นี่คือข้อมูลที่ได้จากการสนทนาระหว่างผม กับบรรณาธิการข่าวทีวีท่านหนึ่ง
บก.ท่านนี้กล่าวว่า
เราได้รับธงมาจาก...ให้จัดการวัดธรรมกาย
ซึ่งปมปัญหาของเขากับพระธรรมกายก็คือ ฐานมวลชนและทรัพย์สินของวัด
วิธีการในการทำงานคือ ตั้งทีมเฉพาะกิจขึ้นมาประมาณ 3-4 คน
หาแหล่งข่าวที่เราวางเป็นตัวหลักสำหรับเล่นงานธรรมกายก็อย่างเช่น พระพยอม หมอมโน และนายไพบูลย์
แล้วยังกล่าวอีกว่า ทุก ๆ วันถ้ามีประเด็นใหม่ ๆ ก็จะวิ่งไปสัมภาษณ์แหล่งข่าวเหล่านี้
มีอยู่วันหนึ่ง เคยแอบซ่อนใต้ท้องรถเพื่อแอบเข้าวัดพระธรรมกายจน รปภ.จับได้ นี้คือข้อมูลที่ได้จากสนทนา
-----------------------
คำถามตอบมาก็คือ แล้วทำไมเขาถึงเลือกใช้สื่อในการกำจัดธรรมกายด้วยหละ
เพื่อให้เห็นภาพชัดๆ ถ้าใครเคยดูหนังเรื่องฮังเกอร์เกม จะเข้าใจว่าสื่อมีอิทธิพลต่อคนมากจริงๆ
ถ้าสื่อจะ "รุมทึ้ง" ใครล่ะก็เป็นไม่รอด แม้แต่องค์กรตำรวจ ถ้านักข่าวนำเสนอข่าวตำรวจประพฤติไม่ดีทุกวัน
บอกเลยว่าองค์กรนี้ต้องรีบแก้เรื่องภาพลักษณ์โดยเร็ว
อย่างเช่นกรณีล่าสุด "ลูกตำรวจกับชายพิการ" เรื่องนี้พวกนักข่าวอินมากเลยเสนอข่าวให้หนักสักหน่อย
ด้วยเหตุนี้เองมันถึงได้มีประเพณี ที่นักการเมือง ทหาร ราชการ สถาบันเศรษฐกิจ ฯลฯ ต้องเลี้ยงดูปูเสื่อนักข่าวอย่างดี
แต่บังเอิญว่าวัดวาอารามต่างๆไม่มี!!!
การที่คนในสังคมเข้าใจวัดธรรมกายในแง่ลบมาตลอดก็ด้วยเหตุนี้แหละ
แล้วลองนึกภาพนะครับว่า เหล่านักข่าวรุ่นใหม่หลายช่อง หลายสำนักในปัจจุบัน ที่รับรู้เรื่องราวธรรมกายตามอินเตอร์เน็ตบ้าง
ตามอคติส่วนตัวที่ถ่ายทอดมาแบบผิด ๆ บ้าง และที่สำคัญคือ คนที่เป็น "นาย" อย่างเจ้าของบริษัทหรือ บก. ที่เกลียดวัดพระธรรมกายมากๆ
แล้วมาบรีฟงานให้นักข่าวเด็ก ๆ เหล่านี้ จะเกิดอะไรขึ้น
วัดธรรมกายคงรอดยากงานนี้
เรื่องจริงในสังคมไทย???? โดย บก.สำนักข่าวแห่งหนึ่ง
บก.ท่านนี้กล่าวว่า
เราได้รับธงมาจาก...ให้จัดการวัดธรรมกาย
ซึ่งปมปัญหาของเขากับพระธรรมกายก็คือ ฐานมวลชนและทรัพย์สินของวัด
วิธีการในการทำงานคือ ตั้งทีมเฉพาะกิจขึ้นมาประมาณ 3-4 คน
หาแหล่งข่าวที่เราวางเป็นตัวหลักสำหรับเล่นงานธรรมกายก็อย่างเช่น พระพยอม หมอมโน และนายไพบูลย์
แล้วยังกล่าวอีกว่า ทุก ๆ วันถ้ามีประเด็นใหม่ ๆ ก็จะวิ่งไปสัมภาษณ์แหล่งข่าวเหล่านี้
มีอยู่วันหนึ่ง เคยแอบซ่อนใต้ท้องรถเพื่อแอบเข้าวัดพระธรรมกายจน รปภ.จับได้ นี้คือข้อมูลที่ได้จากสนทนา
-----------------------
คำถามตอบมาก็คือ แล้วทำไมเขาถึงเลือกใช้สื่อในการกำจัดธรรมกายด้วยหละ
เพื่อให้เห็นภาพชัดๆ ถ้าใครเคยดูหนังเรื่องฮังเกอร์เกม จะเข้าใจว่าสื่อมีอิทธิพลต่อคนมากจริงๆ
ถ้าสื่อจะ "รุมทึ้ง" ใครล่ะก็เป็นไม่รอด แม้แต่องค์กรตำรวจ ถ้านักข่าวนำเสนอข่าวตำรวจประพฤติไม่ดีทุกวัน
บอกเลยว่าองค์กรนี้ต้องรีบแก้เรื่องภาพลักษณ์โดยเร็ว
อย่างเช่นกรณีล่าสุด "ลูกตำรวจกับชายพิการ" เรื่องนี้พวกนักข่าวอินมากเลยเสนอข่าวให้หนักสักหน่อย
ด้วยเหตุนี้เองมันถึงได้มีประเพณี ที่นักการเมือง ทหาร ราชการ สถาบันเศรษฐกิจ ฯลฯ ต้องเลี้ยงดูปูเสื่อนักข่าวอย่างดี
แต่บังเอิญว่าวัดวาอารามต่างๆไม่มี!!!
การที่คนในสังคมเข้าใจวัดธรรมกายในแง่ลบมาตลอดก็ด้วยเหตุนี้แหละ
แล้วลองนึกภาพนะครับว่า เหล่านักข่าวรุ่นใหม่หลายช่อง หลายสำนักในปัจจุบัน ที่รับรู้เรื่องราวธรรมกายตามอินเตอร์เน็ตบ้าง
ตามอคติส่วนตัวที่ถ่ายทอดมาแบบผิด ๆ บ้าง และที่สำคัญคือ คนที่เป็น "นาย" อย่างเจ้าของบริษัทหรือ บก. ที่เกลียดวัดพระธรรมกายมากๆ
แล้วมาบรีฟงานให้นักข่าวเด็ก ๆ เหล่านี้ จะเกิดอะไรขึ้น
วัดธรรมกายคงรอดยากงานนี้