สวัสดีค่ะ
^o^ เรากลับมาได้สักพักแล้ว แต่ติดใจมากกกกกถึงมากที่สุด
กลับมาถึงไทย ก็หาวันจองตั๋วไปดูใบไม้เปลี่ยนสีที่เกียวโตทันที
ต้องเล่าก่อนว่าจริงๆเราไปกลับเพื่อน เพื่อนต้องไปทำงานที่โน้นหลายเดือนเลยติดตามไปเที่ยวกับเขา 10กว่าวัน
แต่มันไม่ใช่อย่างที่คิด...เพื่อนทิ้ง... เที่ยวกับเพื่อนได้แค่ 4 วันเองค่ะ
ตอนนั้นคือ เราเป็นผู้ไม่รู้ ไม่ได้เตรียมอะไรใดๆทั้งสิ้น รู้อย่างเดียวคือ เดินทางนี้ ถึงที่พัก แน่นอน
osaka ขอข้ามไปเลยนะคะ เพราะเราไม่ค่อยประทับใจใดๆ ไม่ชอบเลยก็ว่าได้
ไปเดินนัมบะก็ไม่ได้ตื่นเต้นใดๆ เพราะเราคิดว่า อะไรที่มีในนัมบะ เราก็ไปเจอที่เกียวโต แถมถูกกว่าอีก
เข้าเรื่องดีกว่า ฮะๆ
ว่ากันด้วยที่พักที่ kyoto
- เราเหมือนโชคดีจอง Guest House ที่เพิ่งเปิดใหม่เมื่อต้นปี แถมถูกด้วยนะ
เป็นเตียงตู้ๆ (มีทั้งห้องหญิง, mixรวม) ห้องน้ำสบายเหาะ น้ำดื่ม ตู้เย็น ห้องนั่งเล่น ดีเลิศไปหมด กล้าพูดว่าต่อให้โรงแรมดีๆราคาเท่ากันก็ยังเลือกพักที่นี้ค่ะ
- ห้องนั่งเล่นที่นี้ ถ้าลงมานั่งบ่อยๆ เราจะเจอหน้าคนเดิมๆ นั่งเล่นมือถือ ดูหนัง อ่านหนังสือ ในห้องนี้
ก็จะได้เพื่อนใหม่โดยปริยายเลยค่ะ เราได้เพื่อนสเปนมา2 คน และคนอังกฤษอีก1กลุ่มใหญ่ๆ (ชีวิตดีเลยค่ะตั้งแต่มีเพื่อนต่างชาติเป็นเพื่อนคุย)
นั่งเล่นนั่งสบตากันทุกคืนอะ บางคืนก็นั่งคุยเรื่องทริป ถามว่าคุยกันรู้เรื่องมั้ย??? ไม่เลย 5555 เรางูๆปลาๆมาก พูดกับเขาตลอดว่า คุณพูดช้าๆเถอะ
- ช่วงแรกที่เราเข้าพัก เราไม่ทักใครเลยอะ แต่ฝรั่งเวลาเดินผ่านเราจะทักทายตลอด,,, หลังๆเราก็ทำบ้าง hello ทุกคนที่เป็นฝรั่งนะคะ ส่วนฝั่ง asia เราทักทายแค่คนจีนกับเกาหลีค่ะ ส่วนพี่ไทยเคยทักทายแล้ว เงิบกลับมาเบาๆ ต่างคนต่างอยู่ค่ะฮะๆๆๆ)
- มีวันหนึ่งเขาไปกด like facebook ของที่พัก เข้าไปดูโพสเช็คอิน
เจอคนไทยโพสว่า "ฝรั่งเตียงข้างๆ หล่อมาก ........" แถมถ่ายรูปเขามาลง เจอหลายโพสมากทำนองนี้
ซึ่งจากที่เราไปพัก มันจริงอย่างที่ใครหลายๆคนเอาไปเช็คอิน เขาคัดคนหรือเปล่า555 ดูดีทุกคนนนน (งานส่องต้องที่นี้ค่ะ)
ส่วนตัวเราไม่ค่อยส่อง นั่งคุยกับเพื่อนฝรั่งที่เพิ่งรู้จักและอีกกิจกรรมคือนั่งอ่านหนังสือเงียบๆเท่านั้นเอง จริงๆๆน้าาาาา
สรุปแล้ว อยากให้คนไทยไปพักที่นี้เยอะๆจังเลยคา ^o^หลังไมค์มาถามชื่อได้นะ รับรองประทับใจทุกสิ่งทุกอย่างค่ะ
ว่าด้วยเรื่อง สุ่มที่เที่ยว
- อย่างที่ว่า เราโดนทิ้ง และไม่ได้เตรียมตัว วิธีการเที่ยวของเราคือ สุ่มจากแผนที่ที่มีวางให้ในที่พัก
สุ่มเสร็จ google map เอาค่ะ ^o^ เห็นแบบนี้เราไปถึงที่หมายเกือบทุกที่
ยกเว้นบางที สุ่มไปเจอวัดที่ไม่ค่อยมีคนไป เหมือนวัดร้างเลยค่ะ ฮะๆๆ แถมโดนค่าเข้า 500 เยน จัดไป
- บางวันจัดไว้ 3-4 ที่ แต่ถ้าเดินเหนื่อยแล้วก็กลับมาเดินเล่นแถวที่พักซะงั้น
(ที่พักอยู่แถวห้าง daimaru ค่ะ)
- ไม่มีทักษะใดๆทั้งสิ้น สรุปเลยละกัน เราใช้ google map อย่างเดียว
เราก็ไม่คิดเหมือนกันว่า คนที่ไม่เตรียมอะไรมาเลยยยยยสักนิดดดดดดดดดดดดด
สามารถไปเที่ยวชิวๆ เสมือนข้าเตรียมมาแล้ว1เดือน
- เราเก็บที่ดังๆได้หมดทุกที่ แถมไปที่ที่ไม่ดังได้อีกหลายที่ คุ้มค่ามากกกก
ว่าด้วยเรื่อง รถบัสเกียวโต
#ขอบอกว่าประสบการณ์เยอะมากกก
- เรารู้แค่ว่าสามารถซื้อ one day pass ได้ที่คนขับแค่นั้น!
- คือด้วยความที่ไม่ได้มีข้อมูลอะไรในหัว รู้อย่างเดียวว่าแม่มดขึ้นฟรี!! เวลารถบัสมาเราจะมองเลขก่อน
เฮ้ยๆมาแล้วบัสเลข 5 แล้วตามระเบียบหาแม่มด -o- ไหนไหน ไหน ไม่มี ไม่มี ไม่ขึ้นสิค่ะ ฮะๆ
พอคันหลังมาอีก ไม่มี ไม่มี เจอแต่รูปหมี เราเลยคิดว่าเป็นไงเป็นกันขึ้นแล้วกันถ้าต้องจ่ายก็จ่าย
พอนั่งในรถใจสั่นๆฮะๆ เตรียมเหรียญไว้ข้างหนึ่ง อีกข้างเตรียม 500 เยน
คิดในใจว่าถ้าซื้อ pass ได้มันต้องขึ้นฟรีสินะ แล้วตอนยืนในรถเรายืนแถวๆประตูนะคะ รถแน่นมากงะ
พอถึงที่หมายด้วยความไม่อยากอาย ยืนกดดูแผนที่ถ่วงเวลา-o- ไร้สาระมากก ลงคนสุดท้ายคาาา
สุดท้าย สรุปคือ ได้ pass และขึ้นเที่ยวถัดไปฟรี โดยเรามองแค่รูปหมี ไม่สนใจแล้วแม่มดอะไรนั้น
พอกลับถึงไทย หายโง่เลยค่ะ "มันอยู่ด้านหน้าของรถนี้เอง"
- เรื่องต่อมา เราทำ one day pass หายตอนขากลับ เลยต้องจ่ายเงินเพิ่มT^T
เราเตรียมเหรียญ1000เยน พอถึงจุดหมายป้ายนั้นเราลงคนเดียว
เราก็หยอดเลยค่ะ เหรียญก็ย่อยๆก็ออกมาอีกช่อง เราเก็บเหรียญแล้วเดินลงเลยค่ะ
แล้วววพี่บัสเรียกใหญ่เลยตอนแรกเราก็ไม่สนใจอาจจะคุยกับคนอื่น ที่ไหนได้ เขาเรียกข้าาาาา
ข้ายังไม่ได้จ่ายเงินค่าบัส 5555555 แล้วกลับเข้าไปจ่าย ใจสั่นๆหยิบไม่ถูกเลยวินาทีหน้าแตก
พี่บัสถึงขั้นช่วยหาเหรียญให้ แล้วเป็นวินาทีที่เราไม่หันไปดูใครรถเลยค่ะ T^T อับอาย ไม่กล้าสบตามนุษย์ผู้ใดทั้งนั้น
- ส่วนใหญ่เวลาเดินทางเราจะเลือกเส้นทางที่เป็นบัสตัวเลข บางวิธีมันเป็นชื่อรถบัสอะ คือไม่เข้าใจว่าคือไรก็ไม่สนใจ
แต่มันมีอยู่ที่หนึ่งที่อยากไปมากกกกกแล้วมันไม่มีบัสเป็นตัว เอาวะลองดู
สิ่งที่เราคาดเดาคือน่าจะเป็นเอกชนที่ใช้ one day pass ไม่ได้ ต้องจ่ายเงินแน่ๆ
พอรถที่ไม่มีตัวเลขมา เราก็ทำการไปยืนใกล้ๆหน้ารถแล้วที่เทียบว่าตรงมั้ย ตรงไหนหาไม่เจอ
แล้วสายตาดันสบตากับคนขับ วินาทีนั้นคนขับคงงงเป็นไก่ตาแตก ยืนทำอะไร???????? จะขึ้นมั้ย??
ถึงขั้นเรียกเราไปถามว่า จะไปไหน
แต่สุดท้ายเราก็ถอนใจ ไม่ไปที่ที่บัสไม่ใช่ตัวเลข (เศร้าใจแท้)
ใครมีข้อมูลตรงนี้ แนะนำหน่อยค่ะ จะนำไปใช้ในการเที่ยวรอบหน้า
- เรามักจะลุกในคนแก่นั่งเสมอ ซึ่งถ้าในไทยคือปกติปะ?? แต่พอเราลุกทีไร คนญี่ปุ่นในรถมักจะมองหน้าแบบงง "ลุกทำไม?"
และเรามีความสุขนะที่ได้เสียสละให้คนแก่ที่ยืนนานๆท่านก็เมื่อยแน่ๆ
ว่าด้วยเรื่อง คน kyoto
- เราไม่เคยถามคน kyoto ทั่วไป แล้วประสบความสำเร็จสักครั้ง
คือถ้าจะถามแล้วได้ความมีไม่กี่จุดคือ พนักงานที่พัก กับ ประชาสัมพันธ์ แค่นี้พอ
- เราชอบคนแต่งตัวคนที่นี้ เรียบร้อย เราไม่ค่อยเห็นใครนุ่งกางเกงขาสั้น แขนกุด
ถูกจริตมากมองแล้วสบายตาสุดๆ
ว่าด้วยเรื่อง ร้านค้า
- จะกินไร จิ้มๆเอาก็โอเคแล้ว ภาษาไม่จำเป็น ได้กินแน่นอนถ้ามีตังค์จ่าย
- เราเป็นพวกคอ sanx, sanrio, disney
sanx เราซื้อจากในห้าง daimaru ( free tax) และอีกที่คือร้านข้างนอกเด็ดมากในซอยที่เขาขายของยาวๆ เดินตรงไปเรื่อยๆเจอ abc mart
แล้วเลี้ยวขวาไปอีกซอยแล้วเดินตรงไปทางถนนใหญ่ ชอบมากก มีหมดอะ sanx sanrio collectionเก่า รูดบัตรเครดิตแทบจะพรุน 5555
sanrio (free tax) มีshopติดถนนอะถ้าเดินจาก daimaru ก็ตรงไปเรื่อยๆ ขอบอกว่า ของแถมเยอะมากกกกกกกกกกกกก
สะสมแต้มแลกของได้อีก ชอบมากรูดเครดิตพรุนเหมือนกันสำหรับ sanrio
disney มีshop เดินเลย sanx ตรงไปยาวๆ แล้วข้ามถนน ก็ถึงเลย ^o^ จัดไปฮะ ได้ยางมัดผมมา 6 ชิ้น
ได้ปากกามา 20กว่าด้าม กระเป๋าเป้ -o- เยอะมากก
ทั้งสามค่ายนี้ เขาจะเทสสินค้าให้เราทุกชิ้นก่อนเสมอ ว่าใช้งานได้จริงแน่นอน เลิศมากกกกกกก
- anello เราตั้งใจจะไปซื้อมาก แต่ทำไมหนอเราไม่เห็นคนญี่ปุ่นใช้เลย ที่รุมกันซื้อคือพี่ไทยล้วนๆฮะๆ
เราเลยตัดใจไม่ซื้ออะ ไปซื้อเป้ cath kidston ที่ห้างตรง kyoto station แทน อยู่ชั้นใต้ดิน ^O^
- ร้าน ramen ที่สถานี kyoto ครั้งแรกที่ไปกินมีเพื่อนพาไป แต่ครั้งที่สองและสามเราพยายามหามากกก
ทำไมเราหาทางเข้าไปเจอ มันอยู่ตรงไหนนนนนนนนน มันเป็นจุดรวมร้านramen เลยอะ มีหลายร้านมาก
(ใครพอรู้พิกัดทางเข้าบอกหน่อยนะคะ รอบหน้าจะต้องไปกินให้ได้ เพราะมันอร่อยมากกก)
- เราไม่ทำการบ้านเรื่องเที่ยว แต่เราทำการบ้านเรื่องของกินกับแหล่งซื้อของ
ซึ่งปรากฎว่าของกิน เราไม่ได้กินตามที่หาไปสักอย่างเพราะอารมณ์หิวใกล้ที่ไหน ที่ไหนถูกสุด เข้าเลยลูกพี่ไม่หาแล้วร้านดัง
แต่ทุกร้านที่เราไปกินอร่อยทุกร้านอะ เลยไม่สนใจแผนที่วางไว้อีกเลย
- บอกแหล่งพิกัดของเซลล์ตัวจริง
ห้าง daimaru ชั้นบนสุด วันแรกที่เราไป kyoto ไปตากแอร์เลยค่ะข้างนอกร้อนมากกก
ขึ้นไปบนสุดกำลังเซลล์รองเท้า NB คู่ละพันต้นๆ สอยสิค่ะ สีนี้เราเห็นร้านไทยขายสามพันกว่า
และได้ adidas มาอีกคู่ โอ้วโห ถูกมากกกกกกกกก เป็นอะไรที่ฟินและเพื่อนที่ไทยอิจฉาจะฝากหลายคน
แต่เราไม่รับฝากใคร เพราะกระเป๋าแค่ของเราก็เต็มแล้วไม่เหลือพื้นที่ให้ใครจริงๆ
พอสองวันถัดมาเซลล์ชุดชั้นใน ชุดนอน สุดยอดไปเลยยไปสัมผัสอารมณ์แม่บ้านญีปุ่นรื้อชุดชั้นใน ฮะๆ
ไซส์เล็กๆนี้เหลือบานเลยนะ ส่วนใหญ่กลาง,ใหญ่นี้หมดเร็ว ยืนสังเกตการณ์ค่ะ555555 ว่างจัดดดด
พอไปอีกรอบก็เจอเซลล์กระเป๋ารองเท้า แต่คิดเงินแล้วก็ตกคู่ละ 1000กว่านะคะ แต่มันก็เซลล์ละไง ตามธรรมเนียมคือแม่บ้านญี่ปุ่น
ลองใส่กันเตรียมทุกจุด ไม่มีพื้นที่เดินเลย
อีกห้างคือ ...จำไม่ได้ละ แต่วิธีของเราคือขึ้นบันไดเลื่อนไปถึงชั้นบนสุด
แล้วเดินเข้าประตูห้าง ชั้นบนนั้น อภิมหาเซลล์ค่ะ เราได้ชุดเด็กมา ซื้อให้หลานสาวเรา ^o^
3900เยนซื้อมาหลายชุดคุ้มนะคะ เพราะซื้อในไทยก็แพงกว่านี้งะ
เซลล์หลายสิ่งหลายอย่าง ตาลาย รูดบัตรเครดิตอย่างเดียวเลย
- ขนมของฝาก เราแนะนำว่าไปซื้อในสนามบินเถอะ มันเป็นวินาทีที่เราเคลียร์เงินเยนให้หมดตัว
แถมยังรูดบัตรเพิ่มอีก
สรุปแล้ว โคตรมีความสุขกับการเที่ยวคนเดียวค่ะ ได้ทำสิ่งที่อยากทำอยากไป
อยากตื่นสายแค่ไหนก็ได้ นอนดึกได้ กินที่ไหนก็ได้
ซื้ออะไรก็ได้เพราะไม่มีใครมาตกใจสิ่งที่เราซื้อ
ไปเที่ยวใบไม้เปลี่ยนกับเรามั้ยค่ะ^O^
เจอกันนะคะ ใครไปเที่ยวช่วงนั้น ไม่แน่น้าาก่อนใบไม้เปลี่ยนสีเราจะไปเที่ยวอีกก็ได้
คนอื่นๆไปเจออะไรกันมาบ้างมาแชร์กันนะคะ
ชวนมาเล่าประสบการณ์เที่ยว เกียวโตกันเถอะ ^O^
^o^ เรากลับมาได้สักพักแล้ว แต่ติดใจมากกกกกถึงมากที่สุด
กลับมาถึงไทย ก็หาวันจองตั๋วไปดูใบไม้เปลี่ยนสีที่เกียวโตทันที
ต้องเล่าก่อนว่าจริงๆเราไปกลับเพื่อน เพื่อนต้องไปทำงานที่โน้นหลายเดือนเลยติดตามไปเที่ยวกับเขา 10กว่าวัน
แต่มันไม่ใช่อย่างที่คิด...เพื่อนทิ้ง... เที่ยวกับเพื่อนได้แค่ 4 วันเองค่ะ
ตอนนั้นคือ เราเป็นผู้ไม่รู้ ไม่ได้เตรียมอะไรใดๆทั้งสิ้น รู้อย่างเดียวคือ เดินทางนี้ ถึงที่พัก แน่นอน
osaka ขอข้ามไปเลยนะคะ เพราะเราไม่ค่อยประทับใจใดๆ ไม่ชอบเลยก็ว่าได้
ไปเดินนัมบะก็ไม่ได้ตื่นเต้นใดๆ เพราะเราคิดว่า อะไรที่มีในนัมบะ เราก็ไปเจอที่เกียวโต แถมถูกกว่าอีก
เข้าเรื่องดีกว่า ฮะๆ
ว่ากันด้วยที่พักที่ kyoto
- เราเหมือนโชคดีจอง Guest House ที่เพิ่งเปิดใหม่เมื่อต้นปี แถมถูกด้วยนะ
เป็นเตียงตู้ๆ (มีทั้งห้องหญิง, mixรวม) ห้องน้ำสบายเหาะ น้ำดื่ม ตู้เย็น ห้องนั่งเล่น ดีเลิศไปหมด กล้าพูดว่าต่อให้โรงแรมดีๆราคาเท่ากันก็ยังเลือกพักที่นี้ค่ะ
- ห้องนั่งเล่นที่นี้ ถ้าลงมานั่งบ่อยๆ เราจะเจอหน้าคนเดิมๆ นั่งเล่นมือถือ ดูหนัง อ่านหนังสือ ในห้องนี้
ก็จะได้เพื่อนใหม่โดยปริยายเลยค่ะ เราได้เพื่อนสเปนมา2 คน และคนอังกฤษอีก1กลุ่มใหญ่ๆ (ชีวิตดีเลยค่ะตั้งแต่มีเพื่อนต่างชาติเป็นเพื่อนคุย)
นั่งเล่นนั่งสบตากันทุกคืนอะ บางคืนก็นั่งคุยเรื่องทริป ถามว่าคุยกันรู้เรื่องมั้ย??? ไม่เลย 5555 เรางูๆปลาๆมาก พูดกับเขาตลอดว่า คุณพูดช้าๆเถอะ
- ช่วงแรกที่เราเข้าพัก เราไม่ทักใครเลยอะ แต่ฝรั่งเวลาเดินผ่านเราจะทักทายตลอด,,, หลังๆเราก็ทำบ้าง hello ทุกคนที่เป็นฝรั่งนะคะ ส่วนฝั่ง asia เราทักทายแค่คนจีนกับเกาหลีค่ะ ส่วนพี่ไทยเคยทักทายแล้ว เงิบกลับมาเบาๆ ต่างคนต่างอยู่ค่ะฮะๆๆๆ)
- มีวันหนึ่งเขาไปกด like facebook ของที่พัก เข้าไปดูโพสเช็คอิน
เจอคนไทยโพสว่า "ฝรั่งเตียงข้างๆ หล่อมาก ........" แถมถ่ายรูปเขามาลง เจอหลายโพสมากทำนองนี้
ซึ่งจากที่เราไปพัก มันจริงอย่างที่ใครหลายๆคนเอาไปเช็คอิน เขาคัดคนหรือเปล่า555 ดูดีทุกคนนนน (งานส่องต้องที่นี้ค่ะ)
ส่วนตัวเราไม่ค่อยส่อง นั่งคุยกับเพื่อนฝรั่งที่เพิ่งรู้จักและอีกกิจกรรมคือนั่งอ่านหนังสือเงียบๆเท่านั้นเอง จริงๆๆน้าาาาา
สรุปแล้ว อยากให้คนไทยไปพักที่นี้เยอะๆจังเลยคา ^o^หลังไมค์มาถามชื่อได้นะ รับรองประทับใจทุกสิ่งทุกอย่างค่ะ
ว่าด้วยเรื่อง สุ่มที่เที่ยว
- อย่างที่ว่า เราโดนทิ้ง และไม่ได้เตรียมตัว วิธีการเที่ยวของเราคือ สุ่มจากแผนที่ที่มีวางให้ในที่พัก
สุ่มเสร็จ google map เอาค่ะ ^o^ เห็นแบบนี้เราไปถึงที่หมายเกือบทุกที่
ยกเว้นบางที สุ่มไปเจอวัดที่ไม่ค่อยมีคนไป เหมือนวัดร้างเลยค่ะ ฮะๆๆ แถมโดนค่าเข้า 500 เยน จัดไป
- บางวันจัดไว้ 3-4 ที่ แต่ถ้าเดินเหนื่อยแล้วก็กลับมาเดินเล่นแถวที่พักซะงั้น
(ที่พักอยู่แถวห้าง daimaru ค่ะ)
- ไม่มีทักษะใดๆทั้งสิ้น สรุปเลยละกัน เราใช้ google map อย่างเดียว
เราก็ไม่คิดเหมือนกันว่า คนที่ไม่เตรียมอะไรมาเลยยยยยสักนิดดดดดดดดดดดดด
สามารถไปเที่ยวชิวๆ เสมือนข้าเตรียมมาแล้ว1เดือน
- เราเก็บที่ดังๆได้หมดทุกที่ แถมไปที่ที่ไม่ดังได้อีกหลายที่ คุ้มค่ามากกกก
ว่าด้วยเรื่อง รถบัสเกียวโต
#ขอบอกว่าประสบการณ์เยอะมากกก
- เรารู้แค่ว่าสามารถซื้อ one day pass ได้ที่คนขับแค่นั้น!
- คือด้วยความที่ไม่ได้มีข้อมูลอะไรในหัว รู้อย่างเดียวว่าแม่มดขึ้นฟรี!! เวลารถบัสมาเราจะมองเลขก่อน
เฮ้ยๆมาแล้วบัสเลข 5 แล้วตามระเบียบหาแม่มด -o- ไหนไหน ไหน ไม่มี ไม่มี ไม่ขึ้นสิค่ะ ฮะๆ
พอคันหลังมาอีก ไม่มี ไม่มี เจอแต่รูปหมี เราเลยคิดว่าเป็นไงเป็นกันขึ้นแล้วกันถ้าต้องจ่ายก็จ่าย
พอนั่งในรถใจสั่นๆฮะๆ เตรียมเหรียญไว้ข้างหนึ่ง อีกข้างเตรียม 500 เยน
คิดในใจว่าถ้าซื้อ pass ได้มันต้องขึ้นฟรีสินะ แล้วตอนยืนในรถเรายืนแถวๆประตูนะคะ รถแน่นมากงะ
พอถึงที่หมายด้วยความไม่อยากอาย ยืนกดดูแผนที่ถ่วงเวลา-o- ไร้สาระมากก ลงคนสุดท้ายคาาา
สุดท้าย สรุปคือ ได้ pass และขึ้นเที่ยวถัดไปฟรี โดยเรามองแค่รูปหมี ไม่สนใจแล้วแม่มดอะไรนั้น
พอกลับถึงไทย หายโง่เลยค่ะ "มันอยู่ด้านหน้าของรถนี้เอง"
- เรื่องต่อมา เราทำ one day pass หายตอนขากลับ เลยต้องจ่ายเงินเพิ่มT^T
เราเตรียมเหรียญ1000เยน พอถึงจุดหมายป้ายนั้นเราลงคนเดียว
เราก็หยอดเลยค่ะ เหรียญก็ย่อยๆก็ออกมาอีกช่อง เราเก็บเหรียญแล้วเดินลงเลยค่ะ
แล้วววพี่บัสเรียกใหญ่เลยตอนแรกเราก็ไม่สนใจอาจจะคุยกับคนอื่น ที่ไหนได้ เขาเรียกข้าาาาา
ข้ายังไม่ได้จ่ายเงินค่าบัส 5555555 แล้วกลับเข้าไปจ่าย ใจสั่นๆหยิบไม่ถูกเลยวินาทีหน้าแตก
พี่บัสถึงขั้นช่วยหาเหรียญให้ แล้วเป็นวินาทีที่เราไม่หันไปดูใครรถเลยค่ะ T^T อับอาย ไม่กล้าสบตามนุษย์ผู้ใดทั้งนั้น
- ส่วนใหญ่เวลาเดินทางเราจะเลือกเส้นทางที่เป็นบัสตัวเลข บางวิธีมันเป็นชื่อรถบัสอะ คือไม่เข้าใจว่าคือไรก็ไม่สนใจ
แต่มันมีอยู่ที่หนึ่งที่อยากไปมากกกกกแล้วมันไม่มีบัสเป็นตัว เอาวะลองดู
สิ่งที่เราคาดเดาคือน่าจะเป็นเอกชนที่ใช้ one day pass ไม่ได้ ต้องจ่ายเงินแน่ๆ
พอรถที่ไม่มีตัวเลขมา เราก็ทำการไปยืนใกล้ๆหน้ารถแล้วที่เทียบว่าตรงมั้ย ตรงไหนหาไม่เจอ
แล้วสายตาดันสบตากับคนขับ วินาทีนั้นคนขับคงงงเป็นไก่ตาแตก ยืนทำอะไร???????? จะขึ้นมั้ย??
ถึงขั้นเรียกเราไปถามว่า จะไปไหน
แต่สุดท้ายเราก็ถอนใจ ไม่ไปที่ที่บัสไม่ใช่ตัวเลข (เศร้าใจแท้)
ใครมีข้อมูลตรงนี้ แนะนำหน่อยค่ะ จะนำไปใช้ในการเที่ยวรอบหน้า
- เรามักจะลุกในคนแก่นั่งเสมอ ซึ่งถ้าในไทยคือปกติปะ?? แต่พอเราลุกทีไร คนญี่ปุ่นในรถมักจะมองหน้าแบบงง "ลุกทำไม?"
และเรามีความสุขนะที่ได้เสียสละให้คนแก่ที่ยืนนานๆท่านก็เมื่อยแน่ๆ
ว่าด้วยเรื่อง คน kyoto
- เราไม่เคยถามคน kyoto ทั่วไป แล้วประสบความสำเร็จสักครั้ง
คือถ้าจะถามแล้วได้ความมีไม่กี่จุดคือ พนักงานที่พัก กับ ประชาสัมพันธ์ แค่นี้พอ
- เราชอบคนแต่งตัวคนที่นี้ เรียบร้อย เราไม่ค่อยเห็นใครนุ่งกางเกงขาสั้น แขนกุด
ถูกจริตมากมองแล้วสบายตาสุดๆ
ว่าด้วยเรื่อง ร้านค้า
- จะกินไร จิ้มๆเอาก็โอเคแล้ว ภาษาไม่จำเป็น ได้กินแน่นอนถ้ามีตังค์จ่าย
- เราเป็นพวกคอ sanx, sanrio, disney
sanx เราซื้อจากในห้าง daimaru ( free tax) และอีกที่คือร้านข้างนอกเด็ดมากในซอยที่เขาขายของยาวๆ เดินตรงไปเรื่อยๆเจอ abc mart
แล้วเลี้ยวขวาไปอีกซอยแล้วเดินตรงไปทางถนนใหญ่ ชอบมากก มีหมดอะ sanx sanrio collectionเก่า รูดบัตรเครดิตแทบจะพรุน 5555
sanrio (free tax) มีshopติดถนนอะถ้าเดินจาก daimaru ก็ตรงไปเรื่อยๆ ขอบอกว่า ของแถมเยอะมากกกกกกกกกกกกก
สะสมแต้มแลกของได้อีก ชอบมากรูดเครดิตพรุนเหมือนกันสำหรับ sanrio
disney มีshop เดินเลย sanx ตรงไปยาวๆ แล้วข้ามถนน ก็ถึงเลย ^o^ จัดไปฮะ ได้ยางมัดผมมา 6 ชิ้น
ได้ปากกามา 20กว่าด้าม กระเป๋าเป้ -o- เยอะมากก
ทั้งสามค่ายนี้ เขาจะเทสสินค้าให้เราทุกชิ้นก่อนเสมอ ว่าใช้งานได้จริงแน่นอน เลิศมากกกกกกก
- anello เราตั้งใจจะไปซื้อมาก แต่ทำไมหนอเราไม่เห็นคนญี่ปุ่นใช้เลย ที่รุมกันซื้อคือพี่ไทยล้วนๆฮะๆ
เราเลยตัดใจไม่ซื้ออะ ไปซื้อเป้ cath kidston ที่ห้างตรง kyoto station แทน อยู่ชั้นใต้ดิน ^O^
- ร้าน ramen ที่สถานี kyoto ครั้งแรกที่ไปกินมีเพื่อนพาไป แต่ครั้งที่สองและสามเราพยายามหามากกก
ทำไมเราหาทางเข้าไปเจอ มันอยู่ตรงไหนนนนนนนนน มันเป็นจุดรวมร้านramen เลยอะ มีหลายร้านมาก
(ใครพอรู้พิกัดทางเข้าบอกหน่อยนะคะ รอบหน้าจะต้องไปกินให้ได้ เพราะมันอร่อยมากกก)
- เราไม่ทำการบ้านเรื่องเที่ยว แต่เราทำการบ้านเรื่องของกินกับแหล่งซื้อของ
ซึ่งปรากฎว่าของกิน เราไม่ได้กินตามที่หาไปสักอย่างเพราะอารมณ์หิวใกล้ที่ไหน ที่ไหนถูกสุด เข้าเลยลูกพี่ไม่หาแล้วร้านดัง
แต่ทุกร้านที่เราไปกินอร่อยทุกร้านอะ เลยไม่สนใจแผนที่วางไว้อีกเลย
- บอกแหล่งพิกัดของเซลล์ตัวจริง
ห้าง daimaru ชั้นบนสุด วันแรกที่เราไป kyoto ไปตากแอร์เลยค่ะข้างนอกร้อนมากกก
ขึ้นไปบนสุดกำลังเซลล์รองเท้า NB คู่ละพันต้นๆ สอยสิค่ะ สีนี้เราเห็นร้านไทยขายสามพันกว่า
และได้ adidas มาอีกคู่ โอ้วโห ถูกมากกกกกกกกก เป็นอะไรที่ฟินและเพื่อนที่ไทยอิจฉาจะฝากหลายคน
แต่เราไม่รับฝากใคร เพราะกระเป๋าแค่ของเราก็เต็มแล้วไม่เหลือพื้นที่ให้ใครจริงๆ
พอสองวันถัดมาเซลล์ชุดชั้นใน ชุดนอน สุดยอดไปเลยยไปสัมผัสอารมณ์แม่บ้านญีปุ่นรื้อชุดชั้นใน ฮะๆ
ไซส์เล็กๆนี้เหลือบานเลยนะ ส่วนใหญ่กลาง,ใหญ่นี้หมดเร็ว ยืนสังเกตการณ์ค่ะ555555 ว่างจัดดดด
พอไปอีกรอบก็เจอเซลล์กระเป๋ารองเท้า แต่คิดเงินแล้วก็ตกคู่ละ 1000กว่านะคะ แต่มันก็เซลล์ละไง ตามธรรมเนียมคือแม่บ้านญี่ปุ่น
ลองใส่กันเตรียมทุกจุด ไม่มีพื้นที่เดินเลย
อีกห้างคือ ...จำไม่ได้ละ แต่วิธีของเราคือขึ้นบันไดเลื่อนไปถึงชั้นบนสุด
แล้วเดินเข้าประตูห้าง ชั้นบนนั้น อภิมหาเซลล์ค่ะ เราได้ชุดเด็กมา ซื้อให้หลานสาวเรา ^o^
3900เยนซื้อมาหลายชุดคุ้มนะคะ เพราะซื้อในไทยก็แพงกว่านี้งะ
เซลล์หลายสิ่งหลายอย่าง ตาลาย รูดบัตรเครดิตอย่างเดียวเลย
- ขนมของฝาก เราแนะนำว่าไปซื้อในสนามบินเถอะ มันเป็นวินาทีที่เราเคลียร์เงินเยนให้หมดตัว
แถมยังรูดบัตรเพิ่มอีก
สรุปแล้ว โคตรมีความสุขกับการเที่ยวคนเดียวค่ะ ได้ทำสิ่งที่อยากทำอยากไป
อยากตื่นสายแค่ไหนก็ได้ นอนดึกได้ กินที่ไหนก็ได้
ซื้ออะไรก็ได้เพราะไม่มีใครมาตกใจสิ่งที่เราซื้อ
ไปเที่ยวใบไม้เปลี่ยนกับเรามั้ยค่ะ^O^
เจอกันนะคะ ใครไปเที่ยวช่วงนั้น ไม่แน่น้าาก่อนใบไม้เปลี่ยนสีเราจะไปเที่ยวอีกก็ได้
คนอื่นๆไปเจออะไรกันมาบ้างมาแชร์กันนะคะ