เมื่อผมถูกเชิญไปแสดงละคร... เมื่อนายแพทย์อย่างผม เจอเรื่องราวความรัก ที่จะว่าไปแล้วผมนึกว่าผมเป็นนักแสดง

แต่...เรื่องนี้ผมเป็นนักแสดงรับเชิญครับ
ขนาดแค่นักแสดงรับเชิญ ยังมาเต็มขนาดนี้
อยากให้เรื่องนี้เป็นข้อคิด เป็นข้อเตือนใจ เป็นรอยยิ้ม เป็นกำลังใจ ให้กับใครหลายๆ คนครับ โดยเฉพาะ ชาย...ที่รักชาย

..."จีบได้มั้ยครับ"...
วลีชวนตกใจเด้งขึ้นมาเตือนในมือถือ
วันนี้ผมอยู่เวรตรวจคนไข้นอกเวลาครับ คนไข้วันนี้เยอะมาก แต่อีกเดี๋ยวจะถึงเวลาพักกินข้าวของหมอเวรอย่างผมแล้ว วันนี้ผมจะไปกินสุกี้กับพี่สาว หิวมาก ครั้งแรกที่เห็นข้อความนี้คิดในใจว่า ใครมาเล่นอะไรวะ


ผมไม่มีเวลาตอบข้อความนี้ในทันที รีบขับรถไปหาพี่สาวที่รออยู่ที่ร้าน
"หน้าบานมาแต่ไกล เกิดอะไรขึ้น บอกชั้นมาเดี๋ยวนี้" พี่ผมพูดขึ้นทันทีที่เจอ
"เดวเล่าให้ฟัง ป่ะๆ กินสุกี้กันก่อน หิวมาก คนไข้เยอะมาก" ผมพูดตอบพร้อมลากพี่สาวเข้าไปในร้าน


"เป็ดย่าง ชุดผักใหญ่ ปลาหมึก .... " เมนูอาหารมากมายถูกสั่งออกไปเหมือนกับไม่เคยกินสุกี้มาก่อน
"อะ...แกจะเล่าให้พี่ฟังได้รึยังว่าเกิดอะไรขึ้น" นางพูดออกมาแกมคาดคั้น
"ก็มีคนทักมา ว่าจีบได้รึป่าว" ผมตอบไปกินไป
"ค่าาา....ขอให้มันดีจริงเหอะ" นางตอบกลับมาพร้อมหัวเราะ


ความที่เพิ่งโดนความรักทำร้ายมาได้ไม่นาน แผลเก่าที่ใจยังไม่หาย ผมส่งยิ้มกลับไป...
"พี่ว่าแกไม่ควรปิดโอกาสตัวเองที่จะเจอคนใหม่ๆ นะ...ถ้าเค้าพูดจริง แกทำไมไม่ลองคุยกับเค้าดู..." ความที่นางเป็นผู้หญิงประเภทบูชาความรัก โลกนี้สวยงามเสมอสำหรับนาง


หลังรูปหน้ายิ้มของผม มีข้อความต่อมา... " เรามาค่อยๆ พูดคุยทำความรู้จักกันนะ"


อ่าน่ะ คุยเล่นหรือคุยจริงก็ไม่รู้แต่ลองคุยดูก็ไม่เสียหายอะไรมั้งงงง...


หลังจากนั้นเราก็ได้คุยกัน วันละคำสองคำ จนเพิ่มขึ้นทุกวันๆ


อ่อลืมแนะนำตัวครับ ผมชื่อนัท...เป็นหมอ เรียนจบมาได้หลายปีแล้ว ตอนนี้กำลังเรียนต่อเฉพาะทางสาขาหนึ่ง เรียนอยู่โรงเรียนแพทย์ในต่างจังหวัดครับ
คนที่ทักผมมา ชื่อ ธีร์ ครับ เป็นเพื่อนของเพื่อนในเฟสบุ๊ค ผมกับธีร์ไม่เคยรู้จักกันเป็นการส่วนตัวมาก่อน
เขาเป็นหมอที่กำลังเรียนต่อเฉพาะทางเหมือนผมเลยครับแต่คนละสาขากัน ธีร์เรียนโรงเรียนแพทย์ในกรุงเทพฯ

โหหห แค่ระยะทางก็เป็นอุปสรรคแล้วมั้งครับ ผมคิดในใจตอนเริ่มคุยได้สักระยะ...

(เดี๋ยวมาต่อนะครับ )

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่