เมืองไทย 25 น.
ทวี มีเงิน
ขอร่วมวงถก 2 ปี คสช.อีกสักวัน แต่วันนี้จะว่าเฉพาะเศรษฐกิจล้วนๆ ต้องบอกว่า
เป็นความโชคร้ายของ คสช. ที่เข้ามาในช่วงเศรษฐกิจโลกอยู่ในอาการไปไม่กลับ
หลับ ไม่ตื่น ฟื้นไม่มี หนีไม่พ้น ตรงนี้สำคัญ เพราะเราต้องยืมจมูกตลาดโลกหายใจ
เมื่อเศรษฐกิจโลกไม่ฟื้นย่อมสะเทือน
"รายได้ส่งออก" ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักที่ขับ
เคลื่อนเศรษฐกิจไทยสัดส่วนถึง 60-65% จีดีพี ซึ่งส่งออกติดลบตั้งแต่หลังน้ำท่ว
มใหญ่ในปี 2554 ถึงวันนี้ยังโงหัวไม่ขึ้น
นอกจากนี้ ขยะซุกอยู่ใต้พรมมานานอย่าง "หนี้ครัวเรือน" ยังสูงขึ้นเรื่อยๆ ประชาชน
ก็ไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย รัฐบาลผลักดันมาตรการอะไรมาก็ไม่เป็นผล เพราะประชาชน
ไม่มั่นใจอนาคต แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้วิกฤตเศรษฐกิจส่วนหนึ่ง เพราะ "คสช.แพ้ภัยตัวเอง"
เนื่องจากไม่ได้มาโดยกระบวนการประชา ธิปไตยจึงโดนแอนตี้ ทั้งยุโรปและอเมริกา
สะท้อนจากมาตรการหลายๆ อย่างออกมาบีบรัฐบาลทหารตรงๆ ไม่ว่า กรณีประมง
ค้ามนุษย์ ธุรกิจการบินทำให้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องโดนหางเลขสะบักสะบอมตามๆ
กัน ชาวประมงออกหาปลาไม่ได้ธุรกิจการบินไม่น่าเชื่อถือกระทบถึงธุรกิจท่องเที่ยว
สองปีที่ผ่านมา คสช. ใช้บริการ
"ทีมเศรษฐกิจ" ถึง 2 ชุด ชุดแรก มี
"ครม.เศรษฐกิจ"
ส่วนใหญ่มาจากทหารคุมกระทรวงสำคัญๆ มาตรการที่ออกมาก็ไม่มีอะไรใหม่ๆ ไม่มี
นโยบายกระตุ้น ยิ่ง
"กลัวผีประชานิยม"[/url" rel="nofollow" > จึงไม่มีนโยบายอุ้มชาวนา ชาวไร่ เศรษฐกิจ
ระดับรากหญ้าจึงทรุดลงยิ่งกว่าเดิม
ในที่สุดมาใช้บริการ ทีม "ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" ได้ระดมออกมาตรการกระตุ้น
เศรษฐกิจไม่รู้ว่ากี่มาตรการ ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว แต่ด้วยปัจจัย
ตลาดโลก ไม่เอื้อ คสช.เจอแรงบีบต่างประเทศ และเศรษฐกิจในประเทศแผ่ว
กำลังซื้อไม่มี เหนือสิ่งใดกลไกในการขับเคลื่อนทั้งระบบราชการเกียร์ว่าง ไร้
ประสิทธิภาพ แบงก์รัฐทำงานไม่เต็มที่ มาตรการที่ออกมาจึงไม่เข้าเป้า "เสียของ"
ก็เยอะ อาทิ มาตรการช่วยเกษตรกรก็ช้า เงินน้อย เอสเอ็มอีก็ไม่ตรงเป้า ปิดระนาว
แม้จะระดมภาคเอกชนผลักดันประชารัฐ ยกเครื่องนโยบายประเทศไทย 4.0 แต่
กว่าจะเห็นผลต้องใช้เวลา
สองปีจึงได้แค่พยุงไม่ให้เศรษฐกิจล้มครืนเท่านั้น
อรุณสวัสดิ์ยามสาย ...มิตรสหายทุกท่าน .... ศก.ในมือ"คสช." 2 ปีที่โชคร้าย..ข่าวสดออนไลน์..../sao..เหลือ..noi
ทวี มีเงิน
ขอร่วมวงถก 2 ปี คสช.อีกสักวัน แต่วันนี้จะว่าเฉพาะเศรษฐกิจล้วนๆ ต้องบอกว่า
เป็นความโชคร้ายของ คสช. ที่เข้ามาในช่วงเศรษฐกิจโลกอยู่ในอาการไปไม่กลับ
หลับ ไม่ตื่น ฟื้นไม่มี หนีไม่พ้น ตรงนี้สำคัญ เพราะเราต้องยืมจมูกตลาดโลกหายใจ
เมื่อเศรษฐกิจโลกไม่ฟื้นย่อมสะเทือน "รายได้ส่งออก" ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักที่ขับ
เคลื่อนเศรษฐกิจไทยสัดส่วนถึง 60-65% จีดีพี ซึ่งส่งออกติดลบตั้งแต่หลังน้ำท่ว
มใหญ่ในปี 2554 ถึงวันนี้ยังโงหัวไม่ขึ้น
นอกจากนี้ ขยะซุกอยู่ใต้พรมมานานอย่าง "หนี้ครัวเรือน" ยังสูงขึ้นเรื่อยๆ ประชาชน
ก็ไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย รัฐบาลผลักดันมาตรการอะไรมาก็ไม่เป็นผล เพราะประชาชน
ไม่มั่นใจอนาคต แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้วิกฤตเศรษฐกิจส่วนหนึ่ง เพราะ "คสช.แพ้ภัยตัวเอง"
เนื่องจากไม่ได้มาโดยกระบวนการประชา ธิปไตยจึงโดนแอนตี้ ทั้งยุโรปและอเมริกา
สะท้อนจากมาตรการหลายๆ อย่างออกมาบีบรัฐบาลทหารตรงๆ ไม่ว่า กรณีประมง
ค้ามนุษย์ ธุรกิจการบินทำให้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องโดนหางเลขสะบักสะบอมตามๆ
กัน ชาวประมงออกหาปลาไม่ได้ธุรกิจการบินไม่น่าเชื่อถือกระทบถึงธุรกิจท่องเที่ยว
สองปีที่ผ่านมา คสช. ใช้บริการ "ทีมเศรษฐกิจ" ถึง 2 ชุด ชุดแรก มี "ครม.เศรษฐกิจ"
ส่วนใหญ่มาจากทหารคุมกระทรวงสำคัญๆ มาตรการที่ออกมาก็ไม่มีอะไรใหม่ๆ ไม่มี
นโยบายกระตุ้น ยิ่ง "กลัวผีประชานิยม"[/url" rel="nofollow" > จึงไม่มีนโยบายอุ้มชาวนา ชาวไร่ เศรษฐกิจ
ระดับรากหญ้าจึงทรุดลงยิ่งกว่าเดิม
ในที่สุดมาใช้บริการ ทีม "ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" ได้ระดมออกมาตรการกระตุ้น
เศรษฐกิจไม่รู้ว่ากี่มาตรการ ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว แต่ด้วยปัจจัย
ตลาดโลก ไม่เอื้อ คสช.เจอแรงบีบต่างประเทศ และเศรษฐกิจในประเทศแผ่ว
กำลังซื้อไม่มี เหนือสิ่งใดกลไกในการขับเคลื่อนทั้งระบบราชการเกียร์ว่าง ไร้
ประสิทธิภาพ แบงก์รัฐทำงานไม่เต็มที่ มาตรการที่ออกมาจึงไม่เข้าเป้า "เสียของ"
ก็เยอะ อาทิ มาตรการช่วยเกษตรกรก็ช้า เงินน้อย เอสเอ็มอีก็ไม่ตรงเป้า ปิดระนาว
แม้จะระดมภาคเอกชนผลักดันประชารัฐ ยกเครื่องนโยบายประเทศไทย 4.0 แต่
กว่าจะเห็นผลต้องใช้เวลา
สองปีจึงได้แค่พยุงไม่ให้เศรษฐกิจล้มครืนเท่านั้น