พลันที่ภาพ นายกิตติศักดิ์ ศรีสุนทร หรือ “แจ็ค” ในชุดขาวชู 3 นิ้วพร้อมกับคำบรรยายว่าถ่ายมาจากภายในวัดพระธรรมกาย ผู้คนก็เริ่มได้ “กลิ่น”
เป็น “กลิ่น” เก่าๆ ในทาง “การเมือง”
เมื่อประสานเข้ากับความห่วงใยอันมาจากเฟซบุ๊กของ พระสุวิทย์ ธีรธัมโม แห่งวัดอ้อน้อย นครปฐม ในหัวข้อ “มันเริ่มแล้ว เริ่มขบวนการประกาศสงคราม ไม่ยอมรับอำนาจรัฐแล้ว” ระบุ
“มีชายฉกรรจ์กลุ่มเสื้อแดงพร้อมกระเป๋าใบใหญ่ทยอยกันเข้าไปภายในวัด”
และได้รับการเด้งรับอย่างเอาการเอางานจาก พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ เจ้าของคดี
“กลิ่น” ในทางการเมืองก็เริ่ม “กำจาย”
อย่าได้แปลกใจที่จะมีการโพสต์แสดง “รายละเอียด” ของข้อมูลอย่างต่อเนื่องจาก นายสมชาย แสวงการ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แห่งกลุ่ม 40 ส.ว.
มากันเป็นชุด มากันเป็นระบบ มากันเป็นขบวน
การปล่อยหัวรถจักรโดยมี พระสุวิทย์ ธีรธัมโม และ นายไพบูลย์ นิติตะวัน นั่งอยู่อย่างโดดเด่นจึงเป็นสิ่งที่เข้าใจได้
น่าสนใจก็ตรงที่มี “ดีเอสไอ” เป็นกำลังสำคัญ
เหมือนกับวิถีดำเนินแห่งคดีความที่พุ่งไปยัง พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธัมมชโย) จะมีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นเจ้าภาพ
เป็นความจริงอย่างเที่ยงแท้และแน่นอน
แต่เมื่อพลิกแฟ้มแต่ละแฟ้มเข้าไปก็จะประจักษ์ในบทบาทของ
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ก็จะประจักษ์ในบทบาทของ
พระสุวิทย์ ธีรธัมโม และเมื่อประสานกับข้อมูลแน่นกระเป๋าเจมส์ บอนด์ของ
นพ.มโน เลาหวณิช ก็ยิ่งมากด้วยสีสัน
ตามมาติดโดย
นายวันชัย สอนศิริ และ
นายสมชาย แสวงการ
เห็นหรือยังว่าการเคลื่อนไหวก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 ดำเนินไปอย่างไม่ธรรมดา เห็นหรือยังว่าการเคลื่อนไหวก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ดำเนินไปอย่างไม่ธรรมดา
ไม่ว่าจะใช้ชื่อว่าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไม่ว่าจะใช้ชื่อว่า กปปส.
หากธรรมดาจะสามารถยึดทำเนียบรัฐบาลได้หรือ หากธรรมดาจะสามารถยึดทั้งสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิได้หรือ
หากธรรมดาจะสามารถ “ชัตดาวน์” กรุงเทพมหานครได้หรือ
การเคลื่อนไหวในเดือนพฤษภาคม 2557 ก็เช่นเดียวกับการเคลื่อนไหวเมื่อเดือนพฤษภาคม 2551 เป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
เพียงแต่ครั้งนี้เป้าหมายอยู่ที่ “วัดพระธรรมกาย”
ยิ่งเคลื่อนไหวจึงยิ่งคึกคัก เพราะว่าเฮลิคอปเตอร์พร้อม เพราะว่าโดรนพร้อม เพราะว่ากำลังพลพร้อม
ภายในวัน 2 วันนี้การรุกเข้าไปประชิดประตูทุกประตูของวัดพระธรรมกายต้องบังเกิดขึ้น และเป้าหมายก็คือ พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธัมมชโย)
พลังแห่ง “เสื้อขาว” หรือจะต่อกรกับ “ดีเอสไอ” ได้
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1464961288
เริ่มต้นด้วยพวกหน้าม้า
สร้างความวุ่นวาย ยั่วยุให้เกิดความขัดแย้ง
ได้จังหวะเหมาะ ก็ใช้อ้างเป็นเงื่อนไขในการกินรวบ
ขบวนการเดิม ๆ หน้าเดิม ๆ รูปแบบเดิม ๆ วิธีการเดิม ๆ
ทำมาหากินกันง่ายจริง ๆ
ขบวนการเดิม ๆ วิธีการเดิม ๆ แล้วก็โมเมว่าบ้านเมืองไม่สงบ ขัดแย้ง แตกแยก ทำมาหากินกันง่าย ๆ แบบนี้แหละ
เป็น “กลิ่น” เก่าๆ ในทาง “การเมือง”
เมื่อประสานเข้ากับความห่วงใยอันมาจากเฟซบุ๊กของ พระสุวิทย์ ธีรธัมโม แห่งวัดอ้อน้อย นครปฐม ในหัวข้อ “มันเริ่มแล้ว เริ่มขบวนการประกาศสงคราม ไม่ยอมรับอำนาจรัฐแล้ว” ระบุ
“มีชายฉกรรจ์กลุ่มเสื้อแดงพร้อมกระเป๋าใบใหญ่ทยอยกันเข้าไปภายในวัด”
และได้รับการเด้งรับอย่างเอาการเอางานจาก พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ เจ้าของคดี
“กลิ่น” ในทางการเมืองก็เริ่ม “กำจาย”
อย่าได้แปลกใจที่จะมีการโพสต์แสดง “รายละเอียด” ของข้อมูลอย่างต่อเนื่องจาก นายสมชาย แสวงการ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แห่งกลุ่ม 40 ส.ว.
มากันเป็นชุด มากันเป็นระบบ มากันเป็นขบวน
การปล่อยหัวรถจักรโดยมี พระสุวิทย์ ธีรธัมโม และ นายไพบูลย์ นิติตะวัน นั่งอยู่อย่างโดดเด่นจึงเป็นสิ่งที่เข้าใจได้
น่าสนใจก็ตรงที่มี “ดีเอสไอ” เป็นกำลังสำคัญ
เหมือนกับวิถีดำเนินแห่งคดีความที่พุ่งไปยัง พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธัมมชโย) จะมีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นเจ้าภาพ
เป็นความจริงอย่างเที่ยงแท้และแน่นอน
แต่เมื่อพลิกแฟ้มแต่ละแฟ้มเข้าไปก็จะประจักษ์ในบทบาทของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ก็จะประจักษ์ในบทบาทของ พระสุวิทย์ ธีรธัมโม และเมื่อประสานกับข้อมูลแน่นกระเป๋าเจมส์ บอนด์ของ นพ.มโน เลาหวณิช ก็ยิ่งมากด้วยสีสัน
ตามมาติดโดย นายวันชัย สอนศิริ และ นายสมชาย แสวงการ
เห็นหรือยังว่าการเคลื่อนไหวก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 ดำเนินไปอย่างไม่ธรรมดา เห็นหรือยังว่าการเคลื่อนไหวก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ดำเนินไปอย่างไม่ธรรมดา
ไม่ว่าจะใช้ชื่อว่าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไม่ว่าจะใช้ชื่อว่า กปปส.
หากธรรมดาจะสามารถยึดทำเนียบรัฐบาลได้หรือ หากธรรมดาจะสามารถยึดทั้งสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิได้หรือ
หากธรรมดาจะสามารถ “ชัตดาวน์” กรุงเทพมหานครได้หรือ
การเคลื่อนไหวในเดือนพฤษภาคม 2557 ก็เช่นเดียวกับการเคลื่อนไหวเมื่อเดือนพฤษภาคม 2551 เป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
เพียงแต่ครั้งนี้เป้าหมายอยู่ที่ “วัดพระธรรมกาย”
ยิ่งเคลื่อนไหวจึงยิ่งคึกคัก เพราะว่าเฮลิคอปเตอร์พร้อม เพราะว่าโดรนพร้อม เพราะว่ากำลังพลพร้อม
ภายในวัน 2 วันนี้การรุกเข้าไปประชิดประตูทุกประตูของวัดพระธรรมกายต้องบังเกิดขึ้น และเป้าหมายก็คือ พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธัมมชโย)
พลังแห่ง “เสื้อขาว” หรือจะต่อกรกับ “ดีเอสไอ” ได้
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1464961288
เริ่มต้นด้วยพวกหน้าม้า
สร้างความวุ่นวาย ยั่วยุให้เกิดความขัดแย้ง
ได้จังหวะเหมาะ ก็ใช้อ้างเป็นเงื่อนไขในการกินรวบ
ขบวนการเดิม ๆ หน้าเดิม ๆ รูปแบบเดิม ๆ วิธีการเดิม ๆ
ทำมาหากินกันง่ายจริง ๆ