยขายของให้ ถ้ามันอร่อย
มาตอนเที่ยงๆ กำลังยุ่งเวลาขายเลย
นึ่ยังไม่พูดถึงความไร้มารยาทในการมาเสนอขายนะคะ
ผู้ขายควรเลือกเวลาที่ร้านไม่ยุ่งมาก จะได้คุยเปิดปิดการขายได้อย่างสบาย
นี่ โผล่มาหน้ามาชะโงกในครัว (ซึ่งเป็นเขตคนนอกห้ามเข้า) ถือวิสาสะมาก
เราก็ใจเย็นนะ บอกตัวเองว่า เอาเหอะๆๆ ช่างมัน
และบอกเค้าดีๆว่า พี่วางของไว้แระกัน เด๋วหนูชิมแล้วโทรบอกผลนะคะ
พอลูกค้าซาๆพอชิมไปคำแรก เฉาก๋วยไร้ความอร่อย ไร้ความเหนียว หั่นซะเล็กไม่เต็มปากเต็มคำลอดช่องเส้นเปื่อย กินไปได้คำเดียว วางช้อน และเททิ้ง ด้วยความเสียดายพื้นที่ในท้อง
วันนี้ 4วันผ่านไปตาลุง มาที่ร้าน เราก็บอกให้เอาของกลับไป เพราะไม่ผ่าน เราเปิดชิม และให้พนักงานในร้านช่วยกันลงความเห็น
ทุกคนกินคำแรกและวางช้อน เด็กๆที่มีมาตรฐานของลอดช่อง คือรสชาติแบบของวัดเจษ เพราะเราซื้อให้ทานบ่อยๆ
ลอดช่อง 2 ชุด เฉาก๋วย 1 ถุง ต้นทุนถุงละ 20บาท
ลุงคิดเงิน ค่าชิม 80 บาท อย่างละถุงเล็กๆ
จริงๆควรจะเป็น 60 บาทนะคะ
เอ้อออออ เหมือนมายัดเยียดขายมั้ยคะ รู้งี้จะเก็บเศษๆไว้ให้ดูว่ากินไม่ได้ค่ะ
เพิ่งเคยเจอ จะเอาของเข้ามาเสนอขายในร้าน คิดค่าชิม
มันบอกเป็นหน้าที่ร้านต้องจ่าย ในกรณีที่ไม่รับ
เออออ.... หรือธรรมเนึยมเป็นแบบนี้เหรอคะ คนอื่นทำผิดกันหมด
เราไปชิมของก่อนซื้อใดๆ เราก็มีหน้าที่จ่าย ตรรกะแปลกๆนะคะ
คือถ้าอร่อย เท่าไหร่ก็จ่าย แต่รสชาติมาตรฐานต่ำขนาดนี้ เสียความรู้สึก
หากินกันแบบนี้ อยู่ยากนะคะ
ถ้าของเค้าอร่อยถูกปากเราจิง แพงกว่า
อยากเข้าร้านเสนอขายควรต้องลงทุนนะคะ
มันคือการค้าระยะยาว
หรือ ว่าธรรมเนียมต้องเป็นแบบนี้หรอคะ
เหล่าร้านอาหารจะได้เตรียมไว้
การเสนอขนมไปขายในร้านอาหาร ควรต้องลงทุนให้เจ้าของร้านชิมฟรี ไม่ใช่ยัดเยียดให้เค้าซื้อ และควรมีมารยาทในการเสนอขาย
เจ้าที่เราเชื่อว่าอร่อย เราก็ยินดีให้มาวางขายที่ร้านเราได้เลย
เรื่องมีอยู่ว่า
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มีลุงแก่ๆมาเสนอขาย ลอดช่อง กับ เฉาก๋วยที่ร้าน ชื่อว่า บ้านขนมกรุงเก่า
เราก็เปิดรับเสมอนะคะ สำหรับการช่วยขายของให้ ถ้ามันอร่อย
มาตอนเที่ยงๆ กำลังยุ่งเวลาขายเลย
นึ่ยังไม่พูดถึงความไร้มารยาทในการมาเสนอขายนะคะ
ผู้ขายควรเลือกเวลาที่ร้านไม่ยุ่งมาก จะได้คุยเปิดปิดการขายได้อย่างสบาย
นี่ โผล่มาหน้ามาชะโงกในครัว (ซึ่งเป็นเขตคนนอกห้ามเข้า) ถือวิสาสะมาก
เราก็ใจเย็นนะ บอกตัวเองว่า เอาเหอะๆๆ ช่างมัน
และบอกเค้าดีๆว่า พี่วางของไว้แระกัน เด๋วหนูชิมแล้วโทรบอกผลนะคะ
พอลูกค้าซาๆพอชิมไปคำแรก เฉาก๋วยไร้ความอร่อย ไร้ความเหนียว หั่นซะเล็กไม่เต็มปากเต็มคำลอดช่องเส้นเปื่อย กินไปได้คำเดียว วางช้อน และเททิ้ง ด้วยความเสียดายพื้นที่ในท้อง
วันนี้ 4วันผ่านไปตาลุง มาที่ร้าน เราก็บอกให้เอาของกลับไป เพราะไม่ผ่าน เราเปิดชิม และให้พนักงานในร้านช่วยกันลงความเห็น
ทุกคนกินคำแรกและวางช้อน เด็กๆที่มีมาตรฐานของลอดช่อง คือรสชาติแบบของวัดเจษ เพราะเราซื้อให้ทานบ่อยๆ
ลอดช่อง 2 ชุด เฉาก๋วย 1 ถุง ต้นทุนถุงละ 20บาท
ลุงคิดเงิน ค่าชิม 80 บาท อย่างละถุงเล็กๆ
จริงๆควรจะเป็น 60 บาทนะคะ
เอ้อออออ เหมือนมายัดเยียดขายมั้ยคะ รู้งี้จะเก็บเศษๆไว้ให้ดูว่ากินไม่ได้ค่ะ
เพิ่งเคยเจอ จะเอาของเข้ามาเสนอขายในร้าน คิดค่าชิม
มันบอกเป็นหน้าที่ร้านต้องจ่าย ในกรณีที่ไม่รับ
เออออ.... หรือธรรมเนึยมเป็นแบบนี้เหรอคะ คนอื่นทำผิดกันหมด
เราไปชิมของก่อนซื้อใดๆ เราก็มีหน้าที่จ่าย ตรรกะแปลกๆนะคะ
คือถ้าอร่อย เท่าไหร่ก็จ่าย แต่รสชาติมาตรฐานต่ำขนาดนี้ เสียความรู้สึก
หากินกันแบบนี้ อยู่ยากนะคะ
ถ้าของเค้าอร่อยถูกปากเราจิง แพงกว่า
อยากเข้าร้านเสนอขายควรต้องลงทุนนะคะ
มันคือการค้าระยะยาว
หรือ ว่าธรรมเนียมต้องเป็นแบบนี้หรอคะ
เหล่าร้านอาหารจะได้เตรียมไว้