
"โดด น้ำ กาญ"
รีวิวเที่ยวกาญแบบกากๆ ทริป 2วัน1คืน วังนกแก้ว ปาร์ควิว
ผมไม่ค่อยได้จดค่าใช้จ่ายแบบละเอียดนัก แต่ทั้งทริปไม่เกิน2,500แน่นอนครับ รูปและวีดีโอทั้งหมดถ่ายด้วย Gopro รูปเยอะหน่อยน้า
tie-in เพจง่อยๆของตัวเองแบบตรงๆเลยละกัน :
https://www.facebook.com/cloudaroundme/
ถ่ายทุกอย่างได้ตังบ้างถ่ายฟรีเยอะกว่าเพราะอยากถ่ายไม่ได้อยากได้เงิน ผมชอบเที่ยวธรรมชาติเดินป่าขึ้นเขาตั้งแคมป์ ทะเลดำน้ำติดเกาะ scuba ขอให้บอก ชอบเที่ยวแบบแปลกๆแบบไม่มีใครไปกัน มีหลายจุดเลยที่คนไม่ค่อยรู้จัก แต่รีวิวนี้เอาแบบธรรมดาไปก่อน แว๊นเกาะยาวน้อย ลอยคอดำนาที่ลำปาง เล่นน้ำตกลาวใต้และอื่นๆจะตามมาเร็วๆนี้ ปกติถ่ายมาก็ดูอยู่ไม่กี่คนเลยเริ่มอยากให้คนอื่นเห็นในสิ่งที่ผมเห็นบ้าง มันอาจจะเป็นแรงบันดาลใจของใครก็ได้นะ กำลังหัดถ่ายละตัดต่อด้วย Gopro เกิดมาพึ่งเคยรีวิวจริงจังก็คราวนี้หละ
พร้อมแล้วไปลุยกัน!
ทริปนี้ไปกัน 6คน ด้วยรถส่วนตัว ออกเดินทางจากเพชรเกษม 9 โมง ประมานเกือบๆเที่ยงก็ถึงที่กาญแล้วครับ และแน่นอนที่แรกคงหนีไม่พ้นสะพานข้ามแม่น้ำแคว
ขับเข้ามาตามทางสามารถจอดข้างทางหรือลานจอดรถก็ได้ครับ แดดร้อนมาก แต่ยังดีที่มีลมพัดกับเมฆเริ่มก่อตัวเหมือนฝนจะตก
เอ้าถ่ายรูปcheck in ก่อน
ไปถ่ายรูปกันต่อบนสะพาน โพสให้พร้อมแบบท่าที่ซ้อมมาจากบ้านแล้วกดกล้องรัวๆกันไปเลย ไม่ต้องเขินอาย หรือจะยืนเท่ๆ หันหลังให้กล้องก็แล้วแต่ชอบเลย
เราเดินถ่ายวิวกันได้ยินเสียรถไฟที่จอดรอเวลา “ปู้นๆ”เสียงรถไฟดังมาแต่ไกล ใครที่จะไปเที่ยวต่อด้วยรถไฟโดดขึ้นไปได้เลย ส่วนคนที่อยู่บนรางก็หลบเข้ามาข้างทาง อย่าลงไปนอนในราง หรือโดดตัดหน้าเหมือนในหนังนะครับ ห้ามเลย
เสร็จแล้วพวกเราเดินข้าวมาดูศาลเจ้าที่อยู่ฝั่งตรงข้าม บรรยากาศริมน้ำสวยมาก
ตรงนี้มีบริการเรือข้ามฝาก ถ้าขี้เกียจเดินกลับ ลำละ40บาท แต่เราเดินเอาแล้วกันยังชิวๆอยู่
บรรยากาศด้านนี้ค่อนข้างร่มและเย็นสบายเพราะมีต้นไม้ใหญ่คอยบังแดด ฟังเสียงไวโอลินจากลุงที่ยืนเล่นบนสะพานไปด้วย ลุงแกอารมณ์ดีเล่นได้หลายเพลงไปแวะคุยกับลุงแกได้นะครับ
ในขณะที่ผมกำลังจะเดินข้ามกลับมาอีกด้านด้วยความหิว “เห้ยๆกินร้านนี้” รุ่นพี่ตะโกนเรียกให้มานั่งร้านใต้สะพาน เป็นร้านขายอาหารตามสั่งและส้มตำแบบบ้านๆแต่ส่งกลิ่นหอมใช่เล่น เลยลองสั่งข้าวมาคนละจานแล้วกัน
เมนูแรกเอามาลองชิมขำๆเป็น –น้ำตกหมู- แม้งอร่อยหวะตอนพิมพ์นี้ยังกลืนน้ำลายไปด้วยเลย ไม่ทันไร –ลาบหมู- มาต่อ เด็ดไม่แพ้กัน ต่อกันด้วย –ต้มแซบ- บวกน้ำกับลาบเพิ่มอีกอย่างละจาน ต่อไปเป็น ส้มตำ ข้าวผัดกระเพา
เป็นบรรยากาศกินข้าวใต้ต้นไม้ที่ไม่ร้อนเลย มีเงาไม้บังแดดให้กับลมเย็นๆริมน้ำพัดใส่
เสร็จแล้วเก็บเงินเดินทางต่อก่อนที่จะเคลิ้มหลับใต้ต้นไม้ ราคาออกมากประมาณ 50-70 บาทต่อจาน ถือว่ารับได้นะเพราะว่าอร่อยและบริการดีกว่าร้านหรูๆอีก : ]
พึ่งสังเกตว่าด้านหลังต้นไม้จะมีน้องๆมัคคุเทศก์น้อย ไม่แน่ใจว่ามาให้บริการรึเปล่าวหรือยังไง แต่ผมเคยใช้บริการแบบนี้ที่อัมพวา บอกได้แค่ว่า แล้วจะรัก ชื่นชมน้องมากๆพาเที่ยวและให้ความรู้แบบจัดเต็ม ทำให้รู้สึกเลยว่าเราไปเที่ยวเพื่อถ่ายรูปกันอย่างเดียวแต่ไม่ได้ใส่ใจประวัติศาสตร์ความงามของมันเลย
เอ้าสถานีต่อไปที่พักของเรา วังนกแก้ว . . . (ไปตัดวีดีโอต่อละคราบ)
[CR] รีวิวกากๆ " โดด น้ำ กาญ " กินๆนอนๆที่กาญ2วัน1คืน
"โดด น้ำ กาญ"
รีวิวเที่ยวกาญแบบกากๆ ทริป 2วัน1คืน วังนกแก้ว ปาร์ควิว
ผมไม่ค่อยได้จดค่าใช้จ่ายแบบละเอียดนัก แต่ทั้งทริปไม่เกิน2,500แน่นอนครับ รูปและวีดีโอทั้งหมดถ่ายด้วย Gopro รูปเยอะหน่อยน้า
tie-in เพจง่อยๆของตัวเองแบบตรงๆเลยละกัน : https://www.facebook.com/cloudaroundme/
ถ่ายทุกอย่างได้ตังบ้างถ่ายฟรีเยอะกว่าเพราะอยากถ่ายไม่ได้อยากได้เงิน ผมชอบเที่ยวธรรมชาติเดินป่าขึ้นเขาตั้งแคมป์ ทะเลดำน้ำติดเกาะ scuba ขอให้บอก ชอบเที่ยวแบบแปลกๆแบบไม่มีใครไปกัน มีหลายจุดเลยที่คนไม่ค่อยรู้จัก แต่รีวิวนี้เอาแบบธรรมดาไปก่อน แว๊นเกาะยาวน้อย ลอยคอดำนาที่ลำปาง เล่นน้ำตกลาวใต้และอื่นๆจะตามมาเร็วๆนี้ ปกติถ่ายมาก็ดูอยู่ไม่กี่คนเลยเริ่มอยากให้คนอื่นเห็นในสิ่งที่ผมเห็นบ้าง มันอาจจะเป็นแรงบันดาลใจของใครก็ได้นะ กำลังหัดถ่ายละตัดต่อด้วย Gopro เกิดมาพึ่งเคยรีวิวจริงจังก็คราวนี้หละ
พร้อมแล้วไปลุยกัน!
ทริปนี้ไปกัน 6คน ด้วยรถส่วนตัว ออกเดินทางจากเพชรเกษม 9 โมง ประมานเกือบๆเที่ยงก็ถึงที่กาญแล้วครับ และแน่นอนที่แรกคงหนีไม่พ้นสะพานข้ามแม่น้ำแคว
ขับเข้ามาตามทางสามารถจอดข้างทางหรือลานจอดรถก็ได้ครับ แดดร้อนมาก แต่ยังดีที่มีลมพัดกับเมฆเริ่มก่อตัวเหมือนฝนจะตก
เอ้าถ่ายรูปcheck in ก่อน
ไปถ่ายรูปกันต่อบนสะพาน โพสให้พร้อมแบบท่าที่ซ้อมมาจากบ้านแล้วกดกล้องรัวๆกันไปเลย ไม่ต้องเขินอาย หรือจะยืนเท่ๆ หันหลังให้กล้องก็แล้วแต่ชอบเลย
เราเดินถ่ายวิวกันได้ยินเสียรถไฟที่จอดรอเวลา “ปู้นๆ”เสียงรถไฟดังมาแต่ไกล ใครที่จะไปเที่ยวต่อด้วยรถไฟโดดขึ้นไปได้เลย ส่วนคนที่อยู่บนรางก็หลบเข้ามาข้างทาง อย่าลงไปนอนในราง หรือโดดตัดหน้าเหมือนในหนังนะครับ ห้ามเลย
เสร็จแล้วพวกเราเดินข้าวมาดูศาลเจ้าที่อยู่ฝั่งตรงข้าม บรรยากาศริมน้ำสวยมาก
ตรงนี้มีบริการเรือข้ามฝาก ถ้าขี้เกียจเดินกลับ ลำละ40บาท แต่เราเดินเอาแล้วกันยังชิวๆอยู่
บรรยากาศด้านนี้ค่อนข้างร่มและเย็นสบายเพราะมีต้นไม้ใหญ่คอยบังแดด ฟังเสียงไวโอลินจากลุงที่ยืนเล่นบนสะพานไปด้วย ลุงแกอารมณ์ดีเล่นได้หลายเพลงไปแวะคุยกับลุงแกได้นะครับ
ในขณะที่ผมกำลังจะเดินข้ามกลับมาอีกด้านด้วยความหิว “เห้ยๆกินร้านนี้” รุ่นพี่ตะโกนเรียกให้มานั่งร้านใต้สะพาน เป็นร้านขายอาหารตามสั่งและส้มตำแบบบ้านๆแต่ส่งกลิ่นหอมใช่เล่น เลยลองสั่งข้าวมาคนละจานแล้วกัน
เมนูแรกเอามาลองชิมขำๆเป็น –น้ำตกหมู- แม้งอร่อยหวะตอนพิมพ์นี้ยังกลืนน้ำลายไปด้วยเลย ไม่ทันไร –ลาบหมู- มาต่อ เด็ดไม่แพ้กัน ต่อกันด้วย –ต้มแซบ- บวกน้ำกับลาบเพิ่มอีกอย่างละจาน ต่อไปเป็น ส้มตำ ข้าวผัดกระเพา
เป็นบรรยากาศกินข้าวใต้ต้นไม้ที่ไม่ร้อนเลย มีเงาไม้บังแดดให้กับลมเย็นๆริมน้ำพัดใส่
เสร็จแล้วเก็บเงินเดินทางต่อก่อนที่จะเคลิ้มหลับใต้ต้นไม้ ราคาออกมากประมาณ 50-70 บาทต่อจาน ถือว่ารับได้นะเพราะว่าอร่อยและบริการดีกว่าร้านหรูๆอีก : ]
พึ่งสังเกตว่าด้านหลังต้นไม้จะมีน้องๆมัคคุเทศก์น้อย ไม่แน่ใจว่ามาให้บริการรึเปล่าวหรือยังไง แต่ผมเคยใช้บริการแบบนี้ที่อัมพวา บอกได้แค่ว่า แล้วจะรัก ชื่นชมน้องมากๆพาเที่ยวและให้ความรู้แบบจัดเต็ม ทำให้รู้สึกเลยว่าเราไปเที่ยวเพื่อถ่ายรูปกันอย่างเดียวแต่ไม่ได้ใส่ใจประวัติศาสตร์ความงามของมันเลย
เอ้าสถานีต่อไปที่พักของเรา วังนกแก้ว . . . (ไปตัดวีดีโอต่อละคราบ)