คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 7
ปัญหามันอยู่ที่ ประเทศไทยใช้ระบบกฏหมายแบบ Civil Law (ประมวลกฎหมายแบบลายลักษณ์อักษร) แต่ระบบการพิจารณากลับเป็นว่า ไทยใช้ระบบ "กล่าวหา" (Accusatorial System) เป็นหลัก ซึ่งเป็นของระบบประเทศที่ใช้กฎหมายแบบ Common Law ซึ่งจะมีคณะ "ลูกขุน" (Jury) แต่ไทยไม่มีคณะลูกขุน มีแต่ผู้พิพากษาที่ใช้ดุลพินิจตีความตัดสินคดี แต่ผู้พิพากษาก็เป็นคนที่บางทีดุจพินิจก็ผิดพลาดคลาดเคลื่อนได้
แล้วก่อนการใช้ดุลพินิจตีความ หรือตัดสินใดๆ มีส่วนประกอบที่สำคัญอย่างมากในระบบยุติธรรมของไทย คือ สำนวนการส่งฟ้อง ที่เจ้าหน้าที่อีกส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมอย่าง ตำรวจ หรือ อัยการจัดทำขึ้น และเป็นช่องโหว่วใหญ่ที่ทำให้ ผลการพิจารณาคดีไม่สอดคล้องกับหลักความยุติธรรม หลายครั้งคดีแบบเดียวกัน หลักฐานพยานคล้ายๆกัน ยังตัดสินไม่เหมือนกันก็มีมาแล้ว ก็เพราะสำนวนนี้แหละ
ทั้งๆที่ระบบศาลไทยมักอ้างคำตัดสินก่อนหน้าเป็นบรรทัดฐาน แต่เมื่อมีการตีความ และสำนวนเข้ามาข้องเกี่ยว การจะต้องรับผิดฝ่ายเดียวก็เลยยังมีให้เห็นอยู่ในทุกวันนี้
แล้วก่อนการใช้ดุลพินิจตีความ หรือตัดสินใดๆ มีส่วนประกอบที่สำคัญอย่างมากในระบบยุติธรรมของไทย คือ สำนวนการส่งฟ้อง ที่เจ้าหน้าที่อีกส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมอย่าง ตำรวจ หรือ อัยการจัดทำขึ้น และเป็นช่องโหว่วใหญ่ที่ทำให้ ผลการพิจารณาคดีไม่สอดคล้องกับหลักความยุติธรรม หลายครั้งคดีแบบเดียวกัน หลักฐานพยานคล้ายๆกัน ยังตัดสินไม่เหมือนกันก็มีมาแล้ว ก็เพราะสำนวนนี้แหละ
ทั้งๆที่ระบบศาลไทยมักอ้างคำตัดสินก่อนหน้าเป็นบรรทัดฐาน แต่เมื่อมีการตีความ และสำนวนเข้ามาข้องเกี่ยว การจะต้องรับผิดฝ่ายเดียวก็เลยยังมีให้เห็นอยู่ในทุกวันนี้
สุดยอดความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น
เพื่อนๆที่รักความยุติธรรมทั้งหลายครับ-------------ทวดเอง
ผมอยากรู้ว่า เพื่อนๆเชื่อหรือไม่ว่า คนเสื้อแดงนั้น ถ้าคดีไหนศาลตัดสินให้ถูก ก็ยอมรับความยุติธรรม และคดีไหนศาลตัดสินให้ผิด ก็เป็นความไม่ยุติธรรมเหมือนคนอื่นๆไหมครับ
เพื่อนๆครับ ที่ผมพูดถึงนั้น เป็นกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวกับการเมืองเพียงอย่างเดียวนะครับ ไม่ได้เกี่ยวกับคดีอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องนะครับ
แต่ถ้าเพื่อนๆยังลังเล เพื่อนๆยังสับสน เพราะทั้งสองฝ่ายต่างก็อ้างในส่วนที่เป็นประโยชน์กับตัวเอง ทำให้ทำใจยากที่จะเชื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ดังนั้นผมจึงอยากถามเพื่อนๆในหลายคำถาม เพื่อประกอบการพิจารณานะครับ
เพื่อนๆคิดอย่างไรครับกับการขัดขวางการเลือกตั้ง การขัดขวางการรับสมัคร การขัดขวางการลงคะแนน จนเลือกตั้งไม่ได้ แม้แต่เขตเดียวก็ส่งผลให้การเลือกตั้งทั้งประเทศนั้นเป็นโมฆะ เพราะไม่สามารถจักการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายในวันเดียวตามคำวินิจฉัย
เพื่อนๆคิดอย่างไรครับ ที่เห็นคลิปมากมาย ทั้งบีบคอผู้สมัคร ทั้งยกหีบบัตรหนี ทั้งขัดขวางไม่ให้คนเข้าคูหา ปิดล้อมสำนักงานเขต เป็นการชุมนุมโดยสงบที่ชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้งไม่ปรากฏจำเลยทั้งหมดเป็นคนนำกุญแจไปคล้องเพื่อปิดทางเข้าสำนักงาน คดีนี้จึงยกฟ้องไป
เพื่อนๆคิดอย่างไรครับ เมื่อไม่มีการขัดขวางการเลือกตั้ง แล้ว กกต.กลับไม่ยอมจัดการการเลือกตั้งให้เป็นไปตามกฎหมาย นี่เป็นการเพิกเฉยต่อหน้าที่หรือเปล่าครับ เป็นการละเว้นการปฏิบัติตามมาตรา 157 หรือเปล่าครับ ถ้าใช่ ทำไมจึงไม่มีใครฟ้องร้องกันบ้างครับ
เพื่อนๆคิดอย่างไรครับ เมื่อคนที่ทำหน้าที่อำนวยความยุติธรรมให้กับการเลือกตั้ง กลับประกาศตัวอย่างชัดเจน ยอมเอียงเพื่อชาติ อย่างนี้แล้วยังจะเชื่อว่ามีความยุติธรรมอีกอย่างนั้นหรือครับ
เพื่อนๆคิดอย่างไรครับกับเรื่องที่ ปปช.รีบเร่งฟ้องรัฐบาลสมชายที่สลายการชุมนุมด้วยแก๊สน้ำตาตามมาตรฐานสากล แล้วมีคนตาย 2 คนอย่างน่าสลดและเป็นปริศนา
แต่ ปปช.ชุดเดียวกันกลับระบุการตาย 99 ศพจากกระสุนจริงในปี 53 ผู้นำรัฐไม่ผิด และยังเป็นการชี้มูลในช่วงชุลมุนท้ายปี และยังเป็นช่วงที่กำลังจะหมดอายุการทำงานในไม่กี่วัน มันช่างเป็นความยุติธรรมที่เป็นไปตามหลักกฎหมายจริงๆหรือเปล่าครับ
แล้วก็มาถึงเรื่องคลิปที่มีคนปล่อยออกมาในเรื่องการล็อบบี้ไม่ให้พรรคๆหนึ่งถูกยุบไงครับ ทั้งภาพทั้งเสียงชัดเจนที่ระบุให้ใครบางคนรับงานไปทำให้คดีนี้รอดจากการถูกยุบ
และผลเป็นอย่างไรก็คงทราบกันดีแล้วใช่ไหมครับ ยกฟ้องเพราะคดีหมดอายุความ ยกฟ้องเพราะนายทะเบียนพรรคการเมืองไม่แสดงความคิดเห็น แล้วรู้กันไหมครับ ใครที่ว่าได้บำเหน็จอะไรบ้าง ลองไปเสิร์ทหาดูได้ครับ
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนเสี้ยวของคดีทางการเมือง แต่มันก็น่าจะชัดเจนในทุกเรื่องถึงเรื่องของการเลือกปฏิบัติ การตีความให้เกิดผลดีกับฝ่ายเดียวกัน และเป็นผลร้ายกับฝ่ายตรงข้าม
ดังนั้นผมจึงอยากบอกว่า คนเสื้อแดงไม่ได้ไม่เคารพกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ไม่ยอมรับคำตัดสิน แต่ที่คนเสื้อแดงไม่ยอมรับคือกระบวนการสมคบคิด โดยอาศัยกฎหมายในการทำลายล้างคนคิดเห็นต่างทางการเมือง เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจต่างหากครับ