ถึงคน(เชียงใหม่)ที่หายไป...

สวัสดี.. เรามาอยู่เชียงใหม่ได้สักพักนึง
เราได้เจอกับคนนึง เล่าเลยละกันนะ ก็พยายามลืมๆแต่มันติดอยู่ในใจมาก

เรามาเชียงใหม่ได้สักพัก ปกติเราอยู่กรุงเทพ
แล้วคราวนี้ก็ได้เจอผู้ชายวัย 30 กว่า ที่งานผ้าฝ้าย เราได้ซื้อกางเกงจากเค้า
เค้ามาขายกางเกง เราไม่ได้สนใจอะไรในตัวเค้าหรอกแค่รู้สึกว่าเขาดูสุภาพดี ในครั้งแรกที่เห็น
ก็มีบทสนทนากันเล็กน้อย ว่าทำงานไร มาจากไหน อืมด้วยภาษาเหนือที่เราก็พูดไม่ได้
ผิวพรรณที่ดำคล้ำแตกต่าง  ก็พอจะเดาได้ ว่าเราดูไม่เข้าพวกเท่าไรนักสำหรับที่นี่ เป็นคนต่างถิ่น
เขาได้ขอเบอร์ติดต่อเราไว้ โดยให้จดใส่กระดาษ บอกว่าไว้ติดต่อว่ากางเกงดีไหม
เราก็บอกว่าเบอร์กับไลด์อันเดียวกัน แอดไลน์มาได้ ซึ่งเขาบอกว่าไม่เล่นไลน์
อืม งานที่เราทำก็พอจะรู้เกี่ยวกับผ้าบ้างบางส่วน  เขาคงจะมาถามจิงๆ
นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ได้คุยกันมา เขาก็โทรมาด้วยความสุภาพน้อมน้อม
คุยเรืองสภาพอากาศปกติ ประมาณว่าอยู่แถวไหนครับ อ่อ ตรงนั้นสภาพอากาศดี
ดูเป็นคนที่รู้จักใช้คำพูดและฉลาดในการพูดจามากเอาทีเดียว
มันมีความรู้สึกได้ว่า  อืม  จีบแหละ แต่ไม่ได้คิดจะเปิดใจคุยเท่าไหร่นัก
เพราะเจ็บซ้ำๆมาอยู่เรื่อยๆ  คิดว่าจะตั้งใจทำงานไป ทีนี้ก็อยู่ใกล้กัน
เขาขอทานอาหารด้วย ซึ่งมื้อแรก ก้เป็นก๋วยเตี๋ยวนำตก บวกกับเขาเอาอาหารพื้นเมืองที่ใส่ใบตองมาให้
ให้เราลองชิม  ก็กินข้าววันแรกผ่านไป
มีโทรมาคุยนิดหน่อย แต่เขาจะพูดเรื่องสุขภาพบ่อยมาก พวกยืดเส้นยืดสาย
พูดถึงพระพุทธศานา ตอนแรกๆเราก็เฉยๆ เพราะเราไม่ได้นับถือศาสนาอะไร แต่ก็ไม่ได้บอกเค้าไป
แค่เงียบๆฟังเค้าพูด
เจอกันอีกก็จะเป็นวันสงกรานต์ เขาพาเราไปวัด ไปนั่งริมน้ำ ไปสวนสาธารณะ
แล้วพาไปโดนสาดน้ำเฉยๆ วันนี้ดูจะเป็นวันที่อึดอัดสำหรับเรา เหมือนเป็นสงครามจิตวิทยา
ซึ่งเราก็ไม่เคยอึดอัดแบบนี้มาก่อน วันนี้เขาเอารถกระบะเก่าๆมารับเรา พูดด้วยวาจาว่าแบบ มันคงไม่สบายเหมือนเบนซ์นะครับ
ที่บ้านคุณ...ใช้รถอะไรครับ  เขาจะเรียกเราว่าคุณ นำหน้าชื่อเราทุกครั้ง
เราบอกว่าเบนซ์ ซึ่งเราก็บอกว่าเบนซ์เก่าๆนั่นแหละของพี่ชาย มีกะบะอีกคัน
เขาก็ครับ ผมไม่เคยคิดจะขับเลยนะครับ ไม่มีปัญญาหรอกครับ บ้านคุณ..มีฐานะนะครับ
ซึ่งจริงๆบ้านเราก็ธรรมดามาก ฐานะปานกลาง แต่เขาจะพูดว่าบ้านเราดูสูงส่งมาก
วันที่สอง เอารถมอไซด์มารับ ไปวัดต่างๆ และไปบนดาดฟ้าตึกแห่งหนึ่ง ตอนเปิดประตูเนี่ยเปิดไม่ออก เลยปีนอีกด้านใกล้ๆเพื่อจะไปบนดาดฟ้า
แต่พอขากลับ เขาเอามือผลักประตูนั้นออก ในใจคิดว่าเขาต้องรู้อยู่แล้ว ลองใจอะไรชั้นอีก
นี่เป็นครั้งแรก ที่ทำให้หัวใจของฉันเต้นแรงมาก ไม่รู้ว่ากลัวด้วยหรือเปล่า เขาก็พูดว่าเรากลัว กลัวเขาทำร้ายเรา
แต่ทุกครั้งบอกว่าถึงบ้านให้โทรเขาก็ไม่เคยโทรนะ บางวันเราไม่ว่าง เขาจะขับรถเอาหมูยอที่หอใบตองเเบบออริจินอลของเชียงใหม่มั้ง
มาให้เราบ้าง
ทุกเสาหรืออาทิตย์ถ้าว่างก้จะพาไปอ่างเก็บน้ำบ้าง ไปวิ่งบ้างครั้งนึง
ครั้งสุดท้ายนี่ไปดูหนัง  ทุกครั้งรู้สึกว่าโดนลองใจเยอะมาก เขาน่าจะเป็นคนที่ผ่านอะไรมาเยอะ
หลังจากนั้นก็มีคุยบ้าง แต่เราจะเป็นคนโทรและ บางทีก็โทรเล่าเรื่องที่ทำงานก็ยังคุยกันอยู่ดีๆ
บ่นที่ทำงาน แล้วเขาพูดมาคำนึงที่ติดใจเรา บอกว่า ขอบคุณครับที่เล่าให้ฟัง ผมจะได้รู้ว่ามีคนที่แย่กว่าผม
ทำเอาเก็บมาคิด จากนั้นก็โทรหาเขาไม่ติดเลย เขาไม่มีเฟสบุค ไม่มีไลน์ มีโทรศัพท์โนเกียปุ่มกดเก่าๆเครื่องนึง
ทุกวันศุกร์ก็จะโทรไม่ติด และครั้งที่ไปอ่างเก็บน้ำเขามารับตอนเช้าบอกจะพาไปดูบรรยากาศเชียงใหม่ตอนเช้าอากาศดี
มีน้ำยาบ้วนปาก กับที่โดนหนวดและเสื้อผ้าชุดนึงกับรองเท้า เราถามเอามาทำไม เขาบอกว่าก็พกเป็นปกติ บางทีก็โกนหนวดในห้องน้ำ
เอิ่มมม ไม่เชื่อ แต่ก้ไม่ได้เซ้าซี้ เขาจะพูดเรื่องหมาให้ฟังบ่อยๆ ดูเทคแคร์หมามาก แต่เราอะเฉยๆกับสัตว์เลี้ยง
ช่วงแรกกินข้าวด้วยกันต่างคนต่างจ่าย ครั้งต่อมาเขาเลี้ยงตอนเช้าเราเลี้ยงตอนเย็น
ครั้งต่อมาผมออกให้ แต่เราบอกไม่เป็นไร อเมกันแชร์ เเล้วเราก็เอาตังใส่กระเป๋าให้ รู้สึกมันแปลกๆ
เวลาเขาพาไปวัด เขาบอกนับถือศาสนาพุทธ แต่เราไม่เห็นเขาไหว้พระ เราถามเขาก้บอกยึดที่คำสอน
แล้วก็พูดๆให้เราฟัง เป็นพุทธวจนะ อะไรสักอย่าง เอาหนังสือให้เราอ่าน เราก็อ่านแต่ไม่ค่อยเก็ท
เขาบอกว่าเราปิดใจ อืมใช่เราปิดใจ เราเคยเคร่งพุทธ คริสก็เคย มันรู้สึกไม่ใช่ตอนนี้ก้เลยเบล็งค์ๆไว้
เราอยากรู้มากว่าที่เขาเชื่ออยู่คืออะไร แนวคิดค่อนข้างคล้ายกับที่เราเคยรู้มา แต่กลับเป็นอีกอย่างหนึ่ง
หน้าตาเขาดูหล่อเหลา แต่ทำตัวเชื่องช้ากว่าคนอายุ 30 ดูภูมิใจในตัวเอง สามารถที่ใส่เสื้อผ้าเก่าๆเเต่งตัวมอซอแล้วเดินห้างได้ เดินไปไหนมาไหนอย่างมั่นใจ ซึ่งเราก็จะเดินห้างแบบแต่งตัวชุดอยุ่บ้าน แต่จากประสบการณ์ที่คุยๆคบๆมา ไม่เคยมีใครไปเดทแบบนี้ รู้สึกประทับใจ
เพราะเวลาเราไปกินข้าวกะใครครั้งแรกหน้าก้ไม่แต่งไม่แต่งตัวเลย แต่เค้าคนนี้อะ บอกว่าให้เราแต่งตัวสบายๆ
แล้วยังชวนเราล้างหน้าหลังจากดูหนังเสร็จ เออ เรารู้สึกสบายมาก เขานั่งชันเข่าขึ้นมาบนเก้าอี้ มันรู้สบายมากที่เห็นอริยาบทแบบนั้น
บอกว่าจบราชภัฎ แต่ความรู้ที่พูดออกมาดูผ่านความคิดมาเยอะ
เขาบอกว่าเจอเราครั้งแรกแล้วหัวใจเต้น เขาดูแตกต่างมาก
เรายังคงคิดถึงเค้า แล้วไม่รู้ทำไม เขาถึงหายไป
ทั้งๆที่เขาก็รู้จักบ้านเรา ถ้าโทรศัพท์หาย เขาก็น่าจะมาได้
แต่เขากลับหายไปเลย อาจเพราะเราไม่ใช่  แต่เราก็น่าจะเป็นเพื่อนกันได้นี่
ไม่เห็นต้องหายไปเลย

นี่ก็เป็นเดือนและ  เราคิดว่าเขาอาจจะมีลูกมีเมียอยู่และปะ
แต่เราเคยถามแล้วนะ แบบระแวงๆ
แต่เขาก็ว่าเราว่า คุณจะเอาความเจ็บปวดในอดีตมาทำร้ายเราทำไม
ผมโสด ยังไม่มีลูกมีเมีย คุณจะอยู่เป็นหนุ่มเป็นสาวแล้วแก่ตายไปเฉยๆให้มันได้อะไร

อืม หลังจากตอนแรกเราจะไม่คุยแล้ว พอเราได้ยินประโยคนี้ เราก้เริ่มคุยกับเค้ามา
จนตอนนี้  ไม่รู้ว่าอะไรมันเกิดขึ้น

งง ไหม
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่