ข้อความผมลากมาจาก FB ชมรม
เรียนพี่น้องประชาชนและสมาชิกทุกท่าน จากการที่ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งในการต่อสู้กับคำสั่งข้อบังคับห้ามรถจักรยานยนต์ขึ้นสะพานและลงอุโมงค์ ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งประธานชมรม เป็นผู้รับมอบอำนาจชาวรถจักรยานยนต์ ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2559 และคาดไม่ถึงว่า จะมีผลกระทบตามมามากมาย
มีการใช้อำนาจรัฐในการรังแกประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ทั้งที่นโยบายของชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม คือการต่อสู้กับความไม่ยุติธรรมในสังคม และอ้างอิงกระบวนการทางกฎหมายเป็นหลัก การให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ก็เป็นการให้ความเห็นอย่างสุจริตในฐานะประชาชน และอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย
โดยสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้
1. ถูกแจ้งความดำเนินคดี ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา
2. ถูกพนักงานสอบสวนส่งหมายเรียกรับทราบข้อกล่าวหาผิดพื้นที่
3. ถูกรายงานเพจ Facebook ของชมรมฯ เพื่อให้มีการปิดเพจ
ในวันพรุ่งนี้ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ จะไปรับทราบข้อกล่าวหา เวลา 14.00 น. ซึ่งจะต้องถูกพิมพ์ลายนิ้วมือทั้ง 10 นิ้ว และทำประวัติ โดยจะขอต่อสู้คดีนี้จนถึงที่สุด และจะไม่มีการถอนฟ้องในคดีศาลปกครองอย่างเด็ดขาด เพราะมั่นใจว่า จะชนะคดีในครั้งนี้ สิ่งที่ได้รับเอกสารคำชี้แจงข้อกล่าวหา จากกองบัญชาการตำรวจนครบาล ในการออกข้อบังคับห้ามรถจักรยานยนต์ขึ้นสะพานและลงอุโมงค์ เป็นเรื่องที่ยังเปิดเผยไม่ได้ (ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล) แต่ถ้าอนาคต สามารถเปิดเผยได้ พี่น้องประชาชนชาวรถจักรยานยนต์ 3.3 ล้านคัน คงจะเกลียดชังไปอีกนานแสนนาน จากเหตุผลที่ชี้แจงมา
หากมีพี่น้องประชาชนท่านใด อยากช่วยสนับสนุนการต่อสู้กับความไม่ยุติธรรมในครั้งนี้ กับอำนาจรัฐของตำรวจ สามารถสนับสนุนได้ตามเลขที่บัญชีหน้าเพจของชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมครับ หรือติดต่อที่เบอรื 086-082-5077 และ 082-703-5347 ครับ
สำหรับคนที่ไม่ได้ติดตามเรื่องสะพานและอุโมงของสองล้อ
เรียนพี่น้องประชาชนและสมาชิกทุกท่าน จากการที่ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งในการต่อสู้กับคำสั่งข้อบังคับห้ามรถจักรยานยนต์ขึ้นสะพานและลงอุโมงค์ ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งประธานชมรม เป็นผู้รับมอบอำนาจชาวรถจักรยานยนต์ ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2559 และคาดไม่ถึงว่า จะมีผลกระทบตามมามากมาย
มีการใช้อำนาจรัฐในการรังแกประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ทั้งที่นโยบายของชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม คือการต่อสู้กับความไม่ยุติธรรมในสังคม และอ้างอิงกระบวนการทางกฎหมายเป็นหลัก การให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ก็เป็นการให้ความเห็นอย่างสุจริตในฐานะประชาชน และอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย
โดยสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้
1. ถูกแจ้งความดำเนินคดี ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา
2. ถูกพนักงานสอบสวนส่งหมายเรียกรับทราบข้อกล่าวหาผิดพื้นที่
3. ถูกรายงานเพจ Facebook ของชมรมฯ เพื่อให้มีการปิดเพจ
ในวันพรุ่งนี้ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ จะไปรับทราบข้อกล่าวหา เวลา 14.00 น. ซึ่งจะต้องถูกพิมพ์ลายนิ้วมือทั้ง 10 นิ้ว และทำประวัติ โดยจะขอต่อสู้คดีนี้จนถึงที่สุด และจะไม่มีการถอนฟ้องในคดีศาลปกครองอย่างเด็ดขาด เพราะมั่นใจว่า จะชนะคดีในครั้งนี้ สิ่งที่ได้รับเอกสารคำชี้แจงข้อกล่าวหา จากกองบัญชาการตำรวจนครบาล ในการออกข้อบังคับห้ามรถจักรยานยนต์ขึ้นสะพานและลงอุโมงค์ เป็นเรื่องที่ยังเปิดเผยไม่ได้ (ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล) แต่ถ้าอนาคต สามารถเปิดเผยได้ พี่น้องประชาชนชาวรถจักรยานยนต์ 3.3 ล้านคัน คงจะเกลียดชังไปอีกนานแสนนาน จากเหตุผลที่ชี้แจงมา
หากมีพี่น้องประชาชนท่านใด อยากช่วยสนับสนุนการต่อสู้กับความไม่ยุติธรรมในครั้งนี้ กับอำนาจรัฐของตำรวจ สามารถสนับสนุนได้ตามเลขที่บัญชีหน้าเพจของชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมครับ หรือติดต่อที่เบอรื 086-082-5077 และ 082-703-5347 ครับ