มีความแตกต่างแน่นอนระหว่างเฟอกี้กับมู
วัดกันเฉพาะความสำเร็จ คงไม่มีใครสงสัยเฟอกี้อีกแล้ว
แต่มูก็ยังไปได้อีกไกล และจะว่าไปตอนอายุ 53 เท่ากัน
มูยังดูเหนือกว่าด้วยซ้ำ ได้แชมป์ลีกสูงสุดถึง 8 ครั้ง
รองแชมป์อีก 3 ครั้ง และหลุดเป็นอันดับ 3 แค่ครั้งเดียวเท่านั้น
ในขณะที่ตอนอายุเท่ากันเฟอกี้เพิ่งได้แชมป์พรีเมียร์ลีกแค่ 1 สมัย
ถ้าอย่างนั้น อะไรคือสิ่งที่มูขาดไปเมื่อเทียบกับเฟอกี้
ย้อนเวลาไป ณ วันที่เฟอกี้ประกาศลงจากบัลลังก์แมนยู
สิ่งทึ่เฟอกี้ประกาศมีความพิเศษอย่างยิ่ง
เฟอกี้บอกว่า...เขานึกอยู่เสมอว่า...เขาต้องการสร้างสโมสร
ไม่ใช่แค่สร้างทีมที่ยอดเยี่ยม...แล้วเฟอกี้ก็ทำอย่างนั้นจริง ๆ
เขาวางรากฐานอะไรไว้หลายอย่าง
ทั้งจิตวิญญาณความเป็นนักสู้
สร้างพวกเดนตายที่พร้อมจะฟื้นจากหลุมทุกเมื่อ
นกหวีดไม่เป่ายาว ไม่มีการหยุดวิ่ง...จนกลายเป็นลายเซ็นของนักเตะผีแดง
ไหนจะการให้ความสำคัญกับอะคาเดมีเพื่อสร้างทายาทมาสืบทอดความสำเร็จ
จนแมนยูกลายเป็นสโมสรที่มีประเพณีของตนเอง มีการสืบทอดแนวปฏิบัติ
และมีสถาบันที่บ่มเพาะคนของตนเองเพื่อสืบทอดความสำเร็จต่อไป
เฟอกี้จึงไม่ได้อยากได้แค่ทีมฟุตบอลยอดเยี่ยมทีมหนึ่ง
แต่เขาต้องการให้องคาพยพทั้งหมดของแมนยู
ซึมซับเอาแนวคิดทัศนคติของเขาเอาไว้
และสุดท้ายก็คือการตอกหมุด Tradition
ที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของเขาไว้ในแมนยู
แมนยูจึงไม่ใช่แค่ทีมฟุตบอลทีมหนึ่ง
แต่แมนยูคือ "สถาบันทางฟุตบอล"
ที่แสดงถึงแบบแผนที่เฟอกี้วางเอาไว้...
คำว่า "ตำนาน" จึงเหมาะกับเฟอกี้มากที่สุด
สิ่งที่เฟอกี้ทิ้งเอาไว้ที่แมนยูจะถูกจดจำไปชั่วลูกชั่วหลาน
ว่าเขาคือผู้สร้างแมนยูขึ้นมาให้เป็นแบบทุกวันนี้
............................................................
แล้วมูล่ะ...ผมเชื่อว่าในแง่ความสำเร็จมูไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรอีกแล้ว
แต่วันใดที่เขาล้างมือ...เขาจะถูกจดจำในฐานะผู้จัดการชั้นยอดคนหนึ่งเท่านั้น
ซึ่งมันยังไปไม่ถึงระดับของตำนาน
วันที่มูกลับมาที่เชลซี
เขาคงหวังตอกหมุดความเป็นตำนานของเขาที่นั่น
แต่น่าเสียดายที่เชลซีไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
เฟอกี้ มู กับความเป็นตำนาน
วัดกันเฉพาะความสำเร็จ คงไม่มีใครสงสัยเฟอกี้อีกแล้ว
แต่มูก็ยังไปได้อีกไกล และจะว่าไปตอนอายุ 53 เท่ากัน
มูยังดูเหนือกว่าด้วยซ้ำ ได้แชมป์ลีกสูงสุดถึง 8 ครั้ง
รองแชมป์อีก 3 ครั้ง และหลุดเป็นอันดับ 3 แค่ครั้งเดียวเท่านั้น
ในขณะที่ตอนอายุเท่ากันเฟอกี้เพิ่งได้แชมป์พรีเมียร์ลีกแค่ 1 สมัย
ถ้าอย่างนั้น อะไรคือสิ่งที่มูขาดไปเมื่อเทียบกับเฟอกี้
ย้อนเวลาไป ณ วันที่เฟอกี้ประกาศลงจากบัลลังก์แมนยู
สิ่งทึ่เฟอกี้ประกาศมีความพิเศษอย่างยิ่ง
เฟอกี้บอกว่า...เขานึกอยู่เสมอว่า...เขาต้องการสร้างสโมสร
ไม่ใช่แค่สร้างทีมที่ยอดเยี่ยม...แล้วเฟอกี้ก็ทำอย่างนั้นจริง ๆ
เขาวางรากฐานอะไรไว้หลายอย่าง
ทั้งจิตวิญญาณความเป็นนักสู้
สร้างพวกเดนตายที่พร้อมจะฟื้นจากหลุมทุกเมื่อ
นกหวีดไม่เป่ายาว ไม่มีการหยุดวิ่ง...จนกลายเป็นลายเซ็นของนักเตะผีแดง
ไหนจะการให้ความสำคัญกับอะคาเดมีเพื่อสร้างทายาทมาสืบทอดความสำเร็จ
จนแมนยูกลายเป็นสโมสรที่มีประเพณีของตนเอง มีการสืบทอดแนวปฏิบัติ
และมีสถาบันที่บ่มเพาะคนของตนเองเพื่อสืบทอดความสำเร็จต่อไป
เฟอกี้จึงไม่ได้อยากได้แค่ทีมฟุตบอลยอดเยี่ยมทีมหนึ่ง
แต่เขาต้องการให้องคาพยพทั้งหมดของแมนยู
ซึมซับเอาแนวคิดทัศนคติของเขาเอาไว้
และสุดท้ายก็คือการตอกหมุด Tradition
ที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของเขาไว้ในแมนยู
แมนยูจึงไม่ใช่แค่ทีมฟุตบอลทีมหนึ่ง
แต่แมนยูคือ "สถาบันทางฟุตบอล"
ที่แสดงถึงแบบแผนที่เฟอกี้วางเอาไว้...
คำว่า "ตำนาน" จึงเหมาะกับเฟอกี้มากที่สุด
สิ่งที่เฟอกี้ทิ้งเอาไว้ที่แมนยูจะถูกจดจำไปชั่วลูกชั่วหลาน
ว่าเขาคือผู้สร้างแมนยูขึ้นมาให้เป็นแบบทุกวันนี้
............................................................
แล้วมูล่ะ...ผมเชื่อว่าในแง่ความสำเร็จมูไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรอีกแล้ว
แต่วันใดที่เขาล้างมือ...เขาจะถูกจดจำในฐานะผู้จัดการชั้นยอดคนหนึ่งเท่านั้น
ซึ่งมันยังไปไม่ถึงระดับของตำนาน
วันที่มูกลับมาที่เชลซี
เขาคงหวังตอกหมุดความเป็นตำนานของเขาที่นั่น
แต่น่าเสียดายที่เชลซีไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว