ขายของออนไลน์ ต้องยอมให้ลูกค้ามาคุกคามเราขนาดนี้เลยเหรอ

ก่อนอื่นขอเล่าก่อนค่ะว่า จขกท.ขายของออนไลน์ ซึ่งก็มีบริษัทเป็นของตัวเอง ไม่มีหน้าร้านแต่มีช่องทางการติดต่อหลายช่องทางคือ เว็ปไซต์ เฟซบุค ไลน์ และโทรศัพท์ ขายมาได้หลายปี จนตอนนี้เริ่มทำไม่ไหวเนื่องจากสมาชิกทุกคนต่างติดภารกิจ เราเองก็เลี้ยงลูกแฝด เพิ่งจะขวบ คือยุ่งมากๆ ก็เลยคุยกันว่าจะหยุดเอาไว้ก่อน พอตกลงกันตามนั้นก็ขายของจนหมดสต๊อคแล้วก็หยุดรับลูกค้า ตามหน้าเว็ปไซต์ก็ระบุแต่รับเป็นล๊อตใหญ่เป็นพรีออเดอร์

มาเล่าถึงเหตุการณ์วันนี้บ้างค่ะ เป็นเวลาเกือบๆบ่ายสาม เราก็อยู่บ้านคนเดียว มีเด็กเล็กอีก 2 เรากำลังกล่อมลูกอยู่ คนนึงหลับแล้ว อีกคนกำลังเคลิ้มๆเลย ก็มีเสียงออดดัง ออกไปก็เจอชายหญิงคู่นึงอยู่หน้าบ้าน ขับรถ Honda city สีขาวมา โดยผู้ชายได้เดินเข้ามาในบ้านเราแล้ว( คือเราได้เปิดประตูบ้านไว้เพราะก่อนหน้านี้เพิ่งกลับมาจากข้างนอก )

ผช.ก็สอบถามว่า ใช่ร้านที่ขาย...ใช่ไม๊

เราก็ตอบว่าก็ใช่ แต่คุณมาได้ยังไง ปกติคุณควรจะโทรมาสอบถาม และนัดหมายก่อนมาไม่ใช่เหรอ (คือหน้าเว็ปก็เขียนไว้นะคะ ว่าเราไม่ได้มีหน้าร้าน เราขายออนไลน์ ที่อยู่หน้าเว็ปเป็นที่อยู่สำหรับยืนยันตัวตนและเป็นที่ตั้งบริษัท ไม่มีสินค้าขายที่นี่ ปกติสินค้าจะส่งออกจากสต๊อคอีกที่หนึ่ง) พร้อมกับผายมือเป็นเชิงให้เค้าออกไปจากบ้านแล้วก็เลื่อนประตูหน้าบ้านมาปิดไว้

เค้าก็บอกว่า ลองโทรมาแล้ว ไม่มีคนรับ ก็เลยมาตามที่อยู่ตามหน้าเว็ปเลย

เราก็บอกไปว่า ไม่ได้ขายแล้ว ....ก็นึกว่าจะคุยกันรู้เรื่องแล้ว เราก็เดินเข้าประตูตัวบ้าน แต่เหลือบไปเห็นคนผู้หญิง หยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูปบ้านรูปรถเราอยู่ เราก็เลยรีบวิ่งออกไป ถามว่าคุณมาถ่ายรูปบ้านเราทำไม

ญ :คุณเลิกขายได้ยังไง เพื่อนเราเพิ่งซื้อเอง

เรา :ก็ไม่ว่างขายอ่ะค่ะ พอขายหมดก็เลยหยุดไปก่อน

ญ :แปลก ขายอยู่ดีๆแล้วมาเลิกขายได้ยังไง

เรา: ก็เราไม่มีเวลาอ่ะค่ะ แฟนเราก็ทำงานยุ่ง เรา เองก็ต้องเลี้ยงลูกเล็ก รบกวรลบรูปให้ด้วยนะคะ จะถ่ายไปทำไม

ช : เอ้อแปลก ขายอยู่ดีๆแล้วเลิก

ญ :ค่ะๆเดี๋ยวลบใ้ห้ (แต่ก็ไม่ยอมลบซักที)

เรา : ก็ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรนี่คะ เลิกขาย ลูกค้าเก่าก็ยังดูแลอยู่ ไม่มีปัญหา

ญ : แล้วทำไมในเว็ปยังมีข้อมูลอยู่ ทำไมไม่ลบข้อมูลใน server ทำไมไม่แจ้งหน้าเว็ป ทำไม ๆๆๆๆๆ (ถามทำไมเยอะมากๆ)

เรา : แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรมาถ่ายรูปบ้านเรา มันเกี่ยวอะไรด้วย

ญ : ก็เพื่อนเราเคยซื้อไป และแนะนำให้มาเรามาซื้อที่นี่ และเค้าอยากให้ถ่ายรูปออฟฟิศให้เค้าดู

เรา : คือนี่มันบ้านเรา คุณไม่มีสิทธิ์มาถ่ายรูปบ้านเราตามใจชอบ

ช: เอ้อแปลก ทำอะไรไม่เปิดเผย ขายๆอยู่แล้วเลิก

ญ: ก็นี่มันบริษัทรึเปล่าคะ ทำไมถ่ายไม่ได้

เรา : ก็บริษัทเราค่ะ แต่นี่บ้านเรารบกวนคุณลบรูปให้ด้วย

ญ :ค่ะๆ เดี๋ยวลบๆๆๆ

ในระหว่างนี้ผู้ชายก็เริ่มโวยวาย พูดแต่แบบเดิมซ้ำๆว่าแปลกๆๆ ไม่เปิดเผย ผุ้หญิงก็ไม่ยอมลบรูปซักที เราเลยบอกว่างั้นรอก่อน เดี๋ยวเราไปเอาโทรศัพท์มาถ่ายรูปรถคุณบ้าง แล้วก็รีบวิ่งเข้าไปในบ้าน

พอออกมาก็เห็นเค้ารีบถอยรถหนี เราก็ออกไปวิ่งตาม. พอดียามขี่จักรยานมา เราก็เลยรีบให้เค้าดูเลขทะเบียนรถให้. ซักพัก เค้า  2 คนก็ขับรถออกไป ทิ้งความงงให้เราว่ามันเกิดอะไรขึ้นแล้วก็รีบวิ่งเข้ามาดูลูก

หลังจากเค้าไป เราก็มานั่งสงสัยว่า เค้าเป็นใคร ทำไมอยู่ดีๆก็โผล่มาบ้านเรา บุกรุกเข้ามาในบ้านเรา แล้วมาแอบถ่ายรูปบ้านเรา แล้วมาพูดจาโวยวายๆกับเรา นี่คุณคือลูกค้าที่อยากจะซื้อของเราขนาดนี้เลยเหรอ แล้วมารยาทมันอยู่ตรงไหน เราว่าเราพูดจาดีๆ อธิบายไปแล้ว มันไม่ใช่เรื่องเข้าใจยากเลยว่าเหตุผลทำไมเราถึงหยุดขาย

เราว่ามันเป็นสิทธิส่วนบุคคลรึเปล่า เราอยากจะทำอะไร อยากจะทำ หรือว่าอยากจะเลิกทำ เราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน...บ้านเราเองก็เป็นบ้านในหมู่บ้านจัดสรร แถวๆถนนราชพฤกษ์ คือถ้าคุณขับรถเข้ามา คุณก็น่าจะดูออกว่ามันไม่มีร้านค้าอยู่ที่นี่แน่ๆ หน้าบ้านเราก็เหมือนหน้าบ้านทั่วๆไป ไม่ได้มีการเชิญชวนบอกว่า กรุณาเข้ามา หรือมีห้องรับรองอะไรเป็นพิเศษ แล้วอะไรคือการที่คุณ2 คนมาถึงบ้านเรา แล้วเดิมดุ่มๆเข้ามา

หลังจากได้ทะเบียนรถ เราก็มาหาข้อมูลดูว่าเค้าเป็นใคร เพื่อจะเตรียมดำเนินคดี เพราะเรารู้สึกว่าโดนคุกคามอย่างมาก พอกลับเข้าบ้านมา ลูกก็ตื่นกันหมด ร้องไห้กระจองอแง เรานี่ประสาทเสียสุดๆ

ขออนุญาติลงข้อมูลคร่าวๆไว้หน่อยนะคะ เผื่อใครรู้จัก จะได้ช่วยดึงสติเค้า2คนหน่อย ว่าเค้ากำลังคุกคามคนอื่นอยู่

ทะเบียนรถ 1กด67xx
ชื่อผู้หญิง ภัทรียา จาxx
ที่ทำงาน  CAT telecom

หลังจากเค้ากลับไปเราก็โทรบอกแฟนเรา แฟนเราก็ร้อนรน คิดว่าเป็นมิจฉาชีพ ก็โทรหาหลายรอบ (ก็ดูตามเบอร์ที่ขึ้น miss call ค่ะ ที่เค้าบอกว่าโทรมาหลายรอบ) ก็ไม่ยอมรับ เลยส่งข้อความไปบอกว่าจะดำเนินการแจ้งความ เพราะบ้านเราก็ติดกล้องไว้ เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง

สุดท้ายเค้าก็โทรกลับมา แรกๆก็มาโวยวายใส่แฟนเรา ประมาณว่า ลูกค้ามาซื้อของ เจอแบบนี้เข้าไปเลยโมโห เราเลยงงเลย มีด้วยเหรอ ลูกค้าแบบนี้ คือโทรมาไม่รับ แล้วก็รั้นอยากจะซื้อของให้ได้ อยู่ๆก็โผล่มาเอง ไม่ได้นัด แล้วเราบอกไม่ขายก็มาโวยวายใส่เรา. ปกติเราเองจะซื้อของที่ไหน โทรไปไม่รับ เราก็เปลี่ยนร้านแล้วรึเปล่าคะ ร้านอื่นก็มีขายเยอะแยะ แล้วมาคุกคาม มาแอบถ่ายรูปบ้านเรา โดยเหตุผลเพียงเพราะแค่ เพื่อนอยากเห็น มันใช่เหรอ??? แฟนเราก็ซัดไปหลายยกเลย ว่าพฤติกรรมคุณ 2 คนน่ะ มันเหมือนมิจฉาชีพ แฟนผมจะกลัว จะระแวงมันก็ไม่ผิด เพราะนี่มันบ้านผม กว่าเค้าจะรู้ตัว และขอโทษ ก็โวยวายอยู่นานเลย

สุดท้ายคือเราอยากจะเอาเรื่องเค้าทั้ง 2 คนมาก อยากจะแจ้งไปทางหน่วยงานเค้า
เพราะในระหว่างที่เกิดเรื่อง มันก็น่าจะอยู่ในเวลางานเค้า และด้วยสายงานเค้า ที่เรารู้มา (ส่วนปฏิบัติการและการวางแผนโครงข่ายสื่อสารข้อมูล) อาจจะเกี่ยวข้องกับสินค้าที่เราขายรึเปล่า เลยคิดว่า อยากจะให้หน่อยงานตรวจสอบความประพฤติของเค้าทั้ง 2 คนด้วย (คือเค้าทำงานที่ CAT ทั้งสองคนค่ะ )


สุดท้ายอยากบอกว่า ลูกค้าคะ ไม่มีแล้วนะคะ สำหรับคำพูดที่ว่า ลูกค้าคือพระเจ้าอ่ะค่ะ รบกวนทำตามข้อตกลงตามที่พ่อค้าแม่ค้ากำหนดไว้ด้วยนะคะ  อย่าเอาแต่อยากจะได้นั่นนี่ทันทีทันใด เอาแต่ใจเป็นเด็กน้อยแบบนี้ แล้วมาคุกคามคนอื่นแบบนี้เลย รู้ไว้ด้วยนะคะ สำหรับแม่ลูกอ่อน ที่กำลังกล่อมลูกหลับอยู่ แล้วมีใครมาทำให้ลูกคุณตื่น แค่นี้ก็น่าหงุดหงิดจะแย่แล้ว แล้วนี่คุณบุกรุกเข้ามา มาทำกริยามารยาทแย่ๆ พูดจาแย่ๆ คุณน่ะ คือลูกค้ายอดแย่ค่ะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่