สวัสดีครับ
ผมขอมาแชร์ประสบการณ์การไปสัมภาษณ์งาน กับบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดสระบุรี ซึ่งในวันที่นัดสัมภาษณ์ก็มีการแจ้งเป็นหมายเหตุนัย
ว่าทางบริษัทต้องมีการตรวจเลือดนะเพื่อตรวจหาเชื้อเอดส์ ซึ่งผมก็ตอบตกลงไม่มีปัญหา พอมาถึงวันที่นัดสัมภาษณ์ ก็มีเพื่อนที่มาต่างจังหวัดซึ่งพวกเค้าจะเป็นคู่แข่งผมในการที่จะนำเสนอในความเป็นตัวให้แก่ HR และหัวหน้าฝ่ายซึ่งเค้าจะเป็นผู้ที่จะประเมินเรา ส่วนผมเป็นคนในจังหวัดสระบุรี ซึ่งต้องรอเป็นคนสุดท้ายเพราะบ้านใกล้ และพอถึงคิวของผมที่จะต้องเข้าไปสัมภาษณ์ ผมก็ได้นำเสนอในสิ่งที่เป็นตัวของตัวเองที่สุดและนับจากประสบการณ์การสัมภาษณ์งาน ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ในชีวิตของผม ผมจึงพอมีคำพูดที่น่าฟังและเรียบเรียงคำพูดพอดีจะตอบคำถามพวกเขาได้อย่างชัดเจน เมื่อการสัมภาษณ์จบลง เขาก็บอกว่ารอคำตอบนะคะเเล้วจะโทรไปแจ้ง ครับ ตามระเบียบ
อ่อ ลืมมบอกไปครับผมอายุ 23 ปี เพิ่งเรียนจบจากวิทยาแห่งหนึ่งในจังหวัดสระบุรี
แล้ววันถัดมา HR ก็ได้โทรมาแจ้งว่าผมได้ถูกเลือกให้เข้ามารวมงานกับเขา ผมดีใจอยู่ได้แปบนึง
เขาก็ได้ตรงเข้าประเด็น "น้องๆ พี่ถามอย่างนึงอย่าโกรธพี่นะพอดีหัวหน้าเขาถาม" 0.0
ผมตอบถามมาเลยพี่...... "น้องแมนไหม?"
ผมเลยตอบไปตรงๆว่าๆไม่แมนครับ "เขาเลยบอกว่าพอดีหัวหน้าพี่ไม่ค่อยชอบ....."
ผมก็เลยตอบไปว่า ..... ถ้างั้นถ้าเกิดว่าพี่เขารับไม่ได้ก็ไม่เป็นไรครับพี่เพราะว่าผมคิดว่า ถ้าเกิดว่าผมปิดบังแล้วมารู้ทีหลังมันก็ค่าเท่ากัน
ผมเลยบอกว่า งั้นพี่ก็ไปบอกตามที่ผมบอกพี่ไปเลยว่าผมไม่แมนและผมก็อยากทำงานด้วยความสบายใจ และถ้าเกิดผมได้ไปทำงานกับพี่เขา เขามารู้ว่าผมเป็นเเล้วเดิมทีเขาไม่ชอบผมก็ไม่มีความสุขในการทำงาน ผมเลยตัดสินใจสละสิทธิ์
ผมเลือกที่จะตัดสิทธิ์ตัวเองดีกว่า
อันที่จริงผมเคารพในการตัดสินใจของเขาน่ะ ไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไรจากใคร
แค่ไม่เข้าใจถึงความเสมอภาคของสิทธิ์การที่เป็นมนุษย์เหมือนกัน
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ผมเลยคิดว่าประเทศไทยเปิดโอกาสให้บุคคลประเภทที่สาม แล้วหรือ??
ส่วนมากจะเป็นแนวตัวตลกหรือผู้ให้ความบันเทิง แต่ว่าถ้าให้พูดถึงการยอมรับในวงกว้างของคนที่มีความเท่าเทียมกัน มันอาจจะยังไม่เท่าเทียมกันสะทีเดียว
หรือมันอาจจะเปิดกว้างก็จริงแต่มันไม่ใช่การยอมรับที่ตัวตนของคนๆนั้นจริงๆอาจจะยอมรับเฉพาะกลุ่ม ??
แต่สำหรับคนบางกลุ่มอาจกลายเป็นตัวตลกเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจและถูกดูถูกด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย ??
คนในสังคมสำหรับมุมมองในการมองเพศที่สาม คือ
1.ยอมรับ
2.ไม่ยอมรับ
แม้แต่ทางศาสนาก็ยังไม่ได้จำกัดว่าการที่เราเป็นเพศไหนๆแล้วมันจะบาป แต่มันก็ไม่ใช่จะหมายความว่าคนที่เพศนอกเหนือจากหญิงชายจะต้องดูแย่กว่าคนอื่น มันอยู่การกระทำมากกว่า...
หรือทางการแพทย์ก็ไม่ได้มองว่าเป็นความผิดปกติทางเพศ แต่เขามองว่าเป็นรสนิยมทางเพศต่างหาก
แต่สำหรับเพศที่สามใน วิชาชีพ ถ้าเราไปเจอคนที่เขาไม่ชอบสิ่งที่ไม่ชอบต่อให้เรามีความสามารถขนาดไหนเราก็จะได้กลายเป็นแค่ตัวสำรองอยู่ดี
ความดีสิ่งดีและความสามารถของเราต่อให้เรามีมากมายมีเหนือกว่าคนอื่นแค่ไหนถ้าเราไปเจอคนที่ไม่ชอบเพศที่สาม
//เราจะไม่มีทางชนะความไม่ชอบของเขาได้//
-ขอโทษนะครับแค่อยากมาระบาย-
คำพูดที่อาจอ่านแล้วไม่รู้เรื่องขออภัยครั้งแรกครับ
ผมมีตัวตนนะครับ...
อย่าไปแคร์คนที่ไม่เห็นค่าของตัวเรา
ไม่มีใครทำให้เราไม่มีค่า นอกจากเรามองว่าเราไม่มีค่า
ผ่านสัมภาษณ์งาน แต่พอเปิดว่าเป็นเกย์ กลับถูกปฏิเสธ ??
ผมขอมาแชร์ประสบการณ์การไปสัมภาษณ์งาน กับบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดสระบุรี ซึ่งในวันที่นัดสัมภาษณ์ก็มีการแจ้งเป็นหมายเหตุนัย
ว่าทางบริษัทต้องมีการตรวจเลือดนะเพื่อตรวจหาเชื้อเอดส์ ซึ่งผมก็ตอบตกลงไม่มีปัญหา พอมาถึงวันที่นัดสัมภาษณ์ ก็มีเพื่อนที่มาต่างจังหวัดซึ่งพวกเค้าจะเป็นคู่แข่งผมในการที่จะนำเสนอในความเป็นตัวให้แก่ HR และหัวหน้าฝ่ายซึ่งเค้าจะเป็นผู้ที่จะประเมินเรา ส่วนผมเป็นคนในจังหวัดสระบุรี ซึ่งต้องรอเป็นคนสุดท้ายเพราะบ้านใกล้ และพอถึงคิวของผมที่จะต้องเข้าไปสัมภาษณ์ ผมก็ได้นำเสนอในสิ่งที่เป็นตัวของตัวเองที่สุดและนับจากประสบการณ์การสัมภาษณ์งาน ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ในชีวิตของผม ผมจึงพอมีคำพูดที่น่าฟังและเรียบเรียงคำพูดพอดีจะตอบคำถามพวกเขาได้อย่างชัดเจน เมื่อการสัมภาษณ์จบลง เขาก็บอกว่ารอคำตอบนะคะเเล้วจะโทรไปแจ้ง ครับ ตามระเบียบ
อ่อ ลืมมบอกไปครับผมอายุ 23 ปี เพิ่งเรียนจบจากวิทยาแห่งหนึ่งในจังหวัดสระบุรี
แล้ววันถัดมา HR ก็ได้โทรมาแจ้งว่าผมได้ถูกเลือกให้เข้ามารวมงานกับเขา ผมดีใจอยู่ได้แปบนึง
เขาก็ได้ตรงเข้าประเด็น "น้องๆ พี่ถามอย่างนึงอย่าโกรธพี่นะพอดีหัวหน้าเขาถาม" 0.0
ผมตอบถามมาเลยพี่...... "น้องแมนไหม?"
ผมเลยตอบไปตรงๆว่าๆไม่แมนครับ "เขาเลยบอกว่าพอดีหัวหน้าพี่ไม่ค่อยชอบ....."
ผมก็เลยตอบไปว่า ..... ถ้างั้นถ้าเกิดว่าพี่เขารับไม่ได้ก็ไม่เป็นไรครับพี่เพราะว่าผมคิดว่า ถ้าเกิดว่าผมปิดบังแล้วมารู้ทีหลังมันก็ค่าเท่ากัน
ผมเลยบอกว่า งั้นพี่ก็ไปบอกตามที่ผมบอกพี่ไปเลยว่าผมไม่แมนและผมก็อยากทำงานด้วยความสบายใจ และถ้าเกิดผมได้ไปทำงานกับพี่เขา เขามารู้ว่าผมเป็นเเล้วเดิมทีเขาไม่ชอบผมก็ไม่มีความสุขในการทำงาน ผมเลยตัดสินใจสละสิทธิ์
ผมเลือกที่จะตัดสิทธิ์ตัวเองดีกว่า
อันที่จริงผมเคารพในการตัดสินใจของเขาน่ะ ไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไรจากใคร
แค่ไม่เข้าใจถึงความเสมอภาคของสิทธิ์การที่เป็นมนุษย์เหมือนกัน
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ผมเลยคิดว่าประเทศไทยเปิดโอกาสให้บุคคลประเภทที่สาม แล้วหรือ??
ส่วนมากจะเป็นแนวตัวตลกหรือผู้ให้ความบันเทิง แต่ว่าถ้าให้พูดถึงการยอมรับในวงกว้างของคนที่มีความเท่าเทียมกัน มันอาจจะยังไม่เท่าเทียมกันสะทีเดียว
หรือมันอาจจะเปิดกว้างก็จริงแต่มันไม่ใช่การยอมรับที่ตัวตนของคนๆนั้นจริงๆอาจจะยอมรับเฉพาะกลุ่ม ??
แต่สำหรับคนบางกลุ่มอาจกลายเป็นตัวตลกเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจและถูกดูถูกด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย ??
คนในสังคมสำหรับมุมมองในการมองเพศที่สาม คือ
1.ยอมรับ
2.ไม่ยอมรับ
แม้แต่ทางศาสนาก็ยังไม่ได้จำกัดว่าการที่เราเป็นเพศไหนๆแล้วมันจะบาป แต่มันก็ไม่ใช่จะหมายความว่าคนที่เพศนอกเหนือจากหญิงชายจะต้องดูแย่กว่าคนอื่น มันอยู่การกระทำมากกว่า...
หรือทางการแพทย์ก็ไม่ได้มองว่าเป็นความผิดปกติทางเพศ แต่เขามองว่าเป็นรสนิยมทางเพศต่างหาก
แต่สำหรับเพศที่สามใน วิชาชีพ ถ้าเราไปเจอคนที่เขาไม่ชอบสิ่งที่ไม่ชอบต่อให้เรามีความสามารถขนาดไหนเราก็จะได้กลายเป็นแค่ตัวสำรองอยู่ดี
ความดีสิ่งดีและความสามารถของเราต่อให้เรามีมากมายมีเหนือกว่าคนอื่นแค่ไหนถ้าเราไปเจอคนที่ไม่ชอบเพศที่สาม
//เราจะไม่มีทางชนะความไม่ชอบของเขาได้//
-ขอโทษนะครับแค่อยากมาระบาย-
คำพูดที่อาจอ่านแล้วไม่รู้เรื่องขออภัยครั้งแรกครับ
ผมมีตัวตนนะครับ...
อย่าไปแคร์คนที่ไม่เห็นค่าของตัวเรา
ไม่มีใครทำให้เราไม่มีค่า นอกจากเรามองว่าเราไม่มีค่า