สวัสดีค่ะ สมาชิกชาวพันทิปทุกท่าน นี่เป็นกระทู้แรกของเรา..
ผิดพลาดประการใด ขออภัยล่วงหน้าไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

เรื่องของเราที่อยากจะมาแชร์ให้ให้ทุกคนฟังคือ..
เราแต่งงานกับสามีมาแล้ว ปีกว่าๆ อยากมีลูกด้วยกันมากๆๆ
ตั้งแต่แต่งงานกันมา เราไม่เคยคุมกำเนิดด้วยวิธีใดๆๆ เลย ปล่อยมาตลอด แต่เราก็ไม่เคยที่จะได้รับข่าวดีกะเค้าสักที
-------------------------------------------------------------------->
** ขออนุญาตย้อนความไปในอดีต เราเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง ตรวจพบเนื้องอก ขนาดประมาณ 2.6 cms. ในมดลูกของเรา เป็นเนื้องอกที่คุณหมอยืนยันและตรวจอย่างละเอียดแล้วบอกว่า ไม่ใช่เนื้อร้าย (มะเร็ง) และไม่ส่งผลอะไรกับการตั้งครรภ์ **
ด้วยความไม่สบายใจ เราเลยขอคุณหมอทางแผนกส่งเสริมสุขภาพติดตามการเจริญเติบโตของเจ้าเนื้องอกชิ้นนี้.. คุณหมอเลยส่งตัวเราไปให้แพทย์เฉพาะทางสูตินารีเวชดูแล นับเป็นเวลา 2 ปีเต็มๆๆ ก่อนแต่งงาน ที่เราอยู่กับคุณหมอคนนี้และให้เค้าดูแล
ขั้นตอนในการดูแลของคุณหมอ คือ คุณหมอจะนัดให้เข้ามาอัลตราซาวด์ดูขนาดของเนื้องอก ทุกๆ 3 เดือน เราไปตามนัดไม่เคยขาดตรวจเลยสักครั้ง

จนเวลา 1 ปีผ่านไป ที่เราติดตามเนื้องอก.. เนื้องอกชิ้นนี้มีขนาดที่โตขึ้นเล็กน้อย จาก 2.6cms. กลายเป็น 3.4cms. เราก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่ดีที่มันโตขึ้น คุณหมอคนเดิมแนะนำให้เราฉีดยาคุมกำเนิด เพื่อระงับการโตของขนาดเนื้องอก.. เราลังเลนะ แต่ก็ตอบตกลงคุณหมอไป เพราะอยากให้เนื้องอกหายไป บวกกับตอนนั้น คุณหมอบอกว่า เนื้องอกนี้มีโอกาสฝ่อไปเองได้ เพราะเลือดไม่ได้ไปเลี้ยงมัน..
ผลของการฉีดยาคุมทำให้ประจำเดือนเราขาดตั้งแต่เดือนแรกที่ฉีดเลย 3 เดือนผ่านไปแล้ว ประจำเดือนเราก็ยังไม่มา.. ถึงเวลาไปพบหมอตามนัดอีกครั้ง เราก็ถูกส่งตัวไปอัลตราซาวด์ที่อีกแผนกนึง และผลการอัลตราซาวด์ก็ถูกส่งมาที่คุณหมอเฉพาะทางของเรา (สูตินารีแพทย์) คุณหมอบอกว่า ตอนนี้ก้อนเนื้องอกมันลดขนาดลงไป เป็น 2.8cm. แล้ว (คือมันก็ไม่ได้ฝ่อไปไง.. เราแอบผิดหวัง

ก็หมอบอกว่า มันมีโอกาสฝ่อ หายไปเองได้หนิ) คุณหมอแนะนำให้เราฉีดยาคุมต่อ.. แต่เรารู้สึกว่า เราไม่อยากฉีดยาคุมแล้ว.. เป็นเพราะเรารู้สึกผิดหวังแปลกๆๆ และเราไม่ชอบเวลาเราไม่มีประจำเดือน มันรู้สึกสุขภาพไม่ดี ผิวหนังแห้งกร้าน ไม่เต่งดึง ไม่มีน้ำมีนวล เราบอกไม่ถูกนะ.. แต่เราเลือกที่จะไม่ฉีดยาคุมแล้ว.. คุณหมอเลยนัดให้มาตรวจอีก 3 เดือนข้างหน้า
เรื่องยังไม่จบแค่นั้น.. เพราะผลของการฉีดยาคุมเข็มเดียวนี้เอง มันทำให้ประจำเดือนเราขาดหายไป จากก่อนหน้านี้เป็นคนที่ประจำเดือนตรงเวลามาก คลาดเคลื่อนบวกลบ ไม่เกิน 2-3 วัน... เดือนที่ 4 ก็แล้ว เดือนที่ 5 ก็แล้ว เดือนที่ 6 อีก.. ก็ยังไม่มา.. ถึงรอบพบหมออีกพอดี ก็ไปตรวจด้วยขั้นตอนการตรวจเดิมๆ ผลปรากฎว่า ก้อนเนื้องอกมันเพิ่มขนาดมาอีกนิดหน่อย เป็น 3.2cms.

เอ้อออออออออออออออออออออออออออออออ.. ยังไงเว๊.. เรายิ่งไม่สบายใจเข้าไปอีก คือการรักษาที่ผ่านมา นอกจากจะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นแล้ว ยังทำให้รู้สึกแย่ลงไปอีก และดูเหมือนว่าเรื่องมันจะยุ่งเหยิงไปกันใหญ่ละ

การรักษาของคุณหมอในขั้นตอนถัดไปคือ คุณหมอให้เรากินยาปรับฮอร์โมน หวังจะให้เมนส์มาและร่างกายเรากลับสู่สภาพปกติตามที่เราต้องการ.. คราวนี้คุณหมอไม่ได้นัดละ แต่ให้เรากินยาปรับฮอร์โมนที่หมอให้จนหมด แล้วรอประจำเดือนมา ซึ่งถ้าไม่มา ก็ให้มาพบหมอ..
ซึ่ง ซึ่ง ซึ่ง.... 7 เดือนก็แล้ว 8, 9, 10 เดือน ก็แล้ว.. สุดท้าย ประจำเดือนเรามา เดือนที่ 11 ค่ะ..
เราตัดสินใจ ไม่เข้ารับการรักษากับคุณหมอคนนี้อีก... 2 ปีที่รักษา เหมือนเสียเวลา เสียเงิน เสียความรู้สึกไปกับอะไรก็ไม่รู้ สุดท้ายก็ย่ำอยู่ที่เดิม









*** ย้อนเรื่องอดีตซ่ะยาวเลย.. พิมพ์เพลินค่ะ ขอโทดที
จากนั้นไม่นาน เราก็แต่งงานกับสามี และคิดอยากจะมีลูกกันมาโดยตลอด..
แต่เรายังไม่เคยลืมเจ้าเนื้องอกในมดลูกที่เรามีอยู่นะ.. เรากับแฟนปรึกษากัน และตัดสินใจ ไปหาหมออีกครั้ง คราวนี้เปลี่ยนโรงพยาบาลเลยค่ะ
เราหาข้อมูล และเลือกโรงพยาบาลเอกชนอีกแห่งนึง ซึ่งทราบจากเพื่อนมาอีกทีว่า มีหมอสูติที่เก่ง.. เราตัดสินใจไปกับแฟนเลยค่ะ
เราเข้าห้องตรวจพร้อมกับแฟน.. บอกถึงปัญหาเจ้าเนื้องอกของเราที่มีอยู่ คุณหมอขอตรวจภายใน เพื่อดูเจ้าเนื้องอกชิ้นนี้..
#จะบอกว่า คราวนี้คุณหมอสูติ เป็นคนอัลตราซาวด์ให้เองและวินิจฉัยเนื้องอกให้เอง
ผลการตรวจออกมาว่า.. เจ้าเนื้องอกก็ยังอยู่กับเราและตอนนี้ขนาดของมันคือ 3.80cms. (อืมมมม.. น่ารักมากก)
ถามคุณหมอว่า ตอนนี้เราแต่งงานกันมาปีกว่าๆ แล้ว อยากจะมีลูกมากๆ ปล่อยตลอด ไม่เคยคุมกำเนิด แต่ก็ยังไม่มีสักที ไม่แน่ใจว่ามันเกี่ยวกับเนื้องอกที่มีอยู่รึเปล่า ถึงทำให้เราไม่มีลูกสักที...
คุณหมอให้คำตอบว่า...
ไม่เกี่ยวกัน เพราะเนื้องอกเราอยู่ในจุดที่ไม่น่าจะมีปัญหากับการฝังตัวของไข่ที่ได้รับการผสมแล้วเลย.. หมอคิดว่าสามารถมีได้ ไม่มีภาวะมีบุตรยาก
แต่ให้ขยันทำการบ้านอย่างสม่ำเสมอ..


**แอบคิดในใจว่าที่ผ่านมาก็สม่ำเสมอนะ แต่คือมันปีกว่าแล้วไง ที่ยังไม่มี**
ถามคุณหมอเพิ่มเติมอีกว่า.. แล้วถ้าเกิดมีเด็ก เจ้าเนื้องอกนี้จะว่ายังไง มันจะมีผลเสียกับทารกในครรภ์ด้วยมั้ย? คุณหมอตอบว่า ไม่มีผล.. การที่เรามีเด็ก เลือดถูกส่งไปเลี้ยงเด็ก เด็กจะดึงเลือดจากมดลูกไป โอกาสที่เนื้องอกจะฝ่อไปเอง ก็มีสูง.. เพราะเนื้องอกขนาดเท่านี้ ก็ถือว่าไม่ใหญ่ ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดออก ค่อยผ่าออกทีเดียวพร้อมเด็ก ตอนคลอดก็ได้.. แต่ตอนนี้ก็ขอให้มีก่อนละกัน...

อ่าววว หมอ!!! ไง๋พูดงี้???
สุดท้าย จากการที่เข้ามาปรึกษาหมอคนนี้ หมอจบด้วยคำว่า.. ถ้ามีเองไม่ได้จริงๆๆ ก็ต้องทำกิฟท์ ค่าใช้จ่ายก็หลักแสนนะ ถ้าอยากจะมีจริงๆ ก็ค่อยเข้ามาปรึกษาอีกครั้ง........





นี่หมอไม่ได้ร้อนเงินใช่มั้ยค่ะ







เรากับแฟนหาข้อมูลกันต่อไป อย่างหนักมาก ปรึกษาคนนั้นคนนี้
สุดท้าย.. มีพี่ที่ทำงานของแฟน แนะนำชื่อของคุณหมอท่านนึงให้รู้จัก.. แฟนก็จด จด ใหญ่ บอกเส้นทางไปคลินิคของคุณหมอท่านนี้อย่างชัดเจน
เราสองคนไม่รอช้า พอได้ข้อมูลแล้ว ก็ไปหาคุณหมอท่านนี้ที่คลินิคเลยค่ะ..
ก่อนเข้ารับการตรวจ เราได้แจ้งจุดประสงค์ของเรา ว่าเราอยากมีลูก และแจ้งให้คุณหมอได้ทราบว่าเรามีเนื้องอกอยู่ก้อนนึง ที่ตรวจล่าสุดขนาดของมันอยู่ที่ 3.8cms. คุณหมอไม่ซักถามอะไรมาก แต่ขอตรวจภายในเพื่อดูเนื้องอกก่อนเป็นอันดับแรก.. ทางด้านแฟนคุณหมอก็ขอตรวจความแข็งแรงของน้ำเชื้อเหมือนกัน..
ผลการตรวจครั้งนี้.. คุณหมอให้เราดูที่หน้าจออัลตราซาวด์ และชี้ให้เราเห็นหน้าตาของเนื้องอก พร้อมทั้งเพิ่มเติมว่า ......
ที่หมอเห็น มันไม่ใช่แค่เนื้องอก แต่มันมีผังผืดเกาะที่ผนังมดลูกด้วย รวมทั้งด้านหลังของรังไข่ข้างนึง มีถุงน้ำห้อยอยู่..
ทั้งหมดนี้คือ "สาเหตุ" ของข้อสงสัยทั้งหมด ว่าทำไมถึงไม่มีลูกสักที..

#ทางด้านแฟนเรา เชื้อแข็งแรง สมบูรณ์ดีค่ะ
คุณหมอถามเราคำนึงว่า.. ก่อนหน้านี้ที่บอกว่ารักษาและอัลตราซาวด์ดูเนื้องอกเป็นระยะ เค้าตรวจไม่เจอเหรอ ว่าเรามีปัญหาเยอะขนาดนี้
และเค้าก็ไม่ได้บอกเลยเหรอ ว่านี่คือ "สาเหตุ" ของการไม่มีลูกสักที


เราก็อึ้งไปเลยค่ะ
สุดท้ายคุณหมอแนะนำ ให้เรา "ผ่าตัด" เครียร์เจ้าเนื้องอก ผังผืด และ ถุงน้ำด้านหลังรังไข่ ออก..
ไม่รู้เพราะอะไร เราถึงเชื่อคุณหมอคนนี้ และทำตามคำแนะนำของเค้าอีก.. ด้วยใจที่มีหวัง หวังว่าเราจะได้มีลูกสมใจสักที
เราเลือกวิธี "ผ่าตัดแบบส่องกล้อง" ค่ะ เพราะแผลผ่าตัดไม่ใหญ่ จะมีลักษณะเป็นรู 3-4 รู ทีแถวๆ ท้องน้อยและสะดือ เท่านั้น
ใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน ไม่เกิน 1 อาทิตย์ก็กลับมาเป็นปกติได้แล้ว
เราตัดสินใจนัดคิวคุณหมอ เพื่อเข้ารับการผ่าตัด ทันที..




และหลังจากเข้ารับการผ่าตัดเสร็จ ทิ้งระยะเวลาพักฟื้นร่างกายไม่นาน..
เกือบ 3 เดือน จากวันนั้น...
เราก็สังเกตุตัวเราเอง ว่ามีความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้น..
และเราก็ทราบว่า "เรากำลังจะมีเจ้าตัวเล็ก"
เจ้าตัวเล็ก ที่เรารอเค้ามาตลอดเวลา.. พยายามทุกอย่างเพื่อที่จะ มีกันและกันในวันนี้
เราบอกแฟนเราเป็นคนแรก แฟนเราดีใจมากกกก ถึงมากที่สุด..
ต่อไปนี้ เราจะเป็นครอบครัว.. ครอบครัว ที่มี พ่อ แม่ ลูก กันสักทีนะ






ประสบการณ์ของเรา เราหวังว่าจะเป็นวิทยาทานให้กับ ครอบครัว อีกหลายๆๆ ครอบครัว ที่เจอเหตุการณ์เดียวกับเรา
หรือคล้ายๆ กับเรา ได้นำไปปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ในแนวทางของตัวเองนะ..
ขอให้ได้เป็นคุณแม่ ขอให้ได้สมดั่งใจกันนะคะ..
** ส่วนใครที่อยาก ให้เล่าเรื่องราวประสบการณ์ของการ "ผ่าตัดส่องกล้อง" มีขั้นตอนแบบไหน อะไรยังไง ก็ขอกันมากได้ จ้า..
ถ้าเสียงส่วนมากมีเยอะ เราจะเขียนตั้งเป็นกระทู้ ให้อ่านกันน๊าาา
มาถึงจุดนี้ ขอขอบคุณคนที่เข้ามาอ่านมากๆๆ.. เป็นการเปิดกระทู้แรกในชีวิต ที่เขียนเล่ายาวมากกกกกกกกก (อย่าว่ากันเลย >,< )
ขอบคุณอีกครั้งนะค๊าา..



"เนื้องอกในมดลูก" สาเหตุที่ทำให้ ไม่มีลูกกะเค้าสักที..
ผิดพลาดประการใด ขออภัยล่วงหน้าไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
เรื่องของเราที่อยากจะมาแชร์ให้ให้ทุกคนฟังคือ..
เราแต่งงานกับสามีมาแล้ว ปีกว่าๆ อยากมีลูกด้วยกันมากๆๆ
ตั้งแต่แต่งงานกันมา เราไม่เคยคุมกำเนิดด้วยวิธีใดๆๆ เลย ปล่อยมาตลอด แต่เราก็ไม่เคยที่จะได้รับข่าวดีกะเค้าสักที
-------------------------------------------------------------------->
** ขออนุญาตย้อนความไปในอดีต เราเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง ตรวจพบเนื้องอก ขนาดประมาณ 2.6 cms. ในมดลูกของเรา เป็นเนื้องอกที่คุณหมอยืนยันและตรวจอย่างละเอียดแล้วบอกว่า ไม่ใช่เนื้อร้าย (มะเร็ง) และไม่ส่งผลอะไรกับการตั้งครรภ์ **
ด้วยความไม่สบายใจ เราเลยขอคุณหมอทางแผนกส่งเสริมสุขภาพติดตามการเจริญเติบโตของเจ้าเนื้องอกชิ้นนี้.. คุณหมอเลยส่งตัวเราไปให้แพทย์เฉพาะทางสูตินารีเวชดูแล นับเป็นเวลา 2 ปีเต็มๆๆ ก่อนแต่งงาน ที่เราอยู่กับคุณหมอคนนี้และให้เค้าดูแล
ขั้นตอนในการดูแลของคุณหมอ คือ คุณหมอจะนัดให้เข้ามาอัลตราซาวด์ดูขนาดของเนื้องอก ทุกๆ 3 เดือน เราไปตามนัดไม่เคยขาดตรวจเลยสักครั้ง
ผลของการฉีดยาคุมทำให้ประจำเดือนเราขาดตั้งแต่เดือนแรกที่ฉีดเลย 3 เดือนผ่านไปแล้ว ประจำเดือนเราก็ยังไม่มา.. ถึงเวลาไปพบหมอตามนัดอีกครั้ง เราก็ถูกส่งตัวไปอัลตราซาวด์ที่อีกแผนกนึง และผลการอัลตราซาวด์ก็ถูกส่งมาที่คุณหมอเฉพาะทางของเรา (สูตินารีแพทย์) คุณหมอบอกว่า ตอนนี้ก้อนเนื้องอกมันลดขนาดลงไป เป็น 2.8cm. แล้ว (คือมันก็ไม่ได้ฝ่อไปไง.. เราแอบผิดหวัง
เรื่องยังไม่จบแค่นั้น.. เพราะผลของการฉีดยาคุมเข็มเดียวนี้เอง มันทำให้ประจำเดือนเราขาดหายไป จากก่อนหน้านี้เป็นคนที่ประจำเดือนตรงเวลามาก คลาดเคลื่อนบวกลบ ไม่เกิน 2-3 วัน... เดือนที่ 4 ก็แล้ว เดือนที่ 5 ก็แล้ว เดือนที่ 6 อีก.. ก็ยังไม่มา.. ถึงรอบพบหมออีกพอดี ก็ไปตรวจด้วยขั้นตอนการตรวจเดิมๆ ผลปรากฎว่า ก้อนเนื้องอกมันเพิ่มขนาดมาอีกนิดหน่อย เป็น 3.2cms.
เอ้อออออออออออออออออออออออออออออออ.. ยังไงเว๊.. เรายิ่งไม่สบายใจเข้าไปอีก คือการรักษาที่ผ่านมา นอกจากจะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นแล้ว ยังทำให้รู้สึกแย่ลงไปอีก และดูเหมือนว่าเรื่องมันจะยุ่งเหยิงไปกันใหญ่ละ
การรักษาของคุณหมอในขั้นตอนถัดไปคือ คุณหมอให้เรากินยาปรับฮอร์โมน หวังจะให้เมนส์มาและร่างกายเรากลับสู่สภาพปกติตามที่เราต้องการ.. คราวนี้คุณหมอไม่ได้นัดละ แต่ให้เรากินยาปรับฮอร์โมนที่หมอให้จนหมด แล้วรอประจำเดือนมา ซึ่งถ้าไม่มา ก็ให้มาพบหมอ..
ซึ่ง ซึ่ง ซึ่ง.... 7 เดือนก็แล้ว 8, 9, 10 เดือน ก็แล้ว.. สุดท้าย ประจำเดือนเรามา เดือนที่ 11 ค่ะ..
เราตัดสินใจ ไม่เข้ารับการรักษากับคุณหมอคนนี้อีก... 2 ปีที่รักษา เหมือนเสียเวลา เสียเงิน เสียความรู้สึกไปกับอะไรก็ไม่รู้ สุดท้ายก็ย่ำอยู่ที่เดิม
*** ย้อนเรื่องอดีตซ่ะยาวเลย.. พิมพ์เพลินค่ะ ขอโทดที
จากนั้นไม่นาน เราก็แต่งงานกับสามี และคิดอยากจะมีลูกกันมาโดยตลอด..
แต่เรายังไม่เคยลืมเจ้าเนื้องอกในมดลูกที่เรามีอยู่นะ.. เรากับแฟนปรึกษากัน และตัดสินใจ ไปหาหมออีกครั้ง คราวนี้เปลี่ยนโรงพยาบาลเลยค่ะ
เราหาข้อมูล และเลือกโรงพยาบาลเอกชนอีกแห่งนึง ซึ่งทราบจากเพื่อนมาอีกทีว่า มีหมอสูติที่เก่ง.. เราตัดสินใจไปกับแฟนเลยค่ะ
เราเข้าห้องตรวจพร้อมกับแฟน.. บอกถึงปัญหาเจ้าเนื้องอกของเราที่มีอยู่ คุณหมอขอตรวจภายใน เพื่อดูเจ้าเนื้องอกชิ้นนี้..
#จะบอกว่า คราวนี้คุณหมอสูติ เป็นคนอัลตราซาวด์ให้เองและวินิจฉัยเนื้องอกให้เอง
ผลการตรวจออกมาว่า.. เจ้าเนื้องอกก็ยังอยู่กับเราและตอนนี้ขนาดของมันคือ 3.80cms. (อืมมมม.. น่ารักมากก)
ถามคุณหมอว่า ตอนนี้เราแต่งงานกันมาปีกว่าๆ แล้ว อยากจะมีลูกมากๆ ปล่อยตลอด ไม่เคยคุมกำเนิด แต่ก็ยังไม่มีสักที ไม่แน่ใจว่ามันเกี่ยวกับเนื้องอกที่มีอยู่รึเปล่า ถึงทำให้เราไม่มีลูกสักที...
คุณหมอให้คำตอบว่า...
ไม่เกี่ยวกัน เพราะเนื้องอกเราอยู่ในจุดที่ไม่น่าจะมีปัญหากับการฝังตัวของไข่ที่ได้รับการผสมแล้วเลย.. หมอคิดว่าสามารถมีได้ ไม่มีภาวะมีบุตรยาก
แต่ให้ขยันทำการบ้านอย่างสม่ำเสมอ..
ถามคุณหมอเพิ่มเติมอีกว่า.. แล้วถ้าเกิดมีเด็ก เจ้าเนื้องอกนี้จะว่ายังไง มันจะมีผลเสียกับทารกในครรภ์ด้วยมั้ย? คุณหมอตอบว่า ไม่มีผล.. การที่เรามีเด็ก เลือดถูกส่งไปเลี้ยงเด็ก เด็กจะดึงเลือดจากมดลูกไป โอกาสที่เนื้องอกจะฝ่อไปเอง ก็มีสูง.. เพราะเนื้องอกขนาดเท่านี้ ก็ถือว่าไม่ใหญ่ ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดออก ค่อยผ่าออกทีเดียวพร้อมเด็ก ตอนคลอดก็ได้.. แต่ตอนนี้ก็ขอให้มีก่อนละกัน...
สุดท้าย จากการที่เข้ามาปรึกษาหมอคนนี้ หมอจบด้วยคำว่า.. ถ้ามีเองไม่ได้จริงๆๆ ก็ต้องทำกิฟท์ ค่าใช้จ่ายก็หลักแสนนะ ถ้าอยากจะมีจริงๆ ก็ค่อยเข้ามาปรึกษาอีกครั้ง........
เรากับแฟนหาข้อมูลกันต่อไป อย่างหนักมาก ปรึกษาคนนั้นคนนี้
สุดท้าย.. มีพี่ที่ทำงานของแฟน แนะนำชื่อของคุณหมอท่านนึงให้รู้จัก.. แฟนก็จด จด ใหญ่ บอกเส้นทางไปคลินิคของคุณหมอท่านนี้อย่างชัดเจน
เราสองคนไม่รอช้า พอได้ข้อมูลแล้ว ก็ไปหาคุณหมอท่านนี้ที่คลินิคเลยค่ะ..
ก่อนเข้ารับการตรวจ เราได้แจ้งจุดประสงค์ของเรา ว่าเราอยากมีลูก และแจ้งให้คุณหมอได้ทราบว่าเรามีเนื้องอกอยู่ก้อนนึง ที่ตรวจล่าสุดขนาดของมันอยู่ที่ 3.8cms. คุณหมอไม่ซักถามอะไรมาก แต่ขอตรวจภายในเพื่อดูเนื้องอกก่อนเป็นอันดับแรก.. ทางด้านแฟนคุณหมอก็ขอตรวจความแข็งแรงของน้ำเชื้อเหมือนกัน..
ผลการตรวจครั้งนี้.. คุณหมอให้เราดูที่หน้าจออัลตราซาวด์ และชี้ให้เราเห็นหน้าตาของเนื้องอก พร้อมทั้งเพิ่มเติมว่า ......
ที่หมอเห็น มันไม่ใช่แค่เนื้องอก แต่มันมีผังผืดเกาะที่ผนังมดลูกด้วย รวมทั้งด้านหลังของรังไข่ข้างนึง มีถุงน้ำห้อยอยู่..
ทั้งหมดนี้คือ "สาเหตุ" ของข้อสงสัยทั้งหมด ว่าทำไมถึงไม่มีลูกสักที..
คุณหมอถามเราคำนึงว่า.. ก่อนหน้านี้ที่บอกว่ารักษาและอัลตราซาวด์ดูเนื้องอกเป็นระยะ เค้าตรวจไม่เจอเหรอ ว่าเรามีปัญหาเยอะขนาดนี้
และเค้าก็ไม่ได้บอกเลยเหรอ ว่านี่คือ "สาเหตุ" ของการไม่มีลูกสักที
สุดท้ายคุณหมอแนะนำ ให้เรา "ผ่าตัด" เครียร์เจ้าเนื้องอก ผังผืด และ ถุงน้ำด้านหลังรังไข่ ออก..
ไม่รู้เพราะอะไร เราถึงเชื่อคุณหมอคนนี้ และทำตามคำแนะนำของเค้าอีก.. ด้วยใจที่มีหวัง หวังว่าเราจะได้มีลูกสมใจสักที
เราเลือกวิธี "ผ่าตัดแบบส่องกล้อง" ค่ะ เพราะแผลผ่าตัดไม่ใหญ่ จะมีลักษณะเป็นรู 3-4 รู ทีแถวๆ ท้องน้อยและสะดือ เท่านั้น
ใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน ไม่เกิน 1 อาทิตย์ก็กลับมาเป็นปกติได้แล้ว
เราตัดสินใจนัดคิวคุณหมอ เพื่อเข้ารับการผ่าตัด ทันที..
และหลังจากเข้ารับการผ่าตัดเสร็จ ทิ้งระยะเวลาพักฟื้นร่างกายไม่นาน..
เกือบ 3 เดือน จากวันนั้น...
เราก็สังเกตุตัวเราเอง ว่ามีความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้น..
และเราก็ทราบว่า "เรากำลังจะมีเจ้าตัวเล็ก"
เจ้าตัวเล็ก ที่เรารอเค้ามาตลอดเวลา.. พยายามทุกอย่างเพื่อที่จะ มีกันและกันในวันนี้
เราบอกแฟนเราเป็นคนแรก แฟนเราดีใจมากกกก ถึงมากที่สุด..
ต่อไปนี้ เราจะเป็นครอบครัว.. ครอบครัว ที่มี พ่อ แม่ ลูก กันสักทีนะ
ประสบการณ์ของเรา เราหวังว่าจะเป็นวิทยาทานให้กับ ครอบครัว อีกหลายๆๆ ครอบครัว ที่เจอเหตุการณ์เดียวกับเรา
หรือคล้ายๆ กับเรา ได้นำไปปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ในแนวทางของตัวเองนะ..
ขอให้ได้เป็นคุณแม่ ขอให้ได้สมดั่งใจกันนะคะ..
** ส่วนใครที่อยาก ให้เล่าเรื่องราวประสบการณ์ของการ "ผ่าตัดส่องกล้อง" มีขั้นตอนแบบไหน อะไรยังไง ก็ขอกันมากได้ จ้า..
ถ้าเสียงส่วนมากมีเยอะ เราจะเขียนตั้งเป็นกระทู้ ให้อ่านกันน๊าาา
มาถึงจุดนี้ ขอขอบคุณคนที่เข้ามาอ่านมากๆๆ.. เป็นการเปิดกระทู้แรกในชีวิต ที่เขียนเล่ายาวมากกกกกกกกก (อย่าว่ากันเลย >,< )
ขอบคุณอีกครั้งนะค๊าา..