ยินดีด้วย!!กรุงเทพจะปลอดคนจน เพราะกำลังฆ่าตัวตายกันหมด

กระทู้นี้บอกเลย โลกไม่สวย ต้องขออภัยด้วย จึงจำต้องขออนุญาต หมายเหตุเจตจำนงไว้ ณ ที่นี้ก่อน
1. กระทู้นี้ เป็นการแสดงความเห็นส่วนบุคคล อิงตามรัฐธรรมนูญที่สามารถแสดงความคิดเห็นโดยเสรี
2. ผมเป็นหนึ่งในผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียในปัญหาดังกล่าวในทางอ้อม จึงเป็นการแสดงคิดเห็นฝ่ายเดียว (โปรดหาความเห็นอีกฝ่ายนึงเอาเอง ซึ่งผมก็มั่นใจว่า ไม่มี เพราะเคยเรียกประชุมกันแล้วกับทางรัฐ แต่ก็ไม่ให้หนทางออกหรือแก้ไขใดๆ)
3. ในกระทู้นี้ กล่าวถึงปัญหาเฉพาะพื้นที่พาหุรัด ซึ่งเป็นพื้นที่ทำมาหากินของครอบครัวซึ่งเป็นรายได้หลัก อาจจะมีการอ้างอิงในพื้นที่ที่ใกล้เคียงด้วย
4. กระทู้นี้ขอให้เป็นกระทู้รวมความคิด อย่างผู้มีสติปัญหา ร่วมหาหาทางแก้ไข
5. หากผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ครับ

*******************************************************************************

ปัญหานี้เริ่มจากสักราวๆ 2ปี ที่แล้ว ที่ กทม มีการจัดระเบียบพื้นที่แผงลอยค้าขาย ซึ่งเท่าที่ผมทราบในระยะแรก นั้น  พบว่า มีปัญหาเรื่องการทำผิดกฏระเบียบจำนวนมาก เหมาะความไม่เหมาะสมในการจัดการพื้นที่ต่างๆ เช่น การวางของกินเลนถนน  การกางผ้าใบจนกลายเป็นอุโมง เป็นต้น หรือ การขายสินค้าในพื้นที่แคบ จนไม่สามารถเดินทางสัญจรบนทางเท้าได้อย่างสะดวก ซึ่ง ในจุดนี้  จนทำให้มีการยุบรวมพื้นที่ขายหลายจุด ให้มาอยู่ที่ พาหุรัดเพียงที่เดียว  ด้วยการลดขนาดแผงขายสินค้าให้เหลือไม่เกิน 1.5 เมตร (ใครมี 2 3 4 เมตรก็ลดเหลือ 1.5เมตรเท่ากันหมด)   จุดนี้ ไม่มีใครตัดค้าน เนื่องจากทราบกันดีว่า ตรงนี้เป็นจุดที่ กทม จัดสรรให้ทำกินมานานแล้ว (มากกว่า30 ปี)   และกทม ได้วางกฏระเบียบมากมาย เพื่อการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ห้ามกางผ้าใบจนเป็นอุโมง ห้ามกางผ้าทึบบดบังทัศนวิสัยจากภายนอก   ทุกอย่างได้รับการตอบรับอย่างดี   (มีการเรียกประชุมระหว่างรัฐกับผู้ขายจำนวนหลายครั้ง)

แต่ทั้งนี้  ก็มีหลายๆพื้นที่ไม่ทำตามกฏระเบียบใหม่ที่วางไว้ จนกระทั้งถูกยุบพื้นที่ขายไปหลายจุด

จนกระทั่ง เมื่อเช้า  ผมได้อ่านเจอข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ชื่อดัง  กทม ประกาศโละ 73 จุดหาบเล่ แผงลอย (รวมถึงแผงลอยถูกกฏหมายที่ขายกันมายาวนานกว่า 30ปี) ซึ่งจะส่งผลให้ ประชาชนที่ขายของกว่า 18,947 คน ไร้สิ้นที่ขายทันที  เนื่องจาก จะย้ายไปขายที่ไหนละ ???  เพราะโละทั่วกรุงเทพ???  ขายในห้าง ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น กับคุณภาพชีวิตที่ต่ำลง ???  (แลดูจะสวนทางกับ นโยบาย คสช ที่บอกว่า 4ปี ไม่มีคนจนนะครับ)

มาพูดถึงทางออกกัน  ...  ทางผู้ค้า ก็พยายามที่จะหาถึงหนทางไป หาทางแก้ไขปัญหา หรือพื้นที่ทำกินใหม่ ที่ทางรัฐจะสามารถช่วยเหลือได้  เพราะกว่าร้อยละ 90 ของผู้ค้า ที่ไม่มีพื้นที่ทำกินเป็นของตัวเอง  ส่วนใหญ่เป็นผู้ค้าดั้งเดิมที่ขายที่นี่มานานกว่า 10 ปี เนื่องจากเป็นที่ทำกินที่ไม่สามารถโอนถ่ายให้ทายาทแบบมรดกได้  มีอีกจำนวนมากที่เป็นผู้เฒ่าผู้แก่ ที่ขายสินค้าที่ดังกล่าวมานาน  (ถ้าพูดถึงพาหุรัด หลายท่านคงจะรู้ถึงความเป็นมาที่ยาวนานของย่ายขายผ้านะครับ)   แต่จนแล้วจนรอด ก็ยังไม่มีทางออกจากภาครัฐซึ่งเป็นผู้เก็บภาษีจากพ่อค้าแม่ขาย เอาไปพัฒนาประเทศ  

มาพูดถึงการดิ้นหาทางออกของผู้ค้ากันบ้าง ... ปัจจุบัน มีพื้นที่ขายใหม่เป็นเหมือนห้างติดแอร์ที่เอกชนสร้างขึ้นมาใหม่   มีผู้ค้าบางคน เริ่มทะยอยจับจองพื้นที่ขายในห้างนั้นแล้ว  แต่ ....   ค่าเช่านั้น จิ๊บๆครับ  เดือนละ 15,000 บาท  หลายคนอาจจะบอกว่าไม่แพง แต่ คุณอย่าลืม  การค้าขายผ้า เสื้อ กางเกง กำไรไม่ได้มากมายนักหรอกครับ  สินค้าทุนต่ำชนิดหาเช้ากินค่ำก็คงหยุดความคิดที่จะเข้าไปจับจองพื้นที่  เพราะไม่มีปัญหาจ่ายจริงๆ  อันนี้ไม่ต้องพูดถึงร้านขายน้ำ ขายกาแฟ คงต้องหยุดความคิดไปได้เลย   คนที่มีปัญหา ก็เป็นส่วนน้อยที่ขายสินค้าชนิดขายส่ง เป็นเถ้าแก่กัน  แต่ที่ซ้ำร้ายกว่านั้น  ห้างติดแอร์เล็กๆ  มีพื้นที่แค่เล็กน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนผู้โดนไล่ที่จำนวนมากนะครับ

ปัญหาที่กล่าวมายืดยาว  หลักๆเลย มันเป็นเรื่องของปากท้องครับ  ไม่มีที่ขาย ก็ไม่มีเงิน  ไม่มีเงินก็อดตายครับ  ง่ายมากสำหรับตรรกะนี้ ที่รัฐบาลผู้มีเงินเดือน หรือ ผู้บริหารที่รายได้เหยียบแสนไม่เข้าใจ  

ไม่รู้จะระบายอะไร รู้สึกอัดอั้นเมื่อเห็นเสาหลักของบ้าน นั่งน้ำตาไหลบนจานข้าวครับ  

ขอบคุณครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่