2 ค่ายมือถือบ่นอุบ กม.ดิจิตอล 'อุตตม' ยันปีนี้มีผลบังคับใช้ทุกฉบับเผยรัฐลงทุนที่จำเป็นและไม่ซ้ำซ้อน


2 ค่ายมือถือบ่นอุบ กม.ดิจิตอล 'อุตตม' ยันปีนี้มีผลบังคับใช้ทุกฉบับเผยรัฐลงทุนที่จำเป็นและไม่ซ้ำซ้อน
มติชน (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2559

          ไอซีทียัน กม.ดิจิตอลคลอดครบในปีนี้เพื่อขับเคลื่อน ศก.ดิจิตอล 'อุตตม'ระบุรัฐจะลงทุนในส่วนที่จำเป็นและไม่ซ้ำซ้อนกับเอกชน ด้านเอกชนเซ็งไม่มีส่วนร่วมร่าง กม.ทั้งที่เป็นเฟืองสำคัญ

          นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยในงานเสวนา เรื่อง "กฎหมายดิจิตอล ความหวังสู่การปฏิรูป" ว่าปัจจุบันกฎหมายดิจิตอลเริ่มมีการประกาศใช้ไปบ้างแล้ว รวมถึงแผนแม่บทที่เป็นยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล ก็มีการประกาศใช้ไปแล้วเช่นกัน ส่วนการจะประกาศใช้ครบทั้ง 3 ฉบับใหญ่ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. ..., ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ... และ ร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ... (พ.ร.บ.กสทช.) ซึ่งสภานิติบัญญัติ (สนช.) อยู่ระหว่างการผลักดัน คาดว่าจะทยอยบังคับใช้ภายในปีนี้ โดยรัฐบาลมีนโยบายในการพัฒนากฎหมายไอซีทีให้เป็นเครื่องมือในการสนับสนุนนวัตกรรมในการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต ส่งเสริมให้มีการเข้าถึงและใช้นวัตกรรมโดยเท่าเทียมกัน

          นายอุตตมกล่าวว่า สำหรับความปลอดภัยด้านไซเบอร์ ก็จะมีกฎหมายในการป้องกันภัยคุกคามต่อระบบเศรษฐกิจและระบบสังคม บทบาทของภาครัฐจะสนับสนุนและประสานในภาคเอกชน ซึ่งมีเทคโนโลยีนำนวัตกรรมไปสู่ภาคประชาชนซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์ โครงการใดที่รัฐบาลเห็นว่าลงทุนแล้วจะเกิดประโยชน์ต่อประชาชนรัฐจะเป็นผู้ลงทุน แต่จะต้องไม่ซ้ำซ้อนกับภาคเอกชน

          นายสุทธิชัย ชื่นชูศิลป์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานธุรกิจสัมพันธ์และพัฒนา บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส กล่าวว่า ภาคเอกชนอยากได้กฎหมายที่มีนโยบายขับเคลื่อนที่มีความต่อเนื่อง ไม่ใช่เปลี่ยนใหม่ทุกครั้งที่มีการแปลงรัฐบาล รวมทั้งอยากให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการร่างกฎหมาย หรือขับเคลื่อนนโยบาย กำหนดทิศทางของอุตสาหกรรม เนื่องจากภาคเอกชนถือเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอลให้เกิดขึ้นได้ แต่ที่ผ่านมาพบว่าภาคเอกชนถูกจัดลำดับความสำคัญไว้ในลำดับที่ 2 หรือคือผู้ดำเนินการตามข้อกำหนดกฎหมายที่รัฐบาลเขียนไว้ให้ดำเนินตามเท่านั้น

          นายรวิพันธ์ พิทักษ์ชาติวงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกฎหมาย บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า อยากให้มีการเกิดของ "วันสต็อปช็อป" เนื่องจากที่ผ่านมาการออกใบอนุญาตให้ภาคเอกชนแค่ 1 ใบ แต่กว่าจะดำเนินการตามใบอนุญาตนั้นได้ต้องไปติดต่อเพื่อขออนุญาตเพิ่มเติมกับหน่วยงานอื่นๆ ไม่ต่ำกว่า 30 หน่วยงาน เช่นการอนุญาตให้วางโครงข่ายในโทรศัพท์เคลื่อนที่ ก็ต้องมีการไปประสานงานต่างๆ เพิ่มเติมกับ 3 การไฟฟ้า เป็นต้น และอยากให้มีการกำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกแผนการจัดสรรคลื่นความถี่ (สเปกตรัมโรดแมป) ที่ชัดเจนออกมา เพื่อให้ภาคเอกชนกำหนดทิศทางการประกอบธุรกิจได้


แหล่งข่าว
หนังสือพิมพ์มติชน (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2559 (หน้า 6)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่